“ขอต้อนรับสู่ดินแดนเวทมนตร์”มาลีน่าเอ่ย ในที่สุดพวกเธอก็มาถึงที่หมาย “เธอน่าจะได้เห็นหน้าตัวเองนะใละสิท่า” มาลีน่าพูดพลางขำเล็กน้อยกับอากัปกริยาของเด็กสาวถึงแม้จะมองไม่เห็นดวงตาของเธอ แต่มาลีน่าก็พอจะเดาได้ว่าดวงตาภายใต้แว่นตาของเธอนั้นตื่นตะลึงขนาดไหน“ที่นี่คือเมืองเพกาซิลเวียจะ เป็เมืองหลวงของประเทศเพกาซิลว่า”
เมวิสกำลังคิดว่าʻเขาตั้งชื่อเมืองหลวงง่าย ๆ ดีเหมือนกันแฮะ ʼ
เธอมองไปที่มหานครซึ่งมีตึกมากมาย มีตึกหลากหลายสีขนาดใหญ่ที่ถูกหุ้มไว้ด้วยเถาวัลย์เมืองทั้งเมืองชุกชุมไปด้วยต้นไม้หลากพันธุ์ ซึ่งผสมผสานกันได้ดีระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยและธรรมชาติมีเกาะลอยฟ้าซึ่งมีน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาที่เมืองเชื่อมเกาะทั้งสองไว้มีสายรุ้งพาดผ่าน การจราจรของเกาะแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่ขี่ไม้กวาด รถมอเตอร์ไซด์รถยนต์ รถบัส รถไฟ พาหนะทั้งหมดไม่ได้แล่นอยู่บนพื้นดินเท่านั้นแต่ลอยเหาะอยู่บนท้องฟ้าด้วย
มาลีน่าหยิบรถคันเล็กออกมาเธอเสกคาถาขยายขนาดและรถก็กลับมามีขนาดปกติ เมวิสคิดว่าเธอไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่มั้ยเธออยู่ในดินแดนเวทมนตร์จริง ๆ
“ขึ้นมาสิจ๊ะถ้าเรารีบหน่อยคงไปซื้อของทั้งหมดได้ทันภายในวันนี้นะ” มาลีน่ากล่าว
เมื่อทั้งสองขึ้นรถแล้วมาลีน่าก็กดปุ่มบางอย่าง เกิดเสียงดังขึ้นในกลไกลของรถ รถลอยตัวขึ้น และทะยานมุ่งสู่เมืองมาลีน่าอธิบายว่าใต้พิภพของเมืองมีแหล่งพลังเวทมนตร์วิเศษที่ใช้เป็แหล่งพลังงานของอุปกรณ์เวทมนตร์หลายอย่างรวมทั้งยานพาหนะทุกชนิดเครื่องมือเวทมนตร์จะติดตั้งอุปกรณ์พิเศษที่สามารถรับพลังงานนั้นได้ สามารถใช้พาหนะเวทย์มนตร์ไปนอกเกาะได้เช่นกันแต่นอกเขตเกาะจำเป็ที่จะต้องใช้กล่องแบตเตอรี่วิเศษซึ่งชาร์ตพลังงานเวทมนตร์เอาไว้เธอบอกว่ามันสิ้นเปลืองมาก เพราะราคามันไม่ใช่ถูก ๆ เลย เทียบไม่ได้เลยกับราคาน้ำมันในโลกของพวกดีเซอร์
มาลีน่าขับรถยนต์วิเศษพาเมวิสไปที่ย่านการค้าย่านการค้าในโลกเวทมนตร์ดูแปลกตามากสำหรับเมวิส มีสินค้าแปลกประหลาดขายมากมาย อาทิเช่นลูกแก้วพยากรณ์ หมวกสะกดจิตที่ทำให้ผู้สวมใส่เคลิบเคลิ้ม อุปกรณ์ปรุงยาคาถาต่าง ๆ ไม่ใช่แค่เหล่าพ่อมดแม่มด แต่มีทั้งสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เมวิสไม่รู้จักเต็มไปหมด