ระบบตกปลาเหนือสวรรค์

    EP-40 แสงออโรรา

    “สรุปวันนี้ฉันต้องไปกับสกาเล็ตสินะ” แคทริน วิสตันที่อยู่ในชุดสีแดงกล่าว หลังจากเริ่มต่อสู้เมื่อวานร่างกายของเธอก็เริ่มปรับปรุงความสามารถในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการเปลี่ยนระหว่างการย่อขนาดและกลับคืนสภาพเดิม นับว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมาก ดังนั้นเธอจึงรอไม่ไหวที่จะออกไปต่อสู้ข้างนอกอีกครั้ง

    “ขอโทษนะ แต่ความสามารถของฉันไม่มีผลต่อซอมบี้ แต่ถ้าหากเป็นสัตว์กลายพันธุ์น่าจะใช้พลังจิตช่วยเหลือเขาได้” อายากะโค้งศีรษะลง ตามมารยาทของคนญี่ปุ่น

    “ไม่เป็นไร ไปปล้นธนาคารเองก็สนุกเหมือนกัน” แคทริน วิสตันยักไหล่

    หลังจากแบ่งงานกันได้วันนี้สาวๆ ก็ขึ้นรถแยกย้ายกันไป

    มู่เฉินนั่งอยู่บนแลมโบร์กินีกับอายากะ หญิงสาวหนึ่งในนักแสดงที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง โดยเฉพาะบทหมอ ขาขาวยาวๆ ของเธอน่าดึงดูดเป็นอย่างมากเมื่อเห็นในทีวี แต่ในชีวิตจริงตอนนี้ใส่ขายาวเพราะโลกกำลังร้อน

    ฟอลคอนไปกับสกาเล็ต คอนเนลลี่เพื่อหาโรงแรมแล้วย้ายเข้าไปอยู่ก่อนสึนามิจะมา ดังนั้นวันนี้จึงไม่มีหุ่นยนต์ไปกับเขาสักตัว บนรถมีเพียงสองคนกับอายากะ

    “คุณเคยขับซูเปอร์คาร์ไหม” มู่เฉินถามดาราญี่ปุ่นที่นั่งข้างๆ

    “เคยสิ เมื่อวานก็ลองขับมาแล้ว” อายากะหยักไหล่ตอบ

    “งั้นคุณก็ขับ นี่คือแผนที่ที่ถูกฟอลคอนวาดเส้นทางไปสวนสัตว์อิงจิ่ว” มู่เฉินวางแผ่นกระดาษไว้บนคอนโซลหน้ารถ อายากะอ่านแล้วพยักหน้า จากนั้นเครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามพุ่งไปด้วยความเร็ว

    ในยุควันโลกาวินาศไม่มีตำรวจคอยจับความเร็ว ดังนั้นการขับของเธอจึงค่อนข้างดุดัน ทว่าไม่สามารถเร่งแรงจนเกินไปได้ เพราะในบางครั้งจำเป็นต้องหลบรถยนต์ที่ถูกจอดทิ้งร้างและซอมบี้บนถนน

    มู่เฉินเปิดกระจกรถแล้วสูบบุหรี่พักผ่อน ในวันโลกาวินาศแบบนี้ไม่มีอะไรดีเท่ากับบุหรี่แล้ว เขาเพิ่งมาสูบตอนพ่อแม่เสียชีวิต และช่วงเวลานั้นก็เมาหัวราน้ำทุกวัน สนุกกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าและไม่ได้ไปเรียนจนถึงช่วงไวรัสระบาด เวลาเหมือนจะผ่านไปนานมากแต่เขายังจดจำวันเหล่านั้นได้

    “แค่กๆ”

    เสียงไอข้างๆ ทำให้เขาเหลือบมอง

    “ไม่ชอบกลิ่นบุหรี่เหรอ”

    “ค่ะ”

    “ในยุคนี้เจ้าสิ่งนี้ทำให้คนเราผ่อนคลายได้ เหมือนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลองดูไหม” เขายื่นบุหรี่ให้ระหว่างที่เธอกำลังขับรถ

    อายสกะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เอาดีกว่า ตอนนี้ฉันกำลังขับรถอยู่ขืนติดคอขึ้นมาแล้วรถพุ่งเสียหลัก คงได้บาดเจ็บหนัก”

    “ไม่เจ็บหรอก หรือถ้าหากมีอุบัติเหตุผมจะปกป้องคุณเอง”

    อายากะยิ้มให้เขาหน่อยนึง ขับรถไปไม่กล้าวอกแวก ระหว่างทั้งสองไม่ค่อยสนิทกันมาก หากเทียบกับแคทริน วิสตันรายนั้นจะมีความกล้ามากกว่า มู่เฉินแอบคิดว่าหากเขาออกมากับแคทรินวันนี้ ไม่แน่อาจมีอะไรกับเธอ

    แลมโบร์กินีขับมาถึงสวนสัตว์อิงจิ่วในเวลาไม่นาน เขาไม่ได้บอกให้เธอขับเข้าไปเพราะด้านหน้าถนนถูกปิดเพราะรถยนต์หลายคัน ทั้งสองลงมาจากซูเปอร์คาร์ อายากะถือปืนพกในขณะที่มู่เฉินเดินอย่างสบายๆ

    “คุณชอบเที่ยวสวนสัตว์หรือเปล่า” ระหว่างเดินเข้าไปในสวนสัตว์มู่เฉินถามเพื่อไม่ให้เงียบจนเกินไป

    อายากะดูกระตือรือร้น “ชอบสิ มันช่วยให้ฉันผ่อนคลายหลังจากทำงาน การได้มาที่แบบนี้แล้วดูอควาเรียมน่ะตื่นตาตื่นใจที่สุด”

    “งั้นตอนนี้สวนสัตว์คงน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าครั้งก่อน”

    “ทำไมคะ”

    “เพราะพวกมันติดเชื้อไวรัสกันหมดแล้วนะสิ”

    อายากะกลืนน้ำลายเมื่อนึกถึงปลาในอควาเรียม ทั้งสองเดินผ่านรถยนต์ที่จอดทิ้งร้างเข้ามาด้านในตามลูกศร สวนสัตว์อิงจิ่วดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่มาก มู่เฉินและอายากะเข้าไปที่จุดตรวจคนเพื่อหาแผนที่ แต่ในขณะนั้นเองแสงเลเซอร์ได้ชี้มาที่ศีรษะเขา

    “หยุดอยู่ตรงนั้น รีบๆ ถอยออกมาแล้วนอนลงบนพื้น”

    เสียงดังจากลำโพงบนผนัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาจากฝ่ายควบคุมภายในสวนสัตว์

    “ต้องการอะไร” มู่เฉินถามพร้อมกับตรวจสอบดูว่าอีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ตรงไหน ในขณะเดียวกันอายากะเริ่มประหม่าเพราะไม่เห็นตัวศัตรู

    “ฉันต่างหากที่ต้องถาม เข้ามาทำอะไรที่นี่ หรือเพราะไม่มีอาหารก็เลยอยากฆ่าช้างในสวนสัตว์” เสียงจากลำโพงราวกับเค้นหาคำตอบ

    “ถ้าใช่ล่ะคุณจะทำไม”

    “ก็ทำแบบนี้ไง!” โดยไม่เสียเวลาสไนเปอร์ถูกลั่นไก ศีรษะของมู่เฉินแตกกระจุย อายากะรีบหาที่ซ่อน เสียงสไนเปอร์ดังขึ้นอีกรอบ ด้วยร่างกายที่พัฒนาเป็นแวมไพร์แล้วอายากะหลบกระสุนได้ไม่ยาก เธอมองไปยังมู่เฉินที่นอนอยู่บนพื้นก่อนจะเริ่มตรวจสอบวิถีของกระสุนว่ามาจากมุมไหน

    “ตายแล้วหนึ่งคน อีกคนหนึ่งรอด” บนหอสังเกตการณ์ชายฉกรรจ์กำลังสูบบุหรี่หลังจากมองผ่านกล้องปืนสไนเปอร์ ข้างหลังเขามีคนอยู่ด้วยกันหลายคน กำลังเล่นไพ่อย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดจริงจังกับผู้บุกรุก

