ภาคินดีใจมากที่ในที่สุดรวิสาก็ตัดสินใจเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของเขาถึงเขาจะต้องชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อหว่านล้อมเธอหรือต้องหาเหตุผลอีกร้อยแปดเพื่อให้รวิสายอมเข้ามาอยู่ข้างกายเขาแม้กระทั่งทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็คนร้ายแล้ว้ารู้ตัวตนเบื้องลึกเื้ัของเขายังไงก็ได้ทั้งนั้น เขายอมทุกอย่าง
“แหม พอตัดสินใจได้ก็ไวเชียวนะครับ ใจเย็นๆนะยังไงคุณก็ได้ร่วมงานร่วมธุรกิจแล้วยังได้ร่วมทำอะไรอีกหลายอย่างร่วมกันกับผมอีกแน่นอนครับ”ภาคินอดเน้นย้ำคำว่า ‘ร่วม’ กันเพื่อเย้าแหย่หญิงสาวไม่ได้ ทำให้ได้ค้อนงามๆ ส่งมาสมดังใจภาคินอมยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวต่อ
“ที่แรกที่คุณจะต้องฝึกงานคือบริษัทจิวเวอรรี่ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯซึ่งผมจะเป็คนไปรับคุณมาที่บริษัทเอง สำหรับการทำงานในวันแรกคุณต้องไปศึกษางานโดยทำงานเป็เลขาฯส่วนตัวของผมก่อนจากนั้นผมจะคอยดูว่าคุณมีความถนัดด้านไหนเป็พิเศษแล้วผมจะส่งคุณไปเรียนงานในด้านนั้นโดยเฉพาะแต่ไม่ต้องห่วงนะครับคุณจะได้เรียนรู้งานบริหารทั้งหมดจากผมแน่”
“แล้วทำไมคุณไม่บอกสถานที่ตั้งบริษัทของคุณมาเลยละฉันขับรถไปเจอคุณที่นั่นก็ได้”
“เอาเป็ว่าผมสะดวกที่จะไปรับคุณเองแล้วกัน ปกติผมประจำอยู่ร้านกะรัตสาขาแรกที่มีสำนักงานออกแบบตั้งอยู่ส่วนบนของตึกส่วนด้านล่างก็เป็ห้างสรรพสินค้าในเครือวงศ์บริรักษ์”ภาคินพูดถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังซึ่งครอบครัวของเขาเป็เ้าของที่นั่นเป็ที่ตั้งของร้านกะรัตสาขาแรกซึ่งเป็สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศ พวกบรรดาคุณหญิงคุณนายและดาราคนดังในวงการมักจะแวะเวียนมาซื้อหา และสั่งทำเครื่องเพชร ที่สาขานี้อีกทั้งที่นี่ยังเป็ที่ตั้งของสำนักงานออกแบบเครื่องประดับของร้านกะรัตด้วยนอกจากภาคินจะออกแบบงานเพื่อนำออกมาขายในร้านกะรัตแล้วเขายังรับออกแบบงานตามความ้าของลูกค้าด้วยซึ่งออร์เดอร์ที่รับมาจากบรรดาคนดังทั้งหลายก็มีไม่น้อยเลยเพราะทุกคนต่างเชื่อมั่นในฝีมือการออกแบบของบริษัทเขาโดยเฉพาะฝีมือของภาคินที่นับได้ว่าเป็ชายหนุ่มที่มากความสามารถสมกับเป็หนึ่งในนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ได้ลงในนิตยสารแมนออฟเดอะมันท์จริงๆ
“งั้นฉันตามไปเจอคุณที่ห้างก็ได้จะไปยากอะไรฉันรู้หรอกน่าว่าร้านกะรัตสาขาแรกอยู่ที่ไหน”
“คุณนี่ดื้อจริงๆ คุณต้องไปกับผมเพราะเราต้องเริ่มงานในตอนเช้าและพนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ยอมให้คุณเข้าไปในส่วนของสำนักงานแน่ถ้าคุณไม่เข้าไปพร้อมผม อย่าลืมนะครับว่าที่ตั้งสำนักงานใหญ่เป็ที่เก็บวัสดุในการออกแบบและจัดทำเครื่องประดับมีของมีค่ามากมาย คุณไม่มีทางเข้าไปