แผนยกระดับคุณภาพชีวิต
ครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกว่าตัวเองทำพลาดไปพลาดในเรื่องที่ง่ายๆอย่างการลืมโรงไม้ที่ใช้สำหรับแปรรูปไม้เพื่อใช้ในการสร้างคอกสัตว์
ความผิดพลาดนี้ทำให้กัสรู้สึกถึงจุดอ่อนของการวางแผนขึ้นมาเขามุ่งเป้าไปที่ประสิทธิภาพของการทำงานมากจนเกินไปจนมองข้ามโรงไม้ที่เป็นสิ่งก่อสร้างรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำDP ได้ไปโดยสนิทใจเพราะประสิทธิภาพในการทำ DP ที่ต่ำเกินไปของมัน
เขาพยายามมองหาสิ่งที่เรียกว่าความคุ้มค่าต่อกำลังคนต่อเวลามากจนละเลยสิ่งที่มีประโยชน์เล็กๆน้อยๆ ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
นี่นับเป็นความผิดพลาดที่ทำให้กัสต้องทบทวนตัวเองอีกครั้งการวางแผนกับทุกอย่างมันทำให้ผลงานออกมาได้ดีเหนือความคาดหมายก็จริงอยู่
แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปในแผนการก็คือความรู้สึกของคน เมื่อเป้าหมายคือประสิทธิภาพและผลลัพธ์กระบวนการในขั้นตอนจึงถูกละเลยไปบ้าง เช่นเดียวกับการสร้างคอกสัตว์เขารู้ว่าดินแดนของเขามีไม้มากและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้ว
ทว่าเขาลืมคิดไปว่าไม้นั้นมีรูปร่างที่แตกต่างกันต้นไม้เองก็มีขนาดที่แตกต่าง การจะมองหาไม้ที่เหมาะสมในการสร้างจากป่าโดยไม่ผ่านการแปรรูปมันเลยนั้นดูจะเป็นเรื่องที่ยากเกินไปบ้างจริงๆ
หลังจากสร้างโรงไม้พื้นฐานขึ้นมาสำเร็จกัสก็มองเห็นความเป็นไปได้หลายๆอย่างที่เขาละเลยไปเขามองกองขี้เลื่อยที่กองอยู่บนพื้นจากนั้นนึกถึงโรงเพาะเห็ดขึ้นมาได้ในทันทีจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ต่อจากนั้นก็นึกถึงโรงผสมปุ๋ยที่น่าจะมีประโยชน์ไม่น้อยในช่วงเวลานี้เพราะว่าแปลงผักของเขาถูกรีดประสิทธิภาพออกมาจนถึงขีดสุดแล้วจากการสนับสนุนของมิโดริ
วิธีเดียวที่กัสคิดออกและน่าจะช่วยให้ด้านนี้ได้บ้างก็คงมีเพียงการให้ปุ๋ยเพิ่มเข้าไปเพียงเท่านั้น
นอกจากนี้โรงเพาะเห็ดยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ทำผลผลิตได้โดยอาศัยเวลาเป็นสำคัญเช่นเดียวกับโรงหมักบ่มที่สามารถทำผักดองกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ด้วยการหมักบ่มเป็นระยะเวลานานๆ
เหตุผลหนึ่งที่กัสรีบสร้างโรงหมักบ่มก็เพราะมันเป็นหนทางการสร้างDP ที่ใช้เวลาเป็นหลักในขณะที่กำลังคนเป็นรองซึ่งกัสสามารถทุ่มเวลาลงไปในช่วงสั้นๆ เพื่อรอรับผลประโยชน์ในระยะยาวได้
นอกจากนั้นมันยังเป็นทางเลือกที่สำคัญในการเอาชนะช่วงเวลาแห่งหายนะอีกด้วยเขาจึงต้องสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ช่วงแรกๆเพื่อศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจกับเทคนิคในการหมักบ่ม
ทว่าสิ่งก่อสร้างรูปแบบอื่นๆนั้นเขากลับไม่ได้สนใจมันมากเท่าที่ควรจนถึงขั้นละเลยมันไปอย่างไม่น่าให้อภัยอีกด้วย
‘บางที..ข้าคงต้องทบทวนว่าเมื่อก่อนข้าสร้างสิ่งก่อสร้างแบบไหนขึ้นมาบ้างแล้วสินะ’
สิ่งก่อสร้างหลายๆ ชนิดนั้นมีคุณค่าในฐานะของโรงงานเพื่อสร้างผลผลิตในรูปแบบต่างๆแต่มันก็มีสิ่งก่อสร้างที่มีขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเช่นเดียวกัน
ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นมีทั้งแบบที่มีขึ้นเพื่อความสุขสบายและมีขึ้นเพื่อยกระดับของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ในขณะที่คิดกัสก็มองออกไปรอบตัวมองดูดินแดนของเขาในชีวิตที่สองนี้ ดินแดนที่เขาใช้เวลาสร้างเพียง 3เดือนเศษแต่กลับใหญ่โตราวกับดินแดนที่เขาสร้างมานานนับปี
หลายสิ่งหลายอย่างมันดียิ่งกว่าชีวิตที่แล้วของเขาแต่กลับมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ด้อยกว่ามากอย่างที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้
‘ห้องน้ำ..โรงอาบน้ำ..บ้านพัก..สถานที่พักผ่อนหย่อนใจสวนดอกไม้..’
ความคิดมากมายก่อตัวขึ้นในใจของกัสก่อนจะหยุดลงที่ส่วนที่เกือบจะสำคัญที่สุดแต่กลับถูกละเลยไปเพียงเพราะว่ามันไม่จำเป็นสำหรับดันเจี้ยนแห่งนี้
“ข้า..ข้าลืมสร้างห้องน้ำไปงั้นหรือ..”
กับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะฝืนยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกละอายใจหรือความรู้สึกอับอายที่เขาพลาดจนทำให้เหล่าเด็กสาวต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากถึงขนาดนี้
สำหรับตัวเขาห้องน้ำไม่ใช่สิ่งที่มีความสำคัญมากนักเพราะพลังของพรที่สามารถย่อยสลายได้ทุกสิ่งทำให้กากใยอาหารไปจนถึงกากของเสียในร่างกายของเขานั้นแทบจะไม่มีเหลือมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว
ทั้งที่กินลงไปมากขนาดนั้นแต่กลับขับถ่ายออกมาเพียงน้อยนิดนั่นคือสิ่งที่เขาคุ้นเคยดี
พอมาอยู่ในดันเจี้ยนความรู้สึกเหล่านั้นก็แทบจะหมดสิ้นไปแล้วเพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในดันเจี้ยนนั้นมีสภาพเป็นวัตถุกึ่งพลังงานมันไม่ใช่สิ่งของที่มีตัวตนอยู่จริงในรูปธรรมแต่เป็นพลังของดันเจี้ยนซึ่งมีสภาพไม่ต่างอะไรจากพวกมอนเตอร์ในดันเจี้ยนอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นดินแดนแห่งนี้ทรัพยากรต่างๆ ไปจนถึงอาหารการกินทุกสิ่งล้วนเป็นเช่นเดียวกันหมดและด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การนำของจากภายในดันเจี้ยนออกไปกลายเป็นเรื่องยากเพราะต้องพึ่งพากล่องสำหรับบรรจุที่เป็นตัวแทนของการส่งออก
หากเป็นผลผลิตทั่วไปแล้วละก็การบรรจุกล่องเพื่อนำออกไปจากดันเจี้ยนนั้นจำต้องใช้ค่า DP จำนวนมากในการเปลี่ยนวัตถุกึ่งพลังงานเหล่านั้นให้กลายเป็นวัตถุที่มีตัวตนจริงๆถึงจะนำออกไปได้
ในส่วนนี้มีข้อยกเว้นเพียงวัตถุประเภทของวิเศษเช่นผักวิเศษที่กัสเคยนำออกไปมอบให้กับตระกูลซึ่งไม่ต้องเสียค่า DP เพิ่มเติมในการนำออกไปในโลกภายนอก
และด้วยความที่มันเป็นวัตถุกึ่งพลังงานนี้เองทำให้ตัวเขาสามารถย่อยสลายมันได้อย่างสมบูรณ์จนไม่เหลือกากใยใดๆทิ้งไว้เลยทำให้เขาแทบจะไม่ได้ขับถ่ายอย่างที่ควรทำ
แต่กับเด็กสาวทั้งหลายแล้วมันต่างกันโดยสิ้นเชิงพวกเธอไม่สามารถทำแบบเขาได้จึงต้องขับถ่าย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเบาหรือถ่ายหนักล้วนต้องทำเหมือนๆกัน
ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากโลกภายนอกมีเพียงสิ่งที่ขับถ่ายออกมานั้นจะสูญสลายหายไปในภายหลังสิ่งที่เหล่าเด็กสาวทำก็เพียงตรงเข้าไปในป่าแล้วขับถ่ายออกไปจากนั้นก็กลบฝังลงไปเพียงเท่านั้นไม่นานนักมันก็จะหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน
ต่อจากนั้นพวกเธอก็แค่ใช้เวทมนตร์ชำระกายออกมาทำความสะอาดร่างกายก็สามารถกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อได้โดยไม่เกิดปัญหาใดๆในด้านของสุขภาพหรือสุขลักษณะ
