ตอนที่ 10 ปีศาจกระต่ายขาว
“เ้าแค่เอา[ฮาเร็ม]แตะปีศาจที่ถูกเ้าโจมตีแก่นปีศาจแล้ว มันก็จะดูดเอาปีศาจที่าเ็กลับไปไว้ข้างใน เหมือนกับที่แหวนมิติที่เอาไว้เก็บของนั่นแหละ แต่สลับกันตรงที่ แหวนมิตินั้นจะเก็บได้แต่สิ่งของไม่สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้ แต่[ฮาเร็ม]จะเก็บได้แต่ตัวปีศาจเท่านั้นไม่สามารถเก็บสิ่งของได้” จักรพรรดินีอธิบายการใช้งาน[ฮาเร็ม]
“แบบนี้ก็เก็บเสื้อผ้าเข้า[ฮาเร็ม]ไม่ได้นะสิ” จางหม่านโถวถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
“เ้าก็เก็บใส่แหวนมิติซะสิ ตามข้ามา” จักรพรรดินีตอบโดยไม่สนใจสิ่งที่จางหม่านโถวคิดอยู่ในหัวตอนนี้ แล้วนางก็เดินนำจางหม่านโถวไปยังห้องโถงกว้างที่อยู่กลางรังลับแห่งนี้ มีวงเวทเคลื่อนย้ายอยู่ตรงกลางห้องโถง จักรพรรดินีมอบแร่สำหรับใช้เป็พลังงานของวงเวทให้มันจำนวนหนึ่ง เมื่อมันแตะแร่พลังงานนั้นไปบนวงเวท มันก็หายตัวจากห้องไปในทันทีและไปปรากฏตัวอยู่บนเกาะรอบนอกที่ห่างไกลออกไป
จางหม่านโถวลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเขาอยู่บนหาดทรายบนเกาะที่เขาไม่คุ้นเคย แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่านี่เป็คนละเกาะกับที่เขาอยู่แน่นอน เพราะเกาะที่เขาอยู่นั้นต้นไม้แต่ละต้นดูใหญ่โตจนเกินจริงสำหรับเขา แต่ต้นไม้บนเกาะนี้กลับมีขนาดใกล้เคียงกับต้นไม้บนดาวบ้านเกิดของเขา
“เ้าอยู่บนเกาะรอบนอกแล้ว ข้าสร้างวงเวทเคลื่อนย้ายไว้บนเกาะนี้เมื่อนานมาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าข้าเคยสร้างมันไว้ และเกาะนี้ก็เป็เกาะที่อ่อนด้อยอย่างมาก ปีศาจบนเกาะนี้มีระดับอยู่ที่กายปีศาจขั้นต้นและขั้นกลาง ไม่มีขั้นปลายด้วยซ้ำ ดังนั้นเ้าจึงสามารถจับปีศาจบนเกาะนี้ได้อย่างสบาย เมื่อเ้าตามจับปีศาจจนหมดวันแล้วให้กลับมาที่นี่และใช้ผลึกพลังงานสีน้ำเงินในแหวนมิติของเ้าัักับวงเวทนี้มันก็จะส่งเ้ากลับไปยังรังลับของข้า”เสียงจักรพรรดินีดังขึ้นในหัวของจางหม่านโถว
“จักรพรรดินีท่านอยู่ตรงไหนทำไมข้าไม่เห็นท่าน” จางหม่านโถวพูดขณะกวาดมองไปรอบๆ
“ข้ายังอยู่ที่รังลับ ข้าติดต่อกับเ้าด้วยกายจิตของข้า แต่ถ้าเ้าออกจากวงเวทนี้ไปข้าก็ติดต่อกับเ้าไม่ได้แล้ว เพราะเกาะนี้อยู่นอกรัศมีพลังของข้า แต่ไม่ต้องกังวล ข้าได้ออกคำสั่ง[ยันต์ผูกสัมพันธ์นาย-ทาส]ไว้แล้วว่า ถ้าเ้าไม่กลับไปหาข้าภายใน 24 ชั่วโมง เ้าจะฆ่าตัวตาย ถ้าอยากหนีก็เชิญตามสบาย” เสียงจักรพรรดินีไร้ซึ่งแววล้อเล่น
“รับรองข้าจะกลับไปก่อนครบ 24 ชั่วโมงแน่” จางหม่านโถวบอกแล้วก็เดินออกจากวงเวทไป