เอลฟ์ คนแคระก็อปบลิน และมีชาวเงือก ที่ใช้พลังเวทมนตร์บางอย่างทำให้พวกเขาแหวกว่ายอยู่ในอากาศได้เสียงผู้คนและเสียงร้านค้ารอบ ๆ จัตุรัสดังเซ็งแซ่ มีการแสดงถนนคนเดินเรี่ยรายเงินโดยการเสกพลุไฟวิเศษที่จะกลายเป็รูปสัตว์วิเศษต่าง ๆ สร้างความครื้นแครงให้ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมา
“ไหน ๆ เธอ้าอะไรบ้างนะสำหรับนักเรียนปีหนึ่ง” มาลีน่าพูดพลางหยิบสมุดจดบันทึกที่เขียนรายละเอียดสิ่งที่จำเป็สำหรับนักเรียนเวทมนตร์ปีหนึ่งแต่เหมือนเธอก็เอะใจนึกเื่สำคัญออก
“เอ๊ะจริงสิเธออายุเท่าไหร่กันนะ ปีนี้” มาลีน่าถามขึ้น
เมวิสส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าตัวเองอายุเท่าไหร่
“A-e-tas-lo-si-ta” เมลีน่าร่ายคาถาใส่ตัวเมวิส จู่ ๆก็มีลำแสงสีขาวพุ่งออกมาจากตัวของเธอ และตามมาด้วยตัวอักษรที่เขียนว่า “4214 วัน 19 ช.ม. 27 นาที” ปรากฏขึ้นบนหัวของเมวิส
มาลีน่าเสกลูกคิดขึ้นมาคำนวณตัวเลขบนอากาศ“ถ้าดูตามปฏิทินโลกเวทมนตร์ตอนนี้ เธออายุ 14 ปี และวันเกิดของเธอคือวันที่ 28 เมษายนปีศักราชเวทมนตร์ 1798”
เมวิสสงสัยว่าจะมีคาถาแสดงจำนวนวันที่จะมีชีวิตอยู่ก่อนตายหรือไม่ซึ่งเธอก็ไม่ได้ถามออกไป
“อ๊ะ! พอดิบพอดีเลย นักเรียนปีหนึ่งจะต้องมีอายุ 14 ปี ซึ่งนี่ตรงกับเธอเลยจะ สาวน้อย”
มาลีน่าพาเมวิสไปซื้อของใช้จำเป็ต่างๆ ไม้กายสิทธิ์ หนังสือเรียน หม้อปรุงยา เครื่องแบบนักเรียน และของใช้จำเป็ส่วนตัวอื่นๆ หลังจากพาเมวิสไปทานมื้อเย็น เธอก็พาเมวิสไปส่งที่โรงแรม
“เอาล่ะเราได้ของที่จำเป็ครบแล้ว นี่เป็ตั๋วเดินทางของเธอเอากระเป๋าสัมภาระทั้งหมดไปฝากที่เ้าหน้าที่ก่อนเวลาเดินทางอย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมงนะโรงแรมนี้ใกล้สถานีมาก เดินไปก็คงไม่มีปัญหาอะไรนะจ๊ะ”
“คุณมาลีน่าคะ ก่อนหน้านี้หนูมั่นใจมากว่าคุณพูดถึงสัตว์เลี้ยงประจำตัวนักเรียน เพราะต้องใช้ในวิชาแปลงร่างด้วยหนิคะ” เมวิสทักท้วงขึ้น
“เื่นั้นฉันจัดการไว้ให้เรียบร้อยแล้วจะ เป็เซอร์ไพรส์ของขวัญวันเกิดจากฉันน่ะ”
“ขอบคุณค่ะแต่คุณจะไปแล้วเหรอคะ”
“ใช่จะ ฉันมีเื่ที่ต้องทำอีกเยอะเลยก่อนเปิดภาคเรียนในวันมะรืนนี้และงานต้อนรับนักเรียนใหม่ในวันพรุ่งนี้ด้วยตอนนี้เธอเหมือนเป็นักเรียนทุนของโรงเรียนแล้ว ฉันคาดหวังในผลการเรียนของเธอนะแล้วถ้าเจอฉันที่โรงเรียน ฉันอยากให้เธอเรียกฉันว่า ศาสตราจารย์มาลีน่า ด้วยนะจ๊ะ เื่เนตรต้องคำสาปทางที่ดีเธอควรเก็บเป็ความลับไว้ ห้ามบอกใครเป็อันขาด แล้วก็เดินทางบ่าย 2 โมงอย่าไปสายล่ะ โชคดีนะจ๊ะ”
