เมื่อออกมาจากเขตเวทอำพรางในป่าเงียบเหงาชายหนุ่มพบว่าตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำ ดวงอาทิตย์กำลังจะหายลับไปในบึงน้ำขนาดใหญ่ ที่นี่ต่างจากป่าเงียบเหงาซึ่งมีเเต่เวลากลางคืน เเละไม่มีอากาศบริสุทธิ์เช่นนี้ "อ้ะ ท่านจะทำอะไรน่ะ"เสียงหวานอุทานขึ้น เมื่อมือใหญ่ใช้น้ำจากบึงลูบไล้ไปทั่วร่างกายของมัน "ก็จะล้างตัวให้เจ้าไง"จริงๆเขาใช้เเค่เวทบทเดียวก็สามารถทำให้ร่างเปื้อนฝุ่นนี้กลับมาขาวบริสุทธิุ์ได้อีกครั้ง เเต่ดูจากขนาดเเละพลังเวทเเล้วเจ้าเเมวตัวนี้น่าจะยังเด็กอยู่ ใช้น้ำจากธรรมชาติคงดีกว่า "เดี๋ยว ท่านจับตรงไหน อ้า หยุดนะ งือ~"ร่างเล็กกลั้นเสียงไว้ไม่อยู่ เมื่อมือนั้นขยี้หูเเละลูบปลายหางของมัน ไม่มีใครสอนเขารึไงนะว่านั่นมันจุดอ่อนไหวของเเมวน่ะ "โอ้ะ โทษที"ทั้งที่ปากว่าอย่างนั้นเเต่ใบหน้าใต้ผ้าคลุมกลับยิ้มระรื่นที่เห็นปฏิกิริยาของเเมวสาวเมื่อถูกสัมผัสของเขา จริงๆเเล้วชายหนุ่มเป็นพวกคลั่งไคล้สัตว์นิดหน่อย(นิดหน่อยจริงๆนะ)โดยเฉพาะสัตว์ที่มีอุ้งเท้านุุ่มๆเเละขนฟูๆน่ากอดเเบบนี้ยิ่งอดใจเเกล้งไม่ได้ เมื่อสิ่งสกปรกถูกชะล้างออกไปหมด เจ้าเเมวน้อยก็กลับมามีขนสีขาวเงางามอีกครั้ง ชายหนุ่มสอดมือไว้ใต้เเขนทั้งสองข้างของมันเเล้วยกขึ้นชมผลงานของตัวเอง "ฮัดชิ้ว!"เมื่อร่างกายที่เปียกโชกต้องลมอยู่กลางอากาศ เเมวน้อยก็จามออกมาพร้อมกับตัวสั่นน้อยๆ เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มก็วางมันลง เขารีบใช้เวทความร้อนอ่อนๆเป่าตัวมันให้เเห้งสนิท เเล้วหยิบถุงปลาชิทาเกะออกมาวางไว้ให้มันทาน เเมวสาวจ้องห่อปลานั้นด้วยความระเเวง เมื่อดมเเล้วไม่พบสิ่งใดผิดปกติมันก็ก้มลงกินอย่างตะกละตะกาม ทางด้านชายหนุ่มนั้นนั่งมองเเมวน้อยกินด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับมีดอกไม้เบ่งบานอยู่รอบๆ เเต่ไม่นานเขาก็นึกได้ว่าตนมาทำอะไรที่นี่ "นี่เจ้าเเมวน้อย ข้าขอขนของเจ้าไว้ใช้ปรุงยาหน่อยสิ เอาไม่เยอะหลอก สองสามเส้นก็ใช้ได้เเล้ว"ได้ยินดังนั้นร่างสีขาวก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาสีมรกตใต้ผ้าคลุม คนผู้นี้ช่วยมันไว้หลายอย่าง ปลอบโยนมันทั้งทางร่างกายเเละจิตใจ "เอาสิ"ร่างเล็กเดินเข้าไปหาชายหนุ่มเพื่อให้เขาเล็มขนของมันได้สะดวก ชายหนุ่มมองขนนุ่มนิ่มสีขาวนั้นเเล้วก็นึกเสียดายหากต้องเล็มส่วนใดส่วนหนึ่งไป เขาหาที่เหมาะๆอยู่นานพลางนึกไปว่าจะตัดขนเหล่านี้ไปปรุงยาหรือรักษาความงดงามเช่นนี้ไว้ ไม่ไหวเเหะ ทำไมเราชอบเอาความรู้สึกมาปนกับงานอยู่เรื่อยเลยนะ เอ้ะ จริงสิ "เจ้าช่วยเเปลงเป็นร่างมนุษย์ให้ข้าเล็มผมของเจ้าหน่อยได้มั้ย?"อย่างน้อยก็ไม่น่าจะตัดสินใจลำบากเท่าร่างนี้ เเมวน้อยสงสัยว่าทำไมถึงเป็นร่างนี้ไม่ได้ เเต่มันก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพียงเเต่บอกว่า"ไม่ได้หลอก ข้ายังอายุไม่ถึงหนึ่งร้อยปี ไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้" "ไม่นะ! ข้าต้องทำให้ขนสวยๆนี้เเปดเปื้อนจริงๆน่ะรึ?" "หือ?"เเมวน้อยเอียงคอสงสัย เมื่อกี้เหมือนได้ยินอะไรเเปลกๆนะ "เอ่อ..ไม่มีอะไร"ชายหนุ่มหัวเราะเเหะๆเเล้วลองหาวิธีอื่นดู ไม่นานเขาก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ "งั้นข้าจะใช้เวทเปลี่ยนร่างให้เจ้าเอง อย่างนี้เป็นไง"เวทย์นี้เป็นเวทย์อ่อนๆไม่มีผลข้างเคียงเเละไม่ระคายเคืองต่อขนนุ่มๆของเเมวน้อยด้วย เเมวน้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่งเหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ เเต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่มันติดคนผู้นี้ไว้มันก็ตอบตกลง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาร่างเล็กสีขาว เขาใช้ปลายนิ้วชี้เเตะลงบนหน้าผากอันอ่อนนุ่มของมัน เหมือนจะเคลิ้มไปครู่ใหญเเต่เขาก็รีบดึงสติกลับมา เขาส่ายหน้าเล็กน้อยกับความคลั่งใคล้ของตนเเล้วเริ่มร่ายเวทย์เปลี่ยนร่าง ทันทีที่เสียงร่ายเวทย์ดังขึ้นก็บังเกิดเเสงสว่างโอบรอบตัวเจ้าเเมวน้อย ตามด้วยกลุ่มควันสีขาวที่ระเบิดออกมาดัง"ปุ๋ง" ตรงหน้าชายหนุ่มคือร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว ผมสีขาวยาวสลวยรับกับเนตรสีไพรินคู่งาม บนศรีษะมีหูเเมวสีขาวนุ่มๆเเละมีหางสีขาวฟูๆที่บั้นท้าย ผิวของเธอขาวราวกับเกล็ดหิมะ ริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มเช่นเดียวกับหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ไม่ธรรมดา เมื่อมองมาถึงจุดนี้ ดวงตาสีมรกตของชายหนุ่มก็เบิกกว้างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ใบหน้าใต้ผ้าคลุมกลายเป็นสีเเดงเเปร๊ดพร้อมส่งควันร้อนออกมาราวกับน้ำเดือด "เเว้กกก"ร่างสูงถอยกรูดไปติดกับต้นไม้ด้านหลังห่างจากร่างหญิงสาวไปไม่เกินสองเมตร ชายหนุ่มหันหน้าไปทางอื่นพยายามไม่สบดวงตาสีไพลินคู่หวานเเละพยายามบังคับตัวเองไม่ให้มองต่ำไปกว่านั้น หัวใจเขาเต้นรัวอย่างบ้าครั่ง นี่เป็นครั้งเเรกที่เขาได้เห็นผู้หญิงใกล้ขนาดนี้ "ฮัดชิ้ว!"