ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 5 ภารกิจลับ
ซูฉีถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะเข้ามาในเกมอีกครั้ง เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเธอล็อกเอาท์จากเกมไปนั่งทานอาหารกลางวันกับสามี เธอเองไม่ได้เป็คนที่สัดทัดด้านการทำอาหาร ดังนั้นทั้งสองจึงมีความเห็นร่วมกันในการสั่งอาหารมารับประทาน ซูฉีมีหน้าที่เพียงจัดโต๊ะอาหารเท่านั้น ค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้านทั้งหมดสามีของเธอเป็คนจัดการ เนื่องจากเขาไม่ได้ออกไปทำงานข้างนอก ซูฉีจึงคิดว่าเขาน่าจะได้รับเงินมาจากพ่อแม่ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมากนัก ขณะทานอาหารซูฉีก็ทานอย่างเงียบๆ ตามปกติ เธอไม่รู้จะคุยอะไรกับสามี แต่เฟยหลงผู้เป็สามีกลับเอ่ยถามขึ้นว่า
“เข้าเกมแล้วเป็ยังไงบ้างครับ”
“ก็ดีค่ะ”
“ผมว่าเกมเขาทำมาเสมือนจริงดีนะครับ ถ้าคิดจะเอาชนะผมในนั้นให้ได้ต้องพยายามหน่อยนะครับ”
พอเป็เื่เกมดูเหมือนสามีเธอจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ ซูฉีที่ได้ยินถึงกับกำช้อนในมือแน่น นี่มันท้าทายกันชัดๆ เธอเป็คนที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อได้ยินคำท้าทายนี้เธอก็ตอบกลับไปว่า
“อีกไม่นานหรอกค่ะ ฉันจะต้องล้มคุณให้ได้เลย คอยดู”
เฟยหลงยิ้มน้อยๆออกมาเป็การตอบรับ ถ้าเขาแพ้คนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อน แถมยังเพิ่งเข้าเล่นเกมหลังเขาเป็ปีๆ คงตลกน่าดู
“ว่าแต่นี่ก็สองวันแล้ว คุณเลือกอาชีพได้หรือยังครับ”
ซูฉีถึงกับคิ้วกระตุก ตอนนี้เป็่ปิดภาคเรียน ทำให้เธอมีเวลาเล่นเกมอย่างเต็มที่ สองวันที่ผ่านมาเธอจึงเข้าไปอยู่ในเกมตลอดเวลาที่มีโอกาส แต่ก็อย่างที่เห็น เธอดันเลือกไปเกิดผิดเมือง ทำให้ตัวเองไม่มีความคืบหน้าในเกมแม้แต่นิดเดียว ซูฉีตั้งสติและยิ้มออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า
“เป็ความลับค่ะ แล้วคุณล่ะคะเล่นอาชีพอะไร”
เฟยหลงยิ้มน้อยๆ อย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะตอบกลับไปเช่นกันว่า
“เป็ความลับครับ”
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่งทั้งสองก็แยกย้ายกันไปในที่ของตัวเอง ซูฉีนั่งทำใจอยู่นานกว่าจะเข้าเกมมาอีกครั้ง
สองวันที่ผ่านมาเธอขุดหัวเผือกหัวมันรวมกันได้มากกว่าหนึ่งร้อยหัว อยู่ในกระเป๋าสัมภาระ หลังจากคิดว่าได้เสบียงจนเพียงพอที่จะเดินทางออกจากเมืองร้างแล้ว เธอก็เก็บรวบรวมสิ่งที่จำเป็ในการเดินทางเข้าป่าจากบ้านร้างต่างๆในเมือง ก่อนหน้านี้เมืองไม่ได้เป็เมืองร้างอย่างที่เห็น แต่เพราะมีภัยธรรมชาติพัดผ่านเข้ามา ทำให้ผู้คนในเมืองแห่งนี้ต่างอพยพกันออกไปอยู่ที่เมืองอื่นจนหมด ซูฉีไม่ได้ศึกษาเื่เมืองต่างๆ มากก่อน เธอคิดว่าแต่ละที่คงไม่ต่างกันมาก นั่นคือความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ เกมนี้มีการเมืองที่รุนแรง อีกทั้งแต่ละพื้นที่ก็มีภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป เธอควรจะศึกษาเื่นี้มากกว่าเื่อื่นๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อเธอผิดพลาดไปแล้ว ก็ได้แต่ต้องเดินหน้าต่อไป
------------------------------
