
“หนูกลับมาแล้วจ๊ะแม่”เสียงของทิพรดาดังขึ้นก่อนที่เ้าตัวจะเข้ามาในบ้านซะอีก โดยที่เธอยังไม่ทันได้มองเลยว่าวันนี้มีแขกที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอที่บ้านของตัวเองด้วย ทิพกาเธอรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาทันทีไม่ให้ทิพรดาได้เห็น
“................”พอเข้ามาในบ้านแล้วทิพรดาเธอก็ในิดหน่อย เพราะไม่รู้ว่าหมอจินดาพรมาอยู่ที่บ้านของเธอได้ยังไง จินดาพรเธอเห็นทิพรดาแล้วก็รู้สึกดีใจ แต่อีกใจเธอก็รู้สึกเศร้าที่ทิพรดามีชีวิตที่ลำบากอย่างนี้ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่า ชีวิตของทิพรดานั้นน่าสงสารมากเลยทีเดียว
“หมอ...หมอมาบ้านฉันได้ยังไงคะ”
“เออ...คือว่าหมอมาดูอาการของคุณป้าน่ะว่าเป็ยังไงบ้าง ก่อนเลิกงานคิดถึงคุณป้าแล้วก็จำที่อยู่ได้ก็เลยมาดู”จินดาพรเธอตอบแต่เธอไม่ได้สบตาทิพรดาเพราะเธอรู้ว่าตัวเองนั้นโกหกไม่ค่อยเก่ง เธอกลัวว่าทิพรดาจะไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูด
“อ่อ แต่หมอมาก็ดีเหมือนกัน มาแล้วตรวจดูแม่ฉันให้หน่อยว่าเป็อะไรหรือเปล่า ตรวจฟรีนะหมอตอนนี้เป็เวลาเลิกงานแล้ว”ทิพรดาเธอเห็นว่าจินดาพรมาถึงที่บ้านแล้ว เธอก็เลยให้จินดาพรตรวจอาการของทิพกาเลยดีกว่า เพราะเมื่อเช้านี้ทิพกาบอกกับเธอว่าปวดหัวเหมือนจะไม่สบาย
“ไปรบกวนหมอเขาทำไมล่ะดอกบัวลูก แค่มาเยี่ยมแม่ถึงที่บ้านแม่ก็เกรงใจแล้ว”
“ไม่เป็ไรค่ะคุณป้า แต่หมอไม่มีอุปกรณ์ตรวจหรอกนะคะ จะตรวจได้ก็แค่พื้นฐานธรรมดาทั่วไปเท่านั้น”จินดาพรเธอบอกเพราะไม่ได้จับกล่องยาหรือว่ากล่องอุปกรณ์แพทย์มาด้วย
“ฉันล้อเล่นน่ะค่ะหมอ ฉันว่าพรุ่งนี้จะพาแม่ไปหาหมอที่โรงบาลถ้าหากว่าแม่ฉันไม่ดีขึ้น”
“ได้สิ เดี๋ยวฉันตรวจให้ฟรี”
“หมอไม่เป็ไรหมอ เดี๋ยวป้าทำให้หมอเดือดร้อน คนอื่นจะว่าป้าเอาได้ถ้าคนอื่นรู้”ทิพกาเธอรู้ว่ามันไม่ควรถ้าจะทำแบบนั้น ซึ่งมันไม่ดีต่อจินดาพรแน่ๆถ้าคนอื่นรู้
“นั่นสิ ครั้งที่แล้วฉันก็รบกวนหมอมากแล้ว”ทิพรดาเธอพูดกับตัวเองเบาๆก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งลงข้างๆทิพกา ค่ายากับค่าโรงบาลเธอก็ยังจ่ายให้กับจินดาพรยังไม่หมดเลยตอนนี้
“ป้าลืมไปเลย เดี๋ยวป้าเข้าไปน้ำมาให้นะคะหมอ”
“ไม่เป็ไรค่ะแม่ เดี๋ยวดอกบัวเข้าไปเอาให้เองค่ะ แม่นั่งอยู่นี่กับหมอดีกว่านะ”ทิพรดาเธอพูดแล้วก็ลุกไปเอาน้ำให้จินดาพรทันที จินดาพรเธอมองตามหลังทิพรดาเล็กน้อยแล้วก็ยิ้มเล็กน้อย เพราะดูท่าทางของทิพรดาแล้วน่าจะเป็คนที่รักทิพกามากเลยทีเดียว
“ดอกบัวเป็อย่างนี้แหละ เวลาที่กลับมาบ้านก็ชอบทำนั่นทำนี่ช่วยป้าตลอด ทั้งที่ตัวเองพึ่งกลับมาจากที่ทำงานเหนื่อยแท้ๆ แต่ก็ยังอยากช่วยป้าตลอดเพราะไม่อยากให้ป้าเหนื่อย ตอนเช้าก็ตื่นมาแต่เช้านึ่งขนมให้ป้าได้เอาไปขายที่ตลาด ตอนเย็นกลับมาก็มานั่งช่วยป้าห่อขนมไว้อีก”
“ทำไมป้าถึงยอมผู้หญิงคนเมื่อกี้ขนาดนั้นคะ หนูคิดว่ามันไม่ดีเลยนะคะที่ป้าปล่อยให้เขาทำอย่างนั้นกับป้า”
“เพราะว่าเขาเป็ลูกสาวของสามีป้า คนที่ช่วยพาดอกบัวไปหาหมอ ที่ทำให้ดอกบัวมีชีวิตอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ ป้าเลยต้องตอบแทนบุญคุณเขา หมอก็เห็นแล้วว่าป้าไม่มีอะไรที่จะทำให้กับดอกบัว ป้าอยากพาดอกบัวไปจากที่นี่แต่ป้าก็ทำไม่ได้ แม้แต่เงินที่จะใช้ไปวันๆก็ยังแทบจะไม่มีติดตัว”ทิพรดาที่กำลังจะเดินออกมาเธอก็ได้ยินในสิ่งที่ทิพกาพูดพอดี เธอจึงหยุดยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกไม่ดี ด้วยน้ำของทิพกาในตอนนี้บอกให้เธอรู้ว่าทิพกากำลังร้องไห้อีกแล้ว น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาด้วย ซึ่งนั่นมันทำให้เธอรู้ว่าทิพการู้สึกแย่ไม่น้อยกับชีวิตที่เป็อยู่ ซึ่งเธอไม่ชอบเลยที่ชีวิตของเธอกับทิพกาเป็อย่างนี้ เธอจึงพยายามที่จะทำงานเก็บเงินจะได้พาทิพกาไปอยู่ในที่สุขสบายกว่านี้
“ป้าสงสารดอกบัว...แต่ร่างกายของป้าอ่อนแอลงทุกวัน ซึ่งป้าไม่รู้เลยว่าป้าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ป้าขอฝากดอกบัวกับหมอได้ไหมคะ เออ...ป้าขอโทษนะคะ ป้าแก่แล้วพูดอะไรไปหมออย่าสนใจเลยนะคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะป้า ป้ามีอะไรบอกหนูได้ตลอดเวลาเลยนะคะ คิดว่าหนูเป็ลูกหลานป้าอีกคนก็ได้”
“แหม่ๆหมอทำเหมือนกับว่าจะมาจีบฉันอย่างนั้นแหละ ถ้าเป็ผู้ชายฉันคิดไปแล้วนะเนี่ย”ทิพรดาเธอเดินออกมาทำเหมือนว่าไม่รู้เื่อะไร ซึ่งมันก็จะเศร้าทุกครั้งเวลาที่เธอได้เห็นน้ำตาของทิพกา เธอไม่อยากจะให้เป็แบบนี้เลย
“พูดอะไรอย่างนั้นดอกบัว อย่าถือสาคำพูดของดอกบัวเลยนะคะหมอ”จินดาพรเธอก็ไม่ได้โกรธหรือสนใจกับสิ่งที่ทิพรดาพูดหรอก แต่มันก็แปลกตรงที่หัวใจของเธอนี่แหละ ที่เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเลย
“ไม่เป็ไรค่ะป้า”จินดาพรเธอยกแก้วน้ำที่ทิพรดาเอามาให้ขึ้นดื่มอย่างรู้สึกแปลก พร้อมกับจ้องมองที่ใบหน้าหวานของทิพรดาเล็กน้อย ที่ตอนนี้ทิพรดานั้นกำลังพยายามเก็บความรู้สึกเสียใจเอาไว้ในใจอยู่ จินดาพรเธอก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้ทิพรดานั้นกำลังมีเื่ไม่สบายใจอยู่ มันเลยทำให้เธอรู้สึกแย่ไปด้วยอย่างบอกไม่ถูกว่าทำไม
