กิตติศัพท์ความเก่งกล้าสามารถของอ๋องน้อยมู่หยางจินนั้นแพร่ไปสู้กลุ่มกองโจรน้อยใหญ่อย่างรวดเร็วยิ่งเขาได้อวยยศใหม่เป็ถึงหนิงอันอ๋องแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหนิงชื่อเสียงด้านความเด็ดเดี่ยวไม่ปรานีศัตรูของเขาก็แพร่ไปทุกเมืองทั่วแคว้นหนิงแล้วถึงจะมีข่าวว่าอ๋องน้อยผู้นี้ชอบที่จะให้โอกาสคนผิดได้สำนึกกลับตัวกลับใจและมีชีวิตใหม่ได้แต่ก็มีข่าวออกมาแย้งว่าหากคนเ่าั้ไม่ยินยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองหนิงอันอ๋องผู้นั้นก็ไม่เคยให้โอกาสที่สองกับพวกมันอีกหลายปีที่มู่หยางจินติดตามค้นหาหลู่จื่อเทาก็ได้ปราบโจรหลายกลุ่มมีั้แ่พวกที่เป็โจรเพราะความยากแค้นจากภัยาจึงทำให้ต้องผันตัวมาเป็โจรจนไปถึงพวกโจรที่มาจากกลุ่มฏของหลู่จื่อเทาที่หลบหนีมาจากเมืองหลวงแล้วผันตัวมาเป็โจรคนพวกนี้ล้วนเคยเป็ผู้มีอำนาจมาก่อนพวกมันจึงมีแผนการและปราบปรามได้ยากกว่าโจรพวกอื่นและโจรพวกนี้นอกจากปล้นฆ่าเ้าทรัพย์แล้วยังจับเด็กและผู้หญิงไปขายเป็ทาสอีกด้วยด้วยเหตุนี้มู่หยางจินเมื่อพบกับโจรกลุ่มนี้จึงสั่งสังหารให้หมดสิ้นเพื่อไม่ให้เป็ภัยต่อราชสำนักได้อีกและชื่อเสียงของเขาก็ไม่ได้โด่งดังเพียงแค่ในแคว้นหนิงเท่านั้นหากแต่ก็แพร่ไปยังแคว้นอู่ด้วยเช่นกันเพราะอ๋องน้อยมู่หยางจินคนนี้เคยติดตามไปจับโจรที่นำเด็กและสตรีไปขายที่แคว้นอู่อยู่บ่อยครั้งและแน่นอนว่าโจรที่ถูกจับกุมได้มักจะถูกสังหารจนหมดสิ้นในขณะจับกุมเขตรอยต่อแคว้นหนิงกับแคว้นอู่ที่เมืองต้าหยาง จึงปลอดภัยจากกลุ่มโจรรวมไปถึงเมืองชิงฉางที่เป็เมืองแรกที่เขาปราบโจรด้วยมู่หยางจินจึงเป็ที่รักของคนเมืองชิงฉางและเมืองต้าหยางเป็อย่างมากเพราะเขาทำให้เมืองในแถบนั้นสงบสุขขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หุบเขาต้นหลิว
“สำรวจค่ายสืบหาหน้าหัวหน้ากลุ่มโจรหากพวกมันไม่ยอมสวามิภักดิ์กลับตัวกลับใจก็ฆ่าทิ้งให้หมดอย่าให้เป็ภาระคุกหลวง”มู่หยางจินนำกลุ่มทหารนอกเครื่องแบบติดตามโจราเ็ที่หลบหนีโจรผู้นั้นไม่ได้รู้เลยว่าตนนั้นเป็คนนำกลุ่มทหารของหนิงอันอ๋องมาที่ค่ายโจรอย่างง่ายดายแล้ว
ค่ายโจรแห่งหุบเขาต้นหลิว
“พวกเราหลงกลมันแล้วท่านหัวหน้าข้าคิดว่ามันต้องเป็ทหารของทางการแน่นอน พวกมันฝีมือเก่งกาจมาก”โจรผู้ที่ได้รับาเ็เดินเข้ามารายงานหัวหน้าของพวกมัน