"่นี้น่าเบื่อจริงๆ ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเข้ามาบ้างหรืออย่างไรนะ"
นักพเนจรสาวคนหนึ่งบ่นกับตัวเอง เกมวังัมีความสมบูรณ์แบบอย่างมากทั้งทางด้านภาพ รส กลิ่นเสียง รวมถึงตัวละคร NPC ในเกมที่ถูกออกแบบให้มีความนึกคิดเป็ของตัวเอง เป็ระบบ AI รุ่นใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้จำลองการมีชีวิตแบบตัวละครต่างๆ ทั้งพ่อค้า ทหาร ชาวเมืองและแม้แต่ตัวละครพิเศษ ตัวละคร NPC ทุกตัวในเกมจะมีการป้อนหน้าที่ของตนเอง รวมถึงป้อนนิสัย ความนึกคิด และการกระทำต่างๆ ซึ่งรวมๆแล้วพวกเขาก็ดูไม่แตกต่างจากผู้เล่นเกมทั่วไปเลย ตัวอย่างเช่นนักพเนจรหญิงคนนี้ที่เป็ ตัวละคร NPC พิเศษตัวหนึ่ง นางมีหน้าที่เลือกขายของหายาก ให้กับนักเดินทางที่ไปพบเจอ หรือให้ภารกิจพิเศษกับนักเดินทางที่นางถูกใจ ซึ่งั้แ่เกมนี้เปิดตัวมา นางเลือกที่จะขายของให้นักเดินทางที่พบกันเพียงแค่สองชิ้นและมอบภารกิจพิเศษให้นักเดินทางเพียงแค่คนเดียว เพราะนางรู้สึกว่าคนอื่นๆนั้นไม่คู่ควรที่จะได้รับมัน
“แม่นาง ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ”
ซูฉีที่ได้ยินเสียงคนพูดกับตัวเองก็ดีใจจนพูดอะไรไม่ออก เธออยู่ในเกมมาสองวันแล้วแต่ไม่พบเจออะไรเลยนอกจากบ้านร้างกับพื้นดินที่ว่างเปล่าเหล่านี้ จากที่เธอเคยศึกษามามันไม่น่าจะเป็แบบนี้ได้นี่นา เพราะใครๆ ก็บอกว่าผู้เล่นหน้าใหม่สามารถทำภารกิจและเพิ่มทักษะได้เร็วกว่าผู้เล่นที่เล่นมานาน แต่นี่...เอ่อ เธอที่เป็ผู้เล่นหน้าใหม่กลับไม่สามารถเพิ่มทักษะอะไรเลยได้เลยนอกจากทักษะขุดดิน เธอไม่ได้อยากเป็ชาวสวนหรอกนะ
"คุณ...เอ่อ แม่นางช่วยพาข้าออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่?"
ซูฉีเคยได้ยินมาว่า หากเข้ามาเล่นเกมวังัแล้วจะต้องใช้ภาษาจีนโบราณในการสื่อสาร เพราะหากไม่ใช้ภาษาจีนโบราณ ตัวละคร NPC ในเกมจะไม่สนทนากับผู้เล่น เว้นแต่เป็การพูดคุยกับผู้เล่นด้วยกันเท่านั้นที่จะสามารถใช้ภาษาปกติได้ แต่การแยกผู้เล่นกับ ตัวละคร NPC เป็ไปได้ยาก ผู้คนจึงเลือกใช้ภาษาจีนโบราณ ในเกมจนแทบไม่มีใครใช้ภาษาในยุคสมัยใหม่ให้ได้ยิน
ต้องบอกก่อนว่าระบบในเกมนั้นสมจริงเป็อย่างมาก ชื่อผู้เล่นหรือแม้แต่ชื่อตัวละคร NPC ในเกมจะไม่ได้แสดงขึ้นบนหัว แต่จะสลักอยู่ที่ข้อมือ ตัวละคร NPC ในเกมทุกตัวมีสถานะและหน้าที่อย่างชัดเจน พวกเขามีชีวิตจิตใจ และสามารถเลือกได้ว่าจะพูดคุยหรือให้ภารกิจหรือไม่ให้ภารกิจกับผู้เล่นคนไหน ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครคือผู้เล่นเกมจริงๆ ใครคือตัวละคร NPC
นักพเนจรสาวที่ได้ยินคำตอบของซูฉีก็นิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง นางมีหน้าที่เป็นักเดินทางพเนจร หากให้การช่วยเหลือผู้เล่นคนใดเป็พิเศษอาจเกิดคำครหาเอาได้ ดังนั้นนางจึงตอบกลับไปว่า
"ข้าคือนักเดินทางพเนจรผู้มาจากแดนไกล ต้องขอโทษด้วย ข้าคงไม่สามารถพาท่านให้ออกไปจากที่นี่ได้"
"ฮือๆๆๆ พาข้าออกไปจากเมืองนี้ที"
"ออกจากเมือง?"
"ข้าติดอยู่ในนี้มาสองวันแล้ว ฮือๆๆๆ"
ซูฉีถึงกับร้องไห้คอตก นักพเนจรสาวที่เห็นสีหน้าของซูฉีก็ได้แต่สงสัย ด้วยความสงสัยอย่างหนักทำให้นางเอ่ยถามขึ้นว่า
"แม่นาง เกิดอะไรขึ้นกับท่านหรือ??"