ทั้งหมดนี้เป็นผลจากเวทมนตร์ในชีวิตประจำวันที่มีการเรียนการสอนในตระกูลของเขาทำให้เหล่าเด็กสาวไม่ถึงกับต้องประสบกับความลำบาก
แต่การไม่ลำบากก็ไม่ได้หมายความว่าจะสุขสบายเช่นกัน
การค้นพบสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตนั้นทำให้กัสถึงกับต้องกุมขมับเขาส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ก่อนจะคิดถึง DP ที่เหลือของวันนี้ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการสร้างสิ่งก่อสร้างอีก 2 ชนิด
‘เอาเถอะ บ่อน้ำกลางแจ้งเองก็..เล็กเกินไปแล้วเหมือนกัน’
หากนับรวมสมาชิกที่เพิ่มมาอีก 3 คนเข้าไปด้วย บ่อน้ำกลางแจ้งที่กัสสร้างด้วยมือนั้นก็ดูจะเล็กลงไปมากทีเดียวหากพวกเขาทุกคนจะลงไปแช่น้ำพร้อมกัน
อีกอย่างสภาพของมันก็ไม่ได้สวยงามอะไรดูหยาบๆ และบางครั้งก็ทำให้เด็กสาวมีแผลขีดข่วนจากการเสียดสีกับขอบบ่อได้ด้วยเหมือนกันเพราะมันทำขึ้นมาจากดินเผาที่เคลือบเพื่อกันน้ำ
“ดูเหมือนว่าจะได้เวลาโละของที่ไม่จำเป็นแล้วสินะ”
กัสถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วมองไปยังเตาเผาที่สร้างขึ้นด้วยมือที่ตอนนี้ก็ยังถูกใช้เป็นบางครั้งเพื่อเผาถ่านสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
นอกจากนั้นก็แทบไม่ได้ใช้ในการเผาเครื่องปั้นดินเผาอะไรอีกเลยเพราะเตาเผาของโรงปั้นนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่ามากและใหญ่กว่าอีกด้วย
‘น่าจะได้เวลาที่จะเปลี่ยนถ่านไม้สำหรับก่อไฟทำอาหารมาเป็นผลึกเปลวเพลิงระดับต่ำแล้วสินะแบบนี้สิถึงจะเรียกว่ายกระดับคุณภาพของชีวิต’
เมื่อคิดต่อไปอีกกัสก็จำได้ว่าสภาพของโรงอาบน้ำนั้นดียังไงโดยเฉพาะหลังจากเพิ่มระดับของมันให้เป็นระดับสอง หากเลือกที่จะเพิ่มคุณภาพมันก็จะกลายเป็นโรงอาบน้ำที่สวยหรูและใช้งานได้ดีเยี่ยมหรือจะเพิ่มขนาดก็ทำให้มันมีพื้นที่กว้างขวางรองรับคนได้จำนวนมาก
ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกอ่อนใจเมื่อรู้ว่าเขาพลาดไปมากจริงๆทั้งยังเป็นความผิดพลาดครั้งที่สองอีกด้วย
“เอาเถอะๆข้าเองก็ไม่ใช่พวกที่ชอบคิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว..เพราะพลังของบลูไซต์ละมั้งถึงได้คิดเก่งขึ้นแต่ก็นะ..มันไม่ใช่นิสัยของข้าจริงๆ”
หลังจากสรุปความคิดของตัวเองได้กัสก็ลงมือตบไปตามเนื้อตัวเพื่อไล่ขี้เลื่อยทิ้งไปจากนั้นก็มองไปยังกองไม้ที่ถูกแปรรูปจนกลายเป็นแผ่นไม้หยาบๆซึ่งยังเหลืออยู่อีกกองใหญ่ที่น่าจะพอให้น้องสาวของเขาใช้ไปอีกวันหนึ่ง
“วันนี้ยัยตัวเล็กก็ขยันดีจริงๆ ข้าเองจะให้น้อยหน้าไม่ได้เพราะงั้นทำมันวันนี้เลยก็แล้วกัน”
พอคิดได้ดังนั้นกัสก็รีบตรงกลับเข้าไปยังบ้านของเขาทันทีตามมาด้วยการเปิดหน้าต่างระบบและเลือกรายการสิ่งก่อสร้างในหมวดชีวิตประจำวันก่อนจะเลือกโรงอาบน้ำมาแล้วกดซื้อลงไปแบบไม่ลังเล
