บทที่ 28 ศิลปะการต่อสู้แบบส่านต่า
กลุ่มของชายวัยกลางคนเหลือเพียงสองคนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูร้านอาหาร ส่วนคนที่เหลือก็จากไป หลี่เฟิงสังเกตเห็นว่าคนเ่าั้เดินเข้าไปในร้านฝั่งตรงข้าม
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เฟิงจึงเห็นว่าชั้นสองของร้านฝั่งตรงข้ามเป็โรงฝึกเทควันโด
หลี่เฟิงเผลอมองไปทางสวีอี๋จืออย่างไม่ได้ตั้งใจ
เป็จังหวะที่สวีอี๋จือหันหน้ามาพอดีทำให้สายตาของทั้งคู่ประสานกัน
หลี่เฟิงยิ้มให้สวีอี๋จือแล้วพูดว่า “คุณเก่งมากเลยนะ ผู้หญิงคนเดียวไม่กลัวผู้ชายทั้งกลุ่มเลย ผมสนับสนุนคุณ!”
สวีอี๋จือได้ยินคำพูดของหลี่เฟิงแล้วก็ยิ้มเล็กน้อย “มีอะไรน่ากลัวล่ะ พวกเขาไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก”
“งั้นเดี๋ยวผมจะไปเชียร์คุณ!”
สวีอี๋จือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไปต่อสู้ในถิ่นของคนอื่นเพียงลำพัง ความกล้านี้เขาต้องยอมรับเธอจริง ๆ แต่ดูแล้วสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีนักและเขาเป็คนที่ชอบดูเื่สนุกด้วยสิ ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมพลาดโอกาสนี้ง่าย ๆ แน่
สวีอี๋จือหัวเราะทันทีดวงตาของเธอโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว เธอฉีกยิ้มกว้างตอบหลี่เฟิง “ถ้าอย่างนั้นฉันต้องขอบคุณคุณแล้ว”
หลังจากทั้งสองกินเสร็จสวีอี๋จือก็เดินนำออกจากร้านอาหารเสฉวนโดยมีหลี่เฟิงเดินตามหลัง นักเรียนสองคนจากโรงเรียนเทควันโดเดินตามหลังทั้งสองอย่างใกล้ชิด
เมื่อขึ้นไปบนชั้นสองพื้นที่ก็ดูกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในสถานที่ฝึกฝนเทควันโดก็พบว่าภายในมีพื้นที่กว้างขวางมากและกำลังมีคนฝึกซ้อมอยู่
หลี่เฟิงสังเกตเห็นชายวัยกลางคนที่ร้านอาหารเสฉวนก่อนหน้านี้กำลังสอนนักเรียนฝึกซ้อมอยู่
ลีดงแฮปีนี้อายุสามสิบห้าอยู่ใน่ที่พีคที่สุดในชีวิต ตอนนี้ฝีมือของเขาอยู่ในระดับสายดำดั้งหก ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับสูงสุดแต่ก็เพียงพอที่จะทำเขาดูเหนือกว่าคนทั่วไป
บริหารโรงเรียนในจีนมาเกือบห้าปี ถึงแม้จะเจอคนมาท้าประลองเป็ครั้งคราว แต่เขาก็ใช้ฝีมือขับไล่พวกนั้นกลับไปได้หมด ไม่คิดว่าวันนี้จะมีคนมาท้าประลองแถมยังเป็หญิงสาวอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น ถือว่าเป็หญิงสาวที่อวดดีไม่น้อยและทำให้ลีดงแฮโกรธมาก
ลีดงแฮมองเห็นสวีอี๋จือในทีแรก จากนั้นสายตาก็เหลือบมองผ่านไปแล้วหยุดอยู่ที่หลี่เฟิง เมื่อหลี่เฟิงประสานสายตากับลีดงแฮ แววตาของเขาพลันเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ถึงกับส่งแรงกดดันมหาศาลออกมา
แม้ว่าหลี่เฟิงจะไม่กลัวลีดงแฮแต่เขาก็ไม่อยากหาเื่ ดังนั้นเขาจึงหรี่ตามองไปที่สวีอี๋จือด้วยความกังวลเล็กน้อย และเหลือบมองไปทางลีดงแฮอีกครั้ง จากท่าทางการเดินของเขา ชัดเจนมากว่าลีดงแฮเป็คนที่มีความสามารถพอสมควร บางทีการต่อสู้ครั้งนี้สวีอี๋จืออาจจะเสียเปรียบได้
“สวีอี๋จือ ถ้าสู้ไม่ได้ก็ถอยนะ คุณเป็ผู้หญิงไม่จำเป็ต้องไปทะเลาะกับผู้ชายหรอก” หลี่เฟิงกระซิบสวีอี๋จือเบา ๆ
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากที่สวีอี๋จือได้ยินคำพูดของหลี่เฟิงแล้ว เธอกลับจ้องมองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง “ฉันถามหน่อย คุณเป็คนชาติเดียวกับฉันหรือเปล่า นี่ฉันดูเหมือนกำลังทะเลาะกับผู้ชายเพื่อศักดิ์ศรีของผู้หญิงหรือไง? ฉันกำลังต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศต่างหาก ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะการต่อสู้แบบส่านต่า*[1]ของฉันเหนือกว่าเทควันโดของพวกเขา!”
[1] ส่านต่า (散打) หรือซ่านโฉ่ว (散手) เป็รูปแบบศิลปะการป้องกันตัวและกีฬามวยใช้เท้าอย่างหนึ่งของจีน ซ่านโฉ่วเป็ศิลปะการป้องกันตัวที่พัฒนาโดยทหารซึ่งมีพื้นฐานการศึกษาและปฏิบัติจากกังฟูและเทคนิคการต่อสู้ป้องกันตัวสมัยใหม่ ทั้งการรวบรวมการต่อยและเตะระยะประชิดของกีฬาคิกบ๊อกซิ่งกับมวยปล้ำ, จับทุ่ม, โยน, เตะกวาด, จับลูกเตะ และในบางการแข่งขันยังมีการใช้ศอกและเข่าอีกด้วย