จินดาพรเธอขอคุยกับทิพรดาตามลำพังหน่อย ทิพรดาเธอก็เลยพาจินดามารับลมเย็นข้างแม่น้ำใต้สะพานใหญ่ ในเวลากลางคืนแบบนี้ก็จะมีผู้คนมากมายมานั่งเล่นที่นี่ แต่ส่วนใหญ่แล้วทิพรดาก็รู้สึกว่ามีแต่คนที่มีเื่ไม่สบายใจทั้งนั้นที่มานั่งรับลมเย็นอย่างนี้ รวมถึงเธอด้วยที่ชอบจะมาที่นี่บ่อยๆเวลาที่เธอไม่รู้จะระบายออกยังไง เวลาที่เธอพูดหรือทำอะไรไม่ได้กับกุลจิราแล้วก็ขจร ที่สองคนนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่มีค่าแล้วก็ไม่มีความสุขเลย เธอจึงรู้สึกท้อแล้วก็เศร้าใจอยู่หลายใจอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับสองคนนั้นดี
“มีอะไรที่ไม่สบายใจก็ระบายออกมาให้หมอฟังได้นะ”
“โรจอะไรหมอก็รักษาหายได้ แต่โรคร้ายที่มันเกิดขึ้นกับครอบครัวไม่มีใครช่วยได้ นอกจากตัวเราเอง...”ทิพรดาเธอพูดออกมาอย่างรู้สึกเศร้าแล้วก็หมดหวังกับชีวิต
“ท้อได้แต่อย่ายอมแพ้ ทุกครอบครัวก็จะมีปัญหาที่แตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าครอบครัวนั้นจะแก้ปัญหาครอบครัวนั้นยังไง ก็เหมือนกับครอบครัวของหมอ เมื่อก่อนครอบครัวก็ไม่เหมือนครอบครัว หมอยังจำได้เลยนะว่าตอนเด็กๆหมอร้องไห้กับพี่เลี้ยงประจำ เวลาที่หมอเห็นพ่อแม่ของหมอทะเลาะกัน ในตอนเด็กๆหมอก็ไม่รู้หรอกว่าผู้ใหญ่ทะเลาะอะไรกันได้ทุกวัน แล้วพ่อแม่ของหมอก็ไม่ค่อยสนใจหมอเลย ในตอนเด็กๆนะหมอยังเคยคิดเลยว่าหมอนั้นใช่ลูกของพวกท่านหรือเปล่า แต่มีวันหนึ่งรถของหมอเกิดอุบัติเหตุตอนที่กำลังจะไปโรงเรียน ตอนนั้นทุกคนก็คิดว่าหมอจะไม่รอดแล้ว พวกท่านใกันมากกับเหตุการณ์วันนั้น ั้แ่วันนั้นมาพวกท่านก็ดูแลแล้วก็คอยเอาใจใส่หมอมาตลอด ดอกบัวเชื่อไหมว่าหลังจากที่พี่ฟื้นขึ้นมาพวกท่านสองคนก็ไม่ทะเลาะกันอีก หรือจะทะเลาะแต่หมอไม่รู้ก็ได้นะ หมอต้องขอบคุณเหตุการณ์วันเลยนะ ไม่อย่างนั้นครอบครัวของหมอก็ไม่เป็ครอบครัวอย่างนี้”
“หมอโชคดีแล้วนะคะ ที่พ่อแม่ของหมอยังอยู่ด้วยกันและได้เห็นหมอเป็หมออย่างนี้”ทิพรดาเธอก็อดคิดถึงพ่อของเธอขึ้นมาไม่ได้ ถ้าตอนนี้พ่อของเธอยังอยู่เธอกับทิพกาคงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้
“คุณป้าบอกหมอว่าดอกบัวก็อยากเป็หมอเหมือนกัน”
