ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่20 อํานาจของข้าวผัดไข่

    ผู้คนที่ได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงลางร้าย พวกเขาต่างรู้สึกเสียววูบไปโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกอยากวิ่งไปจากตรงนี้ซะเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนั้นเลย
    ไม่รู้ว่าทําไมพวกเขาถึงได้รู้สึกถึงลางร้ายเช่นนี้ หรือว่าจะมีอะไรร้ายแรงกําลังจะเกิดขึ้นกันนะ ?
    วันสิ้นโลกรึเปล่า ?
    ไม่ใช่แน่ๆ !
    ทว่าในตอนนั้นเองยูหมิงก็ผัดข้าวผัดไข่เสร็จแล้ว เขาไม่รอช้าที่จะใส่จานและซัดพวกมันออกไปทันที
    ฝูงชนที่ได้เห็นถึงกับผวาอย่างไม่รู้ตัว พวกเขาได้แต่มองไปยังจานสีขาวที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
    “ เฮ้ย ! หนีเร็ว ! ”
    “ ไอ้เชฟเชี่ยนี่มันเอาอีกแล้ว ! ”
    “ บัดซบ ! มันกะจะให้พี่ใหญ่คนนี้เลียอีกแล้วรึ ?! ”
    “ ไอ้เชฟเวรเอ๊ย ! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ ! ”
    “ อา…ฉันเป็นสาวสวยนะคะ คุณทําอย่างนี้ได้อย่างไร ? ”
    “ เวรแล้วไง ! ขืนหนีไม่ทันมีหวังได้ตวัดลิ้นร้อยท่าแน่ ! ”
    ทุกๆคนที่ได้เห็นจานสีขาวต่างพยายามหนีอย่างสุดชีวิต สําหรับพวกเขาจานใบนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากยมทูตเลย
    หากยืนรออยู่กับที่มีหวังต้องถูกฆ่าแน่…
    อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขานึกถึงรสชาติสุดลํ้าของข้าวผัดไข่ มันก็ทําให้พวกเขาอยากลิ้มลองมันอีกครั้ง จนขาทั้งสองข้างติดแน่นอยู่กับที่ไม่อยากก้าวออกไปไหนเลยล่ะ
    แม้ว่าจะอยากหนีให้พ้นมากแค่ไหนก็ตาม !
    “ เวรแล้วไง ขาฉันมันก้าวไม่ออก ”
    “ ขาเป็นเชี่ยไรเอาตอนนี้วะ สงสัยต้องเป็นเพราะไอ้ข้าวผัดไข่นั่นแน่ๆ ”
    “ อา…เมื่อฉันนึกถึงรสชาติของมันฉันรู้สึกว่าไม่อยากจากไปไหนเลย ข้าวผัดไข่มันกําลังเรียกร้องให้ฉันกินมันอีกครั้ง ! ”
    “ ฉันของสาปแช่งสวรรค์และเชฟเชี่ยนั่นที่ทําข้าวผัดไข่ได้อร่อยขนาดนั้น ! ”
    “ ถ้าหากพ่อคนนี้รอดจากการตวัดลิ้นครั้งนี้ไปได้ พ่อจะทําให้โลกต้องจดจําถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ! ”
    “ … ”
    ยูหมิงยิ้มจางๆและยืนมองดูสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ “ เท่านี้คนพวกนี้คงหายโกรธฉันแล้วล่ะมั้ง ? ” เขารู้ดีว่าเสียงโหวกเหวกโวยวายในตอนนี้เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น
    แต่ในใจของคนเหล่านี้คงกําลังสรรเสริญเขาอยู่เป็นแน่ !
    ในไม่ช้าผู้คนทั้งหนึ่งร้อยคนที่อยู่ด้านล่างก็ลงมือตวัดลิ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน บางคนถึงกับงัดท่วงท่าพิสดารแปลกใหม่ออกมา
    สําหรับพวกเขาในตอนนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากการรบเลย มีแต่ต้องงัดเทคนิคหรือหยิบยืมคนรอบข้างเท่านั้นถึงจะสามารถเลียข้าวผัดไข่ได้หมดจาน 
    ผู้คนที่ไม่ต้องร่วมศึกก็ได้แต่มองดูด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดต่างเหวอและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น
    เมื่อกี้ก็ทีหนึ่งแล้ว นี่ยังจะเอากันอีกเรอะ พวกคุณไม่อายบ้างเลยรึไง มันก็แค่ข้าวผัดไข่เท่านั้น ทําไมถึงต้องทุ่มทุนสร้างขนาดนี้ด้วย ?
