“เ้าพวกเด็กสารเลว! เด็กบ้านอื่นช่วยกันหาอาหารทะเลไปแลกเงิน แต่พวกเ้ากลับมาเล่นของสกปรก เหตุใดชีวิตข้าถึงได้รันทดนัก ทำงานงกๆ คนเดียว มีบุตรก็หาได้แบ่งเบาภาระ ์! เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายกับข้านัก”
สตรีออกเรือนนางหนึ่งวิ่งถือไม้มาทางนี้ แถมปากยังดุด่าสลับกับร้องไห้มาตลอดทาง
ฮั่วิจูมองสองพี่น้องเก็บอุปกรณ์แล้ววิ่งหนี ด้านหลังของพวกเขามีสตรีผู้หนึ่งวิ่งไล่ตาม
ชาวบ้านหลายคนยืนมองเหตุการณ์น่าขัน ส่งเสียงหัวเราะพลางนินทาคนทั้งสามไปด้วย
เด็กในหมู่บ้านที่สามารถหาเงินได้จากการขายกุ้งั ะโโลดเต้นไปตามทางเดิน พวกเขาขอบคุณฮั่วิจูที่สอนให้รู้จักค้นหากุ้งั
“ิจู เหตุใดเ้าถึงจับปูทะเลกลับไปมากเพียงนี้”
ชาวบ้านไม่ชอบกินพวกมัน แม้แต่เถ้าแก่เหวินยังไม่รับซื้อ แต่สหายจับมันกลับเกือบเต็มถัง เสี่ยวหม่านสงสัยว่าสหายจะนำกลับไปทำอะไร
“นำกลับไปทำอาหารมื้อเย็น”
“แต่เนื้อมันน้อยนะ ทำอาหารไม่อร่อยหรอก” ไฉ่หงแทรกขึ้น อาหารทะเลที่นางไม่ชอบเลยคือปูทะเลนี่แหละ เนื้อน้อยแถมกินก็ไม่อร่อย
ฮั่วิจูยิ้ม ผู้อื่นไม่ชอบแค่นางชอบก็พอแล้ว รายการอาหารจากปูทะเลผุดขึ้นมาในหัวของนางละลานตา
“ข้าคืนเงินเ้า”
ตงจื้อยื่นเงินห้าอีแปะให้กับฮั่วิจู เมื่อวานนางพาเขาไปหาหมอ ท่านหมอหญิงคิดค่ารักษาเพียงห้าอีแปะ แล้วนางเป็คนจ่ายค่ารักษาให้เขาก่อน หลังจากดื่มยาไปเมื่อวาน อาการน้ำมูกไหลออกมาตลอดเวลาเริ่มจะดีขึ้น
ฮั่วิจูรับเงินห้าอีแปะจากตงจื่อ “เ้าอย่าลืมดื่มยาตามที่ท่านหมอบอกล่ะ” มิวายกำชับสหายให้ดื่มยาตามที่ท่านอาจารย์บอก อาการป่วยจะได้หาย
“อือ” ตงจื้อพยักหน้ารัว
“ว่าแต่พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด ต้าเสวี่ยกับเสี่ยวเสวี่ยถึงถูกไล่ตี”
ชาติที่แล้วนางไม่ได้คลุกคลีกับทั้งสองมากนัก รู้จักกันเพียงผิวเผิน ได้กลับพบเจอกันอีกครั้งก็ตอนที่นางมาเยือนอำเภอจางหลินเพื่อทำภารกิจบางอย่าง สองพี่น้องก็กลายเป็นักชันสูตรมือหนึ่งแห่งอำเภอจางหลินไปเสียแล้ว
“ข้ารู้” ตงจื้อรีบยืดอกแย่งคนอื่นตอบคำถาม “ท่านแม่ของสองคนนั้น ไม่พอใจที่พวกเขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการตามผ่าซากสัตว์ที่ตาย จึงไล่ตีพวกเขาบ่อยครั้ง”
