นาฟ เหมือนล่องลอยไปใน สถานที่บางแห่ง รู้สึกร่างกาย อยากหลับไม่อยากตื่นขึ้นมาล่องลอยไปยืนอยู่บนหญ้าสีเขียวชอุ่ม อ่อนนุ่มเป็อย่างมาก อากาศบริสุทธิ์สดใส มองบนท้องฟ้า ก้อนเมฆขาว ดุจปุยนุ่นละอองน้ำจาก ผืนน้ำสีฟ้าอันกว้างไกล มีคลื่นน้ำซัดสาด เป็เกรียวเป็ความรู้สึกที่มีความสุขยิ่งนัก
ดวงไฟอันศักดิ์สิทธิ์ดวงเดียว จากฟากฟ้า สาดส่องลงมายังพื้นโลก ให้ความอบอุ่นบางเบา แก่ผิวกาย
พืชพรรณในหมู่เทือกเขา สลับซับซ้อน มีมากขึ้น เมฆหมอกก็ชุ่มชื่นระเหยกลายเป็หมอกสุดสวยงาม หยดน้ำ หยดลงบนเทือกเขาแปรเปลี่ยนเป็สายน้ำ เล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนสายน้ำแต่ละสายไหลรินทอดยาวตามแนวเทือกเขา
ราวกับการรังสรรค์ของเหล่าเทพยาดา ม่านหมอกอยู่เหนือลำธารประหนึ่งดอกไม้ผลิบานจำนวนมากมายสุดคณานับ พรั่งพรูกระจัดกระจาย ส่งเสียงดัง ซี่ ๆ
เดิมทีคิดว่ามีแต่ความเงียบเหงาและไม่มีสิ่งมีชีวิตใดในโลกใบนี้แท้จริงแล้วกลับซุกซ้อนไปด้วย สรรพสัตว์มากมายเสียงกระพือปีกเต็มท้องฟ้าไปหมดทุกหนแห่ง
นาฟ นอนลงบน ผืนหญ้าที่อ่อนนุ่ม กางมือออกปล่อยตัวเป็อิสระ
หยาดฝนไหลริน ลงมา สีใส บริสุทธิ์ กระทบกับผืนหญ้า หอมกรุ่นธรรมชาติมาก นาฟ คุ้นเคย กับสภาพแวดล้อม เหล่านี้เป็อย่างมากอยากพักอยู่อย่างนี้ตลอดไป หลับตาปล่อยวาง เื่ราวต่างๆ
“ครืนนนน !!!” ๆ ๆ ๆ
ดวงไฟอันศักดิ์จากฟากฟ้าแยกออกเป็ สองดวง ผืนฟ้าร้องระงมหมู่มวลเมฆเืไหลหลั่งริน ผืนน้ำสีฟ้าลุกเดือดระหืด ระเหยหายไปในพริบตา ป่าไม้เขียวชอุ่ม อุดมสมบูรณ์ ลุกไหม้วอดวาย เป็เถ้าถ่าน หมู่แมกไม้ แตกแห้งแล้งไปทั่วหย่อมหญ้า
จู่ๆก็มีน้ำตา นาฟ ลุกนั่ง เช็ดคราบ น้ำตาปรากฏน้ำตากลายเป็เื นาฟ ใมาก น้ำฝน จู่ๆ กลายเป็สีดำ หยดลงที่ไหน กัดกร่อนเผาไหม้ไปทุกทีหมู่เมฆม้วนตัวอย่างบ้า คลั่ง ปิดผืนฟ้าเป็สีดำแดงทั้งหมด
สรรพสัตว์ ร้องระงม ทุรน ทุราย เสียงดัง สนั่นไปทั่วทุกพื้นที่
ไม่นาน “ฟุบ” อุกกาบาตไฟั์ ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ทะลุหมู่เมฆ เสียงแหวกฟ้า สนั่นะเื
“ตูม !! “
แสงแดด ส่องลงมา นาฟลืมตาตื่น เหงื่อไหลออกมา ทั่วร่างกาย เอามือคลำทั่วร่างกาย สังเกตว่าตนนอนอยู่ใต้ร่มไม้ป่าดงดิบ เมื่อมองไปรอบๆนี่ เป็จุดรวมพลที่ 2
“เ้าเป็อะไรรึเปล่า?
“นาฟ มองเมญ่าที่อยู่ข้างๆ “ข้าเป็อะไรไป!
อยู่ ๆ เ้าก็ล้มสลบไปหลังจากที่เ้าจ้องมองลูกหินั์นั้น อยู่นานพวกข้าเลยพาเ้ากลับมา
“ข้าสลบไปนานแค่ไหน ?
“ก็ราวๆ 3 ชั่วโมง
เมญ่า ขยับเข้ามาจ้องมอง นาฟใกล้ๆ เ้าเป็อะไร จู่ๆ สลบไป
“ข้าฝัน”!!!!!
ฝัน รึ! เ้าอ้วนคิม ขยับเข้ามาเอ่ยอย่างน่าสนใจ ฝันว่ายังไงนี่เ้าสลบไปนาน ตั้งเกือบ 3 ชั่วโมง เลยนะ “ข้าก็บอกไม่ถูก” เอน่า เดินวนไปวนมาอยู่ใกล้ ๆ มองสำรวจ นาฟที่เหงื่อไหลโทรมกาย
พวกหัวหน้าก็ยังไม่กลับมาเลย “เอายังไงดีล่ะรุ่นพี่ “คงต้องรอเวลาให้ครบ ตามคำสั่งของท่านคักโปก่อนแล้วค่อยว่ากัน
หลงอู่ที่นั่งอยู่ไกลๆ ลุกขึ้นแล้วเดินมามอง นาฟ ใกล้ๆ “ไหนบอกไม่เป็ตัวถ่วงยังไงน่าจะทิ้งให้นอนอยู่ตรงนั้น ไม่น่าพากลับมาเลยรุ่นพี่
ถอยไปไกล ๆ เลยหลงอู่ “ไม่ช่วยแล้วยังจะบ่นอีกเอน่าเดินเข้ามาขวาง
ใช่! เ้าอ้วนคิมะโใส่ “คนที่พา นาฟ มา คือฉันกับ เคส นายไม่ได้ช่วยแล้วจะบ่นทำไม
นาฟ ค่อยๆพยุงตัวขึ้นมา “ขอบคุณพวกนายมากที่ช่วยฉันไว้ต่อจากนี้ถ้ามีสิ่งใด ที่ฉันสามารถตอบแทนได้ ขอให้บอกฉันจะพยายามทำอย่างเต็มความสามารถ นาฟ พยักหน้าให้ คิม และ เคส
“เราเป็เพื่อนกัน ไม่ต้องกล่าวให้มากความนายหิวรึเปล่าแบ่งขนมฉันไปกินมั๊ย จะได้มีเรี่ยวแรง
“ โธ่ ! เ้าอ้วนเอาแต่กิน กับ กิน
ทุกคนในกลุ่มเริ่มมีรอยยิ้ม เล็กๆ เมญ่าที่อยู่ข้าง ๆก็ อดขำไปกับเค้าด้วย “ขอบคุณเธอมากนะ เมญ่า” ฉันเป็หัวหน้ากลุ่ม ฉันมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของสมาชิกอยู่แล้ว
อีกอย่าง อาจารย์ โจฝากให้ดูแล นายเป็พิเศษ ถ้านายเป็อะไรไป อาจารย์โจ คงบ่นฉันแย่
จู่ๆ นาฟ รู้สึกแปลกๆ หันหน้าไปรอบๆ สูดดมอากาศ“ฟึดๆ “ หันหน้ามองไป ทางตำแหน่ง ทิศของลูกหินั์ทันที
“มีอะไร ? เมญ่าเข้ามาใกล้ทันที
“มี สิ่งมีชีวิตพุ่งกระจายตัวออกมา ทุกทิศทางโดยมี ลูกหินั์เป็ ศูนย์กลาง
ทุกคน เริ่มตื่นตัว เคส ที่ยืนอยู่ห่างไกลกว่าคน อื่น เริ่มขยับเข้ามา
