ยมทูตก๊องแก๊ง
ตอน พลังแห่งความหวัง
หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สวนสาธารณะ และการตระหนักถึงแต้มบุญอันน้อยนิดของตัวเอง นัมจุนก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงมาหลายวัน ส่วนจีวอนก็ดูจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ แต่แล้ววันหนึ่ง สมุดบัญชีมรณะสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งกลางอากาศระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ในห้องพักโรงแรมรูหนู
"งานใหม่มาอีกแล้วเหรอ" นัมจุนพูดเสียงเนือยๆ พลางคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก
จีวอนรับสมุดมาเปิดดู สีหน้าของเธอที่เคยยิ้มแย้มค่อยๆ เปลี่ยนเป็เคร่งขรึม ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย "นี่มัน"
"มีอะไร?" นัมจุนถามเมื่อเห็นอาการผิดปกติของรุ่นพี่
จีวอนยื่นสมุดให้นัมจุนดู ในหน้านั้นปรากฏรูปของเด็กชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง อายุที่ระบุไว้คือ "เจ็ดขวบ" ชื่อ "เด็กชายคณิน" และสถานะคือ "ถึงฆาต"
"ฆ่า... เด็กเจ็ดขวบ?" นัมจุนอุทานเสียงแ่ ชามบะหมี่แทบร่วงจากมือ "นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! ยมทูตต้องฆ่าเด็กด้วยเหรอ?"
"ฉัน ฉันก็ไม่เคยเจอเคสแบบนี้" จีวอนตอบเสียงสั่น แม้เธอจะเป็ยมทูตมาร้อยกว่าปี ผ่านการเก็บิญญาคนชั่วมานับไม่ถ้วน แต่เธอก็ไม่เคยต้องพรากชีวิตเด็กเล็กขนาดนี้มาก่อน
"เด็กตัวแค่นี้ จะไปทำผิดอะไรนักหนาถึงขั้นต้องตาย"
ทั้งสองจ้องมองรูปเด็กชายในสมุดบัญชีมรณะด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง นัมจุนรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่มาจุกอยู่ที่อก เขาฆ่าคนเลวได้ ฆ่าปีศาจก็ยังพอทำเนา แต่ให้ฆ่าเด็กบริสุทธิ์ เขาทำไม่ได้แน่ๆ
หลายวันต่อมา ทั้งสองยังคงครุ่นคิดเื่นี้อย่างหนัก บรรยากาศในห้องพักเต็มไปด้วยความตึงเครียด พวกเขานอนไม่หลับ กินไม่ลง ความคิดที่จะต้องลงมือสังหารเด็กชายตัวน้อยตามคำสั่งมันทรมานจิตใจเกินทน
"เราต้องทำ" ในที่สุดจีวอนก็พูดขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด "ถ้าเราไม่ทำ เราจะขัดคำสั่งท่านพญายม แต้มบุญแกก็จะหมดเกลี้ยงแน่ ส่วนฉันอาจจะโดนลงโทษหนักกว่าเดิม"
"แต่จะให้ฆ่าเด็กเนี่ยนะ!" นัมจุนยังคงรับไม่ได้
"ฉันไม่ได้บอกว่ามันง่าย!" จีวอนตวาดกลับ ดวงตาแดงก่ำ "แต่ถ้าต้องทำจริงๆเราจะทำให้เขาเ็ปน้อยที่สุด และจากไปเร็วที่สุด"
ข้อตกลงอันแสนเ็ปได้ถูกกำหนดขึ้น พวกเขาตัดสินใจว่าจะใช้วิธีใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการลอบสังหารโดยใช้ปืน และจะโยนความผิดให้กับแก๊งอาชญากรที่พวกเขารู้จักดี อย่างน้อยก็เพื่อลดความรู้สึกผิดในใจลงบ้าง
วันต่อมา จีวอนพานัมจุนไปยังสนามยิงปืนแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง วันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ท้องฟ้ามีเมฆมากเป็หย่อมๆ คล้ายจะมีฝนตก ทั้งสองสวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ เสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์ จีวอนตัวเล็กเกินกว่าจะจับปืนพกได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อเธอหลับตาทำสมาธิ ร่างของเธอก็ขยายขึ้นเล็กน้อยจนมีสัดส่วนพอๆ กับเด็กอายุสิบสองสิบสาม ทำให้จับปืนได้ถนัดขึ้น
"มองเป้า กลั้นหายใจ แล้วลั่นไก" จีวอนสอนนัมจุนด้วยท่าทีจริงจัง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสนาม นัมจุนที่ไม่เคยจับปืนมาก่อนในชีวิตจริง (ทั้งตอนเป็คนและตอนเป็ยมทูต) ต้องใช้เวลาฝึกอยู่นานกว่าจะยิงเข้าเป้าได้บ้าง แต่เขาก็ตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่ เหงื่อไหลท่วมตัว เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ภารกิจอันโหดร้ายนี้ "จบสิ้น" โดยเร็วที่สุด