“สามปีที่แล้ว ท่านป้าเฝิงพาบุตรทั้งสองกลับมายังหมู่บ้าน ได้ข่าวว่าสามีของท่านป้าเฝิงเป็นักชันสูตรของศาลาว่าการจางหลิน พอสามีตายท่านป้าเฝิงก็กลับมาพึ่งพาบ้านเดิม
ด้วยความสงสาร หัวหน้าหมู่บ้านจึงมอบที่ดินให้พวกเขาทั้งสามสร้างบ้าน แต่เด็กสองคนนั้นค่อนข้างแปลก ชอบผ่าซากสัตว์เล่น จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ท่านป้าเฝิงไม่อยากให้บุตรทำตัวแปลกประหลาด จนเข้ากับคนอื่นไม่ได้ จึงเป็ภาพอย่างที่เ้าเห็น พวกเราเห็นจนชินแล้ว”
ไฉ่หงกล่าวเสริมคำบอกเล่าของตงจื้อ ในหมู่บ้านซานไห่ ท่านแม่ของไฉ่หงคือผู้ที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเื่ของชาวบ้านเป็ที่สุด นางจึงได้รับอานิสงส์มาด้วย
ฮั่วิจูเพิ่งรู้ว่าบิดาของสองพี่น้อง เคยเป็นักชันสูตรของศาลาว่าการจางหลิน นางเลิกคิดเื่ของคนทั้งสอง แหงนหน้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นสูง ป่านนี้ท่านพ่อจะเป็อย่างไรบ้าง
ยามนี้คนที่ฮั่วิจูกำลังห่วง กำลังช่วยก่อกำแพงดิน แต่หูกลับคอยฟังการโต้เถียงกันของบ้านจาง
หญิงชราผู้หนึ่งกำลังยืนเท้าสะเอวก่นด่าลูกสะใภ้คนที่สามด้วยถ้อยคำไม่น่าฟัง
ภรรยาจางหมินถูกแม่สามีตามระรานไม่หยุดหย่อน ถึงแม้จะแยกครอบครัวออกมาแล้ว แต่หญิงชรากลับไปยอมปล่อยพวกตนบ้านสามไป ยังคงตามด่าหาว่านางเป็หญิงแพศยา หลอกล่อให้ลูกชายคนที่สามอกตัญญูต่อบุพการี
ซุ่ยซื่อคือหญิงชราปากคอเราะรายผู้หนึ่ง หากไม่จำเป็ไม่มีใครอยากโต้เถียงกับคนแบบนาง ชาวบ้านต่างคิดว่าภรรยาจางหมินช่างโชคร้ายที่แต่งเข้ามาในบ้านที่มีแม่สามีร้ายกาจ ขนาดแยกบ้านกันแล้วยังตามด่าไม่จบไม่สิ้น
“นังปีศาจ! เ้าสินะเป็คนเสี้ยมสอนให้บุตรชายคนที่สามของข้าซ่อนเงิน”
เห็นบ้านที่กำลังสร้างขึ้นใหม่แล้วคันปาก ก่อนแยกบ้านนางมอบเงินให้ครอบครัวบุตรชายคนที่สามเพียงห้าตำลึง แล้วคนพวกนี้ไปเอาเงินจากที่ใดมาสร้างบ้านดินหลังใหญ่ ถ้าไม่แอบซ่อนเงิน
“พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ท่านจะมายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวข้าเพื่ออันใด”