“แกรู้ได้ยังไง โม้รึเปล่า! หลงอู่ สบถใส่
เมญ่า ไม่รอช้านั่งลง กางมือทั้งสองข้าง วางไปที่พื้นหญ้า เกิดกลุ่มควันสีเขียวเล็กรอบฝ่ามือทั้งสองข้าง “ทุกคนตกตะลึง รู้ทันทีว่ารุ่นพี่ของพวกเขามาถึงระดับ3 แล้ว
เมญ่าออกคำสั่ง “ทุกคน ตั้งรับการจู่โจมระดับซี “
“สัตว์แปลง ที่อยู่รอบๆลูกหินั์ กระจายตัวหลบหนีอะไรบางอย่าง ออกไปทุกทิศทาง กลุ่มที่หนีมาทางพวกเรา เป็สัตว์แปลงลักษณะ คล้ายลิงป่ารวมตัวเป็กลุ่ม ประมาณ 30 ตัว พุ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง น่าจะเป็ สัตว์แปลงที่มีความสามารถ”ระดับเชี่ยวชาญ
นาฟ อดตื่นตะลึงไม่ได้ จำได้ว่า คีแวน เคยบอกว่าเ้าหมีแดง ตัวนั้นเป็สัตว์แปลงระดับเชี่ยวชาญ แต่นี่มีถึง30 ตัวเลยนะ
แต่ทุกคนในกลุ่ม เมญ่า สีหน้า ท่าทางไม่หวั่นเกรงใดๆ “เอน่าข้าขอปืนกลหนักของข้าหน่อย”
เอน่า ล้วงมือไปหยิบจากที่ไหนไม่รู้เป็ปืนกลขนาดใหญ่เท่าความสูงของผู้ชาย ยื่นให้ เ้าอ้วนคิม
นาฟเกิดความสงสัยมากเอน่า ที่เดินไปไหน มาไหน ตัวเปล่าตลอด กลับพกพาอุปกรณ์ที่ใหญ่เ่าั้ได้ยังไง
เคส บุรุษพูดน้อยะโพุ่งขึ้นด้านหน้าของ เมญ่า ประมาณ 10 เมตรกางแขนลักษณะตั้งฉากกับลำตัว จู่ๆ บริเวณด้านใต้ฝ่าเท้าเกิดการเคลื่อนไหวแปลกประหลาดขึ้นมาเสมือนเงาของ เคส แยกตัวออกมาเป็คนแคระตัวแบนๆ สูงราวๆ 2 ฟุตหลายตัว กระจายอยู่รอบพื้น
หลงอู่ เคลื่อนตัวไปประจำตำแหน่งอยู่ ข้างซ้ายของเมญ่า ประมาณ 10 เมตร กระเป๋าผ้าทรงสี่เหลี่ยมที่แขวนคาดเอวทั้งสองข้าง เปิดออก กระดาษขาวรูปสี่เหลี่ยมขนาด 5 เิเจำนวนหลายใบ ลอยออกมาวนช้าๆ อยู่รอบตัวของหลงอู่
จากทางปีกขวา 10เมตร เ้าอ้วนคิม ที่วันๆเอาแต่พูดเอาแต่กิน ปรับเปลี่ยนบุคลิก แววตาเคร่งขรึมขึ้นลากปืนกลใหญ่ไว้เข้าลำตัวประกอบะุอย่างคล่องแคล่ว
เมญ่า ที่ยังเอามือทาบกับพื้นอยู่ “นาฟ นายอยู่ ข้างๆ ฉันไว้ นาฟขยับตัวคว้าโล่ไม้มาจากด้านหลังดึงไม้ปลายแหลมออกจากข้างเอว