ถัดจากชายหาดเป็ป่าโปร่งใบไม้แต่ละใบเรืองแสงจางๆสีฟ้าอมเขียวออกมา เป็ภาพที่งดงามมาก จางหม่านโถวคิดว่าต้นไม้ทุกต้นบนดาวดวงนี้เรืองแสงได้ เมื่อมองไปบนฟ้า พระจันทร์ปีที่เคยเห็นก่อนหน้านี้หายไปเกือบหมดแล้วเห็นได้แค่เพียงส่วนเสี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น เพราะนี่เป็วันที่ 6 ของเดือนแมวหรือเดือนที่ 22 ซึ่งเป็่พระจันทร์ปีจะหายไปจนหมด่กลางปีได้เริ่มกลับมา ส่วนพระจันทร์เดือนนั้นกลับเปล่งแสงสว่างเกือบเต็มดวงอยู่เพราะว่าเป็วันแรกๆของเดือนใหม่ ส่วนพระจันทร์วันก็ยังเต็มดวงอยู่เช่นกัน การนับรอบวันเดือนหรือปีนั้นนับที่เต็มดวงเป็จุดเริ่มต้นแปลว่านี่เป็่เวลาแรกของวัน จางหม่านโถวจะต้องกลับมายังวงเวทก่อนพระจันทร์วันจะวนกลับมาเต็มดวงใหม่อีกครั้ง
จางหม่านโถวคิดหาวิธีที่จะจำแนกทิศทาง เขาไม่้าจะหลงทาง หากกลับมายังวงเวทไม่ได้ แปลว่าต้องทิ้งชีวิตไว้ที่เกาะนี้ ดวงดาวมากมาย ด้วยเวลาที่มีอยู่น้อยนิดเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าดาวดวงใด จะช่วยชี้ทิศได้ เมื่อมองที่ต้นไม้ใบหญ้าก็ยังหาจุดที่จะใช้เป็หลักในการบอกทิศทางไม่ได้ จางหม่านโถวเริ่มถอดใจ “สงสัยต้องใช้การทำสัญลักษณ์ เพื่อบอกทางกลับไม่อย่างนั้นต้องหลงทางแน่” เมื่อคิดดังนั้นแล้วจางหม่านโถวก็ใช้นิ้วกรีดลงบนต้นไม้เพื่อทำสัญลักษณ์
บนเกาะนี้มีลักษณะเป็ป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก ขึ้นอยู่กระจัดกระจาย ไม่หนาแน่นเหมือนเกาะที่รังลับตั้งอยู่ สามารถมองเห็นส่งต่างๆในรัศมี 100 เมตรได้ไม่ยากนัก แต่ระยะไกลกว่านั้นก็จะถูกบดบังด้วยต้นไม้ เมื่อจางหม่านโถวไม่อาจใช้พลังปราณเพื่อััสิ่งต่างๆรอบตัวได้ การหาปีศาจบนเกาะในสภาพแบบนี้นับว่าเป็เื่ท้าทายอย่างมาก เพราะปีศาจย่อมมองเห็นมันเช่นเดียวกัน อีกทั้งพวกมันมีความชำนาญกับพื้นที่มากกว่า ย่อมสามารถหลบหนีได้อย่างง่ายดาย
จางหม่านโถวเดินลึกเข้าไปในป่า เขาได้พบสัตว์อสูรหลายตัว แต่พวกมันดูจะกลัวเขามากกว่า เมื่อเขาเข้าใกล้มันจะวิ่งหนีไปทันที นี่ไม่ใช่เื่แปลกอันใด การจะมีร่างกายคล้ายมนุษย์ได้จะต้องมีระดับกายปีศาจขึ้นต้นก่อน เหล่าสัตว์อสูรนั้นยังไม่มีตัวใดที่ถึงขั้นนี้เลย มันย่อมรู้ตัวดีว่าไม่อาจสู้ปีศาจที่มีกายแบบมนุษย์ได้ ส่วนเื่จางหม่านโถวไม่ใช่ปีศาจนั้น ไม่มีทางที่เหล่าสัตว์อสูรจะรู้ได้เลย
สัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่จางหม่านโถวพบเป็สัตว์อสูรขนาดเล็ก มีกระต่ายเป็ส่วนมาก มีหมาป่าบ้างเล็กน้อย แต่หมาป่านั้นมีประสาทััดีกว่ากระต่ายมาก มันจึงหนีไปก่อนที่จางหม่านโถวจะได้เห็นตัวมันเสียอีก ดูเหมือนสัตว์อสูรบนเกาะนี้ไม่มีสัตว์ดุร้ายขนาดใหญ่อยู่แม้แต่ตัวเดียว จักรพรรดินีจึงวางใจให้มันมาบนเกาะนี้ตามลำพัง