ภรรยาจางหมินโมโหจนร้องไห้ ครอบครัวพวกตนถูกบีบบังคับให้แยกบ้านออกมาแล้ว ทำไมแม่สามีถึงไม่ยอมรามือ
“ต่อให้พวกเ้าแยกบ้าน จางหมินก็ยังเป็บุตรชายของข้าอยู่ดี เ้ามันนังสารเลว ยุยงให้สามีอกตัญญูต่อบุพการี”
ซุ่ยซื่อเท้าสะเอวด่าลูกสะใภ้คนที่สามด้วยความคับแค้นใจ นางพยายามบังคับให้บุตรชายคนที่สามหย่ากับลูกสะใภ้ที่กระด้างกระเดื่องต่อนาง
แต่บุตรชายอกตัญญูเห็นเมียดีกว่าแม่บังเกิดเกล้ากลับไม่ยอมหย่า นางยกเื่แยกบ้านมาขู่บุตรชายก็ไม่สนใจ ยอมแยกบ้านดีกว่าเลิกกับเมียสารเลวผู้นี้
พวกเขาถูกนางบีบโดยการมอบเงินในการแยกบ้านให้เพียงห้าตำลึง กับที่ดินผืนเล็กๆ แล้วคนพวกนี้นำเงินจากที่ใดมาปลูกบ้านหลังใหญ่
“ท่านแม่หยุดเถิดขอรับ ท่านไม่อายแต่ข้าอาย คนมากมายเพียงนี้ท่านไม่รู้จักอายหรืออย่างไร” จางหมินเหนื่อยใจกับมารดาของตนเอง
“เป็พวกเ้าต่างหากที่สมควรอาย ข้าเลี้ยงเ้ามาจนเติบใหญ่กลับเห็นเมียดีกว่าแม่ ถ้ารู้ว่าเ้าจะโตมาชั่วช้าอย่างนี้ ข้าน่าจะกดหัวเ้าจมน้ำให้ตายไปั้แ่เด็ก” ซุ่ยซื่อเห็นบุตรชายโต้เถียงก็โมโหหนัก
“เ้าจะพอได้หรือยัง คนอยู่มากมายเพียงนี้แต่เ้ากลับมาอาละวาด”
หัวหน้าหมู่บ้านทนไม่ไหวจึงห้ามปราม สตรีนางนี้ทั้งปากร้ายและไร้เหตุผล คนดีๆ ที่ไหนจะอยากไปโต้เถียงด้วย เขายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แต่นางไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจะไม่ให้ข้าอาละวาดได้อย่างไร นังแพศยาคนนี้ยุยงบุตรชายให้อกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดไม่พอ นางยังยุยงให้สามีซ่อนเงินอีกต่างหาก”
ปวดใจนัก! อยู่มาจนหัวสองสี ไม่เคยมีบุตรและลูกสะใภ้คนใดกล้าซ่อนเงินกับนางมาก่อน นังแพศยาคนนี้เป็คนแรกที่กล้ากระด้างกระเดื่องกับนาง
“เงินสร้างบ้านเป็ข้าเองที่ให้จางหมินหยิบยืม เ้าจะหยุดโวยวายได้หรือยัง” หัวหน้าหมู่บ้านปวดหัวจนแทบจะะเิ จึงบอกที่มาของเงิน
“อย่ามาโกหกหญิงแก่อย่างข้า! ลำพังครอบครัวเ้าก็ต้องรัดเข็มขัดกินดื่มอย่างประหยัด จะมีน้ำใจให้ผู้อื่นหยิบยืมเงินหลายสิบตำลึงมาสร้างบ้าน ข้าไม่เชื่อ!”
