ชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวเข้ามาในหมู่บ้าน
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไร เสียงโวยวายก็ยิ่งดังขึ้น
ชาวบ้านหลายคนกำลังวิ่งวุ่น บางคนรีบปิดประตูบ้าน บางคนพาผู้สูงอายุและเด็กไปหลบอยู่ด้านใน
ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ
ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้
ไม่มีบ้านเรือนถูกเผา
ไม่มีศพ
แต่สีหน้าของทุกคนกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขาหันไปถามหญิงสาว
“ตกลงเกิดอะไรขึ้น?”
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“พวกคนจากค่ายหมาป่าดำกำลังจะมาเก็บเงินเ้าค่ะ”
“เก็บเงิน?”
“พวกมันเรียกว่าค่าคุ้มครอง”
ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
“แล้วพวกมันคุ้มครองอะไร?”
หญิงสาวนิ่งไป
“เอ่อ…”
“ก็ไม่ได้คุ้มครองอะไรสินะ”
“เ้าค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ค่าคุ้มครอง”
“เป็ค่าขู่กรรโชก”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“ใช่เ้าค่ะ!”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง
“แล้วทำไมไม่แจ้งทางการ?”
หญิงสาวก้มหน้า
“พวกมันมีคนในเมืองคอยช่วยเหลือเ้าค่ะ”
“ถ้าพวกเราไปแจ้ง พวกมันก็จะรู้ทันที”
“สุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็ยังเป็พวกเราอยู่ดี”
ชายหนุ่มครุ่นคิด
“จำนวนคนของมัน?”
“ประมาณยี่สิบกว่าคนเ้าค่ะ”
“มีผู้ฝึกยุทธ์กี่คน?”
“ทั้งหมดเ้าค่ะ”
ชายหนุ่มเงียบ
“ทั้งหมด?”
“เ้าค่ะ”
“แล้วพวกเ้ามีกี่คน?”
หญิงสาวก้มหน้า
“ชาวบ้านไม่มีใครฝึกยุทธ์”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
เขาหันกลับไปมองถนนทางเข้าหมู่บ้าน
“มันจะมาเมื่อไร?”
“ใกล้แล้วเ้าค่ะ”
“ดี”
หญิงสาวชะงัก
“ดี?”
ชายหนุ่มยิ้ม
“ข้าจะได้คุยกับพวกมันให้รู้เื่”
“ท่านจะสู้กับพวกมันหรือเ้าคะ?”
“ไม่”
“ถ้าไม่สู้แล้วจะทำอย่างไร?”
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบคาง
“ยังไม่รู้”
หญิงสาวมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ
“แต่ข้ารู้ว่าการต่อสู้เป็วิธีแก้ปัญหาที่แพงที่สุด”
“แพงที่สุด?”
“ใช่”
“เจ็บตัว เสียแรง เสียเวลา บางครั้งยังต้องเสียชีวิตอีก”
เขาชี้ไปทางถนน
“ถ้าพูดกันได้ ก็พูด”
“ถ้าตกลงกันได้ ก็ตกลง”
“ถ้าตกลงไม่ได้…”
ชายหนุ่มหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนยิ้มบาง ๆ
“ค่อยคิดอีกที”
หญิงสาวมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ…
เสียงม้าหลายตัวก็ดังขึ้นจากทางเข้าหมู่บ้าน
ตึก! ตึก! ตึก!
ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นรีบหลบเข้าบ้านทันที
ไม่นานนัก ชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนก็ขี่ม้าเข้ามา
ทุกคนแต่งกายคล้ายกัน
ที่เอวเหน็บดาบ
บางคนสะพายกระบี่
บางคนถือกระบอง
บนหน้าอกของพวกมันมีตรารูปหัวหมาป่าสีดำ
ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มขี่ม้าออกมาด้านหน้า
เขากวาดตามองชาวบ้าน ก่อนะโเสียงดัง
“เ้าผู้ใหญ่บ้าน!”
“ออกมา!”
ไม่มีใครตอบ
ชายคนนั้นหัวเราะ
“ไม่ออกมาก็ไม่เป็ไร”
“วันนี้ข้ามาเก็บค่าคุ้มครองเหมือนเดิม”
“เงินยี่สิบตำลึง!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากบ้านเรือน
ยี่สิบตำลึงสำหรับหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ถือว่าเป็จำนวนมหาศาล
ชายคนนั้นยกดาบขึ้น
“ถ้าไม่มีเงิน…”
เขาชี้ดาบไปทางบ้านหลังหนึ่ง
“ข้าจะเอาข้าวของแทน”
ชาวบ้านคนหนึ่งอดไม่ได้จึงะโออกมา
“เดือนที่แล้วพวกเ้าก็เพิ่งเก็บไป!”