และแล้ววันกำหนดลงมือก็มาถึง
จีวอนและนัมจุนในชุดเสื้อผ้าสีดำทะมึนทั้งตัว สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า แอบย่องเข้ามาในบริเวณบ้านหลังเล็กๆ แห่งหนึ่งในย่านที่ค่อนข้างเงียบสงบ ตามข้อมูลที่ได้มา เด็กชายคณินอาศัยอยู่กับพ่อเพียงลำพัง หลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน บรรยากาศรอบบ้านดูเงียบเหงา มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบาๆ
พวกเขามองลอดหน้าต่างเข้าไป เห็นเด็กชายคณินนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงนอน พนมมือน้อยๆ ขึ้นจรดหน้าผาก ดวงตากลมโตคู่สวยหลับพริ้ม ริมฝีปากเล็กๆ ขยับพึมพำเบาๆ
"คุณแม่ครับ คณินอยากไปหาคุณแม่จังเลยครับ พ่อก็เอาแต่ทำงาน ไม่เคยสนใจคณินเลย ถ้าคณินตายไป คณินจะได้ไปอยู่กับคุณแม่บน์ไหมครับ ขอให้คณินตายเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมครับ"
หยาดน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มของเด็กชาย
ภาพนั้น... คำพูดนั้น... มันเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบเข้ากลางใจของยมทูตทั้งสองอย่างจัง!
นัมจุนยืนตัวแข็งทื่อ ปืนในมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า เขาพยายามกลั้นสะอื้นสุดกำลัง ภาพของเด็กชายที่ภาวนาขอความตายเพื่อให้ได้ไปอยู่กับแม่ มันบีบคั้นหัวใจเขาจนแทบแหลกสลาย
จีวอนเองก็ไม่ต่างกัน ใบหน้าเล็กๆ ของเธอซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลทะลักออกมาเป็ทาง เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง มือที่กำปืนอยู่สั่นระริกจนแทบจะทำปืนหล่น นี่มันหนักหนาสาหัสกว่าการเผชิญหน้ากับปีศาจในร่างมนุษย์อย่างนายเดชาเสียอีก! การฆ่าเด็กบริสุทธิ์ที่หัวใจสลายและปรารถนาเพียงความรักจากแม่ มันเป็สิ่งที่พวกเขาทำไม่ลงจริงๆ
ขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในความสับสนและเ็ป นัมจุนก็เหลือบไปเห็นสมุดแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์เล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของเด็กชาย มันเต็มไปด้วยตัวเลขและสมการที่ซับซ้อนเกินกว่าเด็กประถมทั่วไปจะเข้าใจได้ ถัดไปมีใบประกาศนียบัตรการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับประเทศ ที่ระบุว่าเด็กชายคณินได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมกับวงเล็บเล็กๆ ต่อท้ายว่า "IQ > 200"
เด็กชายคนนี้เป็อัจฉริยะ!
ความจริงข้อนี้ยิ่งทำให้การตัดสินใจของพวกเขายากขึ้นไปอีกหลายเท่า การพรากชีวิตเด็กคนหนึ่งก็เลวร้ายพอแล้ว แต่นี่คือการพรากอนาคตของเด็กอัจฉริยะที่อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้
ยมทูตทั้งสองมองหน้ากัน น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไร้เสียงสะอื้น พวกเขารู้แล้วว่าภารกิจนี้พวกเขาทำไม่สำเร็จอย่างแน่นอน
น้ำตาของยมทูตทั้งสองไหลอาบแก้ม พวกเขารู้แล้วว่าภารกิจนี้ พวกเขาทำไม่สำเร็จแน่นอน แต่บางทีการทำไม่สำเร็จในหน้าที่ยมทูต อาจจะหมายถึงการทำสิ่งที่ถูกต้องในฐานะผู้มีหัวใจ
นัมจุนค่อยๆ ลดปืนในมือลง เขาพยักหน้าให้จีวอนแวบหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ คลายมนตร์กำบังกาย ร่างของพวกเขาปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ในห้องนอนเล็กๆ ของเด็กชายคณิน จีวอนกลับคืนสู่ร่างเด็กหญิงแปดขวบตามเดิม เพื่อไม่ให้เด็กชายใมากเกินไป
