เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกลู่เซิ่งขัดจังหวะทันควัน
“เหล่าสวี่ ไม่ทราบว่าเขตสงครามทรายโลหิตนี่ต้องไปทางไหนเหรอ?” ลู่เซิ่งถามด้วยสีหน้าคาดหวัง
“ใจกลางเมืองตงหลินของเรา จะมีสถานที่ที่เรียกว่า ‘ลานเคลื่อนย้าย’อยู่ ที่นั่นสามารถส่งเธอตรงไปยังเขตสงครามทรายโลหิตได้เลย” สวี่ว่านเฉิงตอบกลับมาในทันที
“เยี่ยมเลย!”
เมื่อเห็นคำตอบของสวี่ว่านเฉิงลู่เซิ่งก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ไอ้เด็กแสบ... แกคงไม่ได้คิดจะไปเขตสงครามทรายโลหิตเองจริงๆ หรอกนะ?”
ในที่สุดสวี่ว่านเฉิงที่ตอบสนองช้าไปหลายจังหวะก็ตั้งสติได้ทัน รีบส่งข้อความเตือนรัวๆ“ฉันเตือนเธอนะว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัวเขตสงครามทรายโลหิตนั่นไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าได้...”
เขายังพูดไม่ทันจบลู่เซิ่งก็ปิดช่องแชตเพื่อนทิ้งอย่างเด็ดขาด
‘ตลกละ!’
ในฐานะลูกผู้ชายที่สามารถไร้เทียมทานได้นานถึง16ชั่วโมง กับแค่พื้นที่พิพาทเลเวลประมาณ 200 เขาจะมีอะไรต้องกลัว?
ไม่ต้องกลัวอยู่แล้ว
‘บวกไปเลยจะรอไร’
เมื่อคิดได้ดังนั้นลู่เซิ่งก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเริ่มออกก้าวเดินและปิดประตูห้องตามหลังเสียงดังปัง
...
‘เขตสงครามทรายโลหิต’ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเสินเซี่ยเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายนอกแผ่นดินใหญ่นอกจากจะอยู่ติดกับประเทศเสินเซี่ยแล้ว ยังมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับประเทศวอหนูประเทศหนานป้าง และประเทศเสินหนิวที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย จึงนับเป็นพื้นที่พิพาทที่ทั้งสี่มหาอำนาจต่างแย่งชิงกันสถานการณ์ที่นั่นจึงวุ่นวายเป็นอย่างมาก
โชคดีที่หลังจากผ่านการทำศึกนองเลือดและการเจรจามาหลายปีในปัจจุบัน เขตสงครามทรายโลหิตได้ถูกแบ่งออกเป็นสี่พื้นที่หลักโดยแต่ละประเทศจะมีขอบเขตอิทธิพลเป็นของตัวเองขอเพียงแค่เก็บเลเวลอยู่ในพื้นที่ของประเทศตนเอง ไม่เสี่ยงข้ามเขตออกไปโดยปกติแล้วผู้ใช้อาชีพก็จะไม่ถูกโจมตี
เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกคนต่างก็มาเพื่อเก็บเลเวลการจะได้รับค่าประสบการณ์ให้มากขึ้นคือเรื่องสำคัญที่สุดไม่มีใครว่างจนกินอิ่มแล้วหาเรื่องตีกันทุกวันหรอก
ทว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น
ในเขตสงครามทรายโลหิตมักจะมีผู้ใช้อาชีพที่แข็งแกร่งบางกลุ่มมองว่าการไล่ฆ่าผู้ใช้อาชีพเลเวลต่ำเป็นความบันเทิง
ซ้ำร้ายเขตสงครามทรายโลหิตยังไม่มีกฎหมายใดๆ มาบังคับใช้
นั่นหมายความว่าในสถานที่เฮงซวยที่หมัดใครใหญ่กว่าคนนั้นคือความถูกต้องแห่งนี้ หากคุณถูกฆ่าตายก็ทำได้แค่โทษว่าตัวเองอ่อนแอเอง จะไปโกรธแค้นใครไม่ได้
...
ตามคำบอกใบ้ก่อนหน้าของสวี่ว่านเฉิงลู่เซิ่งแทบไม่ต้องเสียแรงอะไรเลยเขาก็สามารถเดินทางผ่านวงเวทเคลื่อนย้ายมาถึงแดนอันตรายที่มีชื่อเสียงอันน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้ได้สำเร็จ
ขณะที่ยืนอยู่ในเขตปลอดภัยของประเทศเสินเซี่ยลู่เซิ่งกวาดสายตามองไปรอบๆ
เขาเห็นร้านค้ามากมายสองฟากถนนเปิดประตูต้อนรับลูกค้าประเภทของร้านค้าก็มีความหลากหลายสารพัด ตั้งแต่ร้านระดับบนอย่างร้านปรุงยาห้องเล่นแร่แปรธาตุ ร้านเสริมพลัง หอม้วนคัมภีร์ไปจนถึงร้านระดับล่างอย่างร้านอาหาร เหลาอาหาร โรงแรมหรือแม้แต่ร้านนวดเท้าและเคทีวี เรียกได้ว่าละลานตาจนเลือกไม่ถูก...
นอกจากนี้บนถนนยังเต็มไปด้วยเหล่าผู้ใช้อาชีพที่แต่งตัวแปลกตาเดินไปมาอย่างเร่งรีบส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้อาชีพสายต่อสู้ที่ดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางและยังมีอาชีพสายดำรงชีวิตกับอาชีพสายหลอมสร้างปะปนอยู่เล็กน้อยมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความคึกคักและเสียงจ้อกแจ้กจอแจของผู้คน
“ที่นี่น่ะเหรอเขตสงครามทรายโลหิต? คนเยอะชะมัดเลย...”
เมื่อได้เห็นขนบธรรมเนียมพื้นเมืองที่แปลกตาลู่เซิ่งก็พึมพำกับตัวเอง ราวกับบ้านนอกเข้ากรุงอย่างไรอย่างนั้น
และในจังหวะสำคัญที่ลู่เซิ่งกำลังมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง
“ดูนั่นสิ มีคนอยู่ตรงนั้นคนหนึ่ง เดี๋ยวฉันลองไปถามเขาดูหน่อยว่าสนใจไหมพวกนายรอฉันแป๊บนะ”
ทันใดนั้นเองที่อีกฟากหนึ่งของถนน ผู้ใช้อาชีพสองสามคนสังเกตเห็นลู่เซิ่งที่มีท่าทางอ่อนต่อโลกสาวน้อยคนหนึ่งในกลุ่มจึงเดินตรงรี่เข้ามาหาเขาในทันที
“นี่คุณคะเป็นผู้ใช้อาชีพสายต่อสู้ที่เพิ่งมาถึงเขตสงครามทรายโลหิตใช่หรือเปล่า?”
สาวน้อยเดินมาหยุดตรงหน้าลู่เซิ่งแล้วเอ่ยถามตรงๆแต่เธอไม่ได้ใช้ทักษะตรวจสอบกับเขา
เพราะในกรณีที่ไม่รู้จักกันการใช้ทักษะตรวจสอบใส่ผู้อื่นถือเป็นการกระทำที่เสียมารยาทอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้สาวน้อยจึงเลือกที่จะเอ่ยถามด้วยความใจเย็น
“เอ่อ... ใช่ครับ”
ลู่เซิ่งได้ยินดังนั้นก็หันกลับมาตามสัญชาตญาณเขามองสาวน้อยพลางขมวดคิ้วถาม “ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
“คืออย่างนี้ค่ะ พวกเรากะว่าจะไปเก็บเลเวลที่หุบเขาสิ้นหวังในคืนนี้ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะเข้าร่วมทีมไปกับพวกเราไหม?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้สาวน้อยดูเหมือนจะกลัวว่าลู่เซิ่งจะไม่ตอบตกลง จึงรีบเสริมว่า“ที่หุบเขาสิ้นหวังนอกจากจะมีมอนสเตอร์เยอะและให้ค่าประสบการณ์สูงแล้วช่วงนี้ยังมีแดนเร้นลับปรากฏขึ้นบ่อยๆ ด้วย ถ้าได้ไปเก็บเลเวลที่นั่นต่อให้แค่ชั่วโมงเดียว ค่าประสบการณ์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเลยล่ะและถ้าโชคดีเจอแดนเร้นลับเข้า พวกเราก็รวยเละกันหมดแน่”
“อ้อ? ทีมเก็บเลเวลเหรอ...”
ลู่เซิ่งพึมพำในลำคอ
ความจริงแล้วตามความตั้งใจเดิมของเขาการมาเก็บเลเวลที่เขตสงครามทรายโลหิตครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดจะร่วมทีมกับใครเลย
เพราะในเมื่อมีสูตรโกงที่ฝืนลิขิตสวรรค์อย่างพรสวรรค์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ อยู่กับตัวการจะมีเพื่อนร่วมทีมหรือไม่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเขามากนัก
อีกอย่างเขาก็ยังไม่อยากเปิดเผยไพ่ตายของตัวเองให้ใครเห็นเร็วเกินไปนัก
แต่ลู่เซิ่งเองก็เพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกเขาไม่คุ้นเคยกับเขตสงครามทรายโลหิตแห่งนี้มาก และไม่รู้เลยว่าควรไปเก็บเลเวลที่ไหนหรือมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
ในเวลานี้หากมีใครสักคนที่คุ้นเคยกับภูมิประเทศช่วยนำทางให้ย่อมช่วยลดความยุ่งยากให้เขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เมื่อคิดได้เช่นนี้ลู่เซิ่งจึงตัดสินใจได้ในทันที เขาพยักหน้าให้สาวน้อยแล้วกล่าวว่า“ตกลงครับ งั้นคุณดึงผมเข้าทีมเลย”
แต่ผิดคาดสาวน้อยที่เพิ่งชวนเขาอย่างกระตือรือร้นเมื่อครู่ กลับส่ายหน้าทันควัน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!”