ตอนที่ 10
อาณาจักรทั้งห้า และความหวังที่จะได้กลับไป
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·
เพดานสูง โค้งเป็โดม และภาพวาดจิตรกรรมที่วาดไว้ได้อย่างวิจิตรบรรจง ดูมีชีวิต มันเป็ภาพของแผนที่กว้างใหญ่ ซึ่งแบ่งเป็ห้าอาณาเขต แต่ละอาณาเขตมีชื่อกำกับไว้ ได้แก่ มรกต บุษราคัม เพทาย โกเมน และไพลิน
อาณาจักรมรกต เป็ภาพวาดของทิวทัศน์ท้องทุ่งกว้างไกล ที่ราบลุ่มสีเขียวอ่อนตัดกับทุ่งดอกไม้นานาพรรณ ผสมผสานสีสันอย่างลงตัว แม่น้ำลำธาร สายรุ้ง มีหุบเขาเป็พื้นหลังตัดกับเมฆสีขาว และท้องฟ้าสีคราม ฉันรู้ได้ในทันทีว่าอาณาจักรแห่งนี้คือที่ที่ฉันอยู่ คืออาณาจักรของคุณอารัญ
อาณาจักรบุษราคัม เป็ภาพวาดของถ้ำสีส้มขนาดใหญ่ ผนังถ้ำสูงลิบลิ่ว มีแสงแดดอุ่นๆ สาดส่องเข้ามา โอบล้อมไปด้วยลวดลวดลายของชั้นหินทรายสีพาสเทลระยิบระยับของกำแพงถ้ำ มีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็ได้ทั้งเสาประติมากรรม ซุ้มผ้าม่านเล่นระดับ หรือแม้แต่โคมไฟระย้า ห้องโถงในถ้ำกว้างใหญ่ ไม่สลับซับซ้อน ต้นไม้น้อยใหญ่ ผืนป่า น้ำตก และทะเลสาบที่น้ำใสราวกับกระจก ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในถ้ำ ราวกับว่าในถ้ำแห่งนี้คือดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์
อาณาจักรเพทาย เป็ภาพวาดใต้ท้องทะเลสีฟ้าใส ยาวไกลสุดลูกหูลูกตา พุ่มไม้ทะเล ูเาปะการัง สะท้อนแสงอวดสีสันกันอย่างอลังการงานสร้าง สอดผสานกับ ฝูงปลาน้อยใหญ่ หลากสี ที่ระยิบระยับราวกับอัญมณีในท้องทะเล
อาณาจักรโกเมน เป็ภาพของ ผืนทะเลทรายสีแดงฉาน ตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินไร้เมฆเป็พื้นหลัง พระอาทิตย์ร้อนแรง พื้นดินกับท้องฟ้าขั้นด้วยูเาหินสีดำ ไร้ซึ่งการเจริญเติบโตใด ๆ มันทั้งร้อน และแห้งแล้ง สันทรายเรียบกว้างไกลไม่มีที่สิ้นสุด โค้งไปมาเป็ลูกคลื่น ดูนุ่มนวล มันให้ความรู้สึกที่ ทั้งสวยงาม ทั้งว่างเปล่า และน่ากลัว ไปพร้อม ๆ กัน
อาณาจักรไพลิน เป็ภาพของูเาน้ำแข็งสูงเสียดฟ้าในในตอนกลางคืน เป็ความมืดที่ไม่มืด เพราะออโรร่าสีเขียวขลับม่วงไล่เฉดนั้นส่องสว่าง ส่งประกายเสริมกับแสงระยิบระยับของหมู่ดาวมากมายบนท้องฟ้า จนแทบไม่มีที่เหลือให้สีดำของความมืดมิดเลย ูเาน้ำแข็งลดหลั่นเล่นไฟราวกับเพชรเจียระไนที่ตั้งตระหง่านท้าทายความหนาวเย็น เทือกเขาด้านล่างวางสลับทับซ้อนกันอย่างบรรจงราวกับจับวาง และทะเลสาบน้ำแข็งที่สะท้อนรับกับแสงสี้านั้น ทำให้อาณาจักรแห่งนี้สวยงามมากขึ้นเป็สองเท่า มันสวยลึกลับอย่างน่าประหลาด ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ฉันสงสัยว่าตอนนี้อาณาจักรเ่าั้จะเป็ยังไง ั้แ่ราชินีใจร้ายเข้ามาครอบงำ อาณาจักรเ่าั้จะยังคงงดงามแบบในภาพวาดอยู่ไหม แล้วราชินีอยู่ที่ไหน... ทำไมเธอถึงรู้เื่ฉันไม่ได้ แล้วคำถามมากมายก็กลับมากวนใจฉันอีกครั้ง...
