…
บทที่1 บทนำ
แสงจันทราสาดส่องเป็ประกายจนทั่วท้องนภา หมู่เมฆปกคลุมเป็สีขาวดั่งหมอก ่เวลาแห่งความสุข ความทุกข์ ความทรงจำในแต่ละวันของ ‘มนุษย์’ สิ้นสุดที่ใด
วัฏสังสาร เวียนว่ายตายเกิด กี่ชาติกี่ภพมิอาจเอ่ย เมื่อสิ้นชีพม์แล้วสิ่งใดเล่ายืนหยัดอยู่คู่แผ่นดิน...ความทรงจำ ความหวัง ภาพชีวิตคนหนึ่งคน..ใครเล่าจดจำ
ภายใต้ผืนฟ้าที่มีแสงสีขาวนวลส่องสว่าง อาคารสีขาวใสที่ดูล้ำหน้าตั้งเด่นอยู่กลางป่าเขาลึก เมื่อเข้าไปในห้องกว้างสีขาวสุดทางเดิน พบว่ามีมนุษย์เพียงสองคนยืนประจันหน้ากัน
“อาจารย์ ข้าทำสำเร็จแล้ว ในที่สุดก็สามารถหาวิธีใช้งาน และผลที่ตามมาของวัตถุโบราณต่างดาวชิ้นนี้ได้แล้ว” ร่างสูงโปร่งของหญิงสาว ผู้มีเรือนผมสีดำน้ำหมึกลู่ลงตามแรงโน้มถ่วง เสียงใสของนางเอ่ยบอกกับชายที่อยู่ตรงข้าม
เขาสวมใส่ชุดสีขาวเช่นเดียวกับนาง ทั้งคู่สวมใส่เสื้อกราวน์ บ่งบอกถึงอาชีพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสาขางาน...ดังที่หญิงสาวว่า ‘การวิจัยวัตถุโบราณที่มาจากต่างดาว’
ของชิ้นนั้นวางอยู่บนโต๊ะด้านข้างของนาง วางอยู่ในกล่องโลหะสีดำเมี่ยม ตัวมันเป็วงกลมสีดำขนาดเท่านิ้วก้อย ดูไม่ออกว่าทำจากอะไรและมีไว้เพื่ออะไร
“ดี! สมกับที่เป็ลูกศิษย์ของข้า เป็ดาบที่คมที่สุดของจักรวรรดิ์เรา ส่งรายงานมาเถอะ” ชายหนุ่มมีอายุเล็กน้อยเอ่ยอย่างอ่อนโยน ก้าวเข้าหาหญิงสาวก้าวหนึ่ง
“อาจารย์ ดูนี่นะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างกระตือรือร้น หันหลังให้ชายหนุ่มเพื่อกลับไปเปิดคอมพิวเตอร์ขนาดเท่าตัวเธอ หน้าจอของมันเป็ระบบโฮโลแกรม บ่งบอกถึงความทันสมัย
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังกลับไม่ได้ยิ้มอย่างอ่อนโยนอีกต่อไป เมื่อหญิงสาวหันหลังให้ใบหน้าเขาก็บิดเบี้ยว กลายเป็รอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
ขณะที่หญิงสาวกำลังเปิดไฟล์ ชายหนุ่มก็ใช้่เวลานั้น เผยมีดที่อยู่ในมือขวา แทงด้านหลังหญิงสาวทะลุถึงหัวใจเพื่อปลิดชีพเธอทันที
“อาจารย์ดูนี่...อั่ก” หญิงสาวก้มลงมองปลายมีดที่โผล่ออกมาจากหน้าอกของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ เธอไม่ทันได้หันไปมองอาจารย์ที่ตนเองเรียกเขาอย่างกระตือรือร้นด้วยซ้ำ
ร่างของหญิงสาวถูกผลักไปด้านข้างราวกับขยะกองหนึ่งเท่านั้น ชายหนุ่มผู้มีใบหน้างดงามกลับมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พุ่งเข้าไปยังหน้าคอมพิวเตอร์ของหญิงสาวทันที
เขาเลื่อนข้อมูลไปมาเพื่อตรวจสอบงานอย่างเร่งด่วน ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างดีอกดีใจ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้สำคัญกับองค์กรมาก
ไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในห้องแม้แต่น้อย ร่างของหญิงสาวที่ถูกผลักออกไป ไปพาดอยู่บนโต๊ะที่มี ‘วัตถุโบราณจากต่างดาว’ วางเอาไว้
ร่างของหญิงสาวหายใจเฮือกสุดท้าย เืไหลออกจากาแกระจายไปทั่วโต๊ะ แต่...กลับไม่มีรอยเืเปื้อนโต๊ะแม้แต่น้อย
“ฮ่าๆๆๆ สำเร็จแล้ว ในที่สุด ข้าก็จะได้เป็หัวหน้าองค์กร คนเ่าั้จะสู้ข้าไม่ได้อีกต่อไป หืม...” ขณะที่ชายหนุ่มนักวิจัยกำลังดีใจอยู่นั้น อยู่ๆคอมพิวเตอร์ก็มีแสงสีแดงแจ้งเตือนขึ้นมา
[ตรวจพบคำสั่งที่ถูกต้อง สัญญาณชีพจรของ ‘อ้ายเชียน’ หายไปแล้ว เริ่มดำเนินการทำลายตนเองใน 5… 4… 3… 2...]