เด็กชายคณินที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงการมาเยือนของคนแปลกหน้า ดวงตากลมโตที่แดงก่ำของเขามองยมทูตทั้งสองอย่างประหลาดใจ เด็กน้อยคนนี้ดูแก้มยุ้ยน่ารัก แม้ใบหน้าจะเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
"พวกคุณ คือใครครับ?" เขาถามเสียงแ่
"พวกเราเหรอ ก็เป็เพื่อนของแม่หนูไง" นัมจุนพูดขึ้นเป็คนแรก พยายามทำน้ำเสียงให้ดูอ่อนโยนที่สุด
"แม่ของหนูเขาสบายดีอยู่บน์นะ" จีวอนเสริม เธอก้าวเข้าไปใกล้เด็กชายอย่างช้าๆ "แม่เขามองลงมาเห็นหนูตลอดเวลาเลยรู้ไหม"
"จริงเหรอครับ?" เด็กชายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แววแห่งความหวังฉายประกายขึ้นมาจางๆ
"จริงสิ" นัมจุนนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเด็กชาย "เมื่อกี้ แม่ของหนูเธอฝากพวกเรามาบอกว่า เธอยังไม่อยากให้คณินตามไปตอนนี้นะ"
เขากลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามปั้นเื่โกหกที่ฟังดูน่าเชื่อถือที่สุด
"แม่เขาอยากมองดูคณินเติบโตเป็ผู้ใหญ่ที่เก่งและมีความสุขก่อน"
"แม่เขารักคณินมากนะ" จีวอนลูบหัวเด็กชายเบาๆ "แม่บอกว่าถ้าคณินเป็เด็กดี ตั้งใจเรียน เป็คนดีของสังคม พอถึงเวลาที่เหมาะสม วันที่คณินสิ้นอายุขัยจริงๆ น่ะ คณินจะได้ไปเจอคุณแม่อย่างแน่นอน นางฟ้าบน์น่ะอายุยืนยาวมากๆ เลยนะ คุณแม่จะรอคณินอยู่ที่นั่น ไม่ต้องห่วง"
"เพราะฉะนั้น เลิกภาวนาขอให้ตัวเองตายได้แล้วนะ" นัมจุนพูดต่อ
"เปลี่ยนเป็ภาวนาขอให้ตัวเองมีชีวิตที่แข็งแรง มีความสุข แล้วก็ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าแทนคุณแม่ดีกว่านะ"
เด็กชายคณินมองหน้ายมทูตทั้งสองสลับกันไปมา ดวงตาใสซื่อของเขาพิจารณาคำพูดเ่าั้อย่างตั้งใจ ก่อนที่รอยยิ้มบางๆ จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเล็กๆ ของเขา เขาอมยิ้มออกมาอย่างน่ารัก
"จริงนะครับ คุณแม่จะรอผมจริงๆ นะเหรอครับ?"
"แน่นอนที่สุด" จีวอนกับนัมจุนตอบพร้อมกัน
"ถ้าอย่างนั้น คณินจะอยู่ต่อครับ คณินจะเป็เด็กดี จะตั้งใจเรียน แล้ววันหนึ่งคณินจะไปหาคุณแม่" เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความหวังและกำลังใจ
ทันทีที่เด็กชายพูดจบ! อักขระชื่อ "เด็กชายคณิน" พร้อมสถานะ "ถึงฆาต" ในสมุดบัญชีมรณะที่จีวอนถืออยู่ก็ค่อยๆ เลือนหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่!
ยมทูตทั้งสองมองหน้ากันด้วยความโล่งใจและประหลาดใจระคนกัน พวกเขาทำสำเร็จในอีกความหมายหนึ่ง
"ขอบคุณนะครับ คุณ... เอ่อ" เด็กชายเอียงคอ "ผมยังไม่รู้เลยว่าพวกคุณชื่ออะไร"
"ฉันชื่อนัมจุน ส่วนนี่จีวอน" นัมจุนแนะนำตัว
"คุณนัมจุน คุณจีวอน" เด็กชายคณินยิ้มกว้างขึ้น "เราเป็เพื่อนกันได้ไหมครับ?"
หัวใจของยมทูตทั้งสองพองโต นัมจุนยิ้มกว้าง ส่วนจีวอนที่ปกติทำหน้าบึ้งตึงก็เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
"แน่นอนสิ! เราเป็เพื่อนกัน" ทั้งสองตอบพร้อมกัน
เด็กชายคณินโผเข้ากอดนัมจุนและจีวอนพร้อมกัน อ้อมกอดเล็กๆ แต่มันช่างอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหมาย ยมทูตทั้งสองกอดตอบเด็กชายอัจฉริยะผู้มีหัวใจบอบช้ำคนนี้อย่างทะนุถนอม มันเป็กอดที่เต็มไปด้วยคำสัญญาและหยาดน้ำตาแห่งความเห็นใจ
ภารกิจที่เริ่มต้นด้วยความมืดมนและสิ้นหวัง กลับจบลงด้วยแสงสว่างแห่งมิตรภาพและความหวัง แม้ว่ามันอาจจะหมายถึงการขัดคำสั่งครั้งใหญ่ของยมโลกก็ตาม
หลังจากกอดลาเด็กชายคณินด้วยความอิ่มเอมใจ ยมทูตทั้งสองก็กลับมายังห้องพักที่โรงแรมรูหนู นัมจุนทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างโล่งอก ส่วนจีวอนก็เดินไปยืนที่หน้าต่าง มองออกไปนอกเมืองที่เริ่มสลัวด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เพิ่งได้ัั มันช่างซับซ้อนกว่าการเก็บิญญาคนเลวเสียอีก
ทันใดนั้นเอง!