เสียงกระแอมของคุณอารัญ ดึงฉันให้ออกจากความสนใจภาพวาดบนเพดาน เขาเดินเข้ามาหา นั่งลงข้างๆ
และเนื่องจากความสงสัยในหัว ฉันจึงถามขึ้นมาก่อนที่เขาจะเอ่ยปากอะไร “ทำไมราชินีถึงรู้เื่ฉันไม่ได้คะ”
“หึ” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ “ภาคินบอกคุณสินะ” ท่าทางไม่ชอบใจที่ภาคินบอกเื่นี้กับฉัน
“อย่าตอบคำถามด้วยคำถาม แล้วบอกฉันมาเถอะค่ะ”
เขาถอนหายใจอย่างเสียมิได้ “เพราะการมีคุณที่นี่ มันผิดต่อสนธิสัญญาระหว่างผมกับราชินีอย่างร้ายแรง”
“เพราะอย่างนี้ใช่มั้ยภาคินถึงบอกให้คุณส่งฉันกลับไป!” ฉันโพล่งออกมา “ฉันแอบฟังคุณสองคนทะเลาะกัน” ฉันรู้ว่าการแอบฟังมันผิด แต่ฉันไม่รู้สึกผิด ไม่มีคำขอโทษจากปากฉัน
เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่พูดอะไร ได้แต่จ้องมองฉัน ถ้าฉันมองไม่ผิด ในแววตาของเขาดูเหมือนมีอะไรในใจที่ปิดบังอยู่
ฉันพูดต่อด้วยความคับข้องใจ “กฎของคุณไม่ยุติธรรมกับฉัน กฎที่ฉันไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ด้วยซ้ำ กฎที่ฉันต้องยอมเพราะฉันไม่มีทางสู้! คนที่ผิดคือพวกคุณ! เพื่อนของคุณที่บังเอิญไปอยู่ตรงนั้น!”
“เอวา... ผมขอให้คุณไว้ใจผม...”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณคิดอะไร ฉันไม่รู้ว่าคุณ้าอะไร ฉันไม่ไว้ใจคุณ!”
เขาคว้าข้อมือฉัน “ได้... ผมจะยอมเป็ผู้ร้ายในสายตาคุณ...” แล้วดึงฉันเข้าไปใกล้ “แต่จำไว้นะเอวา...”
ฉันพยายามดึงมือออก แต่สู้แรงเขาไม่ได้
“ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป…”
“ปล่อยฉันกลับไปเถอะนะคะ… ฉันขอร้อง…” ถึงจุดนี้ น้ำตามันก็ไหลออกมา “คุณจะเสี่ยงเก็บฉันไว้ทำไม ฉันไม่เข้าใจ...” สูดหายใจให้ลึก สงบสติอารมณ์ หลับตา ฉันไม่ได้อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันก็ไหลออกมาไม่หยุด
เขาปล่อยข้อมือฉัน แล้วย้ายมืออุ่นมาที่แก้มฉัน เช็ดน้ำตาให้ฉัน “ผมขอโทษ…” เสียงของเขาแ่เบา และััของเขานุ่มนวล อ่อนโยน
ฉันลืมตา มองเขา เหมือนถูกสะกด ฉันแทบจะลืมตัวยอมรับการปลอบประโลมนี้จากเขา แต่คนที่จับฉันมาจะเป็คนเดียวกันกับคนที่ปลอบโยนฉันได้อย่างไร ฉันกลั้นใจหันหน้าหนี ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และวิ่งหนีออกไปจากห้อง ออกไปจากเขา
ฉันรู้ว่าเขาจะโกรธ และไม่อนุญาตให้ฉันเข้ามาในห้องนี้อีกแล้ว…
……..
