บทที่ 27
จันทราทมิฬ
ข้างสายลำธารเล็กๆที่ไหลผ่านบริเวณด้านหน้าถ้ำจางิยืนเผชิญหน้ากับสตรีในคราบบุรุษ
จางิยอมรับออกไปยังไม่คิดปกปิดหลังจากที่สตรีที่อยู่เบื้องหน้าทำการถามออกมา
เป็เพราะว่าในยามนี้แม้จะโกหกไปก็คงจะไม่มีอันใดที่ขึ้นมานางรู้อยู่แล้วว่าเขานั้นสัตว์อสูรเ่าั้เป็เพราะว่าคงจะตามดูมาหลายวัน
มองจากนิสัยของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าถ้าไม่มั่นใจจริงๆคงจะไม่ทำการพูดออกมาเช่นนี้อย่างแน่นอน
การที่พูดออกมาเช่นนี้ก็แสดงว่ามั่นใจในข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ไม่น้อย
อีกอย่างคนผู้นี้เองก็มีชื่อเสียงภายในยุทธภพชื่อของจันทราทมิฬภายในยุทธภพเป็ที่รู้กันดีว่าเป็ยอดฝีมือที่ผู้คนนั้นหาพบตัวได้ยากเย็น
ในตอนนี้ปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหน้าไม่รู้ว่าปรากฏกายออกมาด้วยเจตนาอันใด
แต่ดูเหมือนว่าจะสนใจในพลังของเขาเป็อย่างมากและอีกอย่างอีกฝ่ายเองก็ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน
เพราะแบบนั้นในยามนี้ถ้าไม่กล่าวตรงตรงออกไปทำการโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกรงว่าจะผิดใจกับพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีระดับฝีมืออยู่ในระดับสูงอาจจะใช้เพียงแค่นิ้วมือเดียวในการสังหารเขาได้ในพริบตา
อย่างไรเสียมันเองก็ไม่ควรจะนำเอาชีวิตของตนเองมาเสี่ยงภายในสถานที่แห่งนี้และใน่เวลาเช่นนี้
แต่เื่ราวในครั้งนี้ที่เกิดขึ้นมันเองก็กลายเป็เหมือนกับสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาได้ล่วงรู้ว่าตนเองนั้นประมาทเกินไป
หลังจากที่ตอบรับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าออกไปหน้าเงยหน้าของตนเองขึ้นไปบริเวณ้าเล็กน้อยแสดงท่าทางนึกคิดบางอย่าง
ก่อนที่จะก้มใบหน้าต่ำลงมาแล้วก็มองตรงมาที่เขาพรางใช้สายตาของตนเองประเมินทั้งสองข้างของนางค่อยค่อยเดินไปบริเวณรอบๆร่างกายของจางิใช้ดวงตามองดูบริเวณรอบรอบร่างกาย
ก่อนที่จะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ดูประหลาดใจ “ ภายในร่างกายของเ้าไม่มีลมปราณเลยแม้แต่น้อยลมปราณภายในร่างกายไม่สามารถฝึกฝนได้ั้แ่กำเนิด “
จางิไม่รู้สึกประหลาดใจที่ว่านางนั้นรู้ความลับเกี่ยวกับเื่นี้เป็เพราะว่าอย่างไรเสียผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็เป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธที่อยู่ในระดับสูง
มันย่อมมีระดับฝีมือในการรับรู้ที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้วการที่จะล่วงรู้ว่าเขาพิการไม่สามารถฝึกฝนลมปราณมาได้ั้แ่กำเนิดเป็เื่ธรรมดา
“ ใช่ข้าไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้”
หลังจากที่ตอบกลับไปนางพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับทำความเข้าใจบางอย่างกับตนเองแล้วก็พูดขึ้นมา “ น่าสนใจผู้ที่ไม่มีลมปราณภายในร่างกายไม่สามารถฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายได้แต่กลับสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้”
จางิไม่ขยับมาั้แ่ต้นทำการพูดขึ้นมา “ สิ่งที่น่าสนใจคือเหตุใดตัวของท่านที่เป็จอมยุทธ์ที่ได้ชื่อว่าจันทราทมิฬถึงมาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่างหาก”
“ หมายความว่าอย่างไร?”
