สายตาของไป๋ฉางเซิงกวาดมองชายสองคนที่ค่อยๆบีบวงล้อมเข้ามา พลางคำนวณส่วนต่างของพละกำลังในใจ
แม้เขาจะก้าวเข้าสู่ระดับสองแล้วแต่การต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์สองคนที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันหรืออาจจะเหนือกว่าเขามากแบบนี้ การดันทุรังต่อสู้คงเป็การกระทำที่เกินตัวไปหน่อย
หากปล่อยให้ทั้งสองคนรวมพลังกันได้เขาคงถูกสับเละภายในไม่เกินสามดาบแน่
“ไม่ได้การ ต้องหาทางฝ่าออกไป!”
หากวัดกันที่ความผันผวนของพลังเืทั้งคู่ดูจะสูสีกัน ทว่าคนที่ไล่กวดเขามาตลอดย่อมต้องเสียแรงไปไม่น้อยไม่เหมือนกับอีกคนที่ซุ่มรอจังหวะทีเผลอซึ่งยังมีพละกำลังเต็มเปี่ยม
ทันทีที่ไป๋ฉางเซิงจับจ้องไปที่เขาชายคนที่ไล่ตามมาก็ดูออกถึงเจตนาของเขาทันที
“หยางเฉิง เ้างูเกล็ดขาวนี่มันเห็นแกเป็ของเคี้ยวง่ายว่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนร่วมทีมอารมณ์ฉุนเฉียวของหยางเฉิงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
“เข้ามาเลย! ฉันจะฟันแกเซ่นสังเวยแขนข้างที่เสียไปของน้องชายฉันเอง!”
ไม่มีการเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงร่างของไป๋ฉางเซิงพุ่งทะยานออกไปดุจลูกศรอ้าปากกว้างหมายจะฝังเขี้ยวลงบนลำคอของหยางเฉิง
ฝ่ายหยางเฉิงเองก็ไร้ซึ่งความลังเลเมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงกล้าบุกเข้ามาตรงๆ เขาก็เงื้อดาบขึ้นรังสีเย็นเยียบวาบผ่านขณะที่เขาฟันดาบลงมาเต็มแรง
ไป๋ฉางเซิงหมายจะเอาชีวิตเขาและเขาก็ตั้งใจจะปลิดชีพมันทิ้งตรงนี้เช่นกัน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงก็คือไป๋ฉางเซิงพุ่งมาได้เพียงครึ่งทาง พอใกล้จะปะทะเข้ากับคมดาบกลับหยุดแรงพุ่งเอาไว้กะทันหัน จากนั้นก็สะบัดลำตัวหางยาวหนาราวกับแส้ฟาดหวดเข้ามาทางเขาอย่างแรง
หนึ่งรับหนึ่งรุกไป๋ฉางเซิงไม่เพียงหลบดาบนั้นได้แต่ยังฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายเสียจังหวะจากการออกแรงฟันจนสุดตัวทำให้หยางเฉิงทำได้เพียงยกดาบขึ้นมาต้านทานไว้อย่างทุลักทุเล
เสียงปะทะดังสนั่นหยางเฉิงถูกแรงกระแทกที่ไม่ทันตั้งตัวซัดจนเซถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะทรงตัวอยู่
เขาเงยหน้ามองไป๋ฉางเซิงด้วยแววตาประหลาดใจ
สัตว์อสูรระดับทหารอสูรระดับสองกลับมีไหวพริบถึงขนาดรู้จักใช้การล่อหลอกเชียวหรือ?
สัตว์อสูรที่เขาเคยเจอมาต่อให้เป็ทหารอสูรระดับสาม ก็รู้จักแต่การพุ่งชนทื่อๆจะมีตัวไหนที่ดูเ้าเล่ห์เหมือนมนุษย์อย่างเ้างูตัวนี้
แต่ต่อให้ฉลาดแค่ไหนวันนี้เขาก็ต้องฆ่ามันให้ได้!
ไป๋ฉางเซิงไม่ได้สนใจความคิดของอีกฝ่าย
แรงฟาดที่ผลักหยางเฉิงถอยไปได้นั้นเป็เพียงจุดเริ่มต้นวินาทีต่อมาเขาพุ่งเข้าใส่ซ้ำทันที!
