"ดูหน้าของพวกลูกสองคนสิ!"ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มเฉินเฉินลงมาจากรถม้า
"นี่เป็นเด็กที่แม่พามาจากบ้านเพื่อนคนหนึ่งเดี๋ยวค่อยแนะนำให้รู้จักทีหลังนะ ตอนนี้รีบขนของเข้าไปข้างในก่อนเถอะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางปล่อยมือจากเฉินเฉินหวังเต๋อจู้ก็ช่วยเธอขนของเข้าไปข้างใน
ป้าหลิวที่อยู่ข้างๆ บ้านได้ยินเสียงดังจึงเปิดประตูออกมา
แต่คนที่ออกมาไม่ได้มีแค่ป้าหลิวยังมีผู้หญิงอีกคนที่แต่งตัวฉูดฉาดสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนั้น
พอเธอเดินเข้ามาต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึก
"โอ้โฮ!" ป้าหลิวยังไม่ทันได้พูดอะไรผู้หญิงคนนั้นก็อุทานขึ้นมาเสียงดัง เธอเดินเข้ามาหยิบกล่องบนรถม้า "นี่น่าจะเป็นขนมเค้กที่อร่อยที่สุดในเมืองใช่ไหม?"
เธอพูดพลางกวาดสายตามองต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งแต่หัวจรดเท้า
"สหายต่ง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "วันนี้หายไปทั้งวันเธอไปทำอะไรมาเหรอ ถึงเพิ่งจะกลับมาเอาป่านนี้ ดูท่าทางสบายอกสบายใจจริงนะ"
คำพูดนั้นชัดเจนว่ามีความหมายแฝงอยู่
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้พูดอะไรแต่ส่งสายตาให้ฉินไห่หยางพาเฉินเฉินกลับเข้าไปด้านในก่อน
ฉินไห่หยางอยู่กับต่งเสี่ยวเสี่ยวมานานพอสมควรแล้วช่วงหลังมานี้ก็พอจะจับทางความคิดของเธอได้บ้าง
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถามอะไรสักคำรีบพาเฉินเฉินกลับเข้าไปก่อน
เพราะเป็นว่าเป็นแค่เด็กๆป้าหลิวเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่
"พี่ไฉ่เฟิ่งพูดอะไรอย่างนั้นล่ะคะ"ถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นก็ไปไม่ถึงดวงตา"ฉันแค่ซื้อของเข้าบ้านเพิ่มนิดหน่อยเองพี่ต้องพูดให้ดูแย่ขนาดนี้เลยเหรอคะ?"
พอได้ยินแบบนั้นป้าหลิวก็รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา
นี่คือหลี่ไฉ่เฟิ่งลูกสะใภ้ของเธอลูกชายและลูกสะใภ้ของเธอทำงานอยู่ในเมือง แต่สองวันก่อนเพิ่งตกงาน
เพราะอารมณ์ไม่ดีวันนี้ก็เลยกลับมาที่บ้านเกิด
เมื่อกี้พอได้ยินเสียงดังอยู่หน้าบ้านหลี่ไฉ่เฟิ่งก็แอบมาดูตรงช่องหน้าต่าง เห็นข้าวของเต็มรถม้าก็พยายามจะออกมาดูให้ได้
ป้าหลิวไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องออกมาช่วยแก้ไขสถานการณ์
"โอ๊ย!" แต่หลี่ไฉ่เฟิ่งไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด"ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ทำไมเธอต้องโกรธขนาดนี้ด้วยล่ะ!"
"ขนมเค้กแบบนี้มันของคนมีเงินเท่านั้นถึงจะกินได้แต่กลับมาอยู่บนรถม้าของเธอ..."
