ครั้นเมื่อหนังจบลง ภาพฉายก็ได้เลือนหายไป ทั้งสามรีบเดินออกจากโรงหนังนั่นในทันที
“จินซี เธออยากไปกินน้ำแข็งเกร็ดหรือไม่เธอชอบไม่ใช่หรอกเหรอ” หวงเต๋อจงเอ่ยถามเธอ
ดวงหน้างดงามละมุนหันไปหาลั่วเหวินเหย่
“แล้วเธออยากไปหรือไม่เหวินเหย่”
หญิงสาวพยักหน้าด้วยความดีใจ
“ถ้าอย่างนั้นเราทั้งสามก็แวะไปที่ร้านน้ำแข็งเกร็ดซักประเดี๋ยวคงไม่เป็ไรคุณแม่คงจะไม่เอ็ด” หยินจินซีหันไปบอกกับหวงเต๋อจง
ครั้นเมื่อทั้งสามเดินมาได้เพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าม้าตัวใหญ่ก็วิ่งตรงมายังหยินจินซีและลั่วเหวินเหว่ด้วยความรวดเร็ว
“หลบไป หลบไป ม้ากำลังพยศ” เสียงของทหารผู้หนึ่งดังขึ้นพร้อมกับวิ่งไล่ตามม้าตัวนั้น
ทั้งสองใเป็อย่างมากที่เห็นม้าตัวใหญ่วิ่งมาเกือบประชิดตัว
หวงเต๋อจงที่เห็นเหตุการณ์เขาไม่รู้จะทำเช่นไรเพราะในขณะนั้นเขาสามารถช่วยเหลือได้เพียงคนเดียว เขารีบเอี้ยวตัวไปดึงลั่วเหวินเหย่เขามากอดไว้ก่อนจะมองดูม้าตัวใหญ่ที่กำลังจะวิ่งเข้ามาประชิดตัวหยินจินซีด้วยความใ
“จินซีระวัง” เขาร้องขึ้นด้วยความเป็ห่วงแต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเธอไว้ได้ แต่จู่ๆ ก็มีทหารหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งะโขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าพยศตัวนั้นก่อนจะดึงร่างของหญิงสาวที่เกือบจะถูกม้าเหยียบขึ้นมาโอบกอดไว้แน่นก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงสายบังเหียนของม้าตัวนั้นเพื่อบังคับมันจนมันสงบนิ่ง
เขามองดูหญิงสาวในอ้อมกอดก่อนจะยิ้มให้เธอ
“คุณปลอดภัยแล้วลืมตาขึ้นเถอะ” น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยขึ้นเบาๆ ข้างหูเธอ
หยินจินซีที่หลับตาปี๋เธอค่อยๆ หรี่ตาขึ้นก่อนจะมองบุรุษหนุ่มรูปงามที่อยู่ตรงหน้า
“ผู้พันเยว๋ลู่หยาง” เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยความใ
เขายิ้มให้เธออย่างสุภาพ
“คุณรู้จักฉันงั้นเหรอ” เขาถามเธอด้วยความแปลกใจ
หยินจินซีรีบหลบหน้าเขาในทันที
“จริงสินะนี่ฉันกับผู้พันเยว๋เพิ่งจะเจอกันครั้งแรกนี่” เธอพูดขึ้นเบาๆ ในใจก่อนจะหันไปยิ้มให้เขาด้วยความขอบคุณ
“ปะเปล่าค่ะ ฉันเพียงแค่เห็นที่ป้ายชื่อของคุณเลยเอ่ยเรียกนามตามที่เห็นค่ะ”
เขายิ้มให้กับเธอก่อนจะรีบะโลงจากหลังม้าพร้อมกับเอื้อมมือไปรับเธอลงมาจากหลังม้าเช่นกัน
“ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยฉันเอาไว้” เธอยิ้มพร้อมกับจะเดินจากไป
“ดะ เดี๋ยว”
เธอหยุดพร้อมกับหันมามองเขา
“คุณมีชื่อว่าอะไรงั้นหรือฉันจะได้เรียกชื่อคุณถูก”
“นามของฉัน หยินจินซีค่ะ” เธอพูดพร้อมกับรีบเดินจากไป
ผู้พันเยว๋เผยยิ้มกว้างราวกับพอใจ
“หยินจินซีงั้นเหรอ นอกจากใบหน้างดงามแล้วนามเรียกขานยังไพเราะเป็อย่างมาก” เขาพูดเบาๆ พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างชื่นชม
“ท่านผู้พันครับกระผมต้องขออภัยครับที่ไม่สามารถควบคุมม้าตัวนี้ได้” ทหารภายใต้บังคับบัญชาพูดขึ้นอย่างสำนึกผิด
เขาหันไปยิ้มให้ทหารผู้น้อยด้วยความเมตตา
“คราวหน้าคราวหลังก็จงดูแลม้าของตนเองให้ดีอย่าปล่อยให้เป็เช่นนี้อีกไม่เพียงแต่ทำให้ชาวบ้านเดือนร้อนแต่อาจทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายได้ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาโทษ”
“ขอบคุณครับท่านผู้พัน”
ด้านหยินจินซีที่เดินกลับมาหาหวงเต๋อจงและลั่วเหวินเหย่ ในใจของเธอทั้งโกรธทั้งโมโหเป็อย่างมากแต่ก็กดเก็บอารมณ์เ่าั้เอาไว้ หากเป็เมื่อก่อนเธอคงโมโหตีโพยตีพายจนคนผิดรู้สึกโมโหและสุดท้ายกลายเป็เธอเสียเองที่ผิดและวิ่งตามง้องอนเขา แต่ตอนนี้หยินจินซีคนเดิมไม่มีอีกแล้วเธอจะไม่เป็หญิงโง่ อ่อนแอ ขี้โวยวาย แต่จะเป็ผู้หญิงที่ฉลาด และจิตใจเยือกเย็นคนที่ต้องง้องอนหาใช่เธอแต่ต้องเป็เขา
หวงเต๋อจงที่เห็นหยินจินซีกลับมาอย่างปลอดภัยเขาดีใจมากรีบวิ่งมาหาเธออย่างไว
“จินซี เธอเป็อย่างไรบ้าง”
เธอแสร้งยิ้มให้กับเขา
“ฉันไม่เป็ไรเพราะมีคนใจกล้าช่วยฉันเอาไว้แล้วเธอล่ะเหวินเหย่เป็อย่างไรบ้าง”
เธอส่ายหน้าเบาๆ
“ฉันไม่เป็ไร”
“ดีแล้ว งั้นฉันว่าเรากลับกันเถอะฉันคงไม่มีกระจิตกระใจจะกินน้ำแข็งเกร็ดเสียแล้ว”
ทั้งสองต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
หวงเต๋อจงมองดูหยินจินซีที่ดูนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะโวยวายใส่เขาซักนิดอีกทั้งเธอยังคงยิ้มและถามไถ่คนอื่นด้วยความเป็ห่วงมันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดต่อเธอเป็อย่างมากที่ไม่ได้เลือกช่วยเหลือเธอเป็คนแรก