และก็เช่นเดียวกับทุกครั้งกัสไม่ยินยอมให้เกิดความสูญเสียใดๆ ขึ้นแน่นอนเขาจัดการสร้างมันด้วยการกำหนดเองและขยายขนาดของมันให้ใหญ่ขึ้นกว่าปกติเพื่อขนาดของบ่อน้ำที่ใหญ่ขึ้น
แต่หลังจากสร้างโรงอาบน้ำเพิ่มกัสก็ต้องยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดว่าบางทีความผิดพลาดของเขาก็อาจจะไม่ใช่ความผิดพลาดที่ต้องใส่ใจนักเพราะหลังจากที่เขาสร้างโรงอาบน้ำขึ้นมาแทนที่บ่อน้ำกลางแจ้งแล้วเขาก็พบว่าพื้นที่ว่างในดินแดนของเขามีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนจึงทำให้เขาสามารถเลือกสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้ๆที่พักอาศัยได้
แต่ถ้าเข้าสร้างสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ก่อนการขยายดินแดนของเขาก็อาจจะไม่รวดเร็วขนาดนี้และส่งผลให้สิ่งก่อสร้างหลายๆอย่างมากระจุกตัวรวมกันอยู่ในเขตพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งมันจะทำให้พื้นที่มีความหนาแน่นมากขึ้นตามไปด้วย
ทว่าตอนนี้เขาขยายดินแดนไปถึงระดับ3 แล้ว มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ มีพื้นที่ให้เลือกสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากมายยังไม่นับส่วนที่ว่างไว้ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์
“แบบนี้..บางทีอาจจะไม่นับว่าเลวร้ายอะไรนัก ต่อไปก็ห้องน้ำ สร้างมันสักสองห้องละกัน ยังไงก็ราคาถูกกว่าสิ่งก่อสร้างทั่วไปอยู่แล้ว”
ในขณะที่พูดกัสก็ไหวไหล่เล็กน้อย ห้องน้ำนั้นราคาเพียง 50 DP เท่านั้น ซึ่งกัสตัดสินใจว่าจะไม่ขยายให้มันใหญ่จนเกินไป
โครงสร้างมาตรฐานของมันนั้นมีขนาดกว้าง2 เมตร ยาว 3 เมตร ทว่ากัสขยายมันให้ใหญ่ถึง 5 เมตรทั้งกว้างและยาวทำให้ห้องน้ำนี้มีขนาดที่ใหญ่โตเอามากๆแล้วเมื่อคิดถึงคุณประโยชน์ของมันที่ใช้สำหรับขับถ่ายเพียงอย่างเดียว
กัสสร้างห้องน้ำเอาไว้ทางทิศตะวันออกและตะวันตกอย่างละแห่งตั้งอยู่ในเขตชั้นในสุดที่เป็นพื้นที่ 5ไร่ที่เหลือจากการทำแปลงผักเพราะเขาเห็นว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่มีการเดินผ่านไปมามากที่สุดน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว
พอถึงช่วงเที่ยงน้องสาวคนโตก็เดินกลับมาเพื่อทำอาหารให้กับทุกคนก็ตกใจเมื่อได้เห็นโรงอาบน้ำแห่งใหม่ที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่บ่ออาบน้ำกลางแจ้ง
เด็กสาวหยุดมองด้วยความตกใจเพราะว่าเธอนั้นจำได้ว่าบ่อน้ำกลางแจ้งนั้นเป็นบ่อน้ำที่กัสสร้างขึ้นด้วยตัวเองไม่ได้ซื้อมาจากดันเจี้ยนจึงไม่สามารถเพิ่มระดับให้กับมันได้โดยตรงทั้งยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยระบบของดันเจี้ยนอีกด้วย