ซุ่ยซื่อไม่เกรงกลัวหัวหน้าหมู่บ้าน เพราะนางกับหัวหน้าหมู่บ้านเป็ลูกพี่ลูกน้องที่เล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก
หัวหน้าหมู่บ้านกัดฟันแน่น ถ้ามารดาของนางมิใช่น้องสาวมารดาของตน เขาคงไม่ลำบากใจขนาดนี้ หญิงนางนี้ปากร้ายั้แ่เด็กจนโต จิกหัวใช้ลูกสะใภ้ราวกับทาส ไม่พอใจก็ดุด่าทุบตี ผู้ใดจะไปทนแม่สามีร้ายกาจเช่นนี้ไหว
“เ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าขโมยเงินของข้ามา” ซุ่ยซื่อหันไปเอาเื่กับลูกสะใภ้ต่อ “คืนเงินมาเดี๋ยวนี้!” แบมือออกไปตรงหน้า
“เ้ามันคนไร้เหตุผล!” หัวหน้าหมู่บ้านชี้หน้าซุ่ยซื่อ ปากสั่นเพราะความโมโหที่นางไม่เคยให้เกียรติตนเลยสักครั้ง
“อย่ามาชี้หน้าข้า เื่ของครอบครัวข้า หัวหน้าหมู่บ้านอย่างเ้าจะสอดมือมายุ่งเพื่ออันใด” ซุ่ยซื่อยังคงเท้าสะเอวด่า
ฮั่วหนานอันส่ายหน้า นังแก่ปากร้ายคนนี้บอกว่าจะเอาเงินจากบ้านของจางหมินคืน ถ้านางได้เงินไป แล้วค่าแรงของเขาล่ะ ไม่ได้การแล้ว!
“นี่นังแก่ อย่ามาวุ่นวายอยู่ที่นี่ ไสหัวไปไกลๆ”
ซุ่ยซื่อและคนอื่นๆ หันมองไปยังที่มาของเสียง จึงพบว่าคนที่กล้าต่อกรกับหญิงปากร้ายคือฮั่วหนานอัน
“ลูกสุนัขตัวใดกล้าเรียกข้าว่านังแก่ แถมยังกล้ามาไล่ข้าให้ไสหัวไปอีก”
เป้าหมายใหม่ของซุ่ยซื่อคือบุรุษที่กล้ามาต่อกรกับนาง ั้แ่เกิดมาไม่เคยมีใครทำให้นางเดือดเท่านี้มาก่อน
“เพ้ย! ลูกสุนัขบ้านใดจะหน้าตาดีอย่างนี้”
ฮั่วหนานอันถ่มน้ำลายออกไป ปากร้ายไม่พอยังตามีปัญหาอีกต่างหาก เขารูปงามปานนี้ยังมองว่าเป็ลูกสุนัข สมกับเป็หญิงปัญญาตื้นเขิน
“หน็อยแน่! คนนอกหมู่บ้านอย่างเ้ากล้าดียังไงถึงได้มาถ่มน้ำลายใส่ข้า” ซุ่ยซื่อจำได้แล้วว่าไอ้ลูกสุนัขตัวนี้ คือครอบครัวคนนอกที่เพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน
“เื่แค่นี้ทำไมต้องใช้ความกล้า นังแก่หนังเหี่ยวหน้าหนายิ่งกว่าโขดหินอย่างเ้ามันน่ารำคาญเสียจริง ไสหัวไปไกลๆ” ปัดมือไล่ด้วยความรำคาญ อย่ามาขัดขวางการหาเงินเลี้ยงครอบครัวของเขา
ซุ่ยซื่อตกตะลึงกับคำด่า ั้แ่เกิดมาไม่เคยมีใครด่านางว่าหน้าหนายิ่งกว่าโขดหิน มีเพียงแค่นางด่าคนอื่น
“ไอ้สารเลว! เ้ากับนังแพศยานี่เป็ชู้กันสินะ ถึงได้ออกหน้าแทนกัน”
ชาวบ้านที่ได้ยินใกับคำพูดของซุ่ยซื่อ ภรรยาจางหมินร้องไห้กับโคลนที่แม่สามีสาดใส่