หัวหน้าค่ายหมาป่าดำหันขวับ
“แล้วอย่างไร?”
“พวกข้าจะเก็บทุกเดือน!”
“หรือเ้ามีปัญหา?”
ชาวบ้านคนนั้นรีบเงียบ
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างสงบ
จากนั้นก็ถามหญิงสาวเบา ๆ
“พวกมันทำแบบนี้มานานแล้วหรือ?”
“หลายปีแล้วเ้าค่ะ”
“แล้วไม่มีใครต่อต้านเลย?”
หญิงสาวส่ายหน้า
“เคยมีคนต่อต้าน”
“แล้ว?”
“ถูกฆ่าตายเ้าค่ะ”
ชายหนุ่มเงียบไป
สายตาที่เคยดูี้เีพลันจริงจังขึ้นเล็กน้อย
เขาก้าวออกไปด้านหน้า
หญิงสาวใ
“ท่านจะทำอะไร?”
ชายหนุ่มไม่ตอบ
เดินไปหยุดตรงกลางถนน
หัวหน้าค่ายหมาป่าดำมองเขา
“เ้าเป็ใคร?”
ชายหนุ่มยิ้ม
“คนผ่านทาง”
“ถ้าเป็คนผ่านทางก็ไสหัวไป”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“จริงด้วย”
เขาหันหลังทำท่าจะเดินกลับ
หัวหน้าค่ายหมาป่าดำหัวเราะ
“รู้ตัวก็ดี”
แต่ชายหนุ่มเดินไปได้เพียงสองก้าวก็หยุด
เขาหันกลับมา
“แต่ข้ามีคำถามหนึ่งข้อ”
“อะไร?”
ชายหนุ่มชี้ไปยังตราหมาป่าบนหน้าอกของอีกฝ่าย
“ค่ายหมาป่าดำของพวกเ้าคุ้มครองหมู่บ้านนี้จริงหรือ?”
หัวหน้ากลุ่มชะงัก
“แน่นอน!”
“คุ้มครองจากใคร?”
“จากโจร!”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“แล้วโจรอยู่ที่ไหน?”
อีกฝ่ายนิ่งไป
ชายหนุ่มถามต่อ
“ข้าอยู่หมู่บ้านนี้มาครึ่งชั่วยาม ยังไม่เห็นโจรสักคน”
“หรือว่า…”
เขามองไปรอบ ๆ
“โจรที่พวกเ้าพูดถึงคือพวกเ้าเอง?”
บรรยากาศรอบด้านเงียบลงทันที
ชาวบ้านหลายคนแอบเปิดประตูออกมาดู
หัวหน้าค่ายหมาป่าดำหน้าเปลี่ยนสี
“ไอ้หนุ่ม!”
มือของเขาค่อย ๆ จับด้ามดาบ
“เ้ากำลังหาเื่ตายหรือ?”
ชายหนุ่มถอนหายใจ
“เห็นไหม”
เขาหันไปพูดกับหญิงสาวที่อยู่ด้านหลัง
“ข้าเพิ่งพูดไปเองว่าใช้ปากแก้ปัญหาได้ก็ใช้ปาก”
“แต่ดูเหมือนปากของข้าจะสร้างปัญหามากกว่าเดิมเสียแล้ว”
หัวหน้าค่ายหมาป่าดำชักดาบออกจากฝัก
“ฆ่ามัน!”
ชายฉกรรจ์สองคนะโลงจากหลังม้า
ชักดาบพุ่งเข้าหาชายหนุ่มพร้อมกัน
ชาวบ้านหลายคนร้องด้วยความใ
หญิงสาวที่พาชายหนุ่มมารีบะโ
“ระวัง!”
ชายหนุ่มกลับยืนนิ่ง
เขามองดาบสองเล่มที่กำลังพุ่งเข้ามา
จากนั้นถอนหายใจ
“เฮ้อ…”
มือข้างหนึ่งของเขาค่อย ๆ ยกขึ้น
ปัง!
เสียงฝ่ามือกระแทกดังสนั่น
ชายฉกรรจ์ทั้งสองถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศ
ร่างทั้งสองกลิ้งไปบนพื้นหลายตลบ ก่อนหมดสติไป
ทั้งหมู่บ้านเงียบกริบ
ชายหนุ่มก้มมองมือของตัวเอง
“ครั้งที่หนึ่ง”
เขาพึมพำเบา ๆ
จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าค่ายหมาป่าดำ
“เอาล่ะ”
“เราคุยกันดี ๆ ได้หรือยัง?”