สงครามเทพราชัน ค่ายกลสยบทั่วหล้า!

    บทที่4 เมืองพยัคฆ์คราม

    บทที่4 เมืองพยัคฆ์คราม

    เฟยอวี่ เอ่ยถามหม่าเชาหรง"ทำไมพวกท่านถึงได้รับบาดเจ็บกันเล่า?"
    หม่าเชาหรงตอบกลับว่า
    "พอดีข้ามาช่วยหลานสาวข้าซินรุ่ย ล่าสัตว์อสูรระดับ4ขั้นต้น แต่เหมือนว่าข่าวที่พวกข้าได้รับจะไม่ตรงตามความจริง สัตว์อสูรที่พวกข้าเจอเป็นถึงระดับ4ขั้นสูง แถมยังเป็นกระทิงสายฟ้า! ซึ่งการโจมตีขอมันกว้างมาก ข้าจึงทำได้เพียงพาคุณหนูซินรุ่ยฝ่าออกมา เด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยก็ไม่มีใครรอดชีวิต!"
    หม่าเชาหรง เล่าก็ไปพลาง ก็สังเกตเด็กหนุ่มนามเฟยอวี่ไปพลาง ก็ไม่สามารถจับสัมผัสพลังลมปราณได้เลยแม้แต่น้อย ทำให้ไม่สามารถรับรู้ถึงระดับพลังของเด็กหนุ่มคนนี้ได้เลย แต่กลับรู้สึกถึงอันตรายจากเด็กหนุ่มนามเฟยอวี่คนได้รางๆ
    หม่าเชาหรงเอ่ยถามกลับไปบ้าง
    "เหตุใดเจ้าจึงพาน้องสาวที่ยังเล็กขนาดนี้เข้ามาในป่าลึกที่อันตรายเช่นนี้เล่า?"
    เฟยอวี่ตอบลับไปว่า "ข้าก็แค่พาน้องสาวมาเที่ยวเล่นชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ดื่มด่ำบรรยากาศที่สดชื่นแต่ดูเหมือนข้าจะเพลิดเพลินมากไปหน่อยรู้สึกตัวอีกที่ก็มาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ข้าซึ่งกำลังจะพาน้องสาวกลับเข้าเมืองก็พบพวกท่านวิ่งมาพอดี ดูแล้วพวกท่านหน้าจะเป็นผู้ฝึกยุทธที่เก่งกาจ ข้าจึงช่วยทำแผลและรอให้ท่านฟื้นข้าจะได้ขอตามพวกท่านกลับเข้าเมืองด้วยกันมันหน้าจะปลอดภัยกว่า ข้าขอรบกวนผู้อาวุโสเชาหรงช่วยพากับน้องสาวไปส่งที่เมืองด้วยได้ไหม?"
    หม่าเชาหรงเอ่ย
    "เป็นเช่นนี้เองหลอกหรือ? งั้นพวกเจ้าก็ตามข้ากลับเมืองพร้อมกันเลยถึงข้ายังบาดเจ็บหนักอยู่แต่แค่คุ้มครองพวกเจ้ากลับเมืองนับว่าง่ายดายนัก! ขอข้าฟื้นฟูพลังสัก1ชั่วยาม แล้วพวกเราค่อยออกเดินทางกัน"
    แต่ภายในใจหม่าเชาหรงกลับไม่ได้เชื่อคำพูดของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าที่นี้จะอยู่ห่างจากเมืองไม่กี่สิบลี้ แต่ก็ยังมีสัตว์อสูรระดับ1อยู่พอสมควรหรือแม้แต่ระดับ2 การที่จะมาได้ไกลขนาดนี้โดยไม่เจอสัตว์อสูรเลยแทบเป็นไปไม่ได้
    หม่าซินรุ่ยเองก็คิดเช่นเดียวกับหม่าเชาหรงนางก็สำรวจดูเด็กหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธเลยแม้แต่น้อย จะมาโพล่แถวนี้ได้อย่างไรแถมยังพาเด็กหญิงสี่ถึงห้าขวบมาด้วยอีกต่างหาก นี่มันผิดปกติอย่างยิ่ง!
    หม่าเชาหรงยังคงทำสมาธิฟื้นฟูพลังต่างต่อเนื่อง......