ชายหนุ่มนักวิจัยเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ ขณะที่เขากำลังหันไปมองหญิงสาวอย่างโกรธแค้น เสียงะเิก็ดังขึ้นข้างหู
ร่างของชายหนุ่มโดนแรงะเิจากคอมพิวเตอร์จนกระเด็นไปไกล ไฟลุกลามขึ้นทั่วห้องทดลองอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งร่างของหญิงสาวที่ถูกฆ่า ถูกเปลวเพลิงกลืนหายไป
ส่วนชายหนุ่มผู้นั้น แม้จะรอดไปได้ แต่เขากลับต้องเสียทุกอย่าง กระทั่งงานวิจัยที่ทำร่วมกับหญิงสาวมาตลอดก็หายไปกับกองไฟ ความหวังที่จะเป็ใหญ่ในองค์กรจบสิ้นลง
หลังจากไฟไหม้จนดับมอดลงแล้ว มีคนสวมใส่ชุดป้องกันมิดชิดสีดำลงมายังห้องวิจัยแห่งนี้ พวกเขาทำเหมือนค้นหาบางอย่าง แต่ก็ไม่พบแม้แต่น้อย… ในบรรดาคนที่รู้ว่าพวกเขาค้นหาอะไร
คนหนึ่งก็กลายเป็ศพถูกเผาไปในกองไฟแล้ว อีกคนหนึ่งก็เสียสติกลายเป็คนบ้า พูดจาไม่รู้เื่ ...เื่ราวของ ‘วัตถุโบราณที่มาจากต่างดาว’ จึงหายไปจากห้วงความทรงจำของทุกคน ราวกับไม่เคยมีสิ่งเ่าั้เกิดขึ้น
…
อั่ก … ความรู้สึกไม่สบายตัวและแสบร้อนที่ข้อมือทำให้สติของหญิงสาว ที่ควรจะตายไปแล้วอย่าง ‘อ้ายเชียน’ ฟื้นคืนมาอีกครั้ง
นางเป็นักวิทยาการที่ถูกฝึกจากองค์กรมาเป็พิเศษ เป็ดาบที่คมที่สุดขององค์กร
ที่ที่นางจากมา คือโลกแห่งการฝึกฝน ปีอี้เทียนที่2266 อ้ายเชียนมีอายุ33ปีก่อนที่จะพบเื่ราวถึงความตายก่อนหน้านี้
หากนางแยกออกจากองค์กร ออกไปเปิดบริษัทหรือทำการค้า คาดว่าสามารถกลายเป็คนรวยที่สุดในโลกได้เลยทีเดียว ยุคนั้นนักวิทยาการมีอิทธิพลอย่างมาก มากยิ่งกว่านักวิทยาศาสตร์ซะอีก
โลกเต๋า เป็โลกที่เคยมีการใช้พลังวิเศษมาั้แ่ในอดีต มีพื้นที่โลกกว้างขวาง เนื่องจากการเติบโตของวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับศาสตร์แห่งการฝึกฝน จึงเกิดนักวิทยาการขึ้นมา
กล่าวคือนักวิทยาการนั้น เป็ทุกสิ่งทุกอย่าง มีความสามารถทั้งในด้านเทคโนโลยี การฝึกฝน การพัฒนาร่างกาย การสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือของวิเศษก็รวมอยู่ในนั้น
นอกจากนี้นักวิทยาการ ยังเป็ดั่งนักโบราณคดี ที่สามารถสืบค้นและจัดการข้อมูลหน่วยใหญ่ในอดีต เพื่อกรองออกมาเป็ข้อมูลที่ใช้ได้จริงในปัจจุบัน อย่างเช่น งานวิจัย ‘วัตถุโบราณจากต่างดาว’ ซึ่งนางกำลังวิจัยอยู่นั่น
อ้ายเชียนพยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่เมื่อขบคิดสมองก็เ็ปราวกับจะะเิ ความรู้สึกร้อนที่ข้อมือเบาบางลงแล้ว เหลือเพียงความเจ็บลึกบริเวณใบหน้าส่วนบน และอาการปวดหัวอย่างหนัก
ความรู้สึกแปลกๆแล่นเข้าจู่โจมหัวใจ ในสมองเหมือนมีภาพเหตุการณ์ต่างๆแล่นผ่าน ความทรงจำที่ไม่เหมือนของตัวเองทำให้นางอึ้ง
‘นี่เป็การย้ายจิตสำนึกไปยังร่างอื่น’ สิ่งที่อ้ายเชียนคิดคือเื่นี้จริงๆ มันเป็งานวิจัยยาวนาน ที่นักวิทยาการในโลกเต๋ายังไม่มีใครทำสำเร็จ
แต่ตอนนี้นางกลับถูกส่งจิตสำนึก มายังร่างของคนอื่น ซ้ำสถานการณ์ของหญิงสาวก็ไม่ค่อยดีนัก ไม่สิ...ต้องเรียกว่า ‘เด็ก’ คนนี้
นี่เป็ร่างกายของเด็กอายุ9ขวบเท่านั้น ในความทรงจำของร่าง เด็กคนนี้ถูกเรียกว่า ‘คุณหนูบ้าตระกูลโจว’ เนื่องจากที่ผ่านมา คล้ายจิติญญาของนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
แต่สำหรับผู้ที่มาจากโลกที่มีวิทยาศาสตร์และวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างอ้ายเชียน สามารถวินิจฉัยได้ว่าเด็กผู้นี้ ‘มีปัญหาทางสมองั้แ่เกิด’
กล่าวคือ เป็อาการพิการทางสมองชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้เด็กมีอาการตอบสนองช้า พัฒนาการช้า
แต่ที่น่าเศร้าก็คือ...เมื่อปีที่แล้ว บิดาของเด็กคนนี้ ซึ่งเป็หัวหน้าตระกูลก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อ1เดือนที่ผ่านมา พี่ชายที่คอยดูแลนางมาตลอดก็หายตัวไปหลังจากที่บอกนางว่า
‘อ้ายเอ๋อร์ พี่ใหญ่จะออกตามหาบิดา เพียงไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว เป็เด็กดีรอพี่ใหญ่และท่านพ่ออยู่ในเรือนนะ’ ภาพของพี่ใหญ่และบิดาที่เลือนลาง ทำให้อ้ายเชียนรู้สึกปวดหัวใจ
นี่เป็ความรู้สึกของเด็กคนนี้ ไม่เกี่ยวกับนาง แต่นางก็รับความรู้สึกเหล่านี้เข้ามาอย่างเห็นแก่ตัว
สำหรับเด็กที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยการอุ้มบุญอย่างอ้ายเชียน นางไม่เคยได้รับความรู้สึกห่วงหาเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยมีความรัก มีเพียงเพื่อนๆในรุ่นเดียวกันที่ไม่ต่างจากศัตรูมากนัก ในองค์กรมีการแย่งชิงแข่งขันอยู่เสมอ เช่นปลาใหญ่กินปลาเล็ก หากไม่แกร่งพอก็ต้องตาย
และนางก็เติบโตมาอย่างเข้มแข็ง กลายเป็ดาบที่คมที่สุดขององค์กร กระทั่งงานด้านวิทยาการก็กลายเป็หัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญ
ที่น่าเจ็บใจแทนร่างนี้...คือคนเ่าั้ ญาติๆที่เคยทำดีต่อหน้าบิดาและพี่ชาย พอไม้ใหญ่สองต้นของนางหายไป พวกเขาก็บังคับเด็กน้อยผู้นี้ดื่มยาพิษ
ยาพิษทำลายดวงตา แต่โชคดีที่สมองเล็กๆคล้ายมีพลังบางอย่างปกป้องเอาไว้ ในความโชคร้ายยังมีโชคดี เพราะความทรงจำสุดท้ายของร่างนี้ เด็กคนนี้กลับเป็คนปกติก่อนจะตาย
ดั่งสมองได้ถูกพิษชำระล้างอาการป่วยที่ผ่านมาออกไป อ้ายเชียนที่มาเข้าสิงร่างนี้พอดี ก็ได้รับบุญบอกทาง นางคาดไม่ถึงว่าตนเองจะสามารถใช้พลังสมองได้15%เท่าๆกับในโลกใบก่อน และผลก็มาจากการถูกบังคับให้ดื่มพิษที่ว่า
แต่พิษที่ว่า กลับทำให้ใบหน้าครึ่งบนของนางเสียโฉม ดวงตาถูกทำร้ายจนกลายเป็คนตาบอด แต่ตอนนี้ความเ็ปเ่าั้ราวกับถูกกาลเวลาดึงดูดให้หวนคืน
อ้ายเชียนที่มาเข้าร่างของเด็กสาวตระกูลโจว กลับรู้สึกเหมือนาแที่เกิดจากพิษกัดกร่อน ค่อยๆประสานกันเข้าอย่างช้าๆ