    “วันโลกาวินาศนี่ดีจริงๆ หลังออกจากคุกไม่คิดเลยว่าจะได้ทั้งปล้นทั้งฆ่าคน โชคดีที่ทหารติดอาวุธโดนซอมบี้กัด อาวุธของมันทั้งหมดจึงเป็นของฉัน” ตงหยางชายที่เป็นหัวหน้าหัวเราะว่า

    “พี่ตงเดี๋ยวผมจะไปเก็บศพของผู้ชาย ส่วนผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนว่าจะมีอาวุธปืนอยู่ด้วย แต่ไม่ต้องกังวลรับรองไม่มีผิดพลาด” ชายตัวเล็กในชุดลายพรางกล่าวพลางเลียปาก

    “จับมันมาทั้งเป็น อึ๊บสร็จแล้วค่อยฆ่า นำเธอไปทำเป็นมนุษย์ย่างใส่ซอสบาร์บีคิว รสชาติคงอร่อยเป็นพิเศษ”

    คนพวกนี้วิปริตยิ่ง วันโลกาวินาศมาถึงไม่กี่วันก็กินเนื้อมนุษย์แล้ว หรืออาจเพราะพวกเขาเพิ่งออกมาจากคุก ความยับยั้งชั่งใจจึงไม่มี โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายถูกทำลาย คนที่มีอาวุธอยู่ในมือจึงไม่ต่างจากทรราชย์ท้องถิ่น

    ทว่าในตอนนั้นเองชายที่ยิงปืนสไนเปอร์ทำเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก “บ้าอะไรเนี่ย!”

    “เกิดอะไรขึ้น อาคัง”

    “ผู้ชายคนเมื่อกี้ที่ถูกฉันยิงน่ะสิ อยู่ๆ มันก็ลุกขึ้นมาหน้าตาเฉย นอกจากนั้นแสงจากศีรษะของมันยังสว่างจ้า!” อาคังตอบกระวนกระวาย แต่เมื่อทุกคนไปยินคำพูดของเขาถึงกับหัวเราะ

    “ของขาดเหรอมึง สงสัยให้เฝ้าระวังทางเข้านานไปเลยเป็นแบบนี้”

    “มาพักมา เดี๋ยวกูจะไปเฝ้าเอง”

    “โถ่เว้ย ทำไมถึงไม่มีใครเชื่อนะ...” อาคังเพิ่งพูดจบประโยคแสงสว่างสีเหลืองราวกับหลอดไฟนีออนก็พุ่งชนหอสังเกตการณ์ และเมื่อแสงสว่างหายไปจึงกลายเป็นรูปร่างของชายคนหนึ่ง

    “นี่มัน...” อาคังราวกับเห็นผี เพราะชายที่เพิ่งปรากฏตัวเป็นคนเดียวกับที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่ด้านล่าง โดยไม่ปล่อยให้เขาเหนี่ยวไกปืนอีกครั้ง มู่เฉินขยับมือทีหนึ่งหอกสีทองก็ถูกขว้างออกไป ร่างของอาคังระเบิดเป็นจุล การมาของมู่เฉินทำให้หลายคนตื่นตระหนก เสียงปืนดังขึ้นที่หอสังเกตุการณ์ กระสุนหลายนัดพุ่งทะลุร่างมู่เฉินจนพรุน

    “เปล่าประโยชน์ อาวุธแบบนี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก ใครใช้พวกคุณยิงผมก่อนล่ะ เห็นไหมว่าต้องเจอกับอะไร” มู่เฉินยิ้มเย็นชา หอกในมือของเขาเคลื่อนไหวเผชิญหน้ากับอาวุธร้อน แต่ช่างน่าอัศจรรย์ที่อาวุธเหล่านั้นเหมือนจะช้าเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่เฉิน กลุ่มคนเลวเริ่มถูกฆ่าเป็นผักปลา

    “สัตว์ประหลาด แกมันสัตว์ประหลาด!” ตงหยางวิ่งหนีก่อนใครเพื่อนเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี ทักษะการเอาตัวรอดของเขานับว่าใช้งานได้ดี แต่เมื่อลงมาถึงชั้นล่างก็พบกับผู้หญิงผมสั้นประบ่าคนหนึ่งกำลังมาทางนี้

    “อีเวรนี่ ตายซะ!” ไม่มัวเสียเวลาชื่นชมความสวย ปืนไรเฟิลจู่โจมถูกเหนี่ยวไกทันที ทว่าในตอนนั้นเองอยู่ๆ ตงหยางก็รู้สึกเจ็บที่หัวใจ นิ้วยังค้างอยู่ที่ไกปืนแต่ไม่ได้ยิง มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความมึนงง แล้วตายไปทั้งอย่างนั้น

    อายากะฆ่าคนครั้งที่สองนับจากค่ายกักกัน แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของเธอกลับเย็นชาและน่ากลัว

    เธอขึ้นไปบนหอสังเกตการณ์หลังฆ่าตงหยาง

    “ที่นี่มันอะไรกัน”

    หลังจากเห็นสภาพด้านบนที่มีเนื้อและกระดูกรวมถึงหม้อที่ใส่ศีรษะมนุษย์เธอแทบอยากจะอาเจียน แต่เพราะเป็นแวมไพร์จึงเย็นชา

    “พวกกินมนุษย์” มู่เฉินตอบสั้นๆ แล้วเริ่มเก็บอาวุธปืน

    “โหดร้าย”

    “ดูเหมือนพวกเขาเพิ่งออกมาจากคุก ก็อย่างว่าแหละพวกนี้โหดร้ายมาก ยิ่งไม่มีกฎหมายคุ้มครองเมื่อมีอาวุธอยู่ในมือใครจะมัวมายับยั้งชั่งใจ” มู่เฉินลุกขึ้นยืนหลังจากเก็บปืนใส่กระเป๋าเสร็จ “ไปกันเถอะ วันนี้เราต้องฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหมดในกรง”

    “ค่ะ”

    ทั้งสองลงมาจากหอสังเกตการณ์แล้วเริ่มวิ่งไปรอบๆ สวนสัตว์อิงจิ่ว

    สัตว์บางตัวยังอยู่ในกรงบางตัวก็ออกไป

    มู่เฉินเริ่มการล่าสัตว์เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ให้เสียเวลา ด้วยความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้มันเป็นเรื่องง่าย นอกจากนั้นอายากะยังมีส่วนช่วย พลังของเธอมีผลต่อสัตว์กลายพันธุ์ ดังนั้นหล่อนจึงมีความสุขมาก

    ช่วงบ่ายทั้งสองหยุดพักแล้วนำอาหารออกมากิน ปืนลดขนาดของมู่เฉินถูกส่งให้โซฟี เนื่องจากวันนี้เขาแค่มาค้นหาเมล็ดพันธุ์จึงไม่จำเป็นต้องใช้ปืน ดีกว่าที่จะเอาให้สาวๆ ได้ใช้ประโยชน์ในการค้นหาเสบียง

    “นั่นอะไร” อายากะชี้มือไปที่ท้องฟ้าในขณะที่ยังเคี้ยวเนื้อในปาก

    มู่เฉินหันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นแสงออโรรา

    ฉากดังกล่าวงดงามมาก ราวกับปรากฏการณ์นี้มีอยู่ทั่วโลก ในขณะเดียวกันสนามแม่เหล็กโลกเริ่มเปลี่ยนแปลง ความร้อนยิ่งเพิ่มขึ้นมหาศาล เปลวสุริยะจากดวงอาทิตย์ปะทุความร้อนสูง แสงออโรรายิ่งเข้มข้นขึ้น ก่อนจะรู้สึกตัวฉากตรงหน้าของมู่เฉินก็เปลี่ยนไป เมื่อครู่ยังอยู่ในสวนสัตว์อิงจิ่ว แต่ตอนนี้ทั้งสองคนปรากฏการณ์ตัวในสนามกีฬาแห่งหนึ่ง

    “เกิดอะไรขึ้น เรามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง!” อายากะถาม รีบหันศีรษะไปมองรอบๆ อย่างตื่นตระหนก เพื่อหาข้อมูลว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

    คล้ายกับเรื่องระบบตกปลาเหนือสวรรค์ ที่คุณอ่าน