ซูฉีที่ได้ยินคำถามนี้ถึงกับบ่อน้ำตาแตกครั้งใหญ่ แม้ในเกมจะไม่สามารถหลั่งน้ำตาออกมาได้ แต่ซูฉีรู้สึกว่าน้ำตามันไหลทะลักออกมาจากตัวเองในชีวิตจริง ซูฉีเล่าถึงเหตุการณ์ตอนเข้าเกมที่เกิดขึ้นจนนักพเนจรสาวไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางเป็ตัวละครในเกม ถูกสร้างให้เข้าใจว่าเกมนี้คือโลกใบหนึ่งไม่ใช่เกม ดังนั้นสิ่งที่ซูฉีเล่า นางจึงเข้าใจว่าสตรีนางนี้หลงทางเข้าเมืองมาและหาทางออกไม่ได้ จนต้องขุดเผือกขุดมันเพื่อประทังชีวิต ด้วยความสงสาร นางจึงเอ่ยถามซูฉีขึ้นว่า
"แม้ข้าจะไม่สามารถพาท่านออกไปจากที่นี่ได้ แต่ข้าสามารถให้ภารกิจแก่ท่านได้ ท่านสนใจหรือไม่"
ซูฉีนั่งทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง ตอนนี้เธอกำลังวางแผนออกเดินทางไปในป่า แต่ด้วยความกลัวสัตว์ร้ายและอันตราย ทำให้ลังเลที่จะเข้าไปในป่า แต่เมื่อได้เห็นคนผ่านมาความหวังก็ลุกโชน อย่างไรก็ตามความหวังที่เพิ่งลุกโชนก็ถูกดับลงด้วยคำปฏิเสธ หากซูฉีไม่สามารถออกจากป่านี้ได้ แล้วภารกิจที่จะไปพิชิตสามี ทำให้สามีหันมาสนใจจะทำได้อย่างไรกันล่ะ
"ขอบคุณท่านมาก แต่ข้าคงไม่มีแรงทำภารกิจอะไรนั่นหรอก ข้าขอตัวไปหาอาหารต่อก่อนนะ"
กล่าวจบซูฉีก็เตรียมเดินจากไปทันที นักพเนจรสาวที่เห็นอย่างนั้นก็ตกตะลึง สตรีนางนี้ไม่สนใจภารกิจที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝันเรียกร้องอยากจะได้รับงั้นหรือ ช่างน่าสนใจจริงๆ นางต้องหาภารกิจที่สตรีผู้นี้ยินยอมทำตามให้ได้เลย
"ช้าก่อน ภารกิจนี้เป็ภารกิจลับ แม่นางไม่สนใจฟังหน่อยหรือ"
"ทำภารกิจแล้วได้ของกินหรือไม่?"
"ท่านนักเดินทาง ไม่สนใจภารกิจที่ได้ของรางวัลเป็อาวุธวิเศษหรือตำราลับหน่อยหรือ"
"ไม่ล่ะ ถึงได้ของพวกนั้นมาแต่ไม่มีแรงจะใช้พวกมันก็ไม่มีประโยชน์"
สิ่งที่ซูฉีกลัวที่สุดคือไม่มีอาหาร เพราะเมื่อใดที่พลังงานหมด เธอจะทำทุกอย่างช้าลงกว่าเดิมเกือบสิบเท่า ซึ่งนั่นทรมานใจยิ่งกว่าตายเสียอีก เคยมีครั้งหนึ่งที่เธอไม่ได้ดูพลังงานของตัวเองจนมันหมดกลายเป็ศูนย์ แม้แต่จะเดินก้าวไปข้างหน้าสิบก้าวใช้เวลาเกือบหนึ่งเค่อ การจะเพิ่มพลังงานได้นั้นมีสองทางคือนั่งสมาธิกับทานอาหาร แต่นั่งสมาธินั้นใช้เวลานานมากกว่าพลังงานจะขึ้นมาหนึ่งจุดไม่เหมือนกับการทางอาหาร ซูฉีจะไม่ยินยอมให้อาหารหมดอีกเป็อันขาด ดังนั้นก่อนที่เป้าหมายพิชิตสามีในเกมจะสำเร็จ ซูฉีจะขาดอาหารในเกมไม่ได้เด็ดขาด
นักพเนจรสาวถึงกับมองสตรีตรงหน้าอย่างตกตะลึง คนอื่นอยากได้ตำรา อาวุธวิเศษ แต่สตรีนางนี้กลับอยากได้ของกินวิเศษงั้นหรือ ช่างท้าทายจริงๆ ขอนางคิดทบทวนสิ่งที่เคยได้ยินมาก่อนนะว่ามีสิ่งไหนจะเข้าข่ายแบบที่สตรีผู้นี้้า
(ปล. ่นี้ยังเป็่กึ่งเกมย้อนยุคกึ่งชีวิตปัจจุบัน ไรท์เลยยังตั้งใจให้คำที่ใช้แทนตัวละครมีศัพท์ทั้งสองสมัยอยู่นะคะ)