    1ชั่วยามต่อมา..
    พวกของเฟยอวี่และหม่าเชาหรงก็ได้ออกเดินทางกลับเมืองพยัคฆ์คราม ระหว่างเดินทางเป็นไปด้วยความราบรื่น
    มีสัตว์อสูรระดับ1-2 เข้ามาโจมตีบ้าง แต่ก็ถูกหม่าซินรุ่ยใช้กระบี่จัดกันทั้งหมด เฟยอวี่และไป๋ลี่ ก็เดินตามหม่าเชาหรงอย่างสงบเรียบร้อย โดยไม่ได้มีท่าทีตกใจเวลาเจอสัตว์อสูรจู่โจมเลยแม้แต่น้อย
    2ชั่วยามต่อมา..
    พวกของเฟยอวี่และหม่าเชาหรงก็เดินทางมาถึงเมืองพยัคฆ์คราม!
    เมืองพยัคฆ์คราม ไม่ได้ใหญ่โตเท่าไหร่ดูโดยรวมแล้วเป็นเพียงแค่เมืองขนาดเล็กระดับ5-6
    เมืองมีการแบ่งเป็น ขนาดเล็ก! ขนาดกลาง! ขนาดใหญ่  และระดับ1-9 ตามผู้ทรงพลังของเมืองนั้นๆ
    เมืองยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งบ่งบอกถึงจำนวนผู้คนและจำนวนกองทัพที่มีของเมืองนั้น
    และยังมีเมืองชั้นสูงขึ้นไปอีกตัวอย่างเช่น เมืองระดับกษัตริย์ เมืองระดับราชัน และเมืองระดับจักรพรรดิ
    ซึ่งคราวนี้ไม่ได้วัดตามขนาดว่าใหญ่โตแค่ แต่วัดจากคุณภาพของกองทัพและผู้ทรงพลังที่ก้าวข้ามขอบเขตระดับ9ไปแล้ว
    ทั้งสี่คนเดินเข้าเมืองมาสักพัก ก็มาถึงร้านขายอาวุธที่ใหญ่โตแห่งหนึ่งซึ่งดูแล้วมี5-6ชั้น ทั้งสี่ได้เดินเข้าไปข้างในร้านขายอาวุธ ภายในชั้นแรกของร้านขายอาวุทแต่กับไม่มีพนักงานมาต้องรับเลยแม้แต่คนเดียว
    หม่าซินรุ่ยก็ได้หยิบถุงใส่ของ พร้อมเหรียญตราสีเงินที่มีคำว่าหม่า จากแหวนมิติของนาง แล้วโยนให้กับเฟยอวี่ พร้อมเอ่ยว่า
    "นี่.เป็นของตอบแทนเล็กน้อยที่ช่วยพวกข้าไว้ และที่นี่ก็เป็นร้านขายอาวุธของตระกูลหม่าเรา ถ้าเกิดพวกเจ้ามีเรื่องเดือดร้อนมาหาข้าที่นี่ได้ ถ้าไม่เจอข้าก็บอกกับคนในร้านแห่งนี้แทนได้ เหรียญตราสีเงินนั้นเป็นสัญลักษณ์แขกผู้มีเกียรติระดับเงินของตระกูลหม่าเรา เจ้าสามารถยื่นให้คนในร้านเพื่อแจ้งเรื่องแก่ข้าข้าได้ตลอดเวลา แล้วข้าจะรีบมาพบเจ้า"
    "ขอบคุณ คุณหนูซินรุ่ยมาก ข้าไม่เกรงใจละนะ"
    ระหว่างที่เฟยอวี่พูดกับหม่าซินรุ่ยก็ได้มองสำรวจไปทั่วร้านพบว่ามีอาวุธมากแต่เป็ฯเพียงแค่อาวุทระดับ1-2เท่านั้นดูแล้วระดังที่สูงกว่านี้คงอยู่ในชั้นที่สองขึ้นไป
    ขณะนั้นเองประตูห้องเก็บของหลังร้านก็ได้เปิดออกพร้อมกับมีเด็กสาวเดินออกมาเมื่อเด็กสาวเห็นคนทั้งสี่ก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมเอ่ยว่า
    "คุณหนูท่านกลับมาแล้ว!"
    หม่าซินรุ่ยเอ่ยด้วยเสียงดุ
    "รั่วชิง!ทำไมไม่อยู่เฟ้าหน้าร้าน  แล้วคนอื่นไปไหนกันหมดทำไมเหลือเพียงแค่เจ้าอยู่คนเดียว?"
    ในขณะเดียวเฟยอวี่ก็สังเกตหญิงสาวในชุดสีเหลืองที่อายุประมานสิบห้าถึงสิบหกปีไป๋ลี่เองก็จ้องไปที่เด็กสาวนามรั่วชิงที่มานี่ด้วยเช่นกันในใจเฟยอวี่กลับตกใจไม่น้อยแต่สีหน้ายังคนเรียบเฉยหม่าเชาหรงที่ของสังเกตอยู่จึงไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร,พรสวรรค์ของเด็กคนนี้นับว่าดีมากออร่ารอบตัวนางนับว่าเบาบางแต่ความรู้สึกที่เฟยอวี่มีกลับเป็นว่าออร่าที่เบาบางของนางเหมือนกับสัตว์ร้ายที่กำลังหลับอยู่มากกว่าแถมยังเป็นหญิงสาวที่เปลี่ยมไปด้วยธาตุไฟซึ่งหายากมากๆในผู้หญิง
    เด็กสาวตอบกลับหม่าซินรุ่ยไปว่า
    "พอดีที่สมาคมการค้าต้าเป่าสาขาหลักได้ส่งสินข้ามาถึงและดูเหมือนว่าจะมีซากอาวุธโบราณระดับ5-6ขายด้วยผู้จัดการเลยออกไปดูว่าอันที่ใช้ได้ และให้ข้าอยู่เฟ้าร้านคนเดียว"
    ซากอาวุธโบราณระดับ5-6! หม่าซินรุ่ยครุ่นคิด
    ปกติสมาคมการค้าต้าเป่าก็มีผู้หลอมศาสตราของตัวเองทุกทีจะนำซากอาวุธโบราณไปเสริมความแข็งแกร่งเพื่อยกระดับให้กกับอาวุธระดับ4-5 แล้วเก็บไว้สำหรับขายในงานประมูลประดำเดือนมากกว่าแต่คราวนี่กับขายเป็นซากอาวุธโบราณเลยทันที
    ในขณะที่หม่าซินรุ่ยครุ่นคิด อยู่นั่นเอง
     รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเฟยอวี่ และไป๋ลี่ ก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกัน! ซากอาวุธโบราณดูท่าแล้วจะมีค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
    ซากอาวุธโบราณของเฟยอวี่นั้นมีร่วมสองพันชิ้น ระดับต่ำสุดคือระดับ6สูงสุดคือระดับ9
    เด็กสาวนามรั่วชิงเอ่ยถามหม่าซินรุ่ยว่า
    "คุณหนูชายหนุ่มกับเด็กสาวสองคนนี่เป็นใครกันหรือคะ?'
    หม่าซินรุ่ยตอบ
    "พวกเขาช่วยข้าไว้ที่ป่าพยัคฆ์ ชื่อเฟยอวี่กับน้องสาวเขาไป๋ลี่ ข้าให้ตราสัญลักษณ์ระดับเงินกับพวกเขาไปด้วยวันหน้าถ้าพวกเขามาขอความช่วยเหลือเจ้าก็จัดการช่วยเขาได้ที่ หรือถ้าเจ้าจัดการไม่ไหวก็มาหาข้า"
    เด็กสาวตอบ
    "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะคุณหนู"
    หม่าซินรุ่ยหันกลับไปพูดกับเฟยอวี่
    "เฟยอวี่ ข้าขอตัวไปทำธุระก่อนเจ้าสามารถอยู่ชมอาวุธพวกนี้ก่อนได้ ข้าจะให้รั่วชิงดูแลเจ้าเป็นออย่างดี"
    เฟยอวี่ตอบกลับไป
    "ข้าเองก็จะพาไป๋ลี่ไปเดินเล่นในเมืองสักหน่อยคงรบกวนคุณหนูซินรุ่ยเพียงเท่านี้แล้วพบกันใหม่"
    เฟยอวี่บอกลาพวกของหม่าซินรุ่ยแล้วเดินจากไป
    ตลอดเวลา หม่าเชาหรงก็ยังคงสังเกตเฟยอวี่อยู่ตลอด เฟยอวี่ดูค่อนข้างสึกลับ การแสดงออกของเฟยอวี่ตอนรับของจากคุณหนูซินรุ่ยก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นดีใจเลยแม้แต่น้อยกับดูเรียบง่ายสบายๆ ต่างจากเด็กทั่วไปอย่างมาก
    ยิ่งรอบยิ้มประหลาดที่เด็กหนุ่มนั้นแสดงออกมาตอนที่ได้ยินเรื่องของซากอาวุธโบราณซึ่งมันทำให้หม่าเชาหรงยิ่งไม่เข้าใจเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้นไปอีก
    .................
    เฟยอวี่สำรวจจนทั่วเมืองจนจดจำที่ตั้งร้านค้าและสมาคมต่างๆ ได้ทั้งหมด ในเมืองนี้ มีทั้งสมาคมค่ายกล สมาคมปรุงยา! สมาคมหลอมศาสตรา! สมาคมฝึกสัตว์! ทั้งยังมีค่ายฝึกทหาร!
    แต่จากที่ดูคร่าวๆ เหมือนว่าความเชี้ยวชาญต่างๆของผู้คนกลับถดถอยลงไปมาก!
    หลังจากเดินสำรวจเมืองเสร็จสิ้นแล้ว เฟยอวี่และไป๋ลี่ได้เดินมาถึงตลาดภายในเมือง มีผู้คนตั้งแผงวางขายของและรับแลกเปลียนสิ่งของมากมายมีทั้ง
    "อาวุธระดับ1-2ดีๆมากมายเสื้อเกราะก็มีเชิญมาดูก่อนได้ราคาไม่แพง!"
    "แกนอสูรระดับ3ธาตุไฟ! หาแลกแกนอสูรระดับ3ธาตุลม! ยินดีเพื่มหินวิญญาณระดับต่ำให้ด้วย"
    "สมุนไพรระดับ1-3คุณภาพดี!"
    เฟยอวี่เดินมาที่แผงขายอาวุธแล้วเอื้อมมือไปหยิบหน้ากากสีเงินขึ้นแล้วถามพ่อค้าว่า
    "พี่ชายหน้ากากนี่ราคาเท่าไหร่?"
    "10หินวิญญาณระดับต่ำ!"
    "มีเสื้อคลุมสีขาวบ้างไหม?"
    "มีแต่เสื้อคลุมสีดำ!"
    "เอามาเลยพี่ชาย!"
    "ทั้งหมด45หินวิญญาณระดับต่ำ!"
    "พี่ชายรับเป็นหินวิญญาณระดับกลางไหม?"
    "ไม่มีปัญหา!"
    เฟยอวี่หยิบหินวิญญาณออกจากถุงที่ หม่าซินรุ่ยให้มาในถุงมีหินวิญญาณระดับกลางอยู่10ก้อน
    เฟยอวี่หยิบหินวิญญาณระดับกลาง1ก้อนให้พ่อค้า
    พ่อค้ารับหินวิญญาณระดับกลางและยืนของพร้อมหินวิญญาณระดับต่ำให้เฟยอวี่55ก้อน
    "ขอบใจไอ้หนู"
    ระหว่างที่เฟยอวี่กำลังซื้อของอยู่ ไป๋ลี่เห็นของที่เฟยอวี่ซื้อก็เข้าใจเป้าหมายของเฟยอวี่ได้ทันที
    หลังจากเฟยอวี่ได้ของที่ต้องการแล้ว ทั้งคู่ก็ได้มาถึงโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง
    "เถ้าแก่ขอห้องพักหนึ่งห้อง"
    "10หินวิญญาณระดับต่ำต่อ1วันจ่ายก่อนอยู่!"
    เฟยอวี่หยิบหินวิญญาณระดับต่ำ10ก้อนให้เถ้าแก่
    เถ้าแก่ก็โยนหมายกุญแจห้อที่มีตัวอักษรหมายเลช7ให้เฟยอวี่
    "คืนกุณแจห้องภายใน12ชั่วยามขาดได้แต่ห้ามเกิน!" เถ้าแก่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน