สวัสดีครับ ผมเวย์ติณ ครับ เป็ลูกครึ่งไทยอเมริกัน อายุ 30 ปี ผมเป็ตำรวจสากลประจำการอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่อเมริกา ผมได้รับหมอบหมายให้มาประสานงานกับตำรวจท้องที่ในประเทศไทยเพื่อจัดการคดีค้าประเวณีข้ามชาติ ที่ได้ข่าวมาว่ามีการล่อลวงผู้หญิงไทยไปขายในต่างประเทศเป็จำนวนมาก เพราะผมค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการตำรวจสากล ดังนั้นการมาในประเทศไทยของผมครั้งนี้จึงต้องเก็บเป็ความลับเพื่อไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว ขนาดพ่อกับแม่ของผมอยู่ในประเทศไทยผมยังไม่สามารถไปสวัสดีพวกท่านได้เลย เพราะผมต้องป้องกันการที่เป้าหมายจะรู้จุดอ่อนผม และใช้จุดอ่อนเ่าั้เพื่อเล่นงานผมแทน ผมจึงต้องไปเช่าบ้านในสลัมเล็กๆแห่งหนึ่งอยู่ เพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจ
สายข่าวของผมรายงานมาว่างานเลี้ยงฉลองการกุศลคืนนี้ที่บ้านของคุณหญิงปาริฉัตร ซึ่งความจริงแล้วแฝงไปด้วยการเกณฑ์เหล่านักธุรกิจหนุ่มหรือทายาทเศรษฐีมากมายมาให้คุณหนูลูกสาวของคุณหญิงเลือกต่างหาก ตอนแรกที่ผมรู้จุดประสงค์ของงานผมก็แอบงงๆอยู่ว่าบ้านนี้เขาคิดว่าลูกสาวเขาเป็เ้าหญิงหรือยังไงกัน แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะสิ่งที่ผมสนใจคือในงานเลี้ยงนี้มีเป้าหมายของผมไปแฝงตัวอยู่ในนั้นด้วยต่างหาก คืนนี้ผมจึงต้องปลอมตัวเป็คนเก็บขยะเพื่อเข้าไปแฝงตัวงานในคืนนี้
ผมเข้ามาในงานด้วยสภาพที่มอมแมนใส่เสื้อผ้าขาดวิ่นหัวกระเซ้อกระเซิง มันก็ต้องเล่นให้สมบทบาทเพื่อความสมจริงจะได้ไม่เป็เป้าสายตา ผมทำทีมานั่งรอเพื่อเก็บขยะอยู่ที่พุ่มไม้ แต่สายตาของผมนั้นจ้องมองหาแต่เป้าหมาย และแล้วผมก็เจอผู้ต้องสงสัย เขาคือเอเชี่ยน เอเชี่ยนมีชื่อเสียงในวงการค้าผู้หญิงว่าเป็นกต่อในประเทศไทย แต่พวกผมก็ไม่มีหลักฐานมากพ่อที่จะเอาผิดมันได้และสาวตัวไปถึงเ้านายของมัน ผมจึงต้องมาหาและรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดมัน
ในขณะที่ผมกำลังนั่งสังเกตุการณ์ของนายเอเชี่ยนอยู่ จู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวดี เหมือนจะเป็แขกในงาน หน้าตาสวยหวานตามสไตล์เอเชีย บวกกับชุดที่เธอใส่สวยราวกับเ้าหญิงที่หลุดออกมาจากในนิยาย ทำเอาผมเคลิ้มไปชั่วขณะ แต่พอเธอพูดออกมาแค่นั้นแหละ ความสวย ความหวานความน่ารักเมื่อสักครู่ก็มลายหายไปในทันที
“นายน่ะ มานี่หน่อย” เธอสั่งผมเสียงแข็งอย่างถือตัว ทั้งที่เราไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อกัน ดูแล้วก็คงจะเป็พวกคุณหนูเอาแต่ใจที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูแบบตามใจมาั้แ่เด็กจนเคยตัว ถึงได้มาทำกริยาเสียมารยาทกับคนอื่นแบบนี้ แล้วผมสนใจซะที่ไหน เพราะเหตุผลที่ผมมาที่นี่มีอยู่เื่เดียว และผมก็ไม่อยากสนใจเื่อื่น
แต่เธอก็ยังไม่เลิกราวีผม แถมยังจะพาผมไปหาคุณหญิงปาริฉัตรอีก ตอนนี้ผมกำลังตกเป็เป้าสายตาของคนทุกผู้ที่อยู่ในงานนี้ และเธอก็กำลังจะทำให้แผนการทั้งหมดของผมเสีย ไม่ได้การละ ผมต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่ไอเอเชี่ยนจะรู้ตัว
