(มุมมอง อาซาเลีย)
ในตอนเช้าของวันหนึ่งในเดือนที่ 10
ณ เมืองช้างเผือก สมาคมครีเอเตอร์สาขาย่อยที่ห้างสรรพสินค้าช้างเผือก
ภายในห้องครีเอเตอร์ส่วนตัวมีหญิงสาวผมเขียวกำลังทำการตรวจเช็คเอกสารเกี่ยวกับผู้มาทำการปลุกพลัง นอกจากการรวบรวมข้อมูลแล้วก็เป็ค้นการหาอัจฉริยะที่เกิดภายในคนธรรมดาให้เข้าร่วมในตระกูลโรสฟิลด์ของเธอ
หลังจากทำงานมาทั้งเช้าแล้วและกำลังจะหมดกะของเธอนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังออกมาจากภายนอก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เมื่อได้ยินเสียงเคาะ อาซาเลีย ได้ะโตอบไปด้วยสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัว
“เข้ามา........”
หลังจากบอกออกไปเสียงประตูเปิดก็ได้ดังขึ้นมาและมีหญิงสาวที่เป็พนักงานต้อนรับของสมาคมสาขาเดินเข้ามาข้างในพร้อมกับเด็กหนุ่มที่มีผมสีดำและดวงตาสีม่วงตามมาอยู่ข้างหลังของพนักงาน
หญิงสาวผมสีเขียวที่ดูเ็ากำลังมองดูเอกสารที่อยู่ในมือของเธอโดยที่ตัวเธอยังไม่ทันได้สังเกตการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มผมสีดำคนนี้ และด้วยการพบพานกันในครั้งนี้จะได้ทำการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเธอที่ทั้งมืดมนและอับโชคไปตลอดกาล แต่ทว่าแม้แต่ตัวเธอก็จะไม่รู้ในเื่นี้และตัวการผู้กระทำเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน........
เมื่อหญิงสาวที่ได้เช็คกระดาษแผ่นสุดท้ายเสร็จแล้วเธอก็ทำการวางกระดาษใบนั้นลงบนกองกระดาษที่อยู่บนโต๊ะของเธอ
‘เฮ้อ~ ไม่มีใครที่มีความสามารถใช้ได้พอที่จะสามารถมาทำงานให้ภายใต้โรสฟิลด์แม้แต่คนเดียว’
หลังจากถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยที่รอบข้างไม่ได้ยินหรือรู้สึกเธอก็ได้จัดเรียงเอกสารทั้งหมดและได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของคน 2 คนภายในห้องนอกจากตัวเธอเองเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมา
ในจังหวะนั้นเอง.........
ดวงตาสีเหลืองที่ดูเ็าของเธอก็ได้สบเข้ากับดวงตาสีม่วงที่ดูเฉยเมยของเด็กหนุ่มเข้าพอดิบพอดี
ขณะที่ดวงตาของเธอมองเข้าไปภายในดวงตาสีม่วงคู่นั้นอาซาเลียััได้ถึงพลังอันแปลกประหลาดที่อธิบายออกมาไม่ได้พร้อมกับจังหวะนั้นเอง.......
ตึกตัก~ ตึกตัก~
เสียงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นได้ดังออกมาจากภายในหน้าอกที่มีขนาดพอดีไม่ใหญ่และไม่เล็กของเธอ เสียงเต้นเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเธอพยายามจะทำให้หัวใจที่เต้นเร็วนี้ช้าลงนั้น เธอก็เริ่มพูดออกมาแต่น้ำเสียงที่ออกมาของเธอนั้นทั้งสั่นและสูงขึ้นในจังหวะการทักทายพอดิบพอดี
“สะ สวัสดี…! อ อะแฮ่ม.........เธอคือคนที่จะปลุกพลังใช่ไหม? นั่งก่อนสิขอโทษทีน่ะที่มันรกไปหน่อยนะพอดีว่าใน่เวลานี้มีคนมาปลุกพลังเยอะมากเป็พิเศษนะ”
‘ปะ เป็อะไรของฉันเนี่ยทั้งเสียงสั่นและสูงขึ้นไม่พอแต่ทำไมถึงกลับต้องอธิบายเหตุผลที่โต๊ะมันรกด้วยเป็อะไรกันแน่เนี่ยตัวฉัน?’
