“ข้าขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จัก ผู้นี้คือสหายหวงฝู่แห่งตระกูลหวงฝู่ส่วนผู้นี้คือสหายเซียวอวี้ที่วันนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วเมืองเหลียงโจว” มู่หรงเยี่ยกล่าวแนะนำทั้งสอง
“ที่แท้คือสหายหวงฝู่และสหายเซียวนี่เองวันนี้สหายเซียวทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ” เด็กหนุ่มที่อายุค่อนข้างมากกว่าคนอื่นกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ส่วนอีกคนก็ยิ้มแย้มพลางหยอกล้อ“ได้นั่งร่วมโต๊ะกับสหายหวงฝู่และสหายเซียวนับเป็เกียรติของข้าผู้แซ่ฉินยิ่งนัก”
มู่หรงเยี่ยกล่าวแนะนำคนที่เหลือด้วยรอยยิ้ม“คนผู้นี้คือท่านอ๋องน้อยหลี่เสินจีส่วนสหายฉินที่มีวาจาติดตลกผู้นี้คือประมุขน้อยแห่งสมาคมหมอยาในเหลียงโจวของเราฉินชิงอวิ๋น”
เซียวอวี้กระจ่างแจ้งทันทีมิน่าล่ะถึงสามารถนั่งร่วมโต๊ะกับมู่หรงเยี่ยได้ที่แท้ก็เป็บุคคลสำคัญสุดยอดทั้งสิ้น
แผ่นดินต้าถังสถาปนาแคว้นมาสองพันกว่าปีตลอดเวลาที่ผ่านมามีท่านอ๋องแคว้นบริวารมากมาย ถึงแม้ท่านอ๋องจะไม่มีอำนาจทางทหารแต่จะมอบศักดินาให้อีกฝ่าย แม้นเหลียงโจวจะอยู่ภายใต้การปกครองของเซียวฉีสยงทว่าประมุขตัวจริงแห่งเมืองเหลียงโจวคือเหลียงโจวอ๋อง และคนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ก็คือบุตรคนโตของเหลียงโจวอ๋อง หลี่เสินจี
ถึงแม้หลี่เสินจีจะเป็ผู้สืบทอดตำแหน่งแต่ฐานะไม่แน่ว่าจะเทียบกับฉินชิงอวิ๋นประมุขน้อยแห่งสมาคมหมอยาได้
บิดาของฉินชิงอวิ๋นฉินซุ่นชัง เป็นักหลอมยาขั้นสี่ระดับล่างเพียงคนเดียวในเมืองเหลียงโจว
ระดับของหมอยาก็แบ่งเป็เก้าขั้นเช่นเดียวกันแต่ละขั้นยังแบ่งออกเป็สามระดับ บน กลาง ล่าง ขั้นหนึ่งต่ำสุดส่วนสูงสุดคือขั้นเก้า และนักหลอมยาที่มีระดับขั้นสูงสุดในแผ่นดินต้าถังก็ไม่มากไปกว่าขั้นหกระดับล่าง
นักหลอมยาที่เก่งกาจยิ่งกว่านั้นแต่ไหนแต่ไรมีอยู่แค่ในสำนัก เล่ากันว่านอกจากนักหลอมยาขั้นเก้าแล้วยังมีาาโอสถขั้นอริยะที่เก่งกาจยิ่งกว่า
โลกแห่งโอสถสร้างระบบเป็ของตนเองแต่มีความสัมพันธ์กับโลกบำเพ็ญตนอย่างแน่นแฟ้นไม่อาจแยกจากกันได้ไม่ว่าจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์หรือนักพรต ถ้าเกิดได้รับาเ็สาหัส นอกจากใช้เคล็ดวิชาที่ฝึกฝนมารักษาแล้ววิธีการที่เร็วยิ่งกว่านั้นคือการใช้ยา หมอยาที่เก่งกาจบางคนแม้จะไม่เข้าใจการฝึกบำเพ็ญตน แต่มีฐานะเป็ที่เคารพเลื่อมใสกระทั่งนักพรตเองก็ไม่กล้าล่วงเกิน
ฉินซุ่นชังไม่เพียงแต่เป็หัวหน้าของสมาคมหมอยาแห่งเมืองเหลียงโจวยังเป็ผู้าุโคนหนึ่งของวิหารหมอยาของแผ่นดินต้าถังวิชาหลอมยาเป็เลิศไม่มีผู้ใดทัดเทียมแม้กระทั่งเซียวฉีสยงเองก็ต้องให้เกียรติเขาเช่นกัน
เซียวอวี้ไม่สนใจในตัวหลี่เสินจีเหลียงอ๋องน้อยแต่กลับสนใจในตัวฉินชิงอวิ๋นอย่างมาก เดิมทีเขาคิดว่าผ่านไปอีกสักสามสี่วันจะไปเยี่ยมเยียนสมาคมหมอยาไม่คิดเลยว่าจะมาบังเอิญเจอประมุขตัวเป็ๆ
“ที่แท้ก็คือท่านอ๋องน้อยและสหายฉินนี่เอง”เซียวอวี้ยิ้มพลางประกบสองมือขึ้นคารวะ
หลี่เสินจีค่อนข้างมีน้ำใจกว้างขวางตรงไปตรงมาโบกมือแล้วเอ่ย “ทุกคนล้วนแต่เป็สหายกันสหายเซียวไม่ต้องเกรงใจถึงเพียงนั้น มา นั่งลงดื่มสักสองสามจอกก่อน”
เซียวอวี้กับหวงฝู่หลิงซีทรุดตัวลงนั่งมู่หรงเยี่ยคลี่ยิ้มพลางกล่าวขออภัยอยู่สองประโยค แล้วไปทักทายแเื่คนอื่น
หลี่เสินจีและฉินชิงอวิ๋นสนใจในตัวเซียวอวี้อย่างมากเช่นเดียวกันคุณชายหกแห่งสกุลเซียวผู้นี้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนใช้ขั้นก่อนกำเนิดหนึ่งชั้นฟ้าเอาชนะขั้นก่อนกำเนิดเจ็ดชั้นฟ้าได้ผลการประลองที่เหมือนกับความฝันเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็ปาฏิหาริย์ไม่ว่าใครหน้าไหนล้วนอยากผูกไมตรีกับยอดฝีมือที่อนาคตโดดเด่นเฉิดฉายเช่นนี้
สำหรับหวงฝู่หลิงซีที่ปลอมตัวเป็ชายกลับถูกมองข้ามไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ยอดนารีผู้นี้ยิ้มแย้มน่ารักไม่ใส่ใจท่าทีของคนทั้งสอง
“สหายฉินข้าคารวะเ้าหนึ่งจอก เดิมทีข้าอยากจะไปเยี่ยมเยียนสมาคมหมอยาในวันพรุ่งคิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอสหายฉินในวันนี้ได้” เซียวอวี้ยกจอกสุราพลางกล่าววาจายิ้มแย้ม
หลี่เสินจีและหวงฝู่หลิงซีพลันทำหน้าสงสัยทันที
เซียวอวี้จะไปสมาคมหมอยาทำไมกันอยากจะไปซื้อยาวิเศษสักหน่อยหรืออย่างไร จริงสิยารวบรวมลมปราณที่คุณภาพดีหน่อยสักเม็ดให้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ในการดูดซับพลังต้นกำเนิดฟ้าดินเซียวอวี้อยากจะซื้อสักหน่อยก็คงไม่แปลก
เซียวอวี้ในอดีตไม่ได้รับความสำคัญจากในจวนเงินทองที่พอจับจ่ายใช้สอยได้ก็มีน้อยมาก แต่ทว่าด้วยสถานะของเขาในบัดนี้เงินทองที่ข้าบริวารในจวนนำมากำนัล ก็เพียงพอให้เขาไปซื้อยาวิเศษแล้วเช่นกัน
“โอ้?”