Palmy talk
ฉันชื่อ ปารมี เรียกสั้นๆว่าปาล์มมี่ ฉันเป็ลูกสาวคนเดียวของคุณแม่ปาริฉัตรและคุณพ่อปรมินทร เชื้อชาติไทยล้วนๆไม่มีอย่างอื่นผสม ฉันอายุ 25 ปี เพิ่งเรียนจบโทจากอังกฤษ และเพิ่งกลับมาอยู่ที่บ้านได้ 2 สัปดาห์ แต่แล้วคุณแม่ก็มาสั่งให้ฉันแต่งงาน ทั้งๆที่ฉันเพิ่งเรียนจบ ยังไม่ทันได้เริ่มทำงานเลยด้วยซ้ำ ฉันยังไม่ได้พักผ่อน พักกายพักใจ ยังไม่ได้ท่องเที่ยวอย่างอิสระ ฉันยังไม่อยากมีภาระ
“แม่้าให้ลูกแต่งงาน แม่อยากมีหลาน แม่แก่แล้ว อยากมีหลานไว้สืบสกุลและแม่ก็อยากให้ลูกเป็ฝั่งเป็ฝา มีคนมาคอยดูแล แม่จะได้หมดห่วง” คุณแม่พูดความ้าของตัวเองให้ฉันฟังอย่างชัดเจน
“แต่ปาล์มยังไม่พร้อม ปาล์มยังไม่ได้เที่ยว ยังไม่ได้ทำตามความฝัน ยังมีอีกหลายๆอย่างที่ปาล์มอยากทำ” ฉันร่ายรายการสิ่งที่ฉัน้าให้คุณแม่ฟังแต่คุณแม่ไม่ฟัง แถมยังพูดขัดฉันขึ้นมาอีก
“ที่ผ่านมา พ่อกับแม่ตามใจหนูมาตลอด แต่วันนี้แม่จะไม่ตามใจลูกอีกแล้ว ลูกต้องทำตามที่แม่สั่ง” คุณแม่พูดเสียงเรียบ ทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถขัดคำสั่งท่านได้ แต่ฉันยังไม่อยากแต่งงานนี่ เื่แต่งงานมันเป็เเื่ใหญ่สำหรับชีวิต ฉันก็อยากจะเลือกคนที่ฉันจะฝากชีวิตไว้ด้วยด้วยตัวเอง และความรักความผูกพันมันไม่ใช่จะแค่สบตากันปิ๊งๆแล้วรักกันเลย ไหนๆ ถ้าจะแต่งงาน ฉันก็อยากแต่งกับคนที่ฉันรักเขา แล้วเขาก็รักฉันด้วยความจริงใจ
“คืนนี้ แม่จัดงานเลี้ยงเต้นรำการกุศลเพื่อให้หนุ่มๆนักธุรกิจทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า แล้วก็เหล่าลูกๆของมหาเศรษฐีมากหน้าหลายตามาให้ลูกเลือกเต้นรำ เผื่อลูกจะถูกใจใคร” แม่พูดด้วยความปราบปลื้มใจ แต่ฉันเนี่ยสิหนักใจ ก็ฉันไม่อยากเลือกใครทั้งนั้น ฉันไม่พร้อมที่จะแต่งงานตอนนี้ คอยดูเถอะ ฉันจะไม่เลือกใครเลย
“คุณแม่คะ แล้วถ้าเกิดหนูไม่ถูกใจใครสักคนเลยล่ะคะ หนูไม่ต้องเลือกก็ได้ใช่มั้ยคะ” ฉันถามคุณแม่อย่างมีแผน
“ไม่ได้ ยังไงลูกก็ต้องเลือก” คุณแม่ตอบเสียงหนักแน่น “ผู้ชายมีมาให้เลือกตั้งมากมาย ลูกสาวแม่จะไม่ถูกใจใครสักคนเลยเชียวหรือ”
“แต่คู่ชีวิตมันไม่ได้เลือกกันง่ายๆนะคะ” ฉันยังคงถกเถียงกับคุณแม่
“แต่แม่ขอสั่งให้คืนนี้ ลูกต้องเลือกให้ได้ ไป ขึ้นไปเตรียมตัวได้ละ” แม่พูดสั่งเสียงหนักแน่น แล้วหันไปหาพี่อร พี่เลี้ยงของฉัน “บังอร พายัยปาล์มมี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวสำหรับงานคืนนี้ ถ้าคืนนี้ยัยปาล์มมี่ไม่สวย ฉันจะลงโทษแก” คุณแม่สั่งพี่อรอย่างชัดเจน ทำไมคุณแม่ต้องเอาเื่ของฉันไปผูกไว้กับคนอื่นด้วย เพราะคุณแม่รู้ว่าฉันรักพี่อรมาก ฉันจะไม่ยอมให้พี่อรโดนลงโทษเด็ดขาด คุณแม่ถึงได้เอาพี่อรมาขู่ฉัน ฉันจึงจำต้องยอมทำตามที่คุณแม่้า
“ไปค่ะคุณหนู อย่าให้พี่อรโดนคุณผู้หญิงทำโทษเลยนะคะ” พี่อรพูดพร้อมกับพาฉันขึ้นไปบนห้อง
ฉันอาบน้ำและแต่งตัวโดยมีพี่อรเป็ผู้ช่วย