ทว่าตอนนี้บ่อน้ำกลางแจ้งได้หายไปแล้วและถูกแทนที่ด้วยโรงอาบน้ำที่ทำจากไม้ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับบ่อน้ำกลางแจ้งในแบบที่ดีกว่า
มันมีกำแพงปิดกันจากรอบด้านและมีเพดานที่เปิดโล่งมีห้องสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะลงไปแช่ในบ่อน้ำที่มีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา
นอกจากโรงอาบน้ำที่ทำให้เด็กสาวประทับใจแล้วมันยังมีสิ่งที่ดูคล้ายห้องน้ำตั้งอยู่ข้างๆด้วยทำให้เธอนึกสงสัยจนต้องเปิดประตูเข้าไปดูก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ
“นี่มัน..ห้องน้ำ! ในที่สุดก็มีใช้สักที”
หลังจากตกใจเด็กสาวก็ดูจะดีใจมากเป็นพิเศษก่อนจะมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครจ้องอยู่เธอก็ยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปก่อนจะปิดประตูลงเพื่อทำธุระส่วนตัวอย่างสุขสบายแตกต่างจากการขับถ่ายในป่าเป็นไหนๆ
แม้ว่าความสะอาดจะไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วงเพราะมีเวทมนตร์ชำระกายแต่ยังไงเสียการขับถ่ายในสถานที่ปิดแบบห้องน้ำมันก็สบายใจกว่ากันมากจริงๆ
หลังจากใช้งานเสร็จเด็กสาวก็พบว่าที่ด้านข้างมีอ้างล้างมืออย่างดีแถมยังมีสบู่ที่มีกลิ่นหอมอยู่ด้วย ซึ่งเธอก็ไม่ลังเลที่จะใช้มันทันที
พอเดินออกไปจากห้องน้ำเด็กสาวก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าที่ด้านหน้าห้องน้ำนั้นมีอิจิโกะกับน้องยืนยิ้มอยู่
“คุณหนูนี่เอง..ข้าขอเข้าต่อนะคะ”
อิจิโกะที่นำมาก่อนใครยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวทักทายแบบง่ายๆก่อนจะกล่าวขอตัวซึ่งทำให้น้องสาวคนโตรู้สึกตัวและหลีกทางให้ในทันทีจากนั้นก็เข้าไปในงานมันบ้างก่อนจะออกมาด้วยท่าทีที่สุขสบาย
ไม่นานนักนิโกะกับซันโกะก็เข้าไปตามลำดับก่อนจะออกมาพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงพูดคุยเบาๆที่พูดถึงความสุขสบายจากการมีห้องน้ำใช้แบบนี้
น้องสาวคนโตเองก็เห็นด้วยและพูดชมออกมาหลายคำก่อนจะพากันเดินไปยังล้านกว้างเพื่อทำอาหารกลางวันให้กับทุกคนตามปกติ
ไม่นานนักกัสก็มาถึงเขายิ้มน้อยๆเหมือนเช่นทุกวันและยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูมีความสุขของน้องๆ
“วันนี้พวกเราอาบน้ำด้วยกันนะ”
หลังจากนั่งลงยังตำแหน่งของตัวเองกัสก็ส่งเสียงร้องออกมาทำให้เหล่าเด็กสาวที่ทำอาหารอยู่ต้องหันกลับมายิ้มเขินๆให้กับกัสก่อนจะหันกลับไปทำอาหารต่อโดยไม่พูดอะไร
ทว่ารอยยิ้มนั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับกัสเพราะว่ามันเป็นสัญญาณของการตอบรับที่เต็มไปด้วยความสุขของเด็กสาว
เมื่อพูดถึงการอาบน้ำด้วยกันมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นทำให้เหล่าเด็กสาวไม่กล้าตอบรับกลับมาตรงๆนอกจากยิ้มเขินๆ แทนคำตอบ
การที่พวกเธอไม่ปฏิเสธก็เท่ากับว่าตกลงแล้วมีหรือที่กัสจะไม่เข้าใจ