ร่างกายของเด็กคนนี้ราวกับถูกไฟเผา ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เ็ปบาดลึกดั่งมีคนเอากระดูกนางออกมาขัดด้วยกระดาษทรายทั้งเป็
ความรู้สึกเ็ปยากที่จะยอมรับนี้ ไม่ได้ทำให้สติของหญิงสาวดับหายไป นางจดจำได้ทุกความรู้สึก แต่กลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่นิดเดียว
หากกล่าวแล้ว การฝึกร่างกายในบ่อลาวาสลับกับบ่อน้ำแข็งในชาติแรก ยังเ็ปทรมานยิ่งกว่านี้เสียอีก สำหรับเด็กที่ถูกฝึกมาั้แ่ยังแบเบาะ อาการเ็ปเล็กน้อยเท่านี้ไม่มีผลต่อความนึกคิดของนางด้วยซ้ำ
ในชาติก่อนอ้ายเชียนได้ชื่อว่า ‘อัครสาวกที่12’ เป็เด็กสาวที่เกิดจากการอุ้มบุญเพียงคนเดียว ที่เก่งกาจมากพอจะเป็อัครสาวก1ใน12ขององค์กร
อย่าว่าแต่อาการเ็ปเล็กน้อยเหล่านี้เลย กระทั่งให้ดื่มยาพิษกร่อนกระดูก นางก็คงจะไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย จนหมดลมหายใจสุดท้าย
น่าเสียดาย...หากอาจารย์ไม่ทรยศลอบทำร้ายนางจนตาย อ้ายเชียนสามารถกลายเป็1ในหัวหน้าองค์กร ในอีกไม่กี่ปีแน่ๆ อำนาจมีผลให้คนเปลี่ยนไปจริงๆ
อาจารย์ที่นางไว้ใจ กลับหันคมดาบเข้าหานาง แทงจากด้านหลังทะลุถึงหัวใจไม่เปิดโอกาสให้ตอบโต้แม้แต่น้อย
แน่นอนว่าเขาย่อมไม่เปิดโอกาส เนื่องจากรู้ว่าหากนางสามารถตอบโต้ได้แม้แต่น้อย แม้นางไม่อาจรักษาชีวิตตนไว้ได้ ก็ต้องลากเขาตายตามกันไปแล้ว
อ้ายเชียนยิ้มเยาะดูถูกเขาอยู่ในใจ อาจารย์ของนางช่างใสซื่อดีแท้ ในองค์กรที่มีแต่เื่ผลประโยชน์ แน่นอนว่านางต้องป้องกันไม่ให้ตัวเองกลายเป็หมากเปล่าที่ถูกส่งไปตายคนเดียวแน่ๆ
หากหัวใจนางหยุดเต้น เมื่อนั้นชิพที่ฝังอยู่ในตัวก็จะส่งสัญญาณไปยังคอมพิวเตอร์ทุกตัวที่เป็ของนาง สั่งให้พวกมันะเิทำลายตัวเอง
นอกจากนี้หญิงสาวยังใช้งานอดิเรกของตัวเองอย่าง ‘ยาพิษ’ เพื่อทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆจุดะเิ กลายเป็คนปัญญาอ่อนไป เนื่องจากพิษมีฤทธิ์ทำลายสมองของพวกเขาโดยตรง ทำให้คนเป็บ้า
กระทั่งใช้เครื่องอ่านความทรงจำก็ไม่อาจแยกแยะความจริงออกมาได้ เพราะเซลล์สมองเ่าั้ถูกทำร้ายจนถึงขั้วแล้ว
หญิงสาวมั่นใจว่าอาจารย์ผู้นั้นจะไม่ได้อะไรไปแม้แต่น้อย ซ้ำยังต้องกลายเป็คนพิการ อยู่ไม่สู้ตาย!! นี่คือผลที่บังอาจทำร้ายนางลับหลัง วาดหวังตำแหน่งอำนาจสูงเกินตน คิดชุบมือเปิบผลงานที่ไม่ใช่ของตัวเอง
น่าเสียดายที่ยาพิษชนิดนั้นร้ายแรงแต่แสดงผลในเวลาน้อยนิด หากมันไม่ได้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ เชื้อก็จะตายลงและหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในเวลาเพียง1นาที ดังนั้นพวกที่เข้ามาตรวจสอบตามหลังจะไม่พบอะไรทั้งนั้น
ขณะที่อ้ายเชียนคิดอยู่นั้น เสียงแปลกๆก็ดังขึ้นข้างหู พร้อมทั้งอาการเ็ปร่างกายหายไปเป็ปลิดทิ้ง
‘สวัสดีเ้านายคนใหม่ ข้าคือผู้ดูแลมรดก นามซ่งจู’