คำพูดนั้นแฝงไปด้วยความดูถูก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่สนใจเธอเดินตามหวังเต๋อจู้ขนของเข้าไปข้างในต่อ
ขนของเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ขนมเค้กเล็กๆสองสามกล่องกับของกระจุกกระจิกอีกนิดหน่อย
ป้าหลิวเพิ่งจะได้พูดทักต่งเสี่ยวเสี่ยว"เสี่ยวเสี่ยวตอนบ่ายฉันไปช่วยทำอาหารให้พวกเขาที่บ้านเธอมาแล้ว ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ"
"ขอบคุณมากค่ะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่คนไร้น้ำใจเธอจับมือของป้าหลิวเบาๆ แล้วหยิบขนมเค้กกล่องหนึ่งยัดใส่มือให้เธอ"ป้าเอาไปแบ่งให้หลานๆ ที่บ้านกินเถอะนะคะ"
พอได้ยินแบบนี้แววตาของหลี่ไฉ่เฟิ่งก็เป็นประกายขึ้นมา
เธอกำลังจะเดินกลับอยู่แล้วแต่ดันเหลือบไปเห็นห่อผ้าเล็กๆ บนรถม้า ดวงตาของเธอเป็นประกาย แล้วค่อยๆเดินอ้อมไป
พอมองข้าวของพวกนั้นอย่างละเอียดแล้วก็พูดว่า"เฮ้อ น้องสาว เธอนี่มันดีดวงดีจริงๆ"
เธอพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบของพวกนั้นยัดเข้าไปในเสื้อของตัวเองอย่างรวดเร็ว
"ช่างเถอะ" เมื่อกี้เธอยังยืนกรานเต็มที่ แต่ตอนนี้กลับส่ายหัวไปมา "ยังไงซะพวกเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน พูดมากไปก็คงไม่ดี"
"ฉันกลับก่อนนะ"
พูดจบ เธอยกมือขึ้นจัดมวยผมของตัวเองนี่เป็นทรงผมที่เธอเลียนแบบมาจากสาวๆ เมือง ถ้าใส่กี่เพ้าด้วยแล้วละก็รับรองว่าหนุ่มๆ ต้องชอบเธอแน่นอน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้คิดอะไรมาก
ป้าหลิวกำมือของเธอแน่น ก่อนจะถอนหายใจ"ลูกสะใภ้ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปถือสาเลยนะพวกเขาอยู่แค่ไม่กี่วันก็จะไปแล้ว"
จริงๆแล้วป้าหลิวก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะอยู่กันนานแค่ไหน
พวกเขาตกงานจากในเมือง งานในเมืองเล็กๆก็ไม่ถูกใจ ก่อนที่จะหางานใหม่ได้ คงต้องอยู่บ้านไปก่อน
"ฉันเข้าใจค่ะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวตบมือป้าหลิวเบาๆ "ป้าไม่ต้องคิดมากนะคะต่อไปฉันคงต้องขอความช่วยเหลือจากป้าอีกเยอะเลยค่ะ"
พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็โบกมือให้แล้วก็ขอบคุณหวังเต๋อจู้ ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน
พอหวังเต๋อจู้ไปแล้วป้าหลิวก็ถือขนมเค้กกลับเข้าบ้านด้วยความกังวลใจ
พอกลับเข้าไปในบ้านยังไม่ทันจะเดินไปถึงหน้าห้องพักแขก ก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังออกมา
"ไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นของดี!"เสียงของลูกชายดังขึ้น "ถ้าเอาของพวกนี้ไปขายคงได้หลายร้อยหยวนเลยนะ?"
"ใครจะคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวดูเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับมีของมีค่าแบบนี้ติดตัว" หลี่ไฉ่เฟิ่งถือของสิ่งนั้นส่องกับแสงไฟ"ดีนะที่ฉันฉลาดกว่า ยังไงซะมันก็วางอยู่บนรถม้าเธอไม่รู้หรอกว่าหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ใช่ๆๆ"
หลี่หวาโอบหลี่ไฉ่เฟิ่ง"ฉันรู้อยู่แล้วว่าเมียฉันฉลาดที่สุด พรุ่งนี้เราจะเอาไปขายเลย"
"พอมีเงินก้อนนี้ฉันจะพาเธอไปซื้อชุดกี่เพ้าดีๆ สักชุด แล้วเราค่อยฝากคนหางานให้ทำ" หลี่หวาเริ่มวาดฝันถึงชีวิตที่สวยงาม
หลี่ไฉ่เฟิ่งกลับไม่พอใจใช้ศอกกระแทกเขาอย่างแรง "พูดอะไรของนายเนี่ย?"
"แม่เราอยู่ในหมู่บ้านมาหลายปีแล้วพวกเราส่งเงินให้แม่ทุกปี พี่ชายคนโตกับน้องชายคนเล็กก็ส่งมาเหมือนกัน!"
หลี่ไฉ่เฟิ่งมองของในมือ พลางพูดว่า"เราอยู่บ้านต่ออีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกถ้าแม่ทนไม่ได้ก็คงต้องให้เงินเราเองเราเอาของพวกนี้ไปขายมันจะได้เงินสักเท่าไหร่กัน จะไปหางานดีๆ ได้ยังไงกัน?"
...
ป้าหลิวยืนอยู่หน้าประตูรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นราดลงมาบนหัว
เธอมีลูกชายทั้งหมดสามคนเขาเป็นลูกชายคนที่สองของเธอ
สามีของเธอเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนเธอเลี้ยงดูลูกชายทั้งสามคนจนเติบใหญ่ นึกว่าจะได้สบายแล้วไม่คิดว่าคนทั้งสองกลับมาเพื่อวางแผนเอาเปรียบเธอ
แล้วของของต่งเสี่ยวเสี่ยวล่ะ...
ป้าหลิวเปิดประตูเข้าไปหลี่ไฉ่เฟิ่งรีบยัดของพวกนั้นไว้ใต้หมอน
เธอส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ"แม่ ครั้งหน้าเวลาจะเข้าห้องคนอื่นช่วยมีมารยาทหน่อยได้ไหมคะอย่าเข้ามาโดยไม่เคาะประตูแบบนี้สิ!"
"อืม"
ป้าหลิวตอบรับคำแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับหยิบของบางอย่างออกไป
อีกด้านหนึ่ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่พาเฉินเฉินไปเล่นด้วยกันเธอเล่าเรื่องราวให้ฉินซู่ฟังทั้งหมด
รวมถึงเรื่องที่เธอรับงานใหญ่มา
พอเห็นสายตาที่สับสนของฉินซู่ต่งเสี่ยวเสี่ยวยักคิ้วแล้วยิ้มออกมา "ฉันจะเก็บสมุนไพรจีนพวกนั้นกลับมาทั้งหมดเลยถ้ามีอะไรให้ช่วย ฉันจะบอกนายตรงๆ นะ"
"แต่นายก็ต้องสัญญากับฉันด้วยว่าจะใช้มือทำงานไม่ใช้เท้าเดินไปไหนมาไหนไกล เดือนนี้นายห้ามลงเดินเยอะนะแล้วเดือนหน้าฉันจะพานายไปสูดอากาศข้างนอก"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดยังไม่ทันขาดคำฉินซู่ก็รับปากเธอทันที
แต่เธอยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเขาเท่าไหร่จึงยื่นมือออกไปเหมือนตอนที่หลอกล่อฉินไห่เยว่ "เรามาเกี่ยวก้อยกันนะไม่อย่างนั้นฉันไม่เชื่อนายหรอก"
ฉินซู่หัวเราะกลั้นขำทั้งสองคนเกี่ยวก้อยกันแล้วประทับตรา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหาวหวอดๆ"ฉันจะไปเรียกเด็กๆ เข้าบ้าน อาบน้ำแล้วพาเข้านอนพรุ่งนี้เราค่อยคุยกันใหม่"