กลางดึกคืนนั้น ที่หน้าห้องอีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ ไกลจากห้องนอนของฉันพอสมควร
“เข้ามาสิมนุษย์” ภาคินรู้ว่าเป็ฉัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะได้เคาะประตู
ฉันค่อยๆ แง้มประตูเปิดออก และพาตัวเองเข้าไปในห้องของเขา ห้องของภาคินดูเรียบง่าย และค่อนข้างรก ภายในห้องตกแต่งในโทน ดำ เทา และน้ำตาล เตียงใหญ่สี่เสาของเขาเหมือนของฉันไม่มีผิด ต่างกันก็ตรงที่ ของฉันเป็เสาไม้แกะสลักสีขาวประดับผ้าม่าน แต่ของเขาเป็เสาเหล็กหนาดัดลาย เขานั่งอยู่ที่เก้าอี้สตูลหนังสีน้ำตาลตรงปลายเตียง ใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงนอนขายาวสบายๆ เหมือนเคย และหัวเปียกชุ่มเพราะเขาเพิ่งจะอาบน้ำสระผมเสร็จ
ฉันเดินตรงเข้าไปหยุดที่โต๊ะทำงาน ที่บนโต๊ะไม่มีอะไรเลยนอกจากโคมไฟอ่านหนังสือ ฉันหมุนเก้าอี้ที่มีผ้าขนหนูผืนหนึ่งพาดอยู่ หันออกมา แล้วนั่งลงช้าๆ เผชิญหน้ากับเขา
“ที่นายบอกให้คุณอารัญส่งฉันกลับไป มันหมายความว่ายังไง...”
“เธอมากวนฉันกลางดึกก็เพราะเื่นี้เองเหรอ” ภาคินประชด
“ทำไมนายถึงอยากให้ฉันกลับไป...” ฉันถามอีกครั้ง
เขาเบือนหน้าหนี “เพราะอารัญเชื่อว่าไม่มีปัญหาที่จะเก็บเธอไว้เป็ความลับ แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น ฉันมองว่าเธอคือความเสี่ยง”
“ถ้างั้น... ทำไมนายไม่ส่งฉันกลับไปด้วยตัวเองเลยล่ะ”
มุมปากยกขึ้น เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิง “นกน้อยไม่รักดี อยากจะบินออกจากกรงทองสินะ…” เขาชายตากลับมา “ใช่ ในทางเทคนิค ฉันส่งเธอกลับไปได้ง่ายๆ แต่มันไม่ใช่เื่ของฉันที่จะไปแทรกแซง มันเป็เื่ระหว่างเธอกับอารัญ”
“ฉันรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางที่คุณอารัญจะปล่อยฉันไปแน่ๆ นายช่วยส่งฉันกลับไปเถอะนะ อย่างน้อยก็เพื่อเห็นแก่มิตรภาพของเรา”
เขามองฉัน ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “กลับไปแล้วยังไง? ถึงเธอจะหนีไปสุดขอบโลก เธอคิดเหรอว่าอารัญจะตามหาเธอไม่เจอ ถ้าไม่ใช่อารัญที่ปล่อยเธอเป็อิสระ เธอก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากพันธสัญญานี้ได้หรอก”
เม้มปาก ก้มหน้าอย่างผิดหวัง “มันคือชะตากรรมของฉันสินะ...” เสียงของฉันแ่ปร่าอยู่ในลำคอ
ฉันยืนขึ้น หยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่หลังเก้าอี้ขึ้นมา แล้วโยนลงไปคลุมหัวเขา “นอนทั้งที่หัวเปียก เดี๋ยวก็เป็หวัดหรอก” แล้วฉันก็เช็ดหัวให้เขา
“นั่นมันเป็ความเชื่อที่ผิดนะ รู้มั้ย” เขาแย้ง แต่เขาก็ปล่อยให้ฉันเช็ดหัวให้จนเสร็จ
ผมสั้นของเขามักจะชี้ไปชี้มาและไม่ค่อยเป็ทรง ฉันเลยคิดไม่ถึงว่า ผมของเขาจะนุ่มลื่นและสุขภาพดีขนาดนี้ “ผมสวยเหมือนกันนะนายเนี่ย”
เขาหัวเราะ “ขอบใจ...”
“ฉันก็ขอบใจ ที่นายพูดกับฉันตรงๆ ฉันไม่กวนแล้ว ฝันดีนะ” ฉันเดินคอตกไปที่ประตู แต่ก็ยังไม่ทันที่มือของฉันจะเอื้อมถึงลูกบิดประตู เสียงของภาคินก็หยุดฉันไว้
“มีคนคนนึง ที่อาจจะทำให้อารัญเปลี่ยนใจได้”
สิ่งที่เขาพูดทำให้ฉันชะงัก และหันกลับมา “ใคร?”