“แล้วคนอื่นล่ะหายไปไหนหมด” ชายร่างใหญ่เคราดกหนานั่งลูบคมของมีดสั้นอย่างเพลิดเพลินมันชายตามองลูกน้องที่าเ็กลับมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ตายหมดแล้วครับท่านหัวหน้า”คนเจ็บคุกเข่าลงตรงหน้าหัวหน้าโจรตัวสั่นเทาอย่างหวาดกลัว
“แล้วเ้ากลับมาทำไม”ชายผู้เป็หัวหน้าเงยหน้าขึ้นมองลูกน้องด้วยสายตาดุดัน หากพวกนั้นเป็ทหารของทางการจริงไม่เท่ากับลูกน้องผู้โง่งมคนนี้ของเขานำทางกลุ่มทหารมาที่รังโจรของเขาอย่างนั้นหรือ
“ข้า ข้าข้ากลับมารายงานท่านหัวหน้า ข้า.......”ลูกสมุนโจรผู้าเ็ก้มหน้าลนลานตอบอย่างกลัวความผิดเมื่อคิดได้ว่าตนอาจจะโดนฆ่าทิ้งที่ทำงานไม่สำเร็จ จึงลุกขึ้นเพื่อวิ่งหนีหากแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่หันหลังเท่านั้นมีดเล่มเล็กในมือหัวหน้าใหญ่ได้ปลิวมาปักกลางหลังของเขาอย่างแม่นยำเขาล้มลงและกระอักเืตายในทันที
“เพิ่มกำลังคุ้มกันค่ายส่งหน่วยสอดแนมออกไปตรวจสอบว่ามีใครตามเ้าคนโง่นี่มาได้หรือไม่”หัวหน้าโจรเดินข้ามศพลูกน้องที่ตนเพิ่งสังหารออกไปมองดูความเรียบร้อยภายในค่ายด้วยประสบการณ์การเป็โจรของเขาบอกว่าคืนนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลและเขารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย
“พวกมันมีกันร่วมร้อยคนได้ขอรับท่านแม่ทัพข้าสำรวจไปจนถึงด้านหลังพบว่าพวกมันเป็กลุ่มโจรลักลอบค้าเด็กและผู้หญิงขอรับมีเด็กและผู้หญิงมากกว่ายี่สิบคนในที่คุมขัง”
“ข้าได้ยินหัวหน้ามันบอกให้เพิ่มกำลังคนคุ้มกันค่ายแล้วขอรับค่ายแห่งนี้คงไม่ใช่ค่ายโจรธรรมดาอย่างแน่นอนจากทำเลที่ตั้งและบ้านเรือนที่มันอยู่อาศัยเรียกว่าเป็หมู่บ้านเล็กๆได้หมู่บ้านหนึ่งเลยทีเดียวขอรับ”
“ข้าสำรวจเส้นทางดูแล้วทางเข้าออกหลักๆของพวกมันมีสองทางคือทางด้านหน้าที่เราเห็นอยู่ในตอนนี้กับทางด้านหลังที่ติดกับหุบเขาโดยรอบล้วนเป็ป่ารกทึบและหุบเหวถ้าจะหลบหนีข้าคิดว่าพวกมันต้องหลบออกจากทางด้านหลังขอรับ”
พลสอดแนมทั้งสามกลับมารายงานหลังจากออกไปสำรวจค่ายโจรเพียงไม่นาน
“ทางด้านหลังต้องเป็ทางหนีของพวกมันอย่างที่เ้าสืบมาดูจากแผนที่ตรงด้านหลังนี้เป็เส้นทางเดียวที่สามารถเดินทางได้ส่วนด้านหน้านั้นมีเส้นทางแยกหลักสามเส้นทาง จัดทหารเป็สามกลุ่มกลุ่มละห้าสิบนายคอยดักจับพวกมันตามเส้นทางด้านหน้าพวกนี้ ทหารอีกห้าสิบนายไปดักรอที่ด้านหลังส่วนที่เหลือเข้าจับกุมกลุ่มโจรและช่วยคนที่ถูกจับ” เหล่าทหารคุกเข่ารับบัญชาจัดกลุ่มไม่นานหัวหน้ากองก็นำกลุ่มลูกน้องออกไปประจำยังตำแหน่งที่มู่หยางจินบอก
“กลุ่มโจรมีเพียงหนึ่งร้อยเท่านี้ท่านอ๋องน้อยกับท่านพ่อรอดูผลงานของข้าอยู่หน้าค่ายเถิด”ซ่งเสวี่ยนลู่ขอรับหน้าที่นำทหารออกปราบโจรเองมู่หยางจินจึงพยักหน้าอนุญาตให้เขานำทัพทหารหนึ่งร้อยนายเข้าปราบปรามกลุ่มโจร
“มีผู้บุกรุกมีผู้บุกรุก” มู่หยางจินกอดอกหลับตายืนฟังเสียงจากภายในค่ายด้วยอาการสงบนิ่งเสียงดาบกระทบกันเกิดเสียงดังอย่างต่อเนื่องและเสียงวีดร้องโหยหวนของผู้าเ็อีกหลายราย โจรพวกนั้นคงไม่คิดกลับตัวพวกมันคงเลือกหนทางไปสู่ความตาย เขาลืมตาขึ้น กระชับนิ้วมือกำดาบพระราชทานคู่กายเดินเข้าสู่ค่ายทหารเพียงลำพัง
“เราไม่ต้องตามท่านแม่ทัพเข้าไปหรือขอรับท่านกุนซือ”หัวหน้ากองนายหนึ่งถามขึ้น เมื่อเห็นท่านแม่ทัพของพวกเขาขยับเท้าก้าวเดินไปเบื้องหน้าโดยไม่มีคำสั่งการใดๆ
“ถ้าท่านแม่ทัพ้าให้ตามก็จะมีคำสั่งหากไม่้าก็จะเป็เช่นนี้” หัวหน้านายกองพยักหน้ารับ พวกเขามองมู่หยางจินเดินเข้าค่ายไปจนลับตา
มู่หยางจินสอดส่ายสายตามองหาคนที่คิดว่าจะเป็หัวหน้ากองโจรแล้วก็พบเข้ากับชายร่างใหญ่โตไว้เคราดกหนา กำลังต่อสู้กับซ่งเสวี่ยนลู่อยู่กลางลานเขามองดูสถานการณ์ตรงหน้าก็พบว่ากลุ่มโจรกองนี้มีฝีมือดี หัวหน้าของพวกมันก็เก่งกาจอยู่ไม่น้อยเขาปล่อยให้ซ่งเสวี่ยนลู่จัดการหัวหน้าโจรโดยไม่คิดเข้าไปยุ่งจากนั้นก็เดินหลบเลี่ยงกลุ่มโจรแล้วรีบไปยังหลังค่ายที่มีกลุ่มผู้หญิงและเด็กที่ถูกจับตัวมาเขาแอบปีนขึ้นไปยังหอสังเกตการณ์จึงเห็นพวกโจรเกือบสิบคนกำลังคุมตัวผู้หญิงและเด็กออกจากที่คุมขังและเห็นหัวหน้าโจรสลัดซ่งเสวี่ยนลู่ออกมาได้แล้วและกำลังมุ่งหน้ามาสมทบกับพวกของมันที่หลังค่าย
“ทำอย่างไรดีท่านหัวหน้าคนพวกนี้ท่านจะพาไปด้วยหรือไม่”ลูกน้องที่คุมตัวผู้หญิงและเด็กถามขึ้นเมื่อหัวหน้าของพวกมันมาถึง
“พาผู้หญิงไปสองสามคนก็พอนอกนั้นฆ่าทิ้งให้หมด” หัวหน้าโจรกล่าวอย่างไร้หนทางถึงจะเสียดายอยู่บ้างแต่เขาก็ต้องตัดใจทิ้ง เพราะตอนนี้เขาต้องรีบหนีกลุ่มคนพวกนี้ทุกคนล้วนเก่งกาจคงเป็ทหารของหนิงอันอ๋องอย่างแน่นอนและผู้หญิงสองสามคนที่เขาจะพาไปด้วยนี้เขาสามารถใช้เป็ตัวประกันเพื่อหลบหนีได้และเมื่อหนีพ้นเขาสามารถนำพวกนางไปขายเป็ต้นทุนในการตั้งค่ายที่ใหม่ได้