หากทุกคนคิดว่าแค่นั้นเื่มันจบแล้ว (ใช่ซะที่ไหนกันล่ะ) ยังจ้ายังไม่พอมันยังมีต่ออีกเยอะ (สตอรี่นี้อีกยาวจ้า) ถึงตัวฉันจะเป็เด็ก (แต่สมองเป็ผู้ใหญ่อุ้ยผิดเื่ๆ) แต่ก็ไม่เคยได้รับการดูแลเหมือนกับเป็เด็กจริงๆ เวลานั้นตัวฉันเองก็ต้องไปโรงเรียนแล้วจำได้ว่าตอนนั้นอยู่ชั้นอนุบาลไว้ผมม้าน่ารักเชียว (อุ้ยชมตัวเองซะงั้น) เด็กน้อยน่ารักอย่างฉันยังต้องหัดรีดชุดนักเรียนเองด้วยจ้า (แงๆ ใครก็ได้มาช่วยหนูที)
บอกไปใครจะเชื่อเด็กน้อยน่ารักอย่างฉัน (อืมกลอกตามองบนแป๊บ) ไหนจะต้องทำงานบ้านไหนจะต้องช่วยดูน้อง ถ้าน้องร้องไห้ฉันก็จะถูกใส่ร้ายว่าแกล้งน้องด้วยนะ ชีวิตของฉันมันน่าสงสารไหมล่ะ (รันทดสุดๆ) ก็เด็กมันร้องหิวนมบ้างฉี่บ้างขับถ่ายบ้างฉันไปแกล้งมันตอนไหน (ใส่ร้ายนักเดี๋ยวก็แกล้งจริงๆ ซะเลยนี่ อุ้ยลืมตัว) ข้อหาแกล้งน้องก็โดนตีเหมือนกันนะจ๊ะอย่าคิดว่าจะรอด (หาเื่กดข่มฉันได้ตลอดเวลาจริงๆ)
อ้อเวลาที่ฉันทำอะไรไม่ถูกใจเขาก็มักจะมีคำพูดด่าว่าให้ฉันเจ็บใจเสมอยกตัวอย่างเช่น “เป็หมาหัวเน่าแล้วยังไม่รู้ตัวอีก” (ฉันสระผมทุกวันหัวเน่าตอนไหนยะ) โอ้โหคำนี้มันโคตรเจ็บเลย (ซะที่ไหนล่ะ) เด็กอนุบาลจะไปเข้าใจได้อย่างไงกว่าจะเข้าใจก็ชั้นประถมแล้ว แต่ขอบอกเลยนะว่าเจ็บใจมากเห็นฉันเป็เด็กไม่มีทางสู้ (ฝากเอาไว้ก่อนเถอะวันพระไม่ได้มีหนเดียว ฮึม)
(อุ้ยตายจริงนี่ฉันลืมไปได้อย่างไง) ฉันยังมีอีกหน้าที่หนึ่งที่ฉันต้องทำประจำทุกวันซักถุงเท้าของตัวเองจ้า ตอนแรกเขาจะให้ฉันซักผ้า (โคตรโหดร้ายในความรู้สึกเลยบอกตรง) เขาทำเหมือนกับว่าหวังดีเรียกให้ฉันที่กำลังนั่งดูการ์ตูนอยู่มาช่วยซักผ้า ไอ้เราก็เด็กดีเนอะพาซื่อเขาเรียกให้มาช่วยก็ต้องมา (เขาหวังดีมากจริงจริง) “ไหนลองขยี้ผ้าซิ” (ในใจฉันก็คิดว่าขยี้ผ้าทำอย่างไงอะ) ก็เลยเอามือขยำๆ ผ้าตามความคิดของตัวเอง
สรุปเขาไม่พอใจจ้าด่าว่าโง่เื่แค่นี้ก็ทำไม่ได้ (อ้าวเฮ้ยถ้าฉลาดมากก็ทำเองดิมาใช้เด็กโง่อย่างฉันทำไม) เขาก็นั่งขยี้ผ้าจนเสร็จแล้วบอกให้ฉันบิดผ้า (โอ้พระเ้าจอร์จมันยังไม่จบอีกเหรอ) ฉันก็บิดผ้าตามที่เขาสั่งแต่ก็นะเด็กอะมือเล็กนิดเดียวจะให้บิดผ้าแล้วไม่ให้เหลือน้ำหยดจะเป็ไปได้อย่างไง เขาก็ไม่พอใจอีกบอกว่าเื่ง่ายๆ แค่นี้ก็ทำไม่ได้แล้วจะเลี้ยงไปทำไม (อ้าวอีนี่เข้าใจอะไรผิดไปป่าวมาอาศัยในบ้านแม่ของฉันจะมาบอกว่าเลี้ยงฉันได้อย่างไง ถ้ามันง่ายขนาดนั้นทำไมไม่ทำเองมาใช้เด็กทำไมอี…)