จางหม่านโถวเดินอยู่หลายชั่วโมงก็ยังไม่พบปีศาจเลยซักตัว เขาเริ่มคิดแล้วว่าการจะหาปีศาจพบนั้นเป็เื่ยาก เมื่อคิดถึงคำพูดของหญิงสาวที่บอกว่า พวกทางการจะมีการส่งคนมาจับปีศาจไปเป็แรงงานนั้นแปลว่านานๆจะมีปีศาจเกิดใหม่ซักที จึงไม่จำเป็ต้องมีพนักงานเฝ้าประจำอยู่บนเกาะ หรือว่าเขาจะโชคร้ายมาถึงเกาะนี้หลังจากที่คนของทางการเข้ามาจับปีศาจกลับไปกันแน่นะ
ขณะที่เดินไปคิดไปอยู่นั้น จางหม่านโถว ก็รู้สึกได้ว่าเขาถูกติดตามอยู่ เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของอากาศที่เปลี่ยนไป นี่เป็ผลจากการฝึก[ตามกระแส-แปรแรงต้าน] ทำให้เขารับรู้ถึงกระแสพลังในอากาศอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากมีการเคลื่อนไหวในบริเวณที่เขายืนอยู่แล้วละก็ เขาย่อมรู้ได้ทันที เมื่อเพ่งสมาธิเพื่อสังเกต เขาพบว่าสิ่งที่ตามเขามานั้นมีขนาดใกล้เคียงกับมนุษย์ จางหม่านโถวยิ้มขึ้นมาทันที เขาพุ่งตัวไปยังทิศทางนั้นทันที
ด้วยความไวของจางหม่านโถว เขามั่นใจว่าสามารถลงมือจู่โจมได้สำเร็จ แต่ร่างเป้าหมายกลับะโถอยหลังหลบพ้นการโจมตีของเขาได้ หางคิ้วของจางหม่านโถวยกขึ้นด้วยความประหลาดใจ ปีศาจระดับกายปีศาจขั้นกลางไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ได้ ในรังลับมีทาสสาวที่อยู่ในระดับกายปีศาจชั้นกลางอยู่บ้าง จางหม่านโถวพอจะประเมินความสามารถในการต่อสู้ของพวกนางออก เป้าหมายของเขารายนี้เก่งกว่าพวกสาวใช้นั้นอยู่มากพอสมควร
“เ้าคนชั่ว พวกเ้าเพิ่งมาจับเหล่าพี่น้องของข้าไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ทำไมเ้าถึงกลับมาอีก ปกติการจับทาสจะทิ้ง่นานนับร้อยปีไม่ใช่รึ” ปีศาจสาวที่อยู่ตรงหน้าจางหม่านโถวถามออกมา
นางนั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง แต่นางมีหูยาวเหมือนหูกระต่ายงอกออกมาบนศีรษะ เขาไม่แน่ใจว่าบริเวณที่ควรเป็หูของมนุษย์นั้นมีใบหูแบบมนุษย์อยู่ด้วยหรือไม่ เพราะเส้นผมของนางปิดบังส่วนนั้นอยู่ แต่สิ่งที่สะดุดตาจางหม่านโถวมากที่สุดไม่ใช่หูกระต่ายของนางแต่เป็หน้าอกขนาดใหญ่ของนางต่างหาก มันใหญ่เกินขนาดตัวของนางไปมากทีเดียว จนมันไม่อยากเชื่อว่านางจะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขนาดนี้ทั้งที่แบกก้อนเนื้อขนาดมหึมาไว้อย่างนี้
“ข้าไม่ใช่พวกทีเคยมาจับพี่น้องของเ้านะ” จางหม่านโถวแก้ตัว ทั้งที่มันก็ตั้งใจมาจับปีศาจบนเกาะนี้เช่นกัน