    ต่อมาคนที่มาถึงรอบๆนี้ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ 
    “ พวกเขาทําบ้าอะไรกันฟะน่ะ ?! ” 
    “ น่าด้านชิบ ! ”
    “ กินเหมือนหมาอย่างนี้ไม่อายกันเหรอไง ? ”
    …
    ภายในภัตตาคารบัวสวรรค์ ในเวลานี้ทุกๆคนต่างตื่นนอนกันหมด หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานยืนมองหน้ากัน 
    “ เกิดอะไรขึ้น ?! ทําไมเช้าตรู่อย่างนี้ข้างนอกถึงได้เสียงดังนักล่ะ ? ” เชฟเจิ้งฝานพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
    เพราะทุกๆเช้า แถวๆนี้จะไม่เสียงดังกันขนาดนี้ วันนี้ทําไมถึงได้เสียงดังนักล่ะ หรือว่าจะมีงานเทศกาลอะไรที่พวกเขาไม่รู้ ?
    “ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ลองออกไปดูกันซักหน่อยเถอะ ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวส่ายหัวด้วยความช่วยไม่ได้
    “ หัวหน้าคะ แย่แล้วค่ะ ตอนนี้ของในห้องครัวบางส่วนได้หายไปแล้วค่ะ ! ” ฮั่นเสี่ยววิ่งมาด้วยท่าทางแตกตื่น ใบหน้าของเธอดูตกใจสุดขีด ในตอนที่เธอตื่นขึ้นมาเธอก็ลงไปข้างล่าง แต่เมื่อเธอพบว่ามีของจํานวนมากหายไป เธอจึงรีบวิ่งมาแจ้งทั้งสองคนโดยเร็ว
    “ อะไรนะ ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานต่างอุทานออกมาด้วยความช็อค
    ของหาย ? หรือว่าจะมีคนขโมยไปกัน ?
    “ เราดูเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกก่อนแล้วกัน ส่วนเรื่องของค่อยว่ากันหลังจากนี้ ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวตัดสินใจวางเรื่องของที่หายไปลงไปก่อน เพราะยังไงมันก็หายไปแล้ว จะไปตามหาที่ไหนได้ล่ะ ?
    เชฟเจิ้งฝานและฮั่นเสี่ยวพยักหน้าเห็นด้วย ในไม่ช้าพวกเขาก็ลงมาชั้นหนึ่งและเปิดประตูร้าน แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นข้างนอก พวกเขาก็ต้องขยี้ตาด้วยความไม่อยากเชื่อ
    คนพวกนั้นกําลังทําบ้าอะไรอยู่ ?
    พวกเขาตวัดลิ้นอย่างนั้นกันทําไม ?
    ยิ่งไปกว่านั้นเลยทําไมใบหน้าของพวกเขาถึงดูจริงจังและมีความสุขนักล่ะ ?
    “ หัวหน้า ! นั่นมันข้าวผัดไข่ของน้องชายยูไม่ใช่เหรอคะ ! ” ฮั่นเสี่ยวโพล่งออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเธอสังเกตเห็นถึงข้าวผัดไข่ที่อยู่ในจานของคนเหล่านั้น
    หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานก็ประหลาดใจเช่นกัน พวกเขามองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินออกไปข้างนอกและมองดูต้นตอที่ทําให้คนเหล่านั้นเป็นแบบนี้
    อย่างน้อยต้นตอนั่นคงไม่พ้นยูหมิงคนหลงตัวเองคนนั้นเป็นแน่ !
    ในไม่ช้าสายตาของพวกเขาก็มองตามสายตาของทุกคนไปบรรจบลงบนร่างของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้า
    ซึ่งสายตาของทุกคนล้วนฝังประกายความโกรธแค้นเอาไว้ พวกเขาโกรธแค้นเป็นอย่างมากที่ชายหนุ่มคนนี้ทําให้พวกเขาต้องทําอะไรที่น่าอับอายแบบนั้นถึงสองรอบ
    สองรอบ !
    สองรอบเชียวนะ ! แค่หนึ่งรอบก็จะบ้าตายอยู่แล้ว แต่นี่พวกเขาต้องทําถึงสองรอบ ช่างน่าอับอายเกินไปแล้ว !