“ท่านนักพรต ท่านเป็ผู้หยั่งรู้ และเป็อาจารย์ของฉันกับอารัญ ท่านอาจจะโน้มน้าว หรือมีเหตุผลอะไรบางอย่าง ที่ทำให้อารัญเปลี่ยนใจได้” เขาถอนหายใจ “จริงๆ แล้ว... ฉันตั้งใจจะไปหาท่านเพราะเื่นี้อยู่แล้วล่ะ”
“ขอฉันไปด้วยได้ไหม” ฉันรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้สตูลสีน้ำตาลปลายเตียง แล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน สองมือล้วงกระเป๋า “คืนวันพระจันทร์เต็มดวงที่อารัญไปหาราชินีรอบหน้า ให้เธอมารอฉันที่นี่” เขากระซิบกระซาบ ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
ฉันยิ้ม โผเขากอดเขา ด้วยความขอบคุณ “ขอบใจมากนะ”
เขากระแอม ทำตัวแข็งๆ สองมือยังคงอยู่ในกระเป๋า “แล้วอย่าเผลอไปบอกเื่นี้กับใครล่ะ อย่าทำเสียเื่เข้าใจมั้ย”
ฉันพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น “สบายใจได้ ฉันไม่มีใครให้บอกอยู่แล้วล่ะ ฉันอาจจะรักนายน้อยกว่าป้าแพมนิดนึง แต่นายเป็คนเดียวที่นี่ ที่ฉันไว้ใจมากที่สุดนะ”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนในหน้าของเขา เขาเปิดประตูห้องออก ผายมือออกไปนอกห้อง “กลับไปที่ห้องของเธอได้แล้วมนุษย์”
หลังจากคืนวันนั้น ฉันก็ไม่ค่อยจะเป็อันกินอันนอนซักเท่าไหร่ เพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับการจะได้ไปหาท่านนักพรต ส่วนคุณอารัญ ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองใดๆ ที่เรามีปากเสียงกันและฉันวิ่งหนีออกมาจากห้องสมุดในวันนั้น เขายังดีกับฉันเป็ปรกติ เหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่กลับเป็ฉันซะเองที่พยายามหลบหน้าหลบตาเขา
เย็นวันหนึ่งฉันแกล้งป่วย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงไปทานอาหารค่ำ แต่เขาก็ดันขึ้นมาดูอาการ แล้วจับได้ว่าฉันไม่ได้ป่วยจริง ประเด็นก็คือ ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขา ััของเขาในวันนั้น มันส่งผลกับฉันมาจนถึงวันนี้ มันเป็ความรู้สึกที่ขัดกันอย่างประหลาด ระหว่างสมองกับหัวใจ
ภาคินกับคุณอารัญทะเลาะกันเสียงดังในวันนั้นก็จริง แต่พวกเขาก็ดูเหมือนจะกลับมาเข้าใจกันดีได้อย่างรวดเร็ว ั้แ่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันเห็นเขาทั้งสองคนทะเลาะกัน เถียงกัน จนเป็เื่ปรกติ แต่ถึงภาคินจะรั้นยังไง เขาก็ยังให้ความเคารพคุณอารัญเสมอ ฉันรู้ว่าพวกเขาเป็ญาติกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นเป็แบบไหนกันแน่ ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของพวกเขาจะไม่ได้ดูแก่ไปกว่าฉัน แต่กับภาคิน บางครั้งคุณอารัญก็ดูเหมือนเป็พ่อ บางทีก็เหมือนเป็พี่ บางทีก็เหมือนเพื่อน และบางทีก็ดูเป็เหมือนเ้านาย แต่สิ่งที่ฉันรับรู้ได้อย่างชัดเจนก็คือ พวกเขารัก และผูกพันกันมาก จนฉันอดคิดไม่ได้ว่า กับนาเดียร์ก็คงจะไม่ต่างกัน และการตายของเธอจะทำให้พวกเขาเสียใจมากขนาดไหน และฉันก็เสียใจเช่นกันที่ทำให้เธอต้องตาย แต่ฉันก็ไม่เคยเลยที่จะคิดว่ามันเป็ความผิดของฉัน และพวกเขาก็ไม่เคยโทษฉันเช่นกัน
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·