ฮั่วหนานอันเลิกคิ้ว มองไปยังภรรยาจางหมินที่งามเทียบกับภรรยาของตนไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ กล้ามาสาดโคลนใส่คนอย่างฮั่วหนานอัน เหตุใดถึงไม่มองหาเื่ที่มันน่าเชื่อถือกว่านี้
“ท่านผู้ว่าจ้าง แม่สามีของท่านใส่ร้ายว่าข้ากับท่านเป็ชู้กัน นางปากสุนัขปานนี้ เหตุใดท่านถึงไม่จัดการกับนางให้สิ้นซาก เมื่อใดที่นางเดินไปใกล้แม่น้ำหรือทะเล ท่านก็แอบตามไปแล้วหาโอกาสที่ไม่มีผู้ใดเห็น ถีบนางให้ตกลงไปในน้ำ พอแน่ใจว่านางตายในน้ำแล้วก็หลบออกมาอย่างเงียบๆ
ถ้าท่านผู้ว่าจ้างไม่กล้าทำวิธีนั้น ก็หาโอกาสตอนที่นางขึ้นเขาไปหาของป่า ทุบหัวนางให้หมดสติ หลังจากนั้นก็ลากร่างของนางทิ้งลงไปในเหวลึกให้สัตว์ป่ากัดกิน
แต่คนอย่างนังแก่นี่น่าจะี้เีไปสักหน่อย วิธีพวกนั้นอาจไม่ได้ผล เอาเป็ว่าท่านลักลอบเผาบ้านนางตอนกลางคืนเลยก็แล้วกัน เลือกเผาบริเวณห้องนอนของนางก่อนห้องอื่น
ก่อนเผาหาไม้มาขัดประตูจากด้านนอก นางจะได้ติดอยู่ในห้อง ยามที่เสียงของนางร้องโหยหวนตอนถูกไฟเผาไหม้ คงลดความแค้นของท่านลงได้บ้าง
ถ้าท่านไม่กล้าใช้วิธีที่ข้าบอกออกไป ข้ามีวิธีอื่นแนะนำให้ท่านไปจัดการกับนาง รับรองได้ว่าแเี ท่านกำจัดขยะออกจากหมู่บ้านได้ ชาวบ้านไม่แจ้งทางการอย่างแน่นอน”
คำแนะนำของฮั่วหนานอันทำให้ทุกคนอึ้ง นี่มันคือแผนการฆาตกรรมชัด ๆ ซุ่ยซื่อที่คิดว่าตนเองไม่กลัวผู้ใด ยังตัวสั่นราวกับลูกนกเปียกฝน
“ข้าจะแจ้งทางการ”
“แจ้งในข้อหาใดหรือ” ฮั่วหนานอันลอยหน้าลอยตาถาม
“เ้าแนะนำให้นังแพศยาสังหารข้า” ยังคงไม่ยอมแพ้ แม้ปากจะสั่นเพียงใดนางก็ต้องโต้ตอบ
“มีผู้ใดได้ยินว่าข้าพูดอะไรหรือไม่” ฮั่วหนานอันถามชาวบ้านที่อยู่ ณ ที่นี้
ทุกคนเงียบ ฮัวหนานอันจึงยกไหล่ขึ้นอย่างสบาย “ไม่มีใครได้ยิน” ปรายตามองไปยังคนแก่น่ารำคาญ
“เ้าระวังตัวเอาไว้ให้ดีเถิด กลางคืนนอนอยู่ดี ๆ ระวังรู้สึกร้อน” ฮั่วหนานอันข่มขู่อีกครั้ง ตบท้ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ข้าล้อเล่น เ้ากลัวไปได้ ผู้ใดจะกล้าทำอย่างนั้น ถ้าไม่เกลียดกันเข้ากระดูกดำ”
ซุ่ยซื่อก้าวถอยหลัง ลูกสะใภ้สารเลวคนนี้เกลียดนางยิ่งกว่าอะไรดี ถ้าเกิดบ้าดีเดือดขึ้นมา นางคงต้องตายในกองเพลิง ชาวบ้านพวกนี้ไม่มีใครช่วยนางเลยสักคน พวกสารเลว! รีบหันหลังแล้ววิ่งหนีกลับบ้านราวกับว่ามีคนกำลังไล่ตาม
ในอนาคต คำขู่ของฮั่วหนานอันทำให้ซุ่ยซื่อหวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้าน ตอนกลางคืนก็ไม่กล้านอนหลับสนิท เพราะกลัวถูกลอบเผาบ้านจนนางตายในกองเพลิง