    ชายหนุ่มคนนี้สมควรตาย !
    “ เป็นเขานี่เอง ! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว เชฟเจิ้งฝาน ฮั่นเสี่ยว รู้ได้ทันทีเลยว่าของในครัวหายไปไหน ที่แท้มันก็อยู่กับยูหมิงนี่เอง
    พวกเขามองเห็นของที่หายไปได้อย่างชัดเจน ซึ่งยูหมิงก็คือคนที่นํามันไปใช้ 
    แต่อะไรกันที่ทําให้ทุกคนที่อยู่รอบๆนี่ถึงกับต้องกินข้าวผัดไข่ด้วยการตวัดลิ้น ?
    ทําไมไม่ใช้ช้อนซะล่ะ ?
    “ พวกคุณมองผมด้วยท่าทางแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไร ? หรือว่าจะยังกินไม่พอ ? ก็ได้ ! ครั้งนี้ผมจะทําให้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ” ยูหมิงเห็นว่าสายตาที่มองมายังเขามันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น 
    แค่กินข้าวผัดไข่มันจะโกรธแค้นขนาดนั้นได้ยังไง ไม่ใช่เรื่องอย่างการฆ่าแกงกันซักหน่อย พวกเขาต้องจงใจทําเพื่อเรียกร้องความสนใจแน่ๆ
    ก็ได้เขาจะจัดให้ แต่นี่จะเป็นหนึ่งร้อยจานสุดท้ายแล้ว เพราะจานที่เหลือมันก็มีเพียงเท่านี้แหละ เขาขี้เกียจเดินลงไปหยิบมาเพิ่ม !
    “ บัดซบ ! นี่แกยังทําให้พวกเราอับอายไม่พออีกเรอะ ? ” ชายคนหนึ่งที่เป็นผู้โชคดีได้ร่วมรบศึกตวัดลิ้น เขาสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ใบหน้าของเขาแดงกรํ่าเพราะเลือดขึ้นหน้า 
    จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง ?
    เขาต้องไปทํางานนะ ไหงเขาถึงถูกดึงเข้ามาร่วมศึกที่แสนอับอายนี้ด้วย !
    ถัดจากเสียงของชายคนนั้นก็ตามมาด้วยเสียงคนอื่นๆอีกมากมาย ทุกๆเสียงล้วนบ่งบอกถึงความโกรธที่มีได้ดี
    พวกเขาในตอนนี้กลัวว่าชายหนุ่มจะเริ่มผัดข้าวผัดไข่อีกครั้ง ซึ่งมันจะทําให้พวกเขาต้องออกศึกตวัดลิ้นอีกครั้งด้วยความอับอาย
    ถึงในตอนนี้พวกเขาจะอยากจากไปจากที่นี่ก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงรสชาติของข้าวผัดไข่สุดลํ้า มันก็ทําให้พวกเขาไม่สามารถลืมและจากไปได้ง่ายๆ
    ต้องบอกว่าในตอนนี้ถึงพวกเขาจะโกรธชายหนุ่มมากแค่ไหน แต่ในเวลาเดียวกันนั้นพวกเขาก็อยากกินข้าวผัดไข่ที่ชายหนุ่มทําออกมาเช่นกัน
    ความต้องการของร่างกายนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะห้ามมันได้เลย ทุกๆครั้งที่ชายหนุ่มมีท่าทีจะเริ่มผัด ร่างกายของพวกเขาก็จะหยุดชะงักตรึงเอาไว้กับที่ราวกับมันต้องการที่จะบ่งบอกว่า…
    อย่าไป ! นี่คือสิ่งที่จะเติมเต็มชีวิตของเจ้า !
    มันเลยทําให้พวกเขาโกรธแค้นชายหนุ่มที่ทําข้าวผัดไข่สุดลํ้าขนาดนั้นเป็นอย่างมาก ในเวลานี้ร่างกายของพวกเขาเสมือนถูกชิงไปแล้วโดยชายหนุ่ม !
    แค่ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะเริ่มผัดอีกครั้ง ร่างกายมันก็ตั้งหน้าตั้งตาหยุดนิ่ง เฮ้อ…นี่มันอํานาจของข้าวผัดไข่ชัดๆ !
    พวกเขาต้องกลับไปตวัดลิ้นด้วยความเร็วดุจสายฟ้าอีกครั้งสินะ ?