ไม่รู้ เอน่ามายืนอยู่ข้างหลังั้แ่เมื่อไหร่ ชูมือ ข้างขวาขึ้นเกิดเป็ม่านกึ่งโปร่งแสงบางๆ สะท้อนสภาพภูมิประเทศ บดบังสายตาจากภายนอกคล้ายๆ ที่ทำกับรถเคลื่อนพลัง คลอบคลุมคนทั้ง6 ไว้
นาฟ มองไปรอบๆ ส่งสัญญาณ ชี้แต่ละตำแหน่งให้เมญ่า ดูแล้วบอกบางสิ่งกับ เมญ่า ทำหน้าสงสัย แต่คิดตาม แล้วพยักหน้า “ จากนั้นส่งพลังไปตามจุดที่ นาฟ ระบุ อยู่ๆ แมกไม้ ตามตำแหน่งนั้นๆ ขยับเคลื่อนไหวสร้างรูปแบบต้นไม้ขึ้นมาใหม่ให้สมจริงขึ้น
ทุกคนในกลุ่มสังเกตสิ่งที่นาฟ บอกให้ เมญ่า ทำ เสมือนการปรับสภาพแวดล้อมรอบๆใหม่ให้กลมกลืนเหมือนจริงมากขึ้น เอน่าที่อยู่ด้านหลังมองการกระทำอยู่ตลอด
“หึ! เ้าหมอนี่ถ้าจะเก่งหลายเื่อยู่นะ
“ฟังนะกลุ่มลิงป่าเหล่านี้ กำลังหนีออกไปอย่างรวดเร็ว คงไม่สนใจพวกเราเท่าไหร่ พวกเราซ่อนตัวอยู่ในม่านมิติ ของเอน่ารอฟังคำสั่งฉัน! “ถ้าไม่จำเป็ห้ามจู่โจมเด็ดขาด
เดิมทีสัตว์แปลง ทุกชนิดเห็นมนุษย์เป็ต้องฆ่า มีความเกลียดชังมนุษย์มากเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้ามันเห็นพวกเรา ก็อาจจะพุ่งเข้ามาโจมตี ได้ ทุกเมื่อ “เมญ่าเอ่ยเพิ่มเติมให้ นาฟ ฟัง “นาฟ พยักหน้ารับทราบ
“ ฟ้าว ๆ ๆ ๆ ” มาแล้ว!
ลิงป่าพุ่งข้ามหัวไปด้วยความเร็วสูง ราวๆ 5 ตัว ลิงตัวที่นำหน้า ขมวดคิ้วดมกลิ่น “ฝุด ๆๆๆ “ พยายามมองหาอะไรบางอย่าง แต่ไม่หยุดเคลื่อนที่ นำลิงที่ตามมา ข้ามผ่านไป
นาฟสังเกตจากเบื้องล่าง เห็นเป็ ลิง ขนเหล็กหนาสีเงินขนาดลำตัวเล็กกว่าลิงทั่วไป แต่รูปร่างปาดเปรียวกว่ามาก เคลื่อนที่ได้เร็วมากปลายเท้าของลิงแทบไม่ัักับกิ่งไม้เลย อย่างกับก้าวย่างได้กลางอากาศ
“ฟึบ ฟ้าว ๆ ๆ ทางปีกซ้าย มีกลุ่มลิงป่า เคลื่อนผ่านไปอีก 3ตัว
ตามมาอีก 5 ตัวจาก้าทางปีกขวา ฟ้าว ๆ ๆ ๆ ลิงตัวสุดท้ายของกลุ่มนี้กำลังจะข้ามผ่านไปขณะเหยียบกิ่งไม้ ไปโดนกิ่งไม้ใหญ่ที่แห้งกรังใกล้แตกขาดอยู่แล้ว
“แกร๊บ!!!“