ไม่รู้เลยว่าการได้มาเป็สิ่งมีชีวิตจะน่าขยะแขยงเพียงนี้
ข้ากำลังเคลื่อนตัวจากถ้ำเฉอะแฉะสู่ทางสว่างที่เต็มไปด้วยเสียงพูดเจื้อยแจ้วและความวุ่นวายภายในร่างกายเต็มไปด้วยของเหลวอัดแน่นอยู่เต็มจนหายใจลำบากข้าใช้แรงน้อยนิดที่มีดิ้นรนให้ออกจากความอึดอัดนี้เร็วขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องให้กำลังใจจากด้านนอก
ตุ้บ!
“ออกมาแล้ว! รอบนี้เราได้ตัวผู้”
“นนั่น! เห็นเขาไหม ข้าว่าสีขนเ้าเด็กนั่นมันพิกลนะ”
“เพ้อเจ้อน่าไอ้หมูป่าเ้ารู้จักสิ่งที่เรียกว่าสีด้วยหรือไง”
“ก็ตัวเขาไม่เหมือนแม่เลยสักนิดมันสว่างกว่าพิกลแน่ะ...เ้าว่ามั้ยออซ เ้าเห็นสีอยู่ตัวเดียวนี่”
“เขาตัวสีขาว...เป็กวางเผือกตัวแรกของป่าเรา”
“สีขาว?”
ข้านอนนิ่งอยู่บนพื้นพยายามฝืนให้กล้ามเนื้อของร่างใหม่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพทว่าก็ทำได้เพียงขยับแข้งขาเล็กน้อยเท่านั้น กระทั่งมีััลื่นและอุ่นลูบไล่ไปตามตัวข้าจึงสำรอกน้ำรสชาติคาวพิลึกออกมาได้ ตอนนั้นเองที่เรี่ยวแรงค่อย ๆถูกเติมเต็มเข้ามา ข้าลืมตาได้ในที่สุด
ภาพที่เห็นคือสรรพสัตว์มากมายยืนมุงห่างออกไปเพียงไม่กี่คืบมีทั้งหมี ลิง กระรอก นกแก้ว หมูป่า แรด พวกมันจ้องข้าด้วยแววตาใคร่รู้ระคนใบางตัวเห็นข้าจ้องกลับก็หันไปซุบซิบกันเสียงเบา
“ลืมตาได้แล้วหรือแปลว่าแข็งแรงดีสินะลูก” เสียงหนึ่งจากด้านหลัง เมื่อหันไปก็พบกับกวางตัวเมียสีน้ำตาลสภาพอ่อนแรงยืนค้ำหัวข้าอยู่นางคงเป็แม่ของร่างนี้สินะ
“น่าจะอย่างนั้นล่ะเ้าสัตว์ป่า” ข้าตอบห้วน ๆ แล้วฝืนตัวลุกขึ้น กระดูกกับกล้ามเนื้อตามส่วนต่าง ๆ ยังไม่ค่อยมีแรงนักแต่ก็พอยืนได้แบบขาสั่น ข้าสะบัดร่างกายเบา ๆ ให้น้ำคร่ำกระเซ็นออก ก่อนจะมองสำรวจรอบตัวอีกครั้ง
ข้าอยู่ในป่า...ใช่แน่นอนมาเกิดในร่างกวางอ่อนแอท่านประธานลงโทษข้าข้อหาทำสิ่งมีชีวิตที่ถูกวางบทไว้เป็ตัวสำคัญในละครจำอวดของเขา‘ผิดแผกจากเดิม’ โดยไม่ตั้งใจ ต้องมาเป็ตัวตายตัวแทนเ้าสัตว์นั่นจนกว่าจะหมดอายุไขจึงได้กลับไปเป็เ้าหน้าที่พิเศษตามเดิม...ให้ตายเขาไม่เห็นแก่ความดีที่ข้าดูแลมิติจักรวาลมาตั้งหลายล้านปีหรือไงนะ
“เฮ้ นั่นแม่เ้านะ ไอ้บ้านี่มันพูดจาไม่เคารพผู้ใหญ่เลยนะนั่น” หมูป่าหน้าบึ้งตัวหนึ่งร้องบอก
“ไม่เป็ไรเขาเพิ่งเกิด ไม่แปลกที่จะไม่รู้เื่มารยาท” กวางตัวเมียเอ่ยอย่างอ่อนโยนมันเดินเข้ามาเลียตามหัวข้าอีกรอบ ทว่าข้าก็สะบัดตัวออกห่าง“เอ่อ...ว่าแต่หิวหรือยัง เ้าต้องกินนมก่อนนะสัตว์ตัวอื่นเตรียมการบางอย่างไว้..”