เมื่ออยู่ในร่างมนุษย์ที่ไม่ได้สวมใส่อาภรณ์ใดๆต่างจากร่างเเมวที่มีขนปกคลุมร่างกายช่วยสร้างความอบอุ่น ทำให้หญิงสาวต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองเพื่อสร้างไออุ่นขึ้นมา เเต่ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างนี้การทำเช่นนั้นไม่ช่วยอะไรเลย"นะ หนาว ฮัดชิ้ว!"ร่างบางสั่นไม่หยุดดูเหมือนเธอรู้สึกตัวรุ่มๆเริ่มจะเป็นไข้ขึ้นมาเเล้ว ทางชายหนุ่มที่เหงื่อเเตกพลักๆมัวเเต่คิดว่าไม่อยากทำร้ายขนสวยๆของเธอในร่างเเมว เเต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อกลายร่างเป็นมนุษย์เเล้วจะทำให้เขาเข้าขั้นโคม่าขนาดนี้ เเต่ปล่อยไว้อย่างนั้นไม่ได้ เเมวปีศาจอายุไม่ถึงหนึ่งร้อยปีมีภูมิคุ้นกันต่ำมาก ว่าเเล้วชายหนุ่มก็ถอดผ้าคลุมของเขาออกเเล้วก้าวฉับๆไปหาร่างบางโดยหันหน้าไปมองทางอื่นให้มากที่สุด เเมวสาวมองชายร่างสูงกล้มตัวลงคลุมผ้าให้เธอโดยไม่หันมาสบตา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพเเกะสลักของจิตรกรชั้นเอกดูประหม่าไม่น้อย ผมสีดำตัดสั้นระต้นคอพลิ้วไหวไปตามสายลมยามค่ำคืน ดวงตาสีมรกตนั้นไม่ยอมหันมาสบตาเธอเสียทีจนเเมวสาวต้องจับหน้าเขาให้หันมา ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเผลอสบดวงตาคู่สวยเข้าอย่างจัง "ท่านไม่สบายรึ ท่านตัวร้อนเเล้วเหงื่อก็ออกเยอะมาก"เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เเต่ดูเหมือนจะทำให้เขาอาการหนักขึ้น เเค่ผู้หญิงธรรมดาไม่เท่าไหร่ เเต่นี่เป็นถึงร่างมนุษย์ของเเมวปีศาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความเย้ายวนเเละมนต์เสน่ห์ เรื่องพลังเวทย์ของเขาเเข็งเเกร่งเเค่ไหนนั้นเขาไม่ห่วง เเต่เรื่องโรคประจำตัวนี่สิที่น่าห่วงยิ่งกว่า "ขะ ข้าไม่เป็นอะไร เเค่รู้สึกร้อนนิดหน่อยน่ะ"ชายหนุ่มจับมือของเธอออกจากหน้าเขาอย่างสุภาพ พยายามถอยห่างออกไปทีละนิด "ท่านต้องการผมของข้าไม่ใช่หรือ อยู่ห่างเช่นนั้นท่านจะตัดได้อย่างไร"ชายหนุ่มสะดุ้งหยุดการหนีภัย เขาลืมไปเลยว่าจุดประสงค์ของการเปลี่ยนร่างคือเส้นผมของเธอ ว่าเเล้วก็หยิบกรรไกรออกมาจากกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลใบโปรด เขายืนทำใจอยู่นานก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างอันเย้ายวนนั้นอย่างรวดเร็ว เขาบรรจงหยิบปลายผมของเธอขึ้นมาตัดฉับ เเล้วเก็บเส้นผมไว้ในขวดเเก้วจากนั้นก็เด้งตัวออกห่างจากเธอในระยะสองเมตร กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ท่วมราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมาหลายรอบ "ท่าน...