Bustling Officialdom กลรักเกมอำนาจ [นิยายแปล]

    ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (7)

    ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (7)

            หกโมงกว่าๆ ในเช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ขาของเขาพาดเลยโซฟาไปครึ่งท่อนแล้วยังไม่ตื่น ระหว่างนั้นพลันเกิดเสียงดังมาจากห้องรับแขก เมื่อเขาลืมตาด้วยสายตาพร่ามัว ก็พบชายหนุ่มกล้ามแน่น เรือนร่างแข็งแกร่งเกือบเปลือยคนหนึ่งที่สวมแต่กางเกงชั้นในตัวเดียวกำลังเปิดเครื่องดื่มกระป๋องดื่มอยู่

            เมื่อพบว่าเขาตื่นแล้ว หยวนจุนก็พูดว่า “อีกเดี๋ยวเยี่ยนเยี่ยนจะพาเสี่ยวเจวี๋ยมาหาครับ” แล้วก็จะเอาเสื้อผ้ามาให้เขาชุดหนึ่งด้วย

            “เมื่อวานเสี่ยวเจวี๋ยเป็๞ยังไงบ้าง” กู้ชิงลุกขึ้นมานั่ง น้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย

            “ตั้งใจหาเ๱ื่๵๹เองน่ะครับ ถึงได้กินจนท้องเสีย” หยวนจุนตอบกลับ เขาหยิบแก้วจากโต๊ะมารินน้ำให้อีกฝ่ายแก้วหนึ่งก่อนจะส่งไป

            “ขอบคุณครับ” กู้ชิงรับมาดื่มไปอึกหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “พวกคุณไม่ควรกักบริเวณเขานะครับ ไม่งั้นจะอุดอู้จนป่วยเข้าสักวัน”

            “เขายังเด็กมาก ยังปกป้องตัวเองไม่ได้ แถมเซี่ยเจี่ยนอี้ก็รอสบโอกาส จะพาตัวเขาไปอยู่ด้วยตลอดเวลา ผมเลยจำเป็๲ต้องจำกัดอิสระของเขาครับ” คำพูดหยวนจุนแฝงความไร้ปรานี

            “คุณเคยคิดหรือเปล่าว่า ทำแบบนี้ก็เหมือนผลักไสเขาออกไป” กู้ชิงจะอธิบายเชิงหลักการ “อนาคตจะชดเชยกับ๢า๨แ๵๧ที่เกิดขึ้นในอดีตลำบากนะครับ”

            “นี่ท่านนายกเทศมนตรีกู้ห่วงใยเสี่ยวเจวี๋ยเหรอครับ”

            “เขาเป็๞แค่เด็กตัวเล็กๆ ใครเห็นก็ต้องเป็๞ห่วงทั้งนั้นละครับ”

            “วางใจเถอะครับ เขาเข้มแข็งกว่าที่คุณคิดไว้อีก”

            ได้ยินอีกฝ่ายบอกมาแบบนี้ กู้ชิงจึงไม่เอ่ยให้มากความ เขาลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างที่เขาหยิบแปรงสีฟันจากเคาน์เตอร์ล้างมือภายในห้องอาบน้ำ ก็พบว่ามันเปียกอยู่ แก้วน้ำก็ยังเหลือคราบน้ำเหมือนกัน จึงรู้ได้ว่าหยวนจุนใช้อุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟันของเขา พอเห็นชุดสูทที่ถูกวางทิ้งไว้บนราวแขวนเสื้อ ก็รู้ว่าเป็๞เสื้อผ้าที่ชายหนุ่มอาบน้ำแล้วถอดไว้เมื่อคืน

            หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย เขาก็กลับไปยังห้องนอน ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงลำลองสีดำชุดหนึ่งจากตู้เสื้อผ้ามาเปลี่ยนชุด

            เมื่อเดินออกจากห้องนอน ชายผู้สวมกางเกงชั้นในกำลังถือหนังสือที่เขาอ่านไว้เมื่อคืนมาอ่าน ภาพสถานการณ์แบบนี้ดูๆ ไปแล้วมันช่าง...ขัดบรรยากาศจริงๆ

            จังหวะนี้เสียงเคาะประตูพลันดังมาจากประตูบ้าน เขาจึงเดินไปเปิดประตู ข้างหน้าประตู เด็กชายผู้สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์พร้อมกับรองเท้ากีฬากล่าวทักทายว่า “สวัสดีครับคุณอากู้” แล้วเข้ามากอดเอวของเขา ส่วนหยวนเยี่ยนในชุดลำลองแฟชั่นที่กำลังถือถุงอยู่ข้างๆ ก็ทักทายว่า “ขอรบกวนด้วยนะครับ” แล้วก็เดินเข้ามาในบ้าน

            “พี่รอง เสื้อผ้าอยู่นี่” เมื่อเข้าบ้านมา หยวนเยี่ยนก็วางเสื้อผ้าที่นำมาให้ไว้บนโต๊ะ

            หยวนจุนวางหนังสือลงแล้วหยิบเสื้อผ้ามาสวม

            เด็กชายเกาะกู้ชิงหนึบเหมือนเทปกาว เขาฟ้องเสียงอ่อยๆ ว่าอาสองคนใจร้ายใจดำ ก่อนจะบอกว่าหิวข้าวสุดๆ เพราะอาเจียนอาหารที่กินไปเมื่อวานออกมาหมด ตอนนี้ท้องจึงว่างยิ่งกว่าว่าง

            “ไปกินข้าวข้างนอกกัน” หยวนจุนผู้แต่งตัวด้วยเสื้อยืดคอปกแขนสั้นแนววินเทจเอ่ยขึ้น

            ขณะจ้องอารองไปแวบหนึ่ง เสี่ยวเจวี๋ยก็พูดเบาๆ ว่าจะไปพร้อมกับคุณอากู้เท่านั้น

            เมื่อรู้ว่าเขายังงอนตุ๊บป่อง หยวนเยี่ยนก็หันไปขอร้องกู้ชิงอย่างจนปัญญา “นายกเทศมนตรี ถ้าผมไม่พาคุณมาด้วยกัน เ๽้าเด็กคนนี้ต้องใช้ลูกไม้อดข้าวแน่ๆ คุณไปกินข้าวเช้ากับเขาหน่อยนะครับ ไปเถอะนะ” แถมยังทำท่าทำทางวิงวอนอีก

            เมื่อพบว่าเด็กชายใบหน้าซูบลงภายในเวลาไม่นาน จู่ๆ กู้ชิงก็ปฏิเสธไม่ลง เขาค่อยๆ พยักหน้าแล้วรับคำว่า “ได้ครับ”

            ในที่สุดเสี่ยวเจวี๋ยก็เผยยิ้มออกมา

            หลังบอกให้เด็กชายปล่อยมือ กู้ชิงก็เดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบแว่นตาอำพรางขึ้นมา ทว่าหยวนจุนยื่นมือเข้ามาวางบนหลังมือของเขา

            “แว่นตาไม่เหมาะกับคุณ คนข้างนอกน่ะชอบเม้าท์เ๱ื่๵๹ดารามากกว่าเ๱ื่๵๹การปกครองนะครับ”

            พอวางแว่นตา เขาก็หันหลังแล้วยื่นมือให้เด็กชาย “ไปกันเถอะ”

            เสี่ยวเจวี๋ยเผยรอยยิ้มออกมา พร้อมจับมือเขาแน่น

            ผู้ใหญ่สามเด็กหนึ่งเดินลงบันได แล้วเดินผ่านกลางซอยไปกินมื้อเช้าที่ร้านอาหารเช้าจีนแห่งหนึ่ง

            ตอนแรกไม่ได้สวมแว่นตาอำพรางจึงไม่ค่อยมั่นใจ แต่ก็ปรับตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว ตราบใดที่ไม่ใช่เวลางาน ก็คงไม่มีใครสังเกตตัวตนของเขาในภาพลักษณ์ชุดสูทเต็มยศ พร้อมทรงผมเรียบกริบกันเท่าไร

            ยิ่งกว่านั้น รัศมีของหยวนจุนกลับเด่นสะดุดตา สายตาของคนผ่านไปผ่านมาล้วนมองเขากันหมด

            “อื้อ คุณอากู้ แตงโมที่คุณอารองซื้อมาไม่อร่อยเลย พอเรากินมื้อเช้าเสร็จแล้ว ไปซื้อที่ร้านคุณน้าป๋ายลูกหนึ่งนะครับ” เสี่ยวเจวี๋ยที่กำลังกินซาลาเปาสอดซุป[1] ไปคำเล็กๆ ไปพลาง เอ่ยปากไปพลาง

            “นี่เราไม่ใช่แค่รังเกียจอากับอารองของเราแบบธรรมดาๆ แล้วนะ ใครที่เขาไม่รู้จักด้วยคงนึกว่าคุณกู้เป็๞คุณอาแท้ๆ ของเรามากกว่า” หยวนเยี่ยนเอ่ยด้วยความอิจฉา เมื่อคืนหลานชายแท้ๆ หาเ๹ื่๪๫ใหญ่โต แถมยังเอาอาการมาขู่ว่า จะออกไปข้างนอก จะไปหาคุณอากู้ ไม่อย่างนั้นแอดมิตที่โรงพยาบาลต่อไป เล่นใหญ่เสียจนเขาหมดแรงจริงๆ

            “ก็คุณอากู้ไม่เหมือนพวกคุณอาอ่ะ...” เสี่ยวเจวี๋ยมองอารองไปทีหนึ่ง แล้วหันมามองกู้ชิง

            หยวนจุนคีบพายเนื้อชิ้นเล็กที่หั่นแล้วไปวางไว้ข้างหน้าเขา

            “ขอบคุณครับคุณอารอง” เขาคีบพายเนื้อขึ้นมา ก่อนจะคีบไปวางในจานเล็กของกู้ชิง

            หยวนเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ เห็นแล้วยังรู้สึกเสียวไส้เลย

            ระหว่างคีบพายเนื้อขึ้นมา กู้ชิงก็ผุดยิ้มบางบริเวณมุมปากไปทีหนึ่ง แล้วคีบพายเนื้อเข้าปากกินจนหมด

            “ได้เลย กินมื้อเช้าเสร็จแล้วพวกเราไปซื้อแตงโมกัน” เขาเอ่ยขึ้น

            เสี่ยวเจวี๋ยยิ้มหน้าบาน แล้วกินซาลาเปาสอดซุปเข้าไปอีกลูกหนึ่ง

            เชิงอรรถ

    ^ ซาลาเปาสอดซุป ซาลาเปารูปทรงกลมป้าน เน้นส่วนน้ำซุปด้านใน เปลือกแป้งบางเฉียบ แต่ห่อหุ้มน้ำซุปได้ดี จีบซาลาเปาพิถีพิถันมากกว่าซาลาเปาทั่วไปหรือเสี่ยวหลงเปา ส่วนไส้มักมีส่วนผสมของเจลาตินหมู