“ใช่ค่ะ พ่อของดอกบัวอยากให้ดอกบัวเป็หมอ จะได้รักษาแม่ของดอกบัวเวลาที่ไม่สบาย แล้วก็คนอื่นที่เจ็บไข้ไม่สบาย แต่ดอกบัวก็ยังไม่ได้เริ่มทำตามความฝันของพ่อดอกบัวเลย ดอกบัวขอโทษนะคะที่พูดเื่อะไรให้หมอฟังก็ไม่รู้”ทิพรดาเธอรู้สึกว่าตัวเองพูดเื่ของเธอมากเกินไปแล้ว ทั้งที่จินดาพรไม่ได้เป็เพื่อนหรือว่าญาติของตัวเองเลย แต่เธอก็เล่าเื่ของเธอให้จินดาพรฟังซะงั้น
“ไม่ต้องขอโทษหรอก หมอบอกแล้วไงมีอะไรก็เล่าให้หมอฟังได้ หมอว่าตอนนี้เราสองคนรู้จักกันมากขึ้นแล้วนะ”
“คะ...รู้จักกันมากขึ้น มากยังไงหรอคะ”
“ก็เมื่อกี้หมอก็เล่าเื่ครอบครัวของหมอให้ฟังแล้วไง แล้วเมื่อกี้ดอกบัวเองก็เล่าเื่ของดอกบัวให้หมอฟัง อย่างนี้เราไม่รู้จักกันมากขึ้นหรอ แล้วอีกอย่างนะเมื่อกี้ก่อนที่ดอกบัวจะกลับถึงบ้าน หมอก็อยู่กับแม่ของดอกบัวและที่สำคัญ ดอกบัวเป็ลูกหนี้ของหมออยู่นะ”
“หมอจะทวงหนี้กับดอกบัวก็บอกตรงๆมาดีกว่าค่ะ”ทิพรดาเธอก้มหน้าบอกจินดาพรด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เพราะตอนนี้เธอก็ยังไม่มีเงินที่จะมาใช้หนี้จินดาพร พร้อมกับเขี่ยเท้าไปมากับพื้นอย่างยอมรับกับสิ่งที่จะตามมา
“เปล่านะ หมอยังไม่ได้บอกเลยว่าหมอจะทวงนี้ แต่หมอจะบอกว่า...”จินดาพรเธอหันหน้ามามองทิพรดาช้าๆแล้วก็ยื่นมือไปจับที่ไหล่ของทิพรดาเบาๆ
“หมออยากจะช่วยดอกบัว ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตามมีเื่อะไรให้มาปรึกษากับหมอได้ จะเื่เล็กเื่ใหญ่ก็มาระบายกับหมอได้ การที่เก็บความทุกข์ไว้ในใจมันไม่สามารถที่จะช่วยให้เราหยุดคิดหรือว่าแก้ปัญหาได้ อย่างน้อยก็ควรเล่าหรือระบายความในใจออกมาบ้าง มันจะทำให้ดอกบัวสบายใจมากขึ้นนะ”
“แต่เื่บางเื่เราก็ไม่สามารถที่จะเล่าให้ใครฟังได้นะคะ โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด จะเห็นเราในมุมที่อ่อนแอไม่ได้ เพราะเขาจะเป็ทุกข์แล้วก็ไม่สบายใจไปกับเราได้”
“แต่หมอไม่ใช่คนรักของดอกบัวไม่ใช่หรอ...”ทิพรดาเธอเงยหน้าขึ้นมองจินดาพรทันทีที่ถูกถามด้วยคำถามนี้ จินดาพรเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงอยากจะอยากอยู่เคียงข้างทิพรดา หรืออาจจะเห็นว่าครอบครัวของทิพรดานั้นไม่เหมือนกับครอบครัวอื่นที่เธอเคยเห็นมาหรือเปล่า แต่เวลาที่เธอได้เห็นแววตาเศร้าๆของทิพรดามันก็ทำให้เธออยากจะอยู่เคียงข้างแล้วก็คอยปลอบใจไม่ให้รู้สึกเศร้า
“เออ...หมอหมายความว่า หมอเป็คนนอกก็น่าจะสบายใจกว่าที่จะระบายความรู้สึกให้ฟังน่ะ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ แค่นี้ดอกบัวก็รู้สึกเกรงใจหมอมากแล้ว แต่หมอคะดอกบัวขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”ทิพรดาเธออยากรู้ว่าจินดาพรได้เจอกุลจิราหรือว่าขจรหรือเปล่า เพราะถ้าเจอเธอคิดว่ามันคงจะไม่ดีแน่ๆ