หลังจากพูดคุยกันไปได้ครู่หนึ่งน้องสาวคนเล็กก็วิ่งกลับมาในสภาพที่มอมแมมไปหมดเพราะการทำงานหนักของเธอ
ถึงจะมอมแมมไปบ้างแต่สีหน้าของเด็กสาวกลับดูสดใสเป็นพิเศษเพราะเธอมีเป้าหมายให้ทำแล้วและกำลังพยายามทำมันอย่างเต็มที่จึงทำให้อารมณ์ของเธอดีมากทีเดียว
ต่อจากนั้นมิโดริก็เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆเธอกล่าวทักทายกัสอย่างสุภาพ รวมไปถึงน้องสาวทั้งสองของเขาจากนั้นจึงนั่งลงบนเก้าอี้ของเธอเพื่อรอคอยมื้ออาหาร
เมื่อกัสเห็นมิโดริอยู่ๆ เขาก็นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้เหตุการณ์เก็บตัวอย่างของซีต้าและมิซ่าที่ลงมือกับเขาเพื่อเก็บตัวอย่างซึ่งเป็นน้ำกามปริมาณมหาศาลของเขาไปทำให้กัสอ่อนแรงเป็นอย่างมาก
แม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกเหนื่อยพอสมควรแต่เขาก็ยังมีแรงเหลือมากพอที่จะเติมเต็มความสุขให้กับเหล่าเด็กสาวของเขา
ซึ่งความคิดนี้ของกัสทำให้เขานึกถึงสิ่งที่มิโดริต้องการและนึกไปถึงการเก็บตัวอย่างของซีต้าและมิซ่าที่มีอะไรคล้ายๆกันอยู่บางส่วนทำให้เขาเริ่มคิดว่าการให้น้ำกามของเขากับมิโดรินั้นบางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายก็ได้
ในขณะที่คิดกัสก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งคิดเงียบๆเพื่อรอคอยให้อาหารกลางวันมาเสิร์ฟ เขารอจนกระทั่งอาหารถูกจัดลงบนโต๊ะน้องสาวคนเล็กก็วิ่งออกไปอีกรอบเพื่อไปเรียกซีต้ากับมิซ่ามาทานมื้อกลางวัน
หลังจากเสียเวลาไปไม่นานนักซีต้ากับมิซ่าที่อยู่ในชุดใหม่ที่ดูเรียบร้อยและมีเนื้อตัวที่สะอาดสะอ้านก็เดินมาถึง
สองสาวมีสภาพที่อ่อนแรงอยู่บ้างโดยเฉพาะมิซ่าที่มีท่าเดินไม่ปกติเท่าไหร่นัก มันดูขัดๆจนทำให้เหล่าเด็กสาวต้องมองหน้ากันและยิ้มออกมาบางๆเพราะเข้าใจถึงความหมายของความเปลี่ยนแปลงนี้ดี
มิซ่าเองก็สังเกตเห็นท่าทางของเด็กสาวเหล่านี้ได้ในทันทีทำให้ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมาบ้าง ก่อนจะยิ้มหวานให้กับกัสด้วยความรักและขอบคุณ
ซีต้าเองก็ยิ้มออกมาน้อยๆยังดีที่เธอมีอาวุโสมากกว่าใครทำให้ไม่มีเด็กสาวคนไหนกล้าหยอกล้อเธอให้อับอายนอกจากน้องสาวคนเล็กที่แอบจ้องมองเธออยู่บ่อยๆ
เมื่อทุกคนมาถึงและอาหารทั้งหมดถูกจัดขึ้นโต๊ะจนเสร็จสิ้นก็มีขั้นตอนการขอบคุณสำหรับมื้ออาหารเล็กน้อยตามธรรมเนียมจากนั้นก็เริ่มทานกันอย่างสงบเงียบเพราะทุกคนต่างมีงานที่ต้องกลับไปทำรออยู่
พอเสร็จสิ้นมื้ออาหารเหล่าเด็กสาวก็รับหน้าที่เก็บล้างไปตามปกติจนเหลือเพียงกัสกับแขกคนสำคัญทั้งสองอย่างซีต้าและมิซ่าที่นั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน
กัสนั้นหันไปมองทั้งสองคนเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าพวกเธอเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากจะคุยกับเขา
“มีอะไรหรือเปล่า..พวกเจ้าทำเหมือนกับว่าอยากจะพูดอะไรสักอย่างกับข้า”
สองศิษย์อาจารย์พยักหน้ารับครั้งหนึ่งจากนั้นก็หันมามองหน้ากันชั่วขณะก่อนที่ซีต้าจะเป็นคนเอ่ยปากพูดออกมา
“กัสอีกสองวันพวกเราจะต้องกลับไปยังตระกูลและอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าที่พวกเราจะกลับมาได้ข้าคิดว่าคงไม่เกินอาทิตย์..เจ้าเจ้ามีอะไรที่อยากจะฝากให้ข้ากับมิซ่าไปทำให้หรือไม่”
กัสหยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะขมวดคิ้วเขาเริ่มคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้รวมไปถึงงานวิจัยที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะสามารถรั้งตัวทั้งสองเอาไว้ได้หรือไม่
สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดไปของกัสนี้ทำให้สองสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยราวกับรู้ว่าเขากำลังเป็นห่วงเรื่องอะไรอยู่
“ข้า..ข้าฝากเจ้ามองหาข้ารับใช้ที่มีฝีมือมาสักหน่อยก็แล้วกัน..ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากให้เจ้าใช้ค่าความดีความชอบที่ตำหนักผู้รักษามอบให้จัดการแลกเปลี่ยนมาเลย”
“ไม่มีปัญหา ข้าสามารถจัดการให้เจ้าได้ในทันทีแล้ว..เจ้ามีใครที่อยากได้ตัวเป็นพิเศษไหม”
คำถามของซีต้านั้นทำให้ดวงตาของกัสทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่งเขาเข้าใจในทันทีว่าเธอถามแบบนี้เพราะอะไร
ทว่ากัสก็ทำได้เพียงฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าเพราะว่าข่าวลือที่เขาได้รับในชีวิตก่อนนั้นมันมีจำกัดและคนที่เขารู้จักและคาดหวังได้ก็มีแค่มิโดริคนเดียวเท่านั้น
ส่วนคนอื่นๆเขาไม่มีใครที่อยากได้เป็นพิเศษเลยเพราะความสามารถของคนเหล่านั้นไม่เหมาะที่จะเติบโตในดันเจี้ยนแห่งนี้
“ถ้าเป็นไปได้..ขอคนที่ไม่มีห่วงกับทางครอบครัวก็จะดีมาก..ถ้ามีทักษะในการต่อสู้บ้างก็ดีจะดีที่สุดก็..คนที่กำลังลำบาก สำหรับคนเหล่านั้นไม่ว่าจะมีฝีมือแบบไหนก็รับมาเถอะ”
คำตอบของกัสนั้นทำให้สองศิษย์อาจารย์แย้มยิ้มออกมาด้วยความชื่นชมคำพูดนี้ทำให้มุมมองที่พวกเธอมีต่อกัสนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อยและมีความชื่นชมเพิ่มมากขึ้น
“ไม่มีปัญหา..ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง รับรองได้ว่าทุกคนข้าหามาจะทำให้เจ้าพอใจแน่”
“ถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็เบาใจ ฝากด้วยนะซีต้า มิซ่า..”
“ไว้ใจได้เลยค่ะท่านกัสต่อให้ท่านอาจารย์จะแอบอู้ข้าก็จะช่วยตีก้นอาจารย์แทนท่านเอง”
คำตอบรับที่แสนสดใสนี้ทำให้ใบหน้าของซีต้าแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่มิซ่านั้นยิ้มหวานปานจะหยดพลางจ้องมองกัสด้วยดวงตาที่เร่าร้อนราวกับต้องการเปิดศึกรักกับเขาอีกสักครั้ง