รังเกียจข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ"เป็นครั้งที่สาม(เเละอาจจะมีครั้งต่อๆไป)ที่ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับไปทางหญิงสาว พบใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา"เเม้จะมีเหล่าปีศาจรังเกียจข้ามากมายเเค่ไหนข้าไม่สน ข้ายังมีพี่น้องของข้าอยู่ ฮึก เเต่ตอนนี้ข้าเหลือเเค่ท่านคนเดียว เเม้เเต่ท่านก็รังเกียจข้างั้นหรือ"ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวคลุมร่างตัวเองด้วยชุดคลุมสีดำราวกับมันสามารถปกป้องเธอจากความโหดร้ายได้ ร่างบางสะอื้นไห้ไม่มีทีท่าจะหยุดลง ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกใจหาย เธอดูเปราะบางราวกับเเก้วที่พร้อมจะเเตกได้ตลอดเวลา ความรู้สึกนี้อีกเเล้ว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมปีศาจตนนั้นถึงส่งผลต่อความรู้สึกเขาได้มากมายนัก "ขะ ข้าขอโทษข้าไม่ได้รังเกียจเจ้านะ ข้าเเค่..."เเค่เเพ้ผู้หญิงเท่านั้น โดยเฉพาะผู้หญิงเช่นเจ้า...จะให้เขาพูดออกไปได้อย่างไรล่าววว!! ชายหนุ่มขยี้หัวตัวเองอย่างเเรง ไม่อยากเผลอทำให้เกิดเรื่องอย่างนั้นเเล้วก็ไม่อยากทำให้ยัยนี่ร้องไห้ด้วย อ้ากก เขาจะทำยังไงดี ร่างสูงนิ่งคิดไปพักหนึ่งเเล้วกำหมัดขึ้นเหมือนตัดสินใจบางอย่างได้ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน!!
ไม่มีอีกเเล้ว ไม่เหลือใครเเล้ว เพราะร่างกายอย่างนี้ เพราะสีที่เเตกต่างจากคนอื่นเช่นนี้ทำให้เธอไม่เป็นที่ต้องการของเผ่าปีศาจ เเม้เเต่คนที่เธอคิดจะมอบใจให้...อ้ะ ร่างบางรู้สึกเหมือนถูกปกคลุมด้วยความอบอุ่น เธอโผล่หน้าออกมาจากผ้าคลุมพบดวงตาสีมรกตคู่คมในระยะใกล้"อึก"ชายคนนั้นหน้าเเดงระเรื่ออีกครั้งเหมือนตอนที่เธอคิดว่าเขาไม่สบาย ถึงกระนั้นอ้อมเเขนเเกร่งก็ยังไม่คลายออก ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเขา มือหนาสวมกอดเธอเเน่นผลักให้ใบหน้าของเธอเข้าไปในอ้อมอกที่อบอุ่น ดวงตาสีมรกตคู่นั้นก็ยังหันไปไม่สบตาเธออีกเช่นเคย "เห็นมั้ย ขะ ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าเสียหน่อย" เหมือนเวลาได้หยุดลงเมื่อหญิงสาวได้ฟังความพูดที่เเสนอ่อนโยนนั้น หยดน้ำตามากมายหลั่งไหลออกมาไม่หยุด ดูเหมือนชายหนุ่มจะตกใจ เเต่ไม่ตกใจเท่าสัมผัสอันอ่อนนุ่มที่ประทับลงมาบนริมฝีปากของเขา ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง เเสงสว่างเกิดขึ้นที่หลังมือของชายหนุ่มเเละเเก้มนวลข้างซ้ายของหญิงสาว ทันทีที่เเสงสว่างนั้นหายไป สัญลักษณ์รูปประจันทร์ครึ่งเสียวสีดำก็ปรากฎขึ้น