“คือว่า สนใจมาถ่ายละครกับผมไหมครับ?” ชายหนุ่มถามหญิงสาวแบบไม่ทันคิด เขาอยากรู้ฝีมือการแสดงของหญิงสาวก็เท่านั้นว่าจะเก่งจริงอย่างที่เขาได้ยินมาหรือป่าว? จางลี่รู้สึกใไม่น้อยที่จู่ ๆ ผู้กำกับที่เธอแอบปลื้มนั้น จะมาชวนให้เธอไปแสดงละครที่เขาเป็คนกำกับเอง เธอคิดว่าชายหนุ่มอาจจะมีความรู้สึกเดียวกับเธอ เธอหันไปกระซิบกับผู้จัดการส่วนตัว เฟยหลงที่ยืนมองดูหญิงสาวกระซิบกับผู้จัดการส่วนตัวนั้น นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ทันได้แนะนำตัวกับหญิงสาวเลย
“ผม หวังเฟยหลง เป็ผู้กำกัับ ตอนนี้มีละครเื่หนึ่งกำลังจะถ่ายทำ แต่ยังขาดนักแสดงนำ เลยอยากชวนคุณไปแสดงให้ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกกับงานนี้ไหมครับ เพราะดูแล้วคุณน่าจะเหมาะกับตัวเอกของละครที่ผมถ่ายอยู่” ชายหนุ่มถามหญิงสาวตามมารยาท เพราะสำหรับนักแสดงแล้ว การที่ถูกทาบทามจากผู้กำกับที่ไม่ได้มีชื่อเสียง เขาอาจจะปฏิเสธที่จะไม่รับงานถ่ายครั้งนี้ก็ได้
“ผมผู้จัดการส่วนตัวของสวี่จางลี่ ขอบคุณที่ชวนนักแสดงของผมนะครับ ทางเราขอรับไว้พิจารณาก็แล้วกัน ถ้าได้ความว่ายังไงแล้วผมจะติดต่อกลับไปนะครับคุณเฟยหลง” ผู้จัดการส่วนตัวของจางลี่ บอกกับชายหนุ่ม ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนจะเสียดายนิดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร
“ยินดีครับ ยังไงรบกวนทางคุณสวี่ รับข้อเสนอของผมไปพิจารณาด้วยนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มตอบด้วยไมตรีที่ดี
“งั้นทางผมขอตัวก่อนนะครับ" ฝ่ายผู้จัดการของจางลี่กล่าวขอตัวกลับผู้กำกับหนุ่ม
“ครับเชิญครับ” เขาตอบผู้จัดการของจางลี่ ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำงานของตนเอง จางลี่หันหลังกลับมามองชายหนุ่มที่เดินไปอีกครั้ง หญิงสาวหันหน้ากลับคืนมาเธอเดินก้มหน้ารู้สึกเสียดาย แผ่นหลังของชายหนุ่มที่เหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเธอเคยมองแผ่นหลังนั้นมาก่อน อาจจะเป็เพราะตอนที่ไปร่วมงานเธอเคยเดินผ่านเขาครั้งสองครั้งก็เป็ได้ หญิงสาวนึกถึงภาพภายในดวงตาของชายหนุ่มที่เป็ภาพของเด็กน้อยทั้งสองคน เด็กผู้ชายที่ถูกจับเป็ตัวประกันจากคนลักพาตัว กับเด็กผู้หญิงที่เข้าไปช่วยเด็กชายคนนั้นไว้ ภาพนั้นเป็ภาพที่โผล่ขึ้นมาในหัวเพียงชั่วขณะ หรือว่าเธออาจจะเคยเปิดอ่านเจอบทในละครเื่ใดเื่หนึ่งก็เป็ได้ หญิงสาวเดินคิดอยู่ว่ามันอาจจะเป็เพียงภาพที่ผุดขึ้นมาในสมองก็เท่านั้น
“จางลี่ จางลี่ได้ยินพี่ไหม เธอฟังที่พี่พูดอยู่หรือเปล่า?” เสียงของผู้จัดการเรียกชื่อหญิงสาว ทำให้เธอถึงกับชะงักเสียงเรียกของเขาแล้วหันกลับมามองผู้จัดการส่วนตัว
“ว่าไงคะพี่ พอดีฉันมีเื่ให้คิดอยู่ไม่ทันได้ยิน พี่พูดอะไรคะ”
“พี่ถามว่าเราสนใจที่จะไปเล่นละครให้ผู้กำกับเฟยหลงหรือเปล่า?"
“เออคือฉัน..”