เมื่อเธอสังเกตว่าเด็กชายไม่ได้เห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเธอ เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
‘ดีนะที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นเื่เมื่อกี้........’
แต่เมื่อเธอหลุดออกมาจากความคิดแล้วนั้น ก็สังเกตเห็นพนักงานต้อนรับมองมาด้วยสายตาและทำหน้าตาแปลกๆ ออกมาขณะที่ยืนอยู่ใกล้กับเด็กชายคนนี้ เธอได้ทำการจ้องไปยังพนักงานหญิงคนนั้นด้วยสายตาคมกริบแต่เมื่อพนักงานหญิงได้เห็นสายตานั้นที่จับจ้องมายังเธอ ตัวเธอก็รีบทำการขอตัวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างงั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ........”
เมื่อเห็นพนักงานหญิงรีบขอตัวออกไปเธอก็ไม่ได้ห้ามแต่ใช้สายตาในการไล่เธอด้วยพร้อมกับการตอบกลับไป
“เชิญเลย.......”
เมื่อได้ยินดังนั้นพนักงานหญิงก็รีบออกจากห้องอย่างรวดเร็วที่สุด แต่เมื่อได้อยู่ 2 ต่อ 2 กับเด็กหนุ่มแล้วนั้นอาซาเลียก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เพื่อกลบความเขินอายที่มาจากไหนไม่รู้เธอจึง้ารีบปลุกพลังให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
“เอาละเธอคงจะรู้ขั้นตอนการปลุกพลังแล้วสินะ”
“อ่า อ๊ะ......ครับ!”
เมื่อเด็กหนุ่มตอบกลับมาอาซาเลียจึงเดินไปเปิดการใช้งานของคริสตัลปลุกพลังที่อยู่ในอีกห้องนึงทันที
พอเธอเดินออกมาเธอก็ได้บอกกับเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนครุ่นคิดอยู่กับที่ ให้เข้าไปยังอีกห้องนึง
‘อ อะไรเนี่ยเด็กคนนี้ทำไมน่ารักจังเลย........ด เดี๊ยวสิตัวฉันคิดอะไรอยู่เนี่ยไม่ได้ๆ ต้องรีบทำงานให้เสร็จแล้วอาจจะเป็หวัดก็ได้มั้ง’
“ถ้างั้นเรามาเริ่มทำพิธีปลุกพลังกันเลยดีกว่านะ ถ้าพร้อมแล้วสามารถเดินเข้าไปข้างในอีกห้องได้เลย”
หลังจากที่เห็นเด็กหนุ่มเดินเข้าไปในห้องปลุกพลังแล้วเธอก็ได้พูดผ่านไมค์เพื่อที่จะส่งสียงไปยังอีกห้องที่ปิดสนิท
“ถ้าอย่างงั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะ ขั้นแรกก็ง่ายๆ แค่เอามือไปวางไว้บนลูกแก้วที่อยู่ตรงกลางของห้อง เสร็จแล้วต่อจากนั้นก็ให้หลับตาและเริ่มทำการรวบรวมสมาธิเอาไว้ขั้นตอนนี้สำคัญมากตั้งสติดีๆ ละ”
เมื่อได้เห็นเด็กหนุ่มที่หลับตาและวางมือลงบนลูกแก้วเรียบร้อยแล้ว ผ่านทางกระจกจากอีกห้องหนึ่งแล้วหญิงสาวก็เริ่มหน้าแดงอีกครั้งพร้อมกับคิดว่า ‘เด็กอะไรกันเนี่ยทำไมตอนหลับตาทำสมาธิถึงได้เท่ขนาดนี้นะ เอะนี่ฉันคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ยสงสัยว่าคงจะเป็หวัดจริงๆ แล้วสิก่อนจะกลับบ้านคงจะต้องไปหาหมอด้วยสินะ’
หลังจากคิดได้เรื่อยเปื่อยเธอก็มองเห็นเด็กคนนั้นลืมตาแล้วแต่มือของเขายังคงวางอยู่บนคริสตัลอยู่เธอเลยกล่าวเตือนกับเขาในทันที
“เรียบร้อยแล้วนะเอามือออกได้เลย”
หลังจากที่เด็กหนุ่มได้ยินเธอพูดเสร็จก็ปล่อยมือแต่ก็ยังคงยืนอยู่ในห้องปลุกพลังในสภาพที่มึนงงและยังตัวสั่นแบบแปลกๆ พออาซาเลียได้เห็นดังนั้นเธอเลยรีบะโใส่ไมโครโฟนอย่างไม่รู้ตัว
“นี่เธอ! ออกมาจากห้องปลุกพลังได้แล้วนะ มันเสร็จนานแล้วไม่ใช่เหรอ”
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มรับรู้และรีบออกมาหญิงสาวก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่นึกว่าจะเกิดอะไรแปลกๆ ขึ้นกับเด็กหนุ่มเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
‘แต่ว่าวันนี้ฉันเป็อะไรของฉันเนี่ย? ทำไมถึงโล่งใจเมื่อเขาไม่ได้เป็อะไรกันนะ’
เมื่อเห็นเด็กชายได้เดินออกมาจากอีกห้องเป็ที่เรียบร้อยแล้วเธอก็เตรียมเก้าอี้เพื่อที่จะให้เขาได้นั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับเธอเพื่อที่เธอจะได้ถามเกี่ยวกับความสามารถของเขา
และเมื่อเธอได้บอกให้เขาเอาหนังสืออกมานั้นก็มีสิ่งที่ผิดปกติก็เกิดขึ้นนั้นคือการที่มีแสงสีดำส่องออกมาในตอนที่เรียกหนังสือแต่กลับไม่รู้สึกถึงพลังของคุณลักษณะใดๆ ที่ปล่อยออกมาจากภายในหนังสือเลย
ปกติแสงที่ได้ส่องออกมาจากหนังสือนั้นจะเป็การบ่งบอกถึงการมีคุณลักษณะอยู่ภายในหนังสือและหนังสือที่มีคุณลักษณะอยู่นั้นหลังจากที่ได้เรียกออกมาแล้วหน้าปกของหนังสือจะทำการปล่อยพลังที่มีคุณลักษณะออกมาตลอดเวลายิ่งแข็งแกร่งก็จะยิ่งปลดปล่อยออกมามาก เพราะพลังที่มันได้ปล่อยออกมานั้นจะแสดงถึงความแข็งแกร่งของความสามารถในตัวเทมเมอร์นั้นๆ
แต่ในบางครั้งก็ไม่สามารถตัดสินแบบนั้นได้เสมอไปโดยเป็เพราะบางความสามารถของประเภทการเลี้ยงดูนั้นจะเป็ประเภทที่เติบโตได้ช้าและจะปล่อยพลังออกมาในตอนที่เติบโตไปสักพักแล้วเท่านั้นตัวอย่างแบบนี้ก็มีให้เห็นเยอะแยะไป นอกจากนี้เหล่าเทมเมอร์ภายในตระกูลหรือมีระดับที่สูงมากๆ จะสามารถเรียนรู้วิธีการปกปิดพลังที่ปลดปล่อยออกมาได้
‘สีดำงั้นเหรอหายากเหมือนกันนะเนี่ย แถมยังััพลังของคุณลักษณะไม่ได้คงเป็ประเภทการเลี้ยงดูที่เติบโตช้าสินะ’
เมื่อเธอเห็นได้แบบนั้นเธอก็คาดเดาได้ว่าเป็ความสามารถแบบไหนในทันทีผ่านประสบการณ์ของเธอในฐานะครีเอเตอร์ระดับสูง หลังจากนั้นเธอก็ได้บอกให้เด็กหนุ่มลองััถึงความสามารถของตัวเองและเธอได้เตรียมพร้อมที่จะจดบันทึก
หลังจากที่เด็กหนุ่มได้เปิดหน้าแรกของหนังสือออกมาไม่นานหนัใบหน้าของเด้กหนุ่มก็เปลี่ยนไปหลายครั้งมีทั้งสงสัย ดีใจ และใ พร้อมกันนั้นเมื่อเขาดูข้อมูลในหนังสือเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้มองมาที่เธอพร้อมรอยยิ้มแปลกๆ ของเขาเพราะอย่างนั้นใบหน้าของเธอจึงได้เริ่มร้อนขึ้นและกลับมาเป็สีแดงอีกครั้งในทันที
หลังจากที่เธอได้สติเธอจึงได้กล่าวกับถามเด็กหนุ่มออกไปโดยไม่รู้ตัวเพื่อซ่อนความอายของเธอ
“เป็ยังไงบ้างเธอสามารถััถึงความสามารถของเธอเองได้ไหม”
เมื่อเด็กหนุ่มได้กลับมารู้สึกตัวก็รีบตอบกลับคำถามของตัวเธอโดยในทันที
“อ๊ะ.....ยะ ยังเลยครับ! ขอโทษด้วยนะครับ พอดีเหม่อลอยไปนิดหน่อยนะครับ”
“เอาเถอะของแบบนี้ไม่ต้องรีบร้อนและค่อยๆ ลองััมันดูนะ”
ผ่านไปประมาณ 2-3 นาทีเมื่อเธอพูดแบบนั้นเด็กชายก็ได้หลุดออกมาจากสมาธิของเขาและบอกถึงความสามารถของเขากับเธอและตัวเธอก็ได้เริ่มที่จะจดบันทึก
‘โลกจิ๋วความสามารถประเภทเลี้ยงดูที่สามารถเปลี่ยนมิติที่เป็ห้องให้กลายเป็โลกใบเล็กๆ ได้การที่จะมีความสามารถแบบนี้ได้ิญญาของเด็กคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่........’