“ ก็ที่จริงแล้วตัวของท่านน่าจะอยู่ภายในดินแดนอาณาจักรอื่นไม่ใช่รึเหตุใดถึงมาที่สถานที่แห่งนี้ใน่เวลาเช่นนี้คงไม่ใช่ว่าเดินทางมาทีู่เาแห่งนี้เพื่อ้าบางอย่างหรอกนะ ”
จากที่คาดการณ์จากปัจจัยหลายหลายอย่างเค้าเองก็คิดได้เช่นนี้มองดูจากผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้านางนั้นน่าจะมีจุดประสงค์บางอย่างที่เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
เป็เพราะว่าเขานั้นรู้ดีว่าชื่อเสียงของจอมยุทธ์จันทราทมิฬไม่ได้โด่งดังภายในอาณาจักรแห่งนี้เลยแต่โด่งดังที่อาณาจักรต่างๆที่อยู่บริเวณรอบรอบ
การที่ปรากฏกายออกมาภายในสถานที่แห่งนี้ย่อมมีจุดประสงค์บางอย่างอย่างแน่นอน
หลังจากที่เขาพูดออกไปเช่นนั้นสตรีในคราบบุรุษที่อยู่บริเวณด้านหน้ายิ้มเล็กน้อย
อี้หลงเซียนมันคือชื่อที่ผู้คนภายในยุทธภพเรียกนางนางทำการยิ้มก่อนที่จะค่อยค่อยตอบกลับมา “ แน่นอนว่าเป็อย่างที่เ้าพูดการที่ข้ามาอยู่ภายในสถานที่อย่างนี้เพราะว่า้าบางอย่างภายในูเาแห่งนี้จริงๆ”
“ ท่าน้าอันใดภายในูเาแห่งนี้?” เขาลองถามออกไปเพื่อที่จะได้รู้จุดประสงค์ของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ซึ่งเมื่อถามออกไปมันเองก็น่าปลัดใจเป็อย่างมากเพราะว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าไม่ปกปิดทำการตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ ข้าอยากได้สมุนไพริญญาที่ชื่อว่าต้นดอกบุปผาคราม”
หลังจากที่ได้ยินของอีกฝ่าย้าและทำการบอกออกมาดวงตาทั้งสองข้างของขางิเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนกใ
พืชิญญาหรือสมุนไพริญญาพวกมันเองก็คล้ายคลึงกับสัตว์อสูรถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับสัตว์อสูรเช่นเดียวกัน
เป็เพราะว่าพวกพืชิญญาหรือว่าสมุนไพริญญาเป็สิ่งที่มีชีวิตและมีความคิดเป็ของตนเอง
พวกมันจึงถูกจัดอยู่ในเลยสิ่งที่คล้ายคบึงกับพวกสัตว์อสูรมากที่สุด
โดยระดับของพวกมันเองก็จะมีระดับที่ถูกจัดอยู่เช่นเดียวกับสัตว์อสูรเช่นเดียวกันโดยต้นดอกบุปผาครามที่นางนั้น้ามันเป็สมุนไพริญญาที่มีระดับอยู่ในระดับเจ็ดดาว
เพราะแบบนั้นเค้าจึงแสดงใบหน้าที่ดูตื่นตระหนกใออกมาอย่างชัดเจนเมื่อได้ยินว่านาง้ามัน
จริงอยู่ว่าภายในสถานที่แห่งนี้อาจจะมีพวกต้นดอกบุปผาครามอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แต่อาจจะเป็ส่วนในลึกสุดของพวกเขา
เพราะว่ามันเป็สมุนไพริญญาที่อยู่ในระดับเจ็ดดาวมีความพิเศษเป็อย่างมาก
แน่นอนว่าการที่จะได้มันมามิใช่ว่าผู้ใดก็สามารถได้รับมันมาได้
“ ต้นดอกบุปผาครามนั่นมันเป็สมุนไพริญญาระดับเจ็ดดาว” จางิกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
อี้หลงเซียนที่อยู่บริเวณด้านหน้าพยักหน้าตอบรับแล้วก็พูดขึ้น “ ดูเหมือนว่าเ้าเองก็จะมีความรู้ด้วยเช่นเดียวกันถึงกับรู้จักสมุนไพรเช่นนี้ได้โดยทั่วไปคนธรรมดาไม่ศึกษาเื่นี้ก็จะไม่รู้จักเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้อย่างแน่นอน”
รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่บริเวณด้านหน้ารู้จักเกี่ยวกับเื่นี้ด้วย
ทั้งสองอายุห่างกันน่าจะประมาณสี่ถึงห้าปีตอนนี้จางิเป็เด็กหนุ่มวัย16 มองดูจากสายตานางก็น่าจะอายุราวซักประมาณ20
และเมื่อคาดคะเนถึงอายุเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้นางสงสัยเพราะว่าด้วยคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ฝึกฝนวรยุทธถ้าไม่ศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับเื่นี้ก็คงจะไม่รู้จักต้นดอกบุปผาครามอย่างแน่นอน
“ ข้าเคยอ่านเจอภายในตำรามาบ้างไม่ใช่เื่แปลกที่จะพบเจอมันหรือว่ารู้จักมันแต่สิ่งที่ข้ากำลังสงสัยก็คือท่านอยากได้ต้นดอกบุปผาครามไปแต่ว่ามันอยู่บริเวณส่วนด้านในลึกสุดของูเาไป๋หลง”
“ รู้สึกว่าส่วนบริเวณด้านในสุดของูเานี้มันเองก็จะเป็เขตหวงห้ามของสำนักโดยเช่นเดียวกันผู้พิทักษ์ของสำนักคงจะไม่ยอมให้ท่านเข้าไปบริเวณในนั้นอย่างแน่นอน” จางิกล่าว
ตอนนี้จากข้อมูลสำนักแห่งนี้ที่ปกครองพื้นที่อาณาเขตของูเาแห่งนี้อยู่พวกเขานั้นไม่ได้ยอมให้ผู้ใดบุกรุกเข้ามาภายในอาณาเขตของสำนัก
ถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบูเาแห่งนี้ทั้งูเาเองก็เป็เหมือนกับเขตของสำนักโดยเช่นเดียวกัน
เป็เพราะแบบนั้นเขาจึงพยายามหลีกเลี่ยงให้ผู้คนของสำนักพบเจอตัวของเขาเป็อย่างมาก
แต่ภายในอาณาเขตของสำนักมันเองก็มีจุดหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็อาณาเขตสำคัญของสำนักซึ่งก็คือบริเวณสวนด้านในลึกสุดของูเาไป๋หลง
บริเวณส่วนด้านในลึกสุดมันถือว่าเป็เขตหวงห้ามที่มีคนคอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลามิรุ้เช่นเดียวกันว่าภายในนั้นมีอันใดบ้าง
แต่ถ้าที่บุคคลนั้นบอกเล่าดูเหมือนว่าจะมีเป็เขตที่สามารถพบเจอสัตว์อสูรระดับสูงได้เป็จำนวนมาก
และการที่จะเข้าไปภายในใช้งานได้ต้องผ่านสำนักไป๋หลงเข้าไปบริเวณด้านในซึ่งมิใช่เื่ง่ายเลยทีเดียวกว่าที่จะพบต้นดอกบุปผาคราม
อี้หลงเซียนยังคงแสดงใบหน้าที่ไร้ซึ่งความกังวลก่อนที่นางจะหันไปมองบริเวณ้าูเาขนาดใหญ่ที่เป็ตำแหน่งที่ตั้งของสำนักไป้หลง “ แล้วอย่างไรข้าก็ต้องเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นจันทราทมิฬฉายาที่ผู้คนภายในใต้หล้าให้ข้าไม่เคยมีที่ใดที่เขาไม่สามารถเข้าไปได้”
ดูเหมือนว่านางจะมั่นใจเป็อย่างมากว่าจะสามารถบุกเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้ได้
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้ามาหากันในขณะที่กำลังยืนสนทนากับนางอยู่นั่นแหละจางิใกล้ถึงบางอย่างอย่างรวดเร็ว
ดวงตาหันไปจ้องมองทางด้านทิศตะวันออกเป็ตำแหน่งของหมาป่าโลหิตที่กำลังออกล่าอยู่ในตอนนี้
ความรู้สึกภายในร่างกายสามารถััได้ใบหน้าในตอนนี้ดูจริงจังขึ้นมาในทันที
อี้หลงเซียนที่อยู่บริเวณด้านหน้านางสามารถสังเกตเห็นสีหน้าของจางิได้จึงยกยิ้มเล็กน้อยแล้วก็พูดขึ้น “ ไม่คิดเลยว่าประสาทััของเ้าเชื่อมโยงอยู่กับสัตว์อสูรด้วย ”
“ แล้วอย่างไรสามารถััได้ถึงอันใดในบริเวณทิศทางนั้น” สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาเพียงจ้องมองในครั้งเดียวก้อรู้ได้ในทันทีว่าเขานั้นสามารถััได้ถึงบางอย่าง
“ มีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามาตอนนี้มันกำลังอยู่บริเวณด้านหน้าของสัตว์อสูรของข้า… ” จางิกำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
คล้ายคลึงว่าตอนนี้สัตว์อสูรที่เขากำลังควบคุมอยู่มันกำลังปะทะเข้ากับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง
จบบท