“ขอบใจแต่ไม่เป็ไรหรอก ใครก็ได้พาข้าออกจากป่าไปหาบ้านมนุษย์ทีสิเอาบ้านที่มีเด็กผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ตอนนี้น่าจะอายุประมาณสิบสอง ผมดำตาสีน้ำเงินเข้ม ยิงธนูเข้าเป้าทุกดอก แล้วก็ใช้เวทมนตร์ได้นิดหน่อยเอ...พรที่เขามีหมดหรือยังนะ...อ้อ! หน้าตาดีในหมู่มนุษย์ด้วย”
คราวนี้พวกสัตว์ถึงกับก้าวถอยหลังแถมยังแสดงความรู้สึกแปลก ๆ ออกมาทางดวงตา อะไรกัน...ข้าจำเื่เล็กน้อยอย่างนิสัยกวางแรกเกิดไม่ได้เลยไม่รู้ว่าทำอะไรแปลกไป แต่ที่จริงก็ไม่ต้องทำตัวเหมือนกวางก็ได้นี่ ให้พวกมันรู้ว่าแท้จริงแล้วข้าเป็ใครก็ยิ่งควบคุมได้ง่าย
“แม่กวางเ้ามั่นใจไหมว่าไม่ได้กินเห็ดเมาตอนท้อง” ลิงตัวหนึ่งะโมาระหว่างข้าและกวางสาว
“ไม่แน่นอนท่านผู้เฒ่าข้าดูแลครรภ์อย่างดีตามที่ทุกตัวแนะนำ” แม่กวางส่ายหัว “ข้าว่าเขาไม่ธรรมดาเขาคงเกิดมาเพื่อเป็สัตว์วิเศษเหมือนกับท่านออซและบิงกี้”
“สัตว์วิเศษ...อ้อ” ข้านึกได้ ที่ดาวนี้ป่าใหญ่จะถูกแบ่งออกเป็2 - 3 เขตย่อย แต่ละเขตจะมีสัตว์วิเศษหรือเรียกว่าผู้พิทักษ์ทำหน้าที่ดูแลระบบนิเวศน์ภายในป่าให้หมุนเวียนภายในตัวเองเช่น เสือจากป่าข้าง ๆ จะไม่สามารถะโมาขย้ำข้าได้ต้องกินแต่สัตว์ในป่าเขตตัวเองเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะโดนผู้พิทักษ์จัดการ
“เราไม่รู้ว่าเขาวิเศษจริงหรือแค่มีความคิดเหนือกว่าสัตว์ทั่วไป”ลิงที่ถูกเรียกว่าผู้เฒ่าบอก
สัตว์บางตัวหัวเราะคิกคัก“หรือที่เรียกว่าบ้านั่นล่ะ”
ข้าหันขวับไปมองผู้พูดคือนกกระจอกตัวเล็กจ้อยที่เอาแต่ขำกับเพื่อนข้าง ๆไม่หยุดมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว
“เฮ้ไอ้นกกระจอก” ข้าก้าวฉับ ๆ เข้าไปหามัน “เ้าใช้คำว่าบ้ากับตัวตนผู้สูงส่งที่ควบคุมดูแลจักรวาลมานับล้านล้านปีงั้นหรือไม่รู้เลยสินะว่าในตอนแรกเผ่าพันธุ์นกเกือบไม่ได้บรรจุมาในมิติจักรวาลนี้อยู่แล้วแต่ข้าเป็คนยื่นคำร้องให้ท่านประธานเห็นว่าท้องฟ้าที่นี่โล่งไปหน่อยเ้าควรขอบคุณและเคารพข้า ไม่ใช่เหยียดหยามข้าเช่นนี้!”
“ฮะ?” เ้านกกระจอกทำตาโตจนคล้ายจะถลนออกจากเบ้า“จ เ้า...เ้าเป็...”
“หึ รู้แล้วสินะถึงแม้เราจะไม่เคยปรากฏตัวแต่ก็อยู่ในการรับรู้ของสิ่งมีชีวิตมาโดยตลอดบางครั้งเราก็ถูกเรียกว่าเทวดา แต่ก็นั่นล่ะ...ข้าไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดหรอกเราเหนือกว่าเทวดาหลายระดับนัก” ข้าเชิดคอขึ้นเล็กน้อย
“ปเป็...เป็กวางปัญญาอ่อน!” มันะโ และสัตว์ตัวอื่นก็พร้อมใจกันหัวเราะเยาะข้าราวกับสิ่งที่พูดเป็เื่น่าขบขันที่สุดในชีวิตพวกมันยี้! ไอ้วัวตรงนั้นเผลอขี้แตกด้วยนี่ ทุเรศชะมัด
“อะแฮ่ม!” ผู้เฒ่าลิงกระแอม “ทุกตัวหยุดหัวเราะเยาะยังไงก็ให้เกียรติแม่กวางสหายเราหน่อย แถมกวางน้อยตัวนี้ก็ยังเด็กนักสิ่งที่เขาแสดงออกคือประกายแห่งความฉลาดหลักแหลม อย่าได้ดูถูก”
พวกสัตว์ยอมหยุดหัวเราะแต่ยังไม่เลิกอมยิ้มพลางมองมายังข้าด้วยสายตาแปลก ๆ
“เอาล่ะ ที่พวกเรามารวมตัวกันในวันนี้ก็เพื่ออวยพรให้ท่านเทพเ้าประทานพรให้ลูกกวางตัวใหม่ของเขตเราเติบโตอย่างสมบูรณ์ทุกตัวพร้อมหรือยัง” ลิงว่าด้วยเสียงกังวาน
ข้าส่ายหัว “ไม่ต้องพิธีรีตองหรอกเพราะข้าไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว พอทำภารกิจเสร็จก็จะกลับไป...”