“พี่เข้าใจแล้ว่นี้งานเธอค่อนข้างจะเยอะ พักผ่อนก็น้อย บางทีแทบจะไม่มีเวลาพักเลย งั้นเอาเป็ว่าเราจะไม่รับข้อเสนอของเขาแล้วกันนะ พี่ว่ามันจะเป็ผลดีกับร่างกายเธอด้วย”
“ไม่ค่ะพี่ ไม่ ฉันตกลงที่จะรับเล่นบทละครของผู้กำกับคนนั้น” หญิงสาวตอบด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
“พี่รู้นะว่าเราคิดอะไร ที่รับปากไม่ได้สนใจในบทละครหรอก แต่สนใจในตัวผู้กำกับใช่ไหมล่ะ"
“พี่พูดอะไรคะฉันไม่เห็นเข้าใจ?”
“พี่ก็โตพอที่จะรู้นะ ไม่ใช่เด็กสักหน่อย ยังไงพี่ก็ดูออกว่าเราปลื้มผู้กำกับคนนี้มาก”
“พี่ก็พูดไป ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย”
“ไม่ได้อยากไปเล่นละครให้เขา แต่อยากไปเจอหน้าเขาใช่ไหมล่ะ นานทีจะได้มีโอกาสไปอยู่ใกล้คนที่เราแอบปลื้ม โอกาสมันไม่ได้มีบ่อยๆ พี่เข้าใจ” ผู้จัดการส่วนตัวพูดพร้อมกับชำเลืองตามองดูหญิงสาว เขารู้ใจของนักแสดงที่เขาดูแลอยู่ว่าหญิงสาวนั้นแอบมีใจให้หวังเฟยหลง หญิงสาวชอบการกำกับของเขา แล้วเคยคิดเคยฝันว่าสักวันหนึ่งอยากร่วมงานกับชายคนนี้ แล้วฝันของเธอก็เป็จริง
“ตกลงพี่จะติดต่อเขาไปว่าเธอรับปากที่จะไปเล่นละครให้กับผู้กำกับคนนั้น” เขาตัดบทสรุปให้หญิงสาวเพื่อไม่ให้เธอคิดและเป็กังวลมาก
“ขอบคุณนะคะพี่” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ เธอยกมือทั้งสองขึ้นประสานกันอย่างมีความหวัง ทางผู้จัดการส่วนตัวของจางลี่ได้ทำการติดต่อไปยังผู้กำกับหวังเฟยหลง หญิงสาวยินดีรับข้อเสนอเื่การไปเป็นักแสดงให้กับเขา ทั้งสองทำการเซ็นสัญญากัน ว่าจะถ่ายทำละครเื่นี้จนกว่าจะจบ
1 อาทิตย์ต่อมานักแสดงนำที่เคยถูกหวังเฟยหลงกล่าวตักเตือนไปแล้ว ก็ยังทำตัวอยู่เช่นเดิม เขายังมีอาการเมาค้างและมาทำการถ่ายทำเหมือนเคย จนผู้กำกับเริ่มเอือมระอาและตัดสินใจที่จะเปลี่ยนนักแสดงกระทันหันทันที เขาเชิญให้สวี่จางลี่ มาแสดงในบทละครเื่นี้ หญิงสาวเข้ามาในกองถ่ายครั้งแรก เธอรู้สึกบรรยากาศกดดันเป็พิเศษ เนื่องด้วยทุกๆ คนต่างกลัวอารมณ์ของหวังเฟยหลง เพราะชายหนุ่มเวลาเข้าโหมดการทำงานเขาจะเปลี่ยนเป็อีกคนทันที ทำให้นักแสดงหลายคนทำงานกับเขาได้ค่อนข้างลำบาก จางลี่ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นั้น ถึงเธอจะถูกกดดันมาจากคนอื่นสักเท่าไหร่เธอก็ไม่ใส่ใจ แล้วยิ่งเป็คนที่เธอแอบปลื้มด้วยนั้น คงน่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่บางอย่างมันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด บางสิ่งที่เราเคยปราบปลื้มยินดี มันอาจจะกลับกลายเป็การเกลียดชังเลยก็ได้ หญิงสาวได้ลองอ่านบทดูคร่าวๆ เธอสนใจบทละครนี้เป็พิเศษเธอเริ่มแสดงบางฉาก ผู้กำกับหวังเฟยหลงนั้นพอใจกับการแสดงบทบาทของเธอมาก เพราะเธอสามารถตีบทแตกเป็ตัวละครนั้นได้ทันที แทบจะไม่ทันได้ต่อว่าอะไรเลย เธอสามารถพลิกแพลงคาแรคเตอร์ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยซึ่งเขาก็ลองสังเกตแล้ว มันก็ไม่ได้ทำให้คาแรคเตอร์ของตัวละครเปลี่ยนแปลงไปมาก เขาจึงไม่ได้ว่าอะไรเธอ การถ่ายทำดำเนินได้มาถึงใกล้จบของเื่แล้ว หญิงสาวจะต้องใส่ชุดจีนโบราณในวันนี้ และในฉากนี้จะมีบทหนึ่งที่ยากสำหรับเธอ ซึ่งเขาจะเก็บเอาไว้ถ่ายทำตอนหลังเพราะบทนี้ต้องแสดงอารมณ์ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าใครต่อใคร เมื่อมาแสดงบทนี้ทุกคนก็จะไม่สามารถผ่านพ้นไปได้เพราะไม่ถูกใจของผู้กำกับเฟยหลงเลยสักครั้ง
“คุณสวึ่คะ บทนี้ค่อนข้างจะยากไปสักหน่อยเพราะอารมณ์จะต้องเข้าให้ถึงตัวละครนะคะ” คนในทีมงานพูดกับจางลี่
“บทนี้ก็น่าสนใจดีนะคะ แต่ทำไมถึงบอกว่ายากกันล่ะพี่”
“ก็บทนี้คนที่มาเข้าฉาก จะค่อนข้างมีปัญหากับผู้กำกับค่ะ”
“ผู้กำกับไม่ชอบหรอคะ?”
“ไม่เชิงค่ะ พูดง่ายๆ เลยว่าแสดงออกมาไม่ถูกใจของคุณเฟยหลง”
“ขนาดนั้นเลยหรอพี่!!” เธอถามด้วยความสงสัย
“ยากจริงๆนะคะ ตอนอ่านบทของตัวละครมันไม่ค่อยยากหรอกค่ะ แต่พอเวลาแสดงจริงมันต้องถ่ายทอดอารมณ์ แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครสามารถทำได้เลยค่ะ”
“ทำไมคะพี่ บทก็ไม่ได้ยากอารมณ์ก็ค่อนข้างจะดูง่าย"
“มันก็จริงค่ะแต่ไม่ถูกใจผู้กำกับนะสิ”
“งั้นเดี๋ยวฉันขอลองดูก่อนแล้วกัน ขอบคุณที่ให้คำแนะนำนะคะพี่” จางลี่ ขอบคุณทีมงานที่มาให้คำแนะนำในเื่การแสดงอารมณ์ของตัวละคร และใน่ท้ายของละครเื่นี้นางเอกผู้ปกป้องพระเอกจนสุดชีวิตสุดท้ายตัวเองก็ต้องมาจบชีวิตลง ต่อหน้าพระเอก ซึ่งบทของนางเอกนั้นการจากลาคนที่รัก อารมณ์ที่สื่อออกมาไม่ถูกใจผู้กำกับเลยแม้แต่น้อย เขา้าให้ฉากนี้สมจริง ไม่ว่าใครก็ตามที่ดูอยู่ ทุกคนจะต้องรู้สึกได้ถึงความสูญเสียการจากลาที่ไม่มีวันหวนคืน การถ่ายทอดอารมณ์ของนักแสดงนั้นจะบ่งบอกได้ เขาอยากให้คนที่แสดงบทนี้สามารถสื่ออารมณ์ไปถึงผู้ชมได้เป็อย่างดี ถ้าสามารถทำให้คนดูรับรู้ความรู้สึกของนางเอกที่กำลังจะตายจากคนรักได้ ถือว่าประสบความสำเร็จเลยทีเดียว ถึงแม้เขาจะเป็ผู้กำกับ ต่อให้นักแสดงจะเก่งขนาดไหน เมื่อถึงฉากนี้ก็มีมีใครสามารถสื่ออารมณ์ ทำให้เขารู้สึกได้ว่ามันเป็ความสูญเสียจริงๆ ฉะนั้นนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมผู้กำกับเฟยหลง ถึงเปลี่ยนนักแสดงบ่อย และมักจะมีปากเสียงและต่อว่านักแสดงหลายคนที่มาแสดงละครที่เขาถ่ายทำ เพราะไม่ว่าจะเป็ละครเื่ใด หากเป็ฉากที่ต้องมีการสูญเสียแล้วคนที่แสดงบทนั้นจะต้องแสดงและสื่ออารมณ์ออกมาให้เหมือนกับสูญเสียจริงๆ สำหรับมือใหม่ถือว่ายาก ขนาดมือระดับพระกาฬก็ไม่ใช่เื่ง่าย