“ต่อให้ไม่ใช่พวกเดียวกันก็มาทำเื่แบบเดียวกันนั่นแหละ ว่าแต่ทำไมเสียงเ้าแปลกๆต่ำๆห้าวๆ เ้าเป็ปีศาจสายพันธุ์ไหนกัน” ปีศาจกะต่ายขาวเปลี่ยนเป็ถามเื่เสียงเขาแทนเสียนี่
“ข้าเป็สายพันธุ์ ผู้ชาย น่ะ” จางหม่านโถวตอบหน้าตาย
“สายพันธุ์ผู้ชาย ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เ้ามาจากเกาะไหนกันนี่ เกาะในเขตนี้ไม่มีสายพันธุ์นี้อยู่แน่” ปีศาจกระต่ายขาวพูดอย่างสงสัย
“แล้วข้าจะทำให้เ้าคุ้นเคยกับผู้ชายเป็อย่างดี รับรองได้” จางหม่านโถวพูดแบบแฝงนัย
“ข้าว่าเ้าไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก” ปีศาจกระต่ายขาวพูดพลางะโเข้าโจมตี
จางหม่านโถวะโหลบการโจมตีไปด้านข้าง ตอนนี้เขามั่นใจเลยว่าปีศาจกระต่ายขาวนั้นอยู่ในระดับกายปีศาจขั้นปลาย ไม่ว่าจะความเร็วและแรงดันอากาศที่เกิดจากลูกเตะของนางรุนแรงกว่ากายปีศาจขั้นกลางมาก จางหม่านโถวเริ่มคิดหาวิธีที่จะหาแก่นปีศาจของนาง หากไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้การหาแก่นปีศาจก็ไม่อาจทำได้
“เ้าไวไม่เลวเลยนี่ แต่ยังไงเ้าก็ไม่มีทางไวกว่าข้าได้หรอก ข้าเป็ปีศาจที่เร็วที่สุดบนเกาะนี้แล้ว” ปีศาจกระต่ายขาวพูดออกมาแฝงแววภูมิใจในตัวเอง
“งั้นเรามาลองแข่งความเร็วกันดู” จางหม่านโถวพูดพลางะโเข้าหาปีศาจกระต่ายขาว
ปีศาจกระต่ายขาวหลบไปด้านข้าง จางหม่านโถวพลิกตัวพุ่งตามไปทันที พร้อมต่อยหมัดขวาไปบริเวณไหล่ซ้ายของปีศาจกระต่ายขาว ปีศาจกระต่ายขาวอยู่กลางอากาศไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ จึงจำเป็ต้องยกแขนขึ้นมาปัดหมัดของจางหม่านโถวให้เบี่ยงออกไป แต่กำลังแขนของปีศาจกระต่ายขาวน้อยกว่ามาก หมัดนี้จึงกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของปีศาจกระต่ายขาว ร่างของปีศาจกระต่ายขาวกระเด็นไปข้างหลังทันที
หมัดนี้ของจางหม่านโถวไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายปีศาจกระต่ายขาว มันแค่้าจะต่อสู้พัวพันเพื่อหาตำแหน่งของแก่นปีศาจ เมื่อมันเห็นกำลังขาในการเตะของปีศาจกระต่ายขาว มันจึงคิดว่ากำลังแขนของปีศาจกระต่ายขาวน่าจะไม่ต่างกันมากนัก สามารถปัดการโจมตีนี้ได้ มันไม่นึกเลยว่าหมัดนี้จะโจมตีได้สำเร็จ
ทางด้านปีศาจกระต่ายขาวก็ใยิ่งกว่า มันไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าจะมีกำลังหมัดที่รุนแรงขนาดนี้ นางจึงเปลี่ยนใจไม่ต่อสู้และหนีแทน ทุกครั้งที่มีการมาจับปีศาจในเกาะนี้ นางสามารถหนีรอดได้ทุกครั้ง เื่ความเร็วนางไม่เป็รองใคร แต่นางจะหนีไปยังรังของมันตอนนี้ไม่ได้ คนตรงหน้านั้นมีความเร็วไม่น้อยไปกว่านางเลย ถ้านางหนีไปยังรัง คนผู้นี้ย่อมจับเหล่าพี่น้องที่ยังเหลือของนางไปแน่นอน