ฉินชิงอวิ๋นคลี่ยิ้มทันที“สหายเซียวอยากซื้อยาหรือ ข้ายังเหลือยารับพลังปราณทั่วไปอีกชุดเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าสั่งให้คนนำไปส่งถึงจวนเ้าก็ได้”
“สหายฉินเข้าใจผิดแล้วข้าไม่ได้อยากซื้อยาหรอก หากแต่อยากจะทำการค้ากับหัวหน้าฉินข้าบังเอิญได้รับตำรับยาเดี่ยวมาใบหนึ่ง บางทีอาจจะมีประโยชน์สำหรับหัวหน้าฉิน”เซียวอวี้คลี่ยิ้มในขณะที่ส่ายหน้าไปมา
“หาท่านพ่อของข้าหรือ”ฉินชิงอวิ๋นอึ้งงันไปหวงฝู่หลิงซีและหลี่เสินจีก็ตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน
ฉินซุ่นชังเป็ถึงหมอยาขั้นสี่ระดับล่างเพียงหนึ่งเดียวในเมืองเหลียงโจวเซียวอวี้อยากจะเจอเขาเพื่อทำธุรกิจอะไรได้ สำหรับตำรับยาเดี่ยวเพียงใบเดียวที่บังเอิญได้รับมาด้วยความสามารถหลอมยาของหัวหน้าฉินแล้วนั้น ยังต้องให้ความสนใจตำรับยาเดี่ยวสักใบด้วยหรือ
“สหายเซียวตำรับยาแบบไหนกันหรือ” ฉินชิงอวิ๋นขมวดมุ่นคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากถาม
“ขอข้าอุบไว้เป็ความลับก่อนรอวันพรุ่งไปเยี่ยมหัวหน้าฉิน สหายฉินก็จะรู้เอง” ใบหน้าของเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มลึกลับ
หวงฝู่หลิงซีและคนที่เหลือต่างมองเซียวอวี้ด้วยความกังขาจู่ๆ พวกเขาก็ค้นพบว่า คุณชายหกสกุลเซียวผู้นี้ลึกลับยิ่งกว่าที่คิดไว้จริงๆ
พอตกดึกผู้คนดื่มจนเมาหัวราน้ำเดินออกมาจากหออวิ๋นเย่ว์เซียวอวี้ก็บอกลามู่หรงเยี่ยและคนอื่นๆ ในขณะที่จะขึ้นรถม้ากลับถูกหวงฝู่หลิงซีร้องเรียกไว้
“พี่เซียวท่านช่วยมาสนทนากับข้าสักคำสองคำในรถได้หรือไม่” เมื่อตอนค่ำหวงฝู่หลิงซีก็ดื่มไปไม่น้อยเช่นกันใบหน้าแดงก่ำ ยิ่งงดงามเพริศแพร้ว
เซียวอวี้อึ้งเล็กน้อยถึงได้กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ”
รถม้าที่หวงฝู่หลิงซีนั่งค่อนข้างโอ่อ่าหรูหราภายในตกแต่งจัดวางไว้อย่างอบอุ่นขนาดว่าตรงมุมยังมีตุ๊กตาขนปุกปุยเล็กกะทัดรัดงามประณีตอีกหลายตัววางกองเอาไว้
ถึงแม้หวงฝู่หลิงซีที่อยู่ตรงหน้าจะควบคุมกิจการใหญ่โตแต่สุดท้ายก็ยังเป็เพียงเด็กสาวคนหนึ่งเมื่อหวงฝู่หลิงซีเห็นเซียวอวี้จ้องมองของเล่นขนปุกปุยเ่าั้ตาเขม็งใบหน้าสวยงามน่ารักเผยความอับอายออกมา
ถึงแม้จะเป็รถม้าแต่รถม้าคันนี้นอกจากนางแล้ว ก็ไม่มีใครเคยได้เหยียบย่างขึ้นมาก่อนเซียวอวี้ผู้นี้ถือเป็บุรุษคนแรกที่ได้ขึ้นรถม้าของนาง
“พี่เซียวเท่าที่ข้ารู้ปีนี้ราชสำนักจะเลือกเด็กหนุ่มที่มีคุณสมบัติพิเศษกลุ่มหนึ่งไปฝึกบำเพ็ญตนในสำนักกระบี่เสวียนหวงท่านอดกลั้นมายาวนานจนถึงบัดนี้ถึงค่อยๆ ปลดปล่อยตัวเองออกมาท่านมีความตั้งใจเช่นนี้ใช่หรือเปล่า” ดวงตางดงามของหวงฝู่หลิงซีเป็ประกายเล็กน้อยใบหน้างดงามฉายความฉลาดเฉียบแหลม