“อืม...ได้สิ”
“ก่อนที่ดอกบัวจะถึงบ้าน หมอได้เจอใครที่บ้านดอกบัวนอกจากแม่ของดอกบัวไหมคะ”
“เจอคนหนึ่ง พี่สาวของดอกบัว...”แต่เธอจะไม่เล่าให้ฟังหรอกนะว่าเธอเจอยังไง เพราะการที่เธอเล่าไปแล้วมันจะทำให้ทิพรดาจะไม่สบายใจมากกว่า แล้วอีกอย่างทิพกาก็ขอเธอไว้ไม่ให้บอกเื่นั้นกับทิพรดาด้วย
“จริงหรอคะ หมอไม่ได้คุยอะไรกับพี่สาวดอกบัวใช่ไหม”ทิพรดาเธอถามด้วยความรู้สึกกลัวขึ้นมา กลัวว่ากุลจิราจะพูดอะไรไม่ดีกับจินดาพร เธอรู้จักนิสัยของกุลจิราดีว่าเ้าตัวนั้นไม่อยากให้ใครมาที่บ้านของตัวเอง เพราะไม่อยากแสร้งปั่นหน้าว่าเป็ลูกที่ดีหรือว่าเป็พี่สาวที่ดีของเธอ หรือไม่ก็จะไล่ให้ออกจากบ้านไปเลยเมื่อเจอคนไม่รู้จัก ยิ่งคนที่มาห้ามไม่ให้เธอเอาเงินจากแม่ของเธอละก็ คงได้เกิดปากเสียงกันเป็อย่างแน่นอน
“ไม่ได้คุยอะไรเลย เขาแค่มองหน้าแล้วก็เดินออกไปจากบ้าน ดูเหมือนว่าจะไปเที่ยวมั้งแต่งตัวเก่งใช้ได้เลย”จินดาพรเธอพูดแล้วก็หันหน้าหนีเพราะไม่อยากให้ทิพรดาจับได้ว่าตัวเองโกหก
!แล้วก็นิสัยแย่มากด้วยที่ทำกับผู้ใหญ่อย่างนั้น!
“หมอไม่ได้โกหกดอกบัวใช่ไหมคะ”
“หมอจะโกหกทำไมล่ะ มีอะไรหรือเปล่า...”
“เปล่าค่ะ...”ทิพรดาเธอแปลกใจมากที่กุลจิราแค่มองหน้าแล้วไม่ได้ต่อว่าหรือว่าไล่จินดาพรให้ออกไปจากบ้าน เธอจึงมองหน้าจินดาพรอีกครั้งว่าโกหกหรือเปล่า แล้วก็หันหน้าหนีเพราะคิดว่าจินดาพรไม่ได้โกหกตัวเอง เพราะจินดาพรจะมาโกหกเธอทำไมแล้วอีกอย่างจินดาพรก็ต้องเป็ฝ่ายเสียหายด้วยถ้ากุลจิราทำอย่างนั้น
“สบายใจขึ้นบ้างแล้วหรือยัง กลับบ้านกันได้แล้วป่ะ...”จินดาพรเธอรู้สึกเป็ห่วงทิพกาที่ตอนนี้อยู่บ้านคนเดียว เธอจะได้พาทิพรดาไปซื้อของก่อนเข้าบ้านด้วย
“อื้ม...ค่ะ ขอบคุณนะคะหมอ ที่ทำให้ดอกบัวรู้ว่าชีวิตคนเราไม่มีใครที่จะไม่ทุกข์ใจ”ทิพรดาเธอยิ้มให้จินดาพรแล้วก็เดินออกไปจากตรงนั้น จินดาพรเธออึ้งไปเลยนิดหนึ่งที่ได้เห็นรอยยิ้มของทิพรดาที่ยิ้มให้เธออย่างนี้ เพราะมันเป็รอยยิ้มที่จินดาพรเห็นแล้วต้องยิ้มตาม จินดาพรส่ายหน้าไปมาแล้วก็เดินตามทิพรดาไป จินดาพรเธอรู้สึกสงสารทิพรดามากเธอก็อยากจะช่วยเหลือทิพรดาทุกอย่างด้วย