มาลีน่ากล่าวกับเมวิสอย่างใจดีก่อนที่เธอจะหันหลังกลับ
“เดี๋ยวค่ะ ขอบคุณที่ช่วยหนูนะคะศาสตราจารย์” เมวิสเรียกเธอไว้ พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างที่สุด มาลีน่าเหมือนผู้มีพระคุณที่มาเปลี่ยนชีวิตของเธอฉุดเธอขึ้นจากหลุมอันดำมืด ราวกับชี้แสงสว่างให้ชีวิตเธออีกครั้งเมวิสคิดว่าเธอจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้เป็อันขาด
มาลีน่าหันกลับมายิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป
เมวิสเริ่มนำของที่ซื้อมาสำรวจดูอย่างละเอียดอีกครั้งเธอลองหยิบชุดเครื่องแบบนักเรียนมาสวมใส่ ชุดกระโปรงสีดำเทาเสื้อเชิ้ตตัวในสีดำ มีเนคไทสีเทา เสื้อคลุมตัวนอกสีเทาแขนยาวทรงกระดิ่งมีระบายตัดเย็บอย่างประณีตสองชั้นที่่ข้อมือ มีลวดลายสีทองตัดกับชุดทำให้เสื้อผ้าดูมีลูกเล่นตรงหน้าอกข้างขวามีโลโก้ของโรงเรียน ลิเบอร์ลิเทีย ซึ่งเป็อักษร LB ปิดท้ายด้วยผ้าคลุมสีเทาตัวใหญ่ เธอหมุนตัวอยู่หน้ากระจกสำรวจตัวเองอย่างร่าเริง
เธอหยิบหนังสือเรียนเวทมนตร์ที่เขียนหน้าปกว่าตำราคาถาพื้นฐาน 1 เธอเปิดดูเนื้อหาในหนังสือ สายตาของเธอเลื่อนไปพบคำว่าʻคาถาจุดแสงสว่างจากปลายไม้กายสิทธิ์ʼ เธอลองออกเสียงตาม“Lux-xi-rius” เธอพูด ไม่รีรอที่จะได้ลองคาถาใหม่เธอแกะไม้กายสิทธิ์ออกมาจากกล่องอย่างตื่นเต้น
“Lux-xi-rius” เธอร่ายคาถาพลางสะบัดไม้กายสิทธิ์เบา ๆแต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“Lux-xi-rius”เธอลองร่ายคาถาหลายครั้งแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
“Lux-xi-rius” เธอรวบรวมสมาธิ ร่ายคาถาซ้ำอีกครั้งพลางสะบัดไม้กายสิทธิ์แรงขึ้นทันใดนั้นหลอดไฟที่ห้อยอยู่บนเพดานก็แตก ตามมาด้วยเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั้งชั้นเธอค่อย ๆ เปิดประตูและชะเง้อคอออกมานอกห้องทำให้ได้ยินเสียงบ่นเซ็งแซ่เื่ที่ไฟฟ้าดับกระทันหันไปทั้งชั้นที่เธออยู่ ʻการเสกคาถาที่ง่ายที่สุดในบทเรียนของเด็กปี1 คงไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดสินะ เมวิสʼ แต่อย่างน้อยวันนี้ เธอก็ได้รู้ว่าเธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้จริงๆ