ต่อให้ต้องตายนางก็จะไม่กลับรังจนกว่าจะมั่นใจว่าหนีจากคนผู้นี้พ้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นปีศาจกระต่ายขาวก็พุ่งตัวเพื่อที่จะหนีทันที จางหม่านโถวก็พุ่งตัวตาม พยายามที่จะโจมตีเพื่อทำการต่อสู้พัวพันกับปีศาจกระต่ายขาว แต่ความเร็วของปีศาจกระต่ายขาวนั้นพอกับความเร็วของจางหม่านโถว ด้วยระยะห่างเมื่อนางเริ่มหนีแม้จางหม่านโถวจะเร่งความเร็วอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใกล้ปีศาจกระต่ายขาวไปมากกว่าเดิมได้ ปีศาจกระต่ายขาวจึงไม่มีความจำเป็ต้องหันกลับมาป้องกันการโจมตีของจางหม่านโถว และมุ่งมั่นที่จะหนีอย่างเดียว
ทั้งสองวิ่งไล่กันอยู่นานหลายชั่วโมง นี่เป็การแข่งกันว่าใครจะหมดแรง สูญเสียความเร็วก่อน ระยะห่างระหว่างทั้งสองเริ่มแคบลงเล็กน้อยแล้ว ดูท่าจางหม่านโถวจะมีชัยในศึกนี้ ปีศาจกระต่ายขาวเองก็เริ่มที่จะมองสถานการณ์นี้ออกแล้ว นางจึงตัดสินใจหันกลับไปจู่โจมแทน ด้วยความหวังว่าจะทำร้ายจางหม่านโถวได้และทำให้มันไม่สามารถไล่ตามนางต่อไปได้
นั้นเป็การตัดสินใจที่เข้าทางจางหม่านโถวพอดี สิ่งที่มัน้ามาตลอดคือต่อสู้พัวพันกับปีศาจกระต่ายขาวเพื่อที่จะได้หาโอกาสโจมตีใส่แก่นปีศาจของนาง เมื่อปีศาจกระต่ายขาวเตะใส่จางหม่านโถว มันก็ยกขาขึ้นมาต้านรับ ทั้งเปลี่ยนจากหมัดเป็กงเล็บจู่โจมใส่ปีศาจกระต่ายขาว
หมัดนั้นเป็การพุ่งพลังเข้าใส่คู่ต่อสู้ ซึ่งทำให้คู่ต่อสู้กระเด็นไปด้านหลัง ไม่เหมาะกับการบีบให้คู่ต่อสู้เข้าประชิดตัว แต่กงเล็บนั้นเป็การคว้าจับหรือเกี่ยวดึง คู่ต่อสู้หากหลบไม่พ้นย่อมถูกจับกุม เมื่อจางหม่านโถวมั่นใจแล้วว่า ปีศาจกระต่ายขาวมีพลังโจมตีมากที่สุดแต่การเตะ มันก็คิดจะยอมเสี่ยงจับปีศาจกระต่ายขาวไว้ แม้จะโดนเตะใน่ที่มันหาตำแหน่งของแก่นปีศาจอยู่ แต่มันก็มั่นใจว่าสามารถทนได้
กงเล็บมือซ้ายของจางหม่านโถวจู่โจมไปที่แขนขวาของปีศาจกระต่ายขาว ปีศาจกระต่ายขาวไม่ได้ยกมือขึ้นปัดเหมือนครั้งก่อน นางรู้แล้วว่ากำลังแขนนางสู้ไม่ได้ จึงใช้การเอี้ยวตัวหลบแทน
แควก!!!
เสื้อของปีศาจกระต่ายขาวถูกกงเล็บของจางหม่านโถวกระชากขาดออกเป็แนวยาว เผยให้เห็นรองอกและเนินออกขาวผ่องเบียดเสียดกันอยู่ไร้เสื้อชั้นในมาปิดกั้น
-----------
นอกเื่ท้ายตอน
จางหม่านโถว: ตอนต่อไปข้าจะได้จัดหนัก บันนี่เกิร์ล ใช่มั้ยลุง
ตาลุงติดเกมส์: ตอนต่อไปมีฉาก NC แต่คงไม่เยอะหรอก
จางหม่านโถว: ข้าว่ามีเยอะๆดีกว่านะ ข้ามั่นใจว่าฝีมือของข้าจะทำให้คนอ่านพอใจอย่างแน่นอน ฮี่ฮี่ฮี่
ตาลุงติดเกมส์: อย่าร่าเริงเกินไป ไอ้เป๋าฮื้อ เดี๋ยวคนอ่านคาดหวังมากไปจะผิดหวังได้