ก่อนที่จะกลับบ้านจินดาพรเธอได้ให้ทิพรดาพาไปซื้อของก่อน โดยที่เธออ้างว่าไม่มีเพื่อนช่วยเลือกของให้ทิพรดาเธอก็เลยยอมไปกับจินดาพร ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าจินดาพรนั้นหลอกให้พาตัวเองไปซื้ออาหารมาไว้ทำกับข้าวกิน ตอนที่กุลจิรามาขอเงินกับทิพกาเธอจำได้ว่าทิพกาบอกว่าจะเอาไว้ซื้อกับข้าว เธอคิดว่าในบ้านของทิพรดาคงไม่ค่อยมีอะไรอยู่ในตู้เย็นไว้ทำกับข้าวกินแน่ๆ เธอก็เลยอยากจะซื้อของสดไว้ให้ทิพรดาได้ทำอาหารให้ทิพกาได้กิน ซึ่งเธอไม่ได้คิดหลอกว่าจะซื้อเพื่อให้คนอื่นได้กิน แต่เธออยากให้ทิพรดากับทิพกาได้กินอาหารให้ครบห้าหมู่และมีประโยชน์ต่อร่างกาย
“พรุ่งนี้ดอกบัวอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวหมอซื้อให้เพื่อเป็การตอบแทนที่มาเป็เพื่อนหมอ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะหมอ แค่หนี้ที่ยืมมายังใช้ไม่หมดดอกบัวก็เกรงใจจะแย่แล้ว”ทิพรดาเธอเต็มใจที่จะพาจินดาพรมาอยู่แล้ว เธอไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนที่พามาด้วย
“ไม่ได้ ถ้าไม่รับหมอจะถือว่าดอกบัวเป็เด็กที่ไม่มีมารยาทนะ หมอจะไปฟ้องคุณป้าด้วยว่าดอกบัวเป็เด็กไม่ดี อย่าลืมน้า...ว่าคุณป้าฝากให้หมอดูแลดอกบัวด้วย”
“หมอมีนิสัยขี้ฟ้องหรอคะ ดอกบัวจะจำไว้ว่าหมอเป็คนยังไง”
“หมอก็รู้ว่าดอกบัวมีนิสัยยังไง...”จินดาพรเธอพูดแล้วก็เข็นรถใส่ของเดินหนีทิพรดา ทำให้ทิพรดาเธอก็อยากรู้ขึ้นมาว่าที่จินดาพรรู้นั้นวาเธอเป็คนยังไง
“พูดอย่างนี้แล้วก็เดินหนีหรอคะหมอ ถ้าอย่างนั้นหมอก็บอกดอกบัวมาก่อนสิว่าดอกบัวเป็คนยังไง ถ้าตอบถูกดอกบัวจะตามใจหมอทุกอย่างเลย”
“แน่ใจนะว่าทุกอย่าง”
“ค่ะทุกอย่าง”
“นิสัยของดอกบัวนะหรอ ดื้อ ดื้อ ดื้อ แล้วก็ดื้อ...”ทิพรดาพอได้ยินคำตอบก็ตาโตทันทีที่จินดาพรนั้นว่าตัวเองดื้อ ทั้งที่เธอไม่ได้ดื้ออะไรเลยแถมยังเป้นเด็กที่เชื่อฟังผู้ใหญ่ซะอีก
“หมอมาว่าดอกบัวดื้อได้ยังไงคะ ดอกบัวไม่ได้ดื้อซะหน่อยหมอนั่นแหละเอาแต่ใจ”ทิพรดาเธอเถียงจินดาพรเหมือนเป็เด็กน้อยเลยตอนนี้ ซึ่งทิพรดาเธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เธอนั้นน่ารักมากแค่ไหน จินดาพรที่ได้เห็นก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“หมอตอบถูกแล้วตอนนี้ก็ไปเลือกของได้แล้วหรือยัง”
“หมออย่ามาโกงดิ ตัวเองตอบไม่ถูกซะหน่อย”
“ไม่ถูกได้ยังไง ตอนนี้ก็ยังดื้อไม่เชื่อฟังหมออยู่เลยตอนนี้ หรือจะเถียง...”จินดาพรเธอรีบพูดขึ้นก่อนที่ทิพรดาจะพูด เมื่อเธอเห็นว่าเ้าตัวนั้นกำลังจะเถียงเธอขึ้นมาอีกว่าไม่ใช่
“หมออ่ะ หมอนั่นแหละเอาแต่ใจ...”ทิพรดาเธอพูดแล้วก็เดินหนีอย่างงอนๆที่จินดาพรนั้นว่าตัวเองดื้อ จินดาพรส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยแล้วเธอก็เดินตามทิพรดาไป ปกติแล้วจินดาพรไม่ได้เห็นมุมนี้ของทิพรดาเลย พอได้คุยแล้วได้อยู่ด้วยกันตามลำพังอย่างนี้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกว่าทิพรดาเป็คนที่คิดมากแล้วก็เครียดอยู่ไม่น้อย แต่พอเวลาที่ได้พูดคุยหยอกล้อเล่นกันแบบนี้ ทิพรดาก็เป็คนที่น่ารักแล้วก็ทำให้เธอยิ้มได้อย่างไม่รู้ตัวด้วย
หลังจากที่ไปซื้อของมาแล้วจินดาพรก็มาส่งทิพรดาที่บ้าน พอมาถึงที่บ้านจินดาพรก็ขนของที่ซื้อมาลงจากรถทั้งหมดเลย พอทิพรดาถามจินดาพรก็ไม่ตอบแล้วก็เดินเข้าไปในบ้านเฉยเลย ทิพรดาเธอจึงเดินเข้าไปในบ้านด้วยความงง แต่พอเข้าไปในบ้านแล้วก็เห็นขจรกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่หน้าบ้านพอดี จินดาพรเธอก็หยุดเดินแล้วก็มองขจรด้วยความรู้สึกไม่ค่อยชอบนัก ซึ่งเธอคิดว่าไม่เหมาะเลยที่ขจรจะมานั่งกินเหล้าอยู่อย่างนี้ ทิพรดาเธอก็กลัวขึ้นมาเหมือนกันว่าขจรจะร้ายใส่จินดาพร
“กลับมาแล้วหรอนางดอกบัว แล้วนี่ใครเอ็งพาใครมาบ้านห๊ะ!!...”
“เพื่อนของดอกบัวเอง เดี๋ยวเขาก็จะกลับแล้ว ขอบคุณมากนะคะหมอที่มาส่ง ดอกบัวว่าหมอกลับบ้านไปก่อนนะคะ”ทิพรดาเธอรู้ว่าขจรไม่พอใจที่พาคนอื่นมาที่บ้าน เธอก็ไม่อยากให้จินดาพรมารับรู้หรือว่าเห็นครอบครัวของเธอนั้นมันแย่ขนาดไหน
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับไปเลย แล้วก็อย่าให้ฉันเห็นว่ามึงพาใครมาบ้านกูอีกนะ”ทิพรดาเธอต้องกำมือแน่นด้วยความรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก ที่ขจรอ้างว่าบ้านหลังนี้เป็บ้านของเขาทั้งที่จริงแล้วบ้านหลังนี้เป็ของพ่อเธอ ที่ซื้อเป็ของขวัญวันแต่งงานของพ่อแม่เธอ
“ฉันไม่กลับ ฉันจะค้างที่นี่กลับดอกบัว”จินดาพรเธอพูดแทรกขึ้นเมื่อเธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ดีเลย ที่พูดกับทิพรดาไม่เพราะแล้วก็ยังห้ามไม่ให้เธอมาที่บ้านนี้อีก และดูเหมือนว่าขจรนั้นน่าจะเป็คนที่ชอบดื่มเหล้าอยู่เป็ประจำด้วย ทิพรดาเธอหันหน้าไปมองจินดาพรด้วยความใเลยทันที ที่จินดาพรนั้นบอกว่าจะค้างกับเธอที่นี่
“หมอ...หมอค้างที่นี่ไม่ได้นะคะ หมอกลับไปก่อนนะคะดอกบัวขอร้อง”
“มึงพูดว่าอะไรนะ ที่นี่บ้านกูกูไม่ให้ใครมาค้างทั้งนั้น”
“แต่ฉันไม่ได้มาค้าฟรีๆนี่คะ ฉันจ่ายค่าบ้านด้วย”จินดาพรเธอก็อยากรู้ว่าขจรเขาจะเห็นแก่เงินหรือเปล่า เธอจึงจับเงินสดออกมาจากกระเป๋าสามพันบาท ขจรเห็นเงินเขาก็ตาลุกวาวขึ้นมาเลยทันที ก็อย่างว่านั่นแหละมีใครบ้างที่จะไม่อยากได้เงิน
“หมอ อย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ หมอกลับบ้านไปเถอะนะคะดอกบัวขอร้อง”แต่เธอพูดยังไม่ทันจบขจรก็รีบมาคว้าเงินจากมือของจินดาพรไปทันที
“เงิน เงิน เงิน”ขจรเขาจับเงินมาแล้วก็นับดูว่ากี่บาท แล้วมันก็น่าพอใจสำหรับเขาที่มีเงินไปเล่นที่บ่อนอีกแล้ว แต่ทิพรดาเธอไม่เห็นด้วยที่ขจรจะทำแบบนี้กับจินดาพร
“พ่อเอาเงินคืนหมอไปเถอะนะ หมอจะกลับบ้านแล้วนะพ่อ”
“ให้มาแล้วจะคืนได้ยังไงว่ะ หลีกไปกูจะไปแก้มือ”
“พ่อ พ่อ นั่นมันเงินของหมอนะพ่อ”ทิพรดาเธอพยายามที่จะเอาคืนมาจากขจร แต่ขจรไม่ให้แล้วก็รีบเดินออกจากบ้านไปอย่างอารมณ์ดีทันที แต่คนที่ไม่สบายใจก็คือทิพรดานี่แหละ
“ฉันขอโทษนะคะหมอ เมื่อกี้หมอให้เงินพ่อไปเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันจะใช้หนี้คืนให้นะคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก หมอจะค้างที่นี่คืนนี้นั่นก็คือเงินจ่ายค่าห้อง ไม่ต้องเอามาคืนหมอหรอกแค่บริการเอาใจหมอก็พอแล้ว”
“เงินเยอะขนาดนั้นหมอไปนอนที่โรงแรมยังจะสบายกว่าที่บ้านดอกบัวอีกนะคะ อ่างอาบน้ำก็ไม่มี น้ำอุ่นก็ไม่มี อะไรก็ไม่มีสักอย่าง”ทิพรดาเธอรู้สึกไม่สบายใจเลยที่เป็แบบนี้ ก่อนที่ทิพกาจะเดินออกมาเมื่อเธอได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากข้างนอก
“อ้าวหมอ ดอกบัว มีอะไรกันหรือเปล่าลูก”ทิพกาเธอก็หันมองไปที่โต๊ะตรงหน้าบ้าน ตอนนี้ขจรไม่อยู่แล้วซึ่งมันก็ดีจะได้ไม่เกิดเื่อะไรขึ้นอีก
“พ่อเอาเงินของหมอออกไปแล้วแม่”
“ตายจริง ป้าขอโทษด้วยนะคะหมอ เดี๋ยวป้าหามาใช้คืนให้นะคะหมอ ป้าขอโทษแทนสามีของป้าด้วยค่ะ”
“อย่าไหว้หนูค่ะป้า แค่นี้ไม่เป็ไรนะคะที่หนูจ่ายไปเป็ค่าบ้าน คืนนี้หนูขอมาค้างคืนที่นี่กับป้านะคะ”จินดาพรเธอรีบเข้าไปหาทิพกาห้ามไม่ให้ไหว้ตัวเอง เพราะความผิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของทิพกา แต่เป็ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวคนนั้นต่างหาก
“นอนที่นี่ ที่นี่ไม่สะสวกสบายเหมือนที่บ้านของหมอหรอกนะคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะป้า หนูขอนอนห้องเดียวกับดอกบัวนะคะ ดอกบัวรับปากหนูแล้วว่าคืนนี้ดอกบัวจะดูแลหนูเอง”ทิพรดาเธอยกมือชี้ที่ตัวเองด้วยความงง เพราะเธอยังไม่รู้ตัวเลยว่าเธอนั้นไปรับปากจินดาพรั้แ่ตอนไหน จินดาพูดจบเธอก็นั่งลงถอดรองเท้าเพื่อที่จะเข้าบ้านทันที ทิพกากับทิพรดาเธอทั้งสองคนก็เลยต้องเลยตามเลย ก็ในเมื่อตอนนี้เป็ผู้มีพระคุณของเธอทั้งสองคน ทิพกากับทิพรดาก็ต่างมีเื่ที่ไม่ได้บอกกันและกัน แล้วจินดาพรเองก็เป็คนที่รู้เื่ทุกอย่างของทั้งสองคน
จบตอน