โป๊ก!
จู่ๆ วัตถุทรงกลมสีม่วงเข้มลอยจากที่ไหนไม่รู้ปะทะเข้ากลางหัวข้า มันไม่เจ็บทว่าแรงอัดมหาศาลที่ปล่อยออกมาทำข้าถึงกับหงายหลังล้มตึง
ตุ้บ
บางสิ่งโดดลงมาจากต้นไม้คร่อมร่างข้าไว้
“พูดจาอวดดีจริงๆ ไม่ได้เชื้อพ่อหรือแม่เ้ามาสักนิดเลยนะ ไอ้จืดเอ๊ย” สิ่งนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามมันคือกระต่ายั์ขนาดเท่าโกลเด้นรีทรีฟเวอร์โตเต็มวัย ตัวสีน้ำตาลอ่อนและใบหูยาวเป็พิเศษในปากเคี้ยวลูกเบอรี่จนแก้มตุ่ย “มา! อย่าให้เพื่อนร่วมป่าเสียน้ำใจที่อุตส่าห์มาช่วยทำคลอดให้เ้าเราจะทำพิธีบูชาเทพเ้ากัน เผื่อว่าไอ้กวางผิวเผือกอย่างเ้าจะมีอายุยืนขึ้นสักหน่อย”
ข้าดิ้นขลุกขลัก“ออกไปนะไอ้กระต่ายอ้วนตัวหนัก! แล้วเทพเ้าบ้าบออะไรกันดาวนี้มีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ”
“ยืนสี่ขาให้คล่องก่อนแล้วค่อยพูดจาหยาบคายกับผู้ใหญ่”กระต่ายดึงหลังคอข้าให้ยืนขึ้น “แล้วก็อย่าเอ่ยคำว่าบ้าบอตามหลังเทพเ้าผู้ปกปักษ์ธรรมชาติถ้าไม่มีเขาเ้าคงไม่ได้เกิด ไอ้น้ำคร่ำ!” มันตะคอกใส่ก่อนจะชี้หูเรียวยาวไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งเปลือกไม้สั่นเล็กน้อยก่อนจะกะเทาะออกกลายเป็โพรงทรงกลมเหมือนทางเข้าไปไหนสักที่
แม่กวางเข้ามาใกล้“ท่านออซ ข้าขอโทษแทนลูกชายด้วย ข้าจะอบรมเขาให้ดีอย่าทำรุนแรงกับเด็กแรกเกิดนักเลย ถือว่าขอเถอะ”
“ข้าไม่รุนแรงหรอกแม่กวางแต่ในฐานะผู้พิทักษ์ป่าก็คงต้องสั่งสอนก่อนจะกลายเป็ไม้แก่ดัดยากน่ะสิ”กระต่ายว่าพลางใช้ร่างใหญ่ของมันโอบรัดข้าไว้ “ทุกตัวไปรอข้าที่ลานพิธีอีกเดี๋ยวจะพาไอ้เด็กแก่แดดนี่ตามไป ไม่ต้องห่วง”
“เหอะสั่งสอนข้างั้นเหรอ อวดดีนักไอ้กระต่ายอ้วน! ความรู้และภูมิปัญญาข้ามีมหาศาลดั่งทะเลดวงดาวคิดจะเอดูเคดข้ายังเร็วไป...”
ฟิ้ว!
ข้าถูกยกขึ้นสูงและโยนเข้าไปยังโพรงไม้ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของสัตว์รอบ ๆ ร่วงหล่นสู่ความมืดอันไร้ปลายทางเป็ครั้งแรกที่ััได้ถึงคำว่า ‘กลัว’
“อย่าหัวใจวายตายก่อนล่ะไอ้เด็กอวดดีเราจะไปผจญภัยกัน ยะฮู้ว!” เสียงเ้ากระต่ายลอยตามหลังมา