[สถานที่: ลานกิจกรรม หน้าทางเข้าหุบเขาหมอกวิญญาณ]
ทันทีที่บันไดไม้ทนสิทธิ์ของเรือเหาะเมืองชิงเหอพาดลงสู่พื้นดิน กลุ่มตัวแทนทั้ง 7 ก็เดินลงสู่ลานกว้างศิลาแลง ท่ามกลางสายตาหลายพันคู่จากทั่วสารทิศที่จับจ้องมา
บรรยากาศในลานกว้างเต็มไปด้วยความกดดันจากคลื่นพลังปราณที่ตีกันยุ่งเหยิง ธงทิวของเมืองใหญ่และสำนักต่างๆ โบกสะบัด
"เหอะ... นั่นน่ะเหรอเมืองชิงเหอ อันดับ 5?"
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่จากกลุ่มผู้เข้าสอบเมืองอื่นที่สวมชุดหรูหรากว่า
"ทำไมปีนี้ดูจืดชืดจัง มีแต่พวกหน้าติ๋มๆ กลิ่นอายอ่อนแอชะมัด"
"เฮ้ย! แต่ดูคนนำทีมสิ... นั่นลูกสาวเจ้าเมือง 'หลิวหรูเยียน' ใช่ไหม? สวยสมคำร่ำลือจริงๆ... เสียดายที่อยู่เมืองรั้งท้าย"
เย่หวงเดินปิดท้ายขบวนด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับมาเดินเที่ยวชมสวน แต่ภายใต้รอยยิ้มจางๆ นั้น ดวงตาของเขากำลังทำงานอย่างหนัก
[System: Gamer Vision Activated]
[Mode: Wide Range Scanning (สแกนวงกว้าง)]
เรดาร์ในสายตาของเขากวาดผ่านฝูงชนอย่างรวดเร็ว คัดกรองข้อมูลระดับพลังและค่าสถานะของผู้เข้าสอบนับพัน
(ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับวิญญาณขั้นต้น... มีขั้นกลางปะปนบ้างประมาณ 20%... ส่วนพวกขั้นสูงสุดหรือระดับสัตว์ประหลาดคงเก็บตัวเงียบสินะ)
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 5 คน ที่ยืนปะปนอยู่ในฝูงชนฝั่งทิศเหนือ พวกเขาสวมชุดคลุมสีเทาธรรมดาดูไร้พิษสง เหมือนศิษย์จากสำนักเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ แต่เหนือศีรษะของพวกมันกลับมี เครื่องหมายสีแดงกะพริบ (Red Marker) ที่ระบบแจ้งเตือนอย่างรุนแรง
[Warning: Suspicious Target Detected!]
Identity: ปกปิด (Concealed) - ระบบเจาะข้อมูลล้มเหลว
Killing Intent: สูงมาก (Very High) - แผ่ออกมาตลอดเวลา
Energy Signature: ตรวจพบ ปราณโลหิต (Blood Qi) เจือปนในกระแสปราณหลัก
เย่หวงหรี่ตาลง มุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม
"เจอตัวแล้ว... พวกหนูสกปรกจาก สำนักกระบี่มารโลหิต... แฝงตัวมาเนียนเชียวนะ ปิดบังกลิ่นอายได้แนบเนียนจนคนทั่วไปดูไม่ออก แต่หลอกระบบของข้าไม่ได้หรอก"
ตุ้บ!!
ยังไม่ทันที่เย่หวงจะวิเคราะห์ข้อมูลต่อ เสียงกระแทกดังสนั่นก็เกิดขึ้นที่ด้านหน้าขบวน ร่างของ หวังเล่ย กระเด็นถอยหลังออกมาหลายก้าว หน้าซีดเผือด เอามือกุมไหล่ที่ถูกชนจนชาหนึบ
เบื้องหน้าของหวังเล่ย คือชายร่างยักษ์ผิวสีทองแดง สูงกว่า 2 เมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เหมือนก้อนหิน ถือขวานคู่ขนาดใหญ่พาดบ่า ยืนขวางทางอยู่พร้อมพรรคพวกอีก 5 คน ที่ดูดุดันไม่แพ้กัน ที่อกเสื้อของพวกเขาปักตราสัญลักษณ์ "สายฟ้าฟาด" นี่คือตัวแทนจาก เมืองป้อมอัสนี (Thunder Fortress City) เมืองใหญ่อันดับ 4 คู่แข่งโดยตรงของชิงเหอ
"เดินดูทางหน่อยสิเจ้าเตี้ย!"
ชายร่างยักษ์ตะคอกใส่หวังเล่ยเสียงดังสนั่น ทั้งที่ตัวเองเป็นคนเดินมาชนเต็มแรง
"คนเมืองชิงเหอนี่นอกจากจะอ่อนแอแล้ว ยังตาถั่วอีกรึไง? หรือว่าหมอกที่นี่มันบังตาจนมองไม่เห็นพยัคฆ์อย่างข้า?"
"เจ้า!"
หวังเล่ยกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธ แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันระดับ ขอบเขตวิญญาณ ขั้นสูง ที่หนาแน่นกว่าตนและกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขาก็ต้องกัดฟันกลืนคำด่าลงคอ ไม่กล้าสวนกลับ
"ฮ่าๆๆๆ! ดูมันทำหน้าสิ!"
พรรคพวกเมืองป้อมอัสนีหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน
"กลับไปดูดนมแม่เถอะไป๊! สนามสอบนี้ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของพวกรั้งท้าย!"
พรึ่บ!
ไอความร้อนระอุพุ่งออกมาทันที หลิวหรูเยียนก้าวออกมาข้างหน้า แววตาสวยคมดุจนางพญาเย็นชาจับใจ
"หลีกทางไป... พวกเราไม่อยากมีเรื่อง แต่ถ้าพวกเจ้ายังปากพล่อยไม่เลิก อย่าหาว่าคนเมืองชิงเหอไร้มารยาท"
ชายร่างยักษ์ผิวปากแซว สายตาโลมเลียเรือนร่างของนางอย่างเปิดเผย
"โอ้ว... แม่นางคนสวย ดุซะด้วย... ข้า 'เหลยเจิ้น (อันดับ 8 ทำเนียบมังกร)' แห่งป้อมอัสนี ชื่นชอบม้าพยศเป็นที่สุด สนใจย้ายมาอยู่เมืองพี่ไหมจ๊ะ? พี่จะดูแลอย่างดี... รับรองว่า 'ถึงใจ' กว่าอยู่กับเจ้าพวกอ่อนหัดนี่แน่นอน"
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะระเบิด หลิวหรูเยียนกำหมัดแน่น เปลวเพลิงเริ่มเต้นเร่าที่ปลายนิ้ว นางเตรียมจะลงมือสั่งสอนเจ้าคนหยาบคาย
วูบ!
แต่ก่อนที่นางจะทันระเบิดโทสะ เงาสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็วดุจภูตพราย ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า เย่หวง มายืนขวางหน้าเหลยเจิ้น รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้า แต่แววตากลับว่างเปล่า
"เฮ้ย! แกเป็นใครวะ... อ๊ากกกก!!"
เหลยเจิ้นที่กำลังจะผลักอกเย่หวง จู่ๆ ก็ร้องลั่น เย่หวงใช้เพียง พัดด้ามจิ้ว ในมือ แตะที่ข้อมือหนาเตอะของอีกฝ่ายเบาๆ แล้วออกแรงบิดเพียงนิดเดียวด้วยเทคนิค "วิชาไทเก็ก สี่ตำลึงปาดพันชั่ง" (Tai Chi Deflection) แรงผลักมหาศาลของเหลยเจิ้นถูกเปลี่ยนทิศทางย้อนกลับเข้าหาตัวเอง!
ตูม!
ร่างยักษ์ของเหลยเจิ้นหมุนคว้างกลางอากาศผิดธรรมชาติ ก่อนจะหน้าทิ่มลงกระแทกพื้นดินกินฝุ่นเต็มปากอย่างหมดท่า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
เย่หวงสะบัดพัดกางออก พัดวีให้ตัวเองเบาๆ พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่ทำให้คนมองคันเท้า
"ขออภัย... พอดีข้าได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือน หมาเฝ้าหน้าโรงเตี๊ยม แถวบ้านข้าเลย... ก็เลยเผลอปัดแมลงวันน่ะ ไม่คิดว่าแมลงวันตัวนี้จะตัวใหญ่แต่ล้มง่ายขนาดนี้"
"แก!! ไอ้หนู! แกกล้าด่าพวกข้าเรอะ!"
พรรคพวกเมืองป้อมอัสนีชักอาวุธออกมาทันที ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ
"ฆ่ามัน! สั่งสอนมันให้รู้สำนึก!"
"หยุดเดี๋ยวนี้!!!"
เสียงตะโกนกึกก้องกัมปนาทดังมาจากยอดเขา ราวกับฟ้าผ่าลงกลางวง! ครืนนนนน! แรงกดดันมหาศาลระดับ ขอบเขตสวรรค์ (Heaven Realm) กดทับลงมาทันที อากาศทั้งลานกว้างหนักอึ้งราวกับถูกเทือกเขาทับถม ผู้เข้าสอบนับหมื่นคนหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นหายใจไม่ออก
บนท้องนภา เมฆหมอกถูกแหวกออก เผยให้เห็นร่างของชายชราผมขาวเครายาวในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม เหาะลงมาจากยอดเขาด้วย กระบี่บิน เล่มยักษ์ ออร่าสีครามแผ่ออกมารอบกายดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม
"ข้าคือ ผู้อาวุโสเทียนจี แห่งสำนักยุทธ์หลวงดาราสวรรค์..."
เสียงของชายชราดังก้องไปทั่วหุบเขาโดยไม่ต้องตะโกน
"ใครกล้าก่อเรื่องวุ่นวายก่อนการสอบ... ข้าจะตัดสิทธิ์มันทันที! และจะโยนมันลงไปในบ่ออสรพิษเดี๋ยวนี้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมลานกว้างทันที ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เหลยเจิ้นที่เพิ่งลุกขึ้นมารีบก้มหัวขอขมาตัวสั่นงันงก
เย่หวงเลิกคิ้ว มองชายชราด้วยความสนใจ แม้เขาจะถูกกดดันแต่ด้วย [หลุมดำตันเถียน] ทำให้เขาทนทานได้ดีกว่าคนอื่น
(โหดจริง... แรงกดดันระดับนี้ ฆ่าคนได้เพียงแค่กระดิกนิ้ว นี่สินะระดับสวรรค์... บินได้ของจริง ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์)
ผู้อาวุโสเทียนจีร่อนลงจอดบนแท่นหินยักษ์หน้าประตูหุบเขา สายตาคมกริบกวาดมองผู้เข้าสอบนับพัน "การสอบคัดเลือกศิษย์รุ่นเยาว์ประจำปีนี้... ถือว่ามีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในรอบร้อยปี ดี! ข้าชอบคนเยอะๆ!"
"กติการอบแรกมีเพียงข้อเดียว..."
ชายชราชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
"จงเดินทางผ่าน 'ป่าหมอกวิญญาณ' ขึ้นไปให้ถึง 'ยอดเขาดาราสวรรค์' ให้ได้ภายในเวลา 3 วัน!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นระงม
"แค่เดินขึ้นเขา? ง่ายจัง!"
"นึกว่าจะให้สู้กันซะอีก"
"เงียบ!!"
ผู้อาวุโสเทียนจีตวาดลั่นจนพื้นสะเทือน
"อย่าได้ประมาทด้วยความคิดโง่เขลา... ในป่าหมอกแห่งนี้ เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้าย ค่ายกลลวงตา และที่สำคัญ..."
เขายิ้มเหี้ยมเกรียม
"แรงกดดันวิญญาณ จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความสูง... ที่ตีนเขาอาจจะแค่หนักอึ้ง แต่ยิ่งเข้าใกล้ยอดเขา แรงกดดันจะยิ่งบดขยี้กระดูกและวิญญาณของพวกเจ้า! ผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอ ร่างกายเปราะบาง จะไม่มีวันไปถึงยอดเขาได้!"
"และจำไว้... ทางสำนักจะไม่รับผิดชอบต่อการบาดเจ็บหรือล้มตายใดๆ ในป่าหมอก... ใครไม่ไหว ให้ หักป้ายหยก ยอมแพ้ทันที แล้วค่ายกลจะส่งตัวออกมา"
"เอาล่ะ... ผู้เข้าสอบทั้งหลาย..."
ชายชราสะบัดแขนเสื้อ ประตูศิลาขนาดยักษ์สูงกว่า 50 เมตร ที่ปิดปากทางเข้าหุบเขา ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ครืนนนนนนน! เผยให้เห็นป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกสีขาวหนาทึบ บรรยากาศวังเวง เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังแว่วมาตามลม
"การสอบเริ่มได้!!"
"ไปกันเถอะ!" หลิวหรูเยียนหันมาสั่งทีมด้วยแววตามุ่งมั่น "รวมกลุ่มกันไว้!"
"ได้เวลาสนุกแล้วสิ..." เย่หวงแสยะยิ้ม
เหล่าอัจฉริยะนับพันพุ่งทะยานเข้าสู่ป่าหมอกพร้อมกันราวกับฝูงตั๊กแตน เสียงฝีเท้าดังกึกก้องปานแผ่นดินไหว การสอบคัดเลือกที่โหดหินและนองเลือดที่สุดในรอบร้อยปี... ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!