“ทำไมคุณแม่ถึงไม่เข้าใจปาล์มบ้าง ปาล์มเพิ่งเรียนจบ ยังไม่ได้ใช้ชีวิตแบบที่ปาล์ม้าเลย แล้วก็มาบังคับให้ปาล์มแต่งงาน หรือว่าคุณแม่ไม่อยากให้ปาล์มอยู่ที่นี่แล้ว” ฉันพูดตัดพ้อให้พี่อรฟัง
“ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณหนูอย่าคิดมากเลยนะคะ ไม่มีแม่ที่ไหนไม่รักลูกหรอก แต่ที่คุณผู้หญิงอยากให้คุณหนูแต่งงานก็เพราะว่าท่านเป็ห่วงคุณหนูนะคะ ท่ายอยากให้คุณหนูมีคนมาคอยดูแล” พี่อรพูดปลอบใจฉัน
“แต่การเลือกคู่ชีวิต มันต้องเลือกคนที่เรารักไม่ใช่หรอคะ และการที่จะรักกันได้มันก็ต้องใช้เวลา” ฉันพูดและถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ
“พี่เข้าใจคุณหนูนะคะ แต่พี่เองก็อยากให้คุณหนูเป็ฝั่งเป็ฝา มีคนมาคอยดูแล พี่จะได้สบายใจ และไม่ต้องคอยห่วง” พี่อรพูดปลอบใจฉัน แต่สุดท้ายพี่อรก็ยังเข้าข้างคุณแม่อยู่ดี
“พี่อรเบื่อดูแลปาล์มแล้วใช่มั้ยคะ” ฉันถามอย่างน้อยใจ
“ไม่ใช่นะคะ พี่อรแค่จะบอกว่าถ้าคุณหนูมีคนมาคอยดูแลเอาใจใส่เพิ่มอีก 1 คน มันก็จะดี และพี่อรก็จะได้สบายใจด้วย” พี่อรพูดและยิ้มให้ฉันเหมือน้าให้ฉันรับรู้ถึงความหวังดีของแก
“แต่ปาล์มมีพี่อรดูคนเดียวก็พอแล้วนี่คะ ไม่เห็นต้องมีคนอื่นเพิ่มเลย หรือพี่อรเหนื่อยดูแลปาล์มแล้วคะ” ฉันพูดแบบงอนๆ
“พี่อรไม่มีวันเบื่อคุณหนูหรอกค่ะ คุณหนูเถอะ พอเจอคนๆนั้นเมื่อไหร่ คุณหนูก็จะลืมพี่อรเอง” พี่อรพูดเหมือนน้อยใจ กลับกลายเป็ฉันที่ต้องปลอบพี่อรแทน
“ปาล์มไม่มีวันลืมพี่อรหรอกค่ะ” ฉันพูดและยิ้มให้พี่อร
ก๊อกๆๆ
“ยัยปาล์มเสร็จยังลูก” เสียงของคุณแม่ดังลอดประตูเข้ามาก่อนที่ท่านจะเปิดประตูเข้ามาเพื่อดูฉัน “ว้าว ลูกสาวแม่ สวยจริงๆสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด อย่างกับเ้าหญิงแหน่” แม่พูดชมฉันแต่ก็แอบยอตัวเอง555 “ไป ลงไปข้างล่างกัน แขกมาเยอะแล้วลูก” แม่พูดพร้อมกับพยุงฉันลงไปข้างล่าง
ฉันกวาดสายตามองไปรอบงาน เห็นชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเดินกันขวักไขว่เต็มไปหมด ยิ่งมองก็ยิ่งเวียนหัว
“แม่ไปทักทายแขกผู้ใหญ่ก่อนนะลูก หนูเดินเลือกตามสบายเลย แม่รู้สึกว่าหนุ่มๆแถวนี้เขาจะอยากมาทำความรู้จักกับลูกสาวแม่” แม่พูดอย่างปลื้นอกปลื้มใจก่อนจะเดินหายแวปเข้าไปในกลุ่มผู้คน ทิ้งให้ฉันยืนเอ๋ออยู่คนเดียว
“สวัสดีครับคุณปารมี ผมทินกรเ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คุณจะรังเกียจไหมถ้าผมจะขอเต้นรำกับคุณสักเพลง” ฉันที่ยืนงงอยู่ จู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะราวๆ 30 ต้นๆเดินเข้ามาทักและขอฉันเต้นรำ แต่ฉันแค่มองแวปเดียวก็รู้แล้วว่าเขาคิดอะไรยังไง ผู้ชายพวกนี้จะมีสักกี่คนเชียวที่จะไม่หวังอะไรในตัวฉัน
“พอดีฉันเต้นไม่เป็น่ะค่ะ ขอตัวนะคะ” แล้วฉันก็เดินผ่านเขาไปแบบสวยๆเริ่ดๆเชิดๆ แต่ระหว่างทางคือมีแต่ผู้ชายเข้ามาทักคุยกับฉัน แต่ก็โดนฉันปฏิเสธเรียบ ช่วยไม่ได้ก็คนมันสวยอ่ะนะ ฉันรู้ว่าพวกนายไม่ได้รักฉันหรอก พวกนายแค่หวังผลประโยชน์จากตัวฉันมากกว่า งั้นก็ฝันไปเถอะ