สมุดบัญชีมรณะที่จีวอนวางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก็ส่องแสงเรืองรองขึ้นมาเองโดยไม่มีใครแตะต้อง! แสงสีทองอ่อนๆ พุ่งออกมาจากหน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่า ก่อนที่อักขระโบราณจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ
"อะไรน่ะ?" นัมจุนผุดลุกขึ้นนั่ง จ้องมองด้วยความประหลาดใจ
จีวอนรีบเดินไปหยิบสมุดขึ้นมาดู ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นข้อความที่ปรากฏขึ้น
"ยมทูต โกนัมจุน: แต้มบุญเพิ่ม +1"
"ยมทูต จีวอน: แต้มบุญเพิ่ม +1"
"บ้าไปแล้ว!" นัมจุนร้องเสียงหลง "เราขัดคำสั่งนะ! ทำไมแต้มบุญถึงเพิ่มล่ะ!" เขามองหน้าจีวอนอย่างไม่เข้าใจ
"ก็แสดงว่าการทำแบบนี้มันถูกต้องไงล่ะ" จีวอนยิ้มกว้าง ดวงตาของเธอเป็ประกายระยิบระยับ "บางทีการรักษาสมดุลของโลก อาจจะไม่ใช่แค่การทำตามคำสั่งเป๊ะๆ แต่เป็การทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้องด้วย"
นัมจุนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาะโลงจากเตียงด้วยความดีใจสุดขีด "หนึ่งแต้ม! ฉันเหลือสองแต้มแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยย!" เขาดีใจจนเนื้อเต้น ะโโลดเต้นไปรอบห้องข้างๆ เตียงที่จีวอนยืนอยู่ ราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นโปรด หลังจากที่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงกลัวจะไปเกิดเป็ลูกหมามาหลายวัน
"พอแล้ว! พอได้แล้วน่า! แกจะดีใจอะไรนักหนา!" จีวอนหัวเราะพรืด "เอาล่ะๆ มาฉลองกันหน่อยดีกว่า!"
คืนนั้น เสียงดนตรีดังกระหึ่มอีกครั้งในผับแห่งเดิมที่เคยเป็สมรภูมิเต้านม จีวอนในชุดเสื้อผ้าวัยรุ่นธรรมดาๆ แต่แฝงแววความสุขนั่งจิบน้ำผลไม้ ส่วนนัมจุนก็นั่งข้างๆ จิบเบียร์อย่างสบายอารมณ์ พวกเขาไม่ได้สนใจนักดื่มรอบข้างที่กำลังสนุกสนานกันเท่าไหร่ เพราะความสุขของพวกเขาในคืนนี้มันยิ่งใหญ่กว่านั้น
"เธอสะสมแต้มบุญไว้เยอะเลยนี่นา จะใช้แต้มบุญทำอะไรดีล่ะ" นัมจุนถาม
จีวอนยิ้มเ้าเล่ห์ "ฉันน่ะคิดไว้แล้ว!" เธอหลับตาลงชั่วครู่ ร่างกายของเธอเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมาเพียงเสี้ยววินาที จนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นนัมจุนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาััได้ถึงพลังงานมหาศาลที่พุ่งออกมาจากร่างเล็กๆ ของเธอ
"ฉันใช้แต้มบุญสองแต้มแลกกับพลังอิทธิฤทธิ์ที่ช่วยให้ฉันมีความสามารถและความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น" จีวอนประกาศด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
"และแน่นอน มันทำให้ฉันสามารถใช้พลังจำแลงกายได้นานขึ้นและซับซ้อนขึ้นด้วย"
นัมจุนอ้าปากค้าง "สุดยอดไปเลย! เธอนี่มันสมกับเป็รุ่นพี่จริงๆ!" เขาพูดอย่างชื่นชม
จีวอนหัวเราะร่าด้วยความพอใจ เธอรู้สึกได้ถึงพละกำลังอันล้นเหลือที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย อนาคตของยมทูตก๊องแก๊งคู่นี้ดูเหมือนจะไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิดไว้เสียแล้ว
และบางที การพัวพันกับโลกมนุษย์ การได้เรียนรู้ความรู้สึกของผู้คน การได้ใช้หัวใจนำทาง อาจจะทำให้พวกเขากลายเป็ยมทูตที่แตกต่างออกไปจากยมทูตตนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง