ร้านอาหารที่ปาสคาลพาวริษฐามาดินเนอร์ เป็นร้านอาหารที่อยู่ชั้นที่แปดสิบสองของโรงแรมเซ็นเตอร์แลนด์มาร์ค มิลาเคิล ซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาว ที่เศรษฐี มหาเศรษฐี นิยมมาดื่มกิน ณ ที่ร้านอาหารแห่งนี้ เพราะทั้งรสชาติอาหารอร่อย เลิศหรู ทั้งวิวทิวทัศน์มุมสูงที่มองเห็นก็สวยงามมากมาย
“ที่นี่วิวสวยมากเลยนะคะ”
วริษฐาเปล่งเสียงหวานๆพูดกับปาสคาล โดยที่ดวงตากลมโตคู่สวยมองดูวิวข้างล่าง ที่เห็นตึกรามบ้านช่อง ต้นไม้ รถราที่วิ่งกันขวักไขว่ไปมา มีขนาดเล็กจิ๋วมาก และยังเห็นไฟแสงสีระยิบระยับในช่วงเวลาค่ำคืนอย่างนี้ ซึ่งพอมองดูก็ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ แต่อย่าได้ไปเห็นใกล้ๆ เชียว เพราะจะเห็นแต่ความหนาแน่น แออัด วุ่นวายไปหมด
“ใช่สวยมากจริงๆ”
ปาสคาลยื่นมือใหญ่มาสวมกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ขณะที่ปากของเขาพูดเห็นด้วยกับคำพูดของวริษฐา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่ได้มองไปที่วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจับจ้องมองที่ดวงหน้าหวานซึ้งตาไม่กะพริบ คำพูดที่ชายหนุ่มตัวโตบอกว่าสวย แท้ที่จริงแล้วเขาไม่ได้พูดถึงวิวทิวทัศน์ที่วริษฐากำลังมองดู
“ขออนุญาตค่ะ เครื่องดื่มของคุณลูกค้าค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
พนักงานร้านอาหารเดินเข้ามาใกล้ๆ กับปาสคาลและวริษฐา ก่อนจะกล่าวขออนุญาตอย่างสุภาพ เพื่อทำการเสิร์ฟเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะรับประทานอาหารในเวลาต่อจากนี้
ปาสคาลและวริษฐาละสายตาจากวิวทิวทัศน์ข้างนอก หันกลับมาหาพนักงานร้านอาหาร คนทั้งสองยื่นมือไปรับแก้วแชมเปญมาถือไว้ในมือ พร้อมกับกล่าวขอบคุณพนักงานร้านอาหารไปพร้อมๆ กัน ก่อนที่ปาสคาลจะยื่นแก้วแชมเปญของตัวเอง ชนกับแก้วแชมเปญของวริษฐา
“เชียส์......”
“เชียส์ค่ะ”
ปาสคาลพูดโดยที่ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล จับจ้องมองอยู่ที่ดวงตากลมโตคู่สวย เธอมองสบตากับเขาอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะหลุบสายตามองแก้วแชมเปญที่ถืออยู่ในมือ แล้วจึงยกแก้วแชมเปญที่ถืออยู่ในมือขึ้นดื่ม
ด้วยความที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ประกอบกับเธอไม่ใช่คนสันทัดในเรื่องเครื่องดื่มมึนเมาสักเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยดื่มเลย พอดื่มเข้าไปจึงทำให้รู้สึกร้อนวาบไปทั่วท้อง ใบหน้าสวยหวานก็เห่อแดงระเรื่อขึ้นมาโดยพลัน
“นี่อย่าบอกนะว่าคุณเมาแล้วน่ะ เคยดื่มหรือเปล่า?”
“เคยสิคะ... แต่นานๆ จะดื่มที อีกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย พอดื่มเข้าไปก็เลยรู้สึกเมาง่าย”
ปาสคาลขมวดคิ้วเข้มหนาเข้าหากันอย่างสงสัย ที่เห็นใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อแบบนี้ เขาเอ่ยถามตามความสงสัยที่เกิดมีขึ้น วริษฐาจึงพูดเสียงสูงขึ้นมา บอกถึงสาเหตุที่เธอเมาง่ายดายให้เขารับรู้
เพราะความจริงก็เป็นไปตามนั้นนั่นแหละ ปกติเวลาเธอทำงานร้องเพลง เธอไม่ค่อยดื่มอยู่แล้ว หากดื่มกลัวว่าจะไม่สามารถป้องกันและปกป้องตัวเองได้
“ถ้าอย่างงั้นเราไปกินข้าวกันเลยแล้วกัน”
ปาสคาลเห็นด้วยกับที่วริษฐาบอก เพราะทั้งเขาและเธอก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องกันเลย ดื่มไปกันก่อนอย่างนี้ ย่อมทำให้เมาได้ง่ายเป็นธรรมดา ยิ่งคนที่นานๆดื่มทีด้วยแล้ว ก็ยิ่งเมาได้อย่างง่ายดาย เขาจึงพูดตัดจบ เพื่อไปที่โต๊ะอาหาร โดยเขาหันไปบอกแก่พนักงานร้านอาหารให้ทราบ
“อุ๊ย!!!!!!......”
“โอ๊ะ!!... ขอโทษครับ อ๊ะ!... คุณนั่นเอง วันนี้ไม่ได้ร้องเพลงเหรอครับ?”
ในจังหวะที่ปาสคาลพูดกับพนักงาน ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาชนวริษฐา ซึ่งไม่รู้ว่าจงใจหรือเพราะไม่ทันมอง เธอร้องอุทานออกมาเบาๆ ชายคนดังกล่าวจึงหันมาขอโทษขอโพย และก็ต้องตาพราว คลี่ยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองชนเป็นนักร้องที่ร้องเพลงอยู่ที่บาร์ที่เคยไปบ่อยๆ
“ไม่ค่ะ ไม่ได้ร้องเพลงค่ะ”
วริษฐายิ้มบางๆ พร้อมกับตอบคำถาม เธอจำผู้ชายคนนี้ได้ เขาเป็นลูกค้าที่ไปเที่ยวบาร์ที่เธอร้องเพลงอยู่บ่อยๆ ผู้ชายคนนี้เคยเสนอเงินให้เธอด้วย เพื่อไปไหนต่อไหนกับเขา แต่เธอปฏิเสธข้อเสนอนั้นของผู้ชายคนนี้ไปแทบทุกครั้ง
“รู้จักกันเหรอ?”
และในตอนนั้นเอง ปาสคาลหันมาเห็นจึงเอ่ยถามขึ้น ด้วยน้ำเสียงติดดุ มือใหญ่ยื่นมาโอบเอวบางเอาไว้ อย่างเป็นการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่
๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