ไป๋ฉางเซิงย่อมเข้าใจหลักการที่ว่า"รุกต่อเนื่องอย่าให้พัก" ในเมื่อทำให้หยางเฉิงเสียหลักได้แล้วถ้าไม่ซ้ำตอนที่ฐานเท้ายังไม่มั่นคง รอให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้การจะฝ่าวงล้อมออกไปคงยากกว่าเดิมหลายเท่า
ขณะเดียวกันคนที่ดักหน้าอยู่ก็เริ่มถือดาบพุ่งเข้ามาสมทบเห็นชัดว่าไม่คิดจะยืนดูหยางเฉิงสู้กับไป๋ฉางเซิงตัวต่อตัวแน่
“เร็ว! ต้องเร็วกว่านี้!”
ในใจเขาร้อนรนการโจมตีจึงทวีความรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆแต่สิ่งที่ตอบกลับมากลับเป็ร่างเงาหนึ่งที่พุ่งพ้นมาจากด้านหลังของหยางเฉิงอย่างรวดเร็วพร้อมกับประกายดาบที่วาวโรจน์!
“ตึง!”
ร่างของไป๋ฉางเซิงถูกกระแทกเข้ากับผนังอุโมงค์เหมืองอย่างจังจนเศษหินร่วงกราวก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
ผู้มาใหม่ลงมือเพียงดาบเดียวก็ซัดไป๋ฉางเซิงที่ก้าวเข้าสู่ระดับสองกระเด็นไปไกล
ถึงแม้ตอนนี้ไป๋ฉางเซิงจะมีค่าพลังเืถึงหนึ่งพันแต้มแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนผู้นี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ทางสู้โดยสิ้นเชิง
ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วช่องท้องโดยเฉพาะที่แผ่นหลังซึ่งรับดาบเข้าไปเต็มๆ ตอนนี้เืเริ่มไหลซึมออกมาไม่หยุด
ยังดีที่เขาอัปเกรดเกราะศิลาคุ้มกายไปถึงระดับสามไม่อย่างนั้นเขาคงถูกฟันขาดเป็สองท่อนไปแล้ว
“หืม? ทนดาบของฉันได้ด้วยเหรอ หนังแกนี่มันหนาจริงๆนะเ้าเดรัจฉาน”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ใช้คมดาบเชยหัวของไป๋ฉางเซิงขึ้น ครั้งนี้ไป๋ฉางเซิงมองเห็นชัดเต็มสองตา...เขาคือหัวหน้าทีมอัคคีล้างผลาญนั่นเอง
หากต้องเจอกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองแค่สองคนเขายังพอมีลุ้นจะฝ่าออกไปได้
แต่ตอนนี้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามหัวหน้าทีมอัคคีล้างผลาญมาถึงแล้วต่อให้เขามีแผนการอีกร้อยแปดก็ไร้ความหมาย
จากการปะทะเพียงสั้นๆเมื่อครู่ อีกฝ่ายฟันเขากระเด็นและสร้างแผลฉกรรจ์ให้เขาได้ทันทีมันพิสูจน์แล้วว่าระดับพลังนั้นต่างกันเกินไป
ค่าพลังเืของไป๋ฉางเซิงคือหนึ่งพันแต่หมอนี่... อย่างน้อยต้องเกินห้าพันแน่นอน!
“ดูท่าแกจะฉลาดพอตัว น่าจะฟังภาษาคนรู้เื่นะ”
“ฉันจะให้โอกาสแกมีชีวิตอยู่ต่อ พาฉันไปหาเ้านายของแกซะ”
“ถ้าฉันได้ซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็กมา ฉันอาจจะไว้ชีวิตแก”
ไว้ชีวิตเขางั้นเหรอ?
ถ้าเป็ทีมอื่นไป๋ฉางเซิงอาจจะเชื่อคำพูดนี้ แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือทีมอัคคีล้างผลาญ
ทีมที่กล้าฆ่าคนชิงของกันหน้าเมืองผู้ฝึกยุทธ์จะมายอมปล่อยคนให้รอดไปได้หลังจากได้ซากสัตว์อสูรมูลค่าหลายล้านงั้นเหรอ?
คำพูดแบบนี้แม้แต่ผีก็ยังไม่เชื่อเลย
การจะอ้อนวอนให้คนทีมอัคคีล้างผลาญปล่อยตัวเขานั้นเป็ไปไม่ได้ทางรอดเดียวคือต้องรอให้ซินซวงและจางสิงพักฟื้นพลังกลับมา
เขาไม่รู้ว่าเจียงจืออวี๋้าเวลาอีกนานแค่ไหนสิ่งเดียวที่ไป๋ฉางเซิงทำได้คือถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุด
เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้ชายผมทองตรงหน้า
“หือ? แกฟังรู้เื่จริงๆ ด้วยแฮะ”
“ก็ดี ในเมื่อเป็แบบนั้นก็เลื้อยนำไปซะ”
“แต่อย่าคิดจะหนีเชียวล่ะ แกก็น่าจะรู้ว่าแกไม่มีทางหนีพ้นดาบของฉันได้หรอก”
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามเขามีสิทธิ์พูดคำนั้นอย่างเต็มภาคภูมิ
ด้วยค่าพลังเืที่มากกว่าเขาห้าเท่าและความเร็วที่เหนือกว่าอย่างน้อยสองเท่า
“ลูกพี่! ไอ้เดรัจฉานนี่มันทำน้องผมพิการนะ!”
หยางเฉิงยังอยากจะค้านแต่ก็ถูกสายตาดุดันตวัดมองจนต้องเงียบปากไป
“ฝีมือไม่ถึงขั้นเองจนถูกสัตว์ป่าทำแขนขาดก็หันไปพิจารณาหาเหตุผลจากตัวเองซะ”
“ถ้าเพราะเื่แค่นี้แล้วทำให้งานชิงซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็กเสียเื่ละก็ฉันจะจัดการแกไปด้วยอีกคน!”
หยางเฉิงอ้าปากค้างแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ
เมื่อเห็นลูกน้องมีท่าทีเช่นนั้นชายผมทองหัวหน้าทีมจึงยอมอ่อนข้อให้เล็กน้อย “วางใจเถอะถ้าได้ซากราชันหมาป่ามาเมื่อไหร่ ฉันไม่ลืมนับส่วนแบ่งชดเชยให้น้องชายแกแน่”
“ครับ... ขอบคุณครับลูกพี่”
ไป๋ฉางเซิงเหลียวหลังกลับมามองแวบหนึ่งก่อนจะเห็นฝ่ายนั้นโบกมือเป็สัญญาณให้เขาเดินหน้าต่อ
อุโมงค์เหมืองใต้ดินนั้นซับซ้อนราวกับเขาวงกตภายใต้แสงจากไฟฉายแรงสูง ผนังถ้ำสะท้อนแสงระยิบระยับจางๆไป๋ฉางเซิงแสร้งเลื้อยนำทางอย่างอ้อยอิ่งทุกครั้งที่ถึงทางแยกเขาจะหยุดชะงักแล้วมองซ้ายมองขวา ทำท่าเหมือนคนหลงทาง
ในตอนแรกชายทั้งสามคนยังไม่เอะใจอะไรเพราะยังไงมันก็เป็แค่สัตว์อสูร ต่อให้จะฉลาดแค่ไหนก็คงไม่เท่ามนุษย์
แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆชายผมทองก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
ไป๋ฉางเซิงพาวนไปเวียนมาอยู่สิบกว่านาทีแต่สุดท้ายพวกเขากลับกลับมาหยุดอยู่ที่เดิม!
คราบเืที่ติดอยู่บนพื้นเหมือง...มันคือเืที่มาจากแผลที่เขาเป็คนฟันใส่ร่างไป๋ฉางเซิงเมื่อกี้นี้นี่เอง!
“ไอ้เดรัจฉาน! แกกล้าพาพวกฉันเดินวนงั้นเหรอ!”
“แกอยากตายนักใช่ไหม!”
ไป๋ฉางเซิงสะดุ้งสุดตัวในใจขณะที่เขากำลังจะพุ่งหนี ดาบข้างหลังก็ฟันลงมาหาเขาแล้ว
มันรวดเร็วเสียจนไป๋ฉางเซิงไม่มีโอกาสได้หลบเขาทำได้เพียงเบิกตามองคมดาบที่วาวโรจน์สับลงมาทว่าสิ่งที่ตามมากลับเป็เสียงปะทะของโลหะที่ดังสนั่นหวั่นไหว!