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงตอบกลับเด็กหนุ่มไปด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์
‘อย่างนี้นี่เองแสงสีดำเมื่อตอนนั้นก็ควรจะเป็พลังงานที่มีคุณลักษณะของมิติสินะ แต่ด้วยเพราะมันเป็ประเภทที่เติบโตช้าและเธอยังไม่ได้ทำสัญญากับแฟนทัสมอนความสามารถจึงยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างเต็มที่.........’
เมื่อพูดจนถึงตอนนี้เธอก็หยุดลงและได้เริ่มถามเด็กหนุ่มถึงการทำงานภายใต้ตระกูลโรสฟิลด์
“เป็ประเภทเลี้ยงดูที่เป็เอกลักษณ์ดีจังนะสามารถใส่แฟนทัสมอนที่ไม่ได้ทำสัญญาเข้าไปในมิติสัญญาได้ด้วย ถ้าเธอโตกว่านี้สนใจจะมาทำงานให้กับทางตระกูลโรสฟิลด์ดูไหมละ?”
เมื่อเธอกล่าวเชิญชวนออกไปเธอก็รู้สึกเขินอายในทันทีแต่ทว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกลับตอบปฏิเสธกลับออกมาทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจ ทว่าภายในพริบตาเธอก็กลับมาทำหน้าตานิ่งๆ แบบเดินในทันที
เมื่อเธอได้บอกลากับเด็กหนุ่มแล้วก็ได้อวยพรให้เขาโชคดี
“ต่อจากนี้คงจะไปทำสัญญากับแฟนทัสมอนต่อสินะ ถ้าอย่างงั้นในฐานะพี่สาวครีเอเตอร์ จะขออวยพรให้เธอโชคดีเองนะ”
พอเธอพูดจบใบหน้าที่เ็าของเธอก็เริ่มจะแดงขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“ขอบคุณครับ! พี่สาวคนสวย......แล้วเจอกันใหม่นะคร้าบ!!!”
หลังเด็กหนุ่มได้ทิ้งคำพูดเอาไว้ก็ทำให้ครีเอเตอร์สาวที่หน้ากำลังจะแดงได้แดงขึ้นมากกว่าเก่า ส่วนเด็กคนนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว
พอเห็นเด็กหนุ่มได้ออกไปจากห้องแล้วอาซาเลียก็มีเวลาคิดกับตัวเองขึ้นมา และเธอก็นึกย้อมกลับไปถึงสิ่งที่เพื่อนของเธอเคยพูดเอาไว้……
[“ดูสิคะท่านอาซาเลีย ผู้ชายคนนั้นหล่อจังเลยเล่นทำเอาหัวใจของฉันเต้น ตึกตัก ตึกตัก ไม่เป็จังหวะเลยดูเหมือนฉันจะตกหลุมรักเขาซะแล้วสิ........”]
‘เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับตัวฉันกันแน่เนี่ย!?’
อาซาเลียที่กำลังคิดในใจขณะจัดเอกสารบนโต๊ะพร้อมกับที่ยังคงหน้าแดงต่อไป
‘ตัวฉันที่เป็ถึงอัจฉริยะแห่งตระกูลโรสฟิลด์ที่ยิ่งใหญ่ของยูเนี่ยนมาตกหลุมรักกับเด็กหนุ่มงั้นเหรอ!!!’
อาซาเลีย โรสฟิลด์ เป็หญิงสาวที่เกิดในตระกูลหลักของโรสฟิลด์และเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลที่อายุน้อยที่สุดที่เป็ทั้งเทมเมอร์ระดับาา์และครีเอเตอร์ระดับสูงภายในตระกูลโรสฟิลด์ เธอถูกกล่าวขานว่าเป็ดั่งราชินีกุหลาบเพราะนอกจากชื่อตระกูลกับแฟนทัสมอนแล้วเธอยังได้แสดงออกถึงความสง่างามที่เหมือนดั่งดอกไม้งามอีกด้วย
‘ความรู้สึกนี้มันคือตกหลุมรักยังงั้นเหรอจะเป็ไปได้ยังไงกัน อีกฝ่ายยังเป็เพียงแค่เด็กอายุ 16 ปีเองนะ’
เมื่อหญิงสาวผู้ที่อยู่ในห้วงแห่งความรักกำลังสับสนและเกิดคำถามมากมานขึ้นภายในจิตใจของเธอ โดยการที่เธอได้เติบโตมาและถูกเรียกว่าเป็เ้าหญิงจากรอบข้างภายในตระกูลชนชั้นสูงต่างๆ ในยูเนี่ยนซึ่งั้แ่เกิดตัวเธอก็มีเพียบพร้อมในทุกสิ่งทุกอย่างเธอจึงไม่เคย้าอะไรเลยแม้แต่ความรัก
เนื่องจากการที่เธอเป็ถึงอัจฉริยะจึงมีผู้ชายจากตระกูลมากมายเข้าหาเธอโดยหวังว่าจะได้รับความรักจากความงามอย่างเธอและเพื่อหาผลประโยชน์จากชื่อของตระกูลโรสฟิลด์ อาซาเลียจึงไม่มีภูมิคุ้มกันจากการตกหลุมรักเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะว่าเธอมักจะเป็ฝ่ายได้รับความรักไม่ใช่ฝ่ายที่ตกหลุมรัก
‘เมื่อนึกย้อมกลับไปแล้วถึงตอนแรกที่ได้พบกับเด็กหนุ่มคนนั้นรู้สึกจะชื่อ.....’
เมื่อเธอคิดได้เธอก็หยิบเอาใบลงทะเบียนปลุกพลังของเด็กหนุ่มคนนั้นขึ้นมา
<ชื่อ> คิเซกิ เรย์ฮิโตะ
<ระดับ> มือใหม่
<อายุ> 16 ปี
<เพศ> ชาย
<แฟนทัสมอน> ไม่มี
<ความสามารถ> โลกจิ๋ว {มิติ}
เนื่องจากทางยูเนี่ยน้าข้อมูลที่คล้ายกับที่ปรากฎบนหนังสือ เวลาการลงทะเบียนเทมเมอร์แบบฟอร์มจึงคล้ายคลึงกันด้วย
‘ดูเหมือนจะชื่อเรย์ฮิโตะสินะ เป็ชื่อที่ดีจังเลยนะ..........’
‘อ๊า!!! นี้ฉันคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย! จริงสิ! ใช่แล้ว! ต้องใช่แน่ๆ เลยเราต้องรู้สึกกับเขาเหมือนกับน้องชายไงละน้องชายนะ ต้องใช่แน่ๆ ไม่ผิดอย่างแน่นอนมันจะเป็ความรักไปไม่ได้โดยเด็ดขาด’
เนื่องจากไม่สามารถหาคำตอบได้สุดท้ายแล้วหญิงสาวจึงได้ตัดสินใจทำการหลอกความรู้สึกของตัวเองจากความรักระหว่างชายหญิงไปเป็ความรักภายในครอบครัวแทน
‘อยากเจออีกครั้งจังเลยนะเรย์ฮิโตะ’
ด้วยความคิดแบบนั้นอาซาเลียก็รีบเก็บเอกสารให้เข้าที่พร้อมกับส่งเอกสารไปยังสมาคมหลักในเมืองช้างเผือก และออกจากห้องภายในสมาคมสาขาย่อยไป เพื่อเริ่มทำภารกิจที่เธอได้รับมอบหมายมาจากยูเนี่ยนในการสืบค้นบางสิ่งบางอย่างต่อไป