เซียวอวี้ลูบคางพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“แม่นางหวงฝู่เฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้นี่ข้าต้องฆ่าคนปิดปากหรือเปล่าเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ”หวงฝู่หลิงซีถูกสัพยอกจนหลุดขำสาวใช้ที่คอยดูแลอยู่ด้านนอกต่างอึ้งงันโดยไม่รู้ตัว นานมากแล้วที่คุณหนูไม่ได้เบิกบานใจเยี่ยงนี้คุณชายสกุลเซียวผู้นี้ช่างมีความสามารถจริงๆ
“ด้วยคุณสมบัติติดตัวมาแต่กำเนิดของพี่เซียวเมืองเหลียวโจวเล็กๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับท่านหรอกโลกบำเพ็ญตนที่กว้างใหญ่ไพศาลนั่นถึงจะเป็ที่ของท่านแต่น่าเสียดายที่ชีวิตของข้าถูกหน้าที่การงานทางโลกรุมเร้า” หวงฝู่หลิงซียิ้มแต่แววตากลับหม่นหมองลงเล็กน้อย
เซียวอวี้ยิ้มเรียบๆ“หนทางที่แต่ละคนเลือกเดินย่อมแตกต่างกัน หากเป็ไปได้ ข้าอยากอยู่เย็นเป็สุขไปชั่วชีวิตมากกว่า”
หวงฝู่หลิงซีจ้องมองเซียวอวี้ด้วยความประหลาดใจทีหนึ่ง่เวลาเมื่อครู่นี้คล้ายว่านางเห็นแววตาของอีกฝ่ายฉายความแปรปรวนอย่างหาที่สุดมิได้ออกมา
สีหน้าเช่นนี้จะปรากฏขึ้นกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้อย่างไร
“พี่เซียวเป็อัจฉริยบุคคลแห่งยุคสมัยภายภาคหน้าจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน” หวงฝู่หลิงซีเปลี่ยนบทสนทนาอย่างมีไหวพริบดวงตางดงามฉายแววเ้าเล่ห์ เอ่ยพร้อมกับหัวเราะคิกคัก “พี่เซียวยังจำสัญญาระหว่างเราได้หรือไม่”
เซียวอวี้คลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วถามกลับ“แม่นางอยากขึ้นเขาเมื่อใด”
“อีกหนึ่งเดือนให้หลังได้หรือไม่”
“ไม่มีปัญหาถึงตอนนั้นข้าจะขึ้นไปบนูเาหมั่งหนิวเป็เพื่อนเ้า” เซียวอวี้คลี่ยิ้มแล้วพยักหน้า
หวงฝู่หลิงซีดวงตาเป็ประกายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณพี่เซียวที่รักษาสัจจะแต่ข้าเองจะให้พี่เซียวออกแรงเปล่าไม่ได้ นี่เป็ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองขอพี่เซียวอย่าได้ถือสา”
เซียวอวี้สอดไว้ในสาบเสื้อทันทีหัวเราะลั่นแล้วตอบกลับ “มีเงินให้ข้าย่อมไม่ถือสาอยู่แล้ว”
หวงฝู่หลิงซีมองเซียวอวี้ที่ทำท่าทางเหมือนคนเห็นแก่เงินพึมพำขึ้น “นี่คือเด็กหนุ่มอัจฉริยะหรือนี่”
เซียวอวี้หัวเราะลั่นสองทีแล้วลงจากรถม้า บอกลาหวงฝู่หลิงซี จากนั้นก้าวขึ้นรถม้าของตนเอง ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป
หวงฝู่หลิงซีมองรถม้าที่เคลื่อนตัวไกลออกไปใบหน้าที่งามล้ำเป็เลิศเผยความนุ่มนวลและอ่อนโยนออกมาโดยไม่รู้ตัวอย่างที่นางไม่เคยเป็มาก่อน