ชีวิตในแต่ละวันของฉันก็เป็แบบนั้นแหละขอบอกเลยว่าฉันนอนร้องไห้ทุกคืน (ฉันมีห้องส่วนตัวนะ) ไม่เหมือนครอบครัวใหม่ของพ่อที่พวกเขาจะต้องไปนอนรวมกันอยู่ในห้องห้องเดียว บ้านหลังนี้มีห้องส่วนตัวของแม่ ห้องของฉัน แล้วก็ห้องที่ครอบครัวของพ่ออาศัยอยู่ ห้องรับแขก ห้องเก็บของ (เอาจริงๆ มันคือห้องนอนเล็กแต่แม่ของฉันเอามันไว้เก็บของ) แล้วก็ห้องครัว
ต้องบอกว่าเป็โชคดีของฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่ยังเด็กตัวก็เตี้ยเขาเลยไม่ใช้ให้ทำกับข้าวไม่อย่างนั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะกลับมาหาฉันบ้างแต่ก็ไม่บ่อยอย่าคิดว่าฉันจะไม่ฟ้อง (ฉันฟ้องทุกเื่จ้า) แต่แม่ของฉันเป็คนหัวอ่อนจิตใจดีฟ้องไปก็ไม่เคยทำอะไรเลยสักอย่าง บอกแต่ว่าให้ฉันอดทน (ตอนนั้นไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องทน) แม่ของฉันเป็คนดีขนาดไหนบอกกับฉันว่า “เขาสอนให้ทำงานบ้านก็ดีแล้วลูกโตขึ้นหนูจะได้เก่ง” (หะ..อะไรนะ ไม่เข้าใจแม่คิดแบบนี้ได้อย่างไง อยากบอกแม่นะว่าเวลานี้ไม่้าชีวิตคิดบวกค๊า)
ตอนเป็เด็กฉันมักจะนอนร้องไห้จนหลับไปทุกคืนแต่พอเริ่มโตขึ้นก็เริ่มััได้ว่าทุกคืนที่นอนร้องไห้จะมีผู้หญิงคนหนึ่งมาลูบศีรษะลูบผมของฉันทุกคืน เหมือนกับว่าเขากำลังปลอบใจฉันในเวลานั้นฉันไม่มีความกลัวอยู่เลยไม่ว่าเขาจะเป็ใครแต่ในใจของฉันก็รู้สึกอบอุ่นจริงๆ ที่ได้รู้สึกว่ามีใครสักคนอยู่ข้างๆ ถึงเขาจะช่วยเหลืออะไรฉันไม่ได้ แต่ฉันก็มั่นใจว่าเขาคอยอยู่ดูแลฉันเป็กำลังใจให้ฉันอดทนตลอด
โอ๊ยแต่งไปก็สงสารเด็กไปชีวิตคนเราทุกวันนี้ก็เครียดอยู่แล้ว เราไม่อยากแต่งให้เื่มันตึงเครียดมากเกินไป อยากให้ทุกคนมีความสุขสนุกกับการอ่านนิยายของเรานะคะ มีตรงไหนไม่ดีติชมได้นะยินดีนำมาปรับปรุงค่ะ อย่าหยาบคายก็พอค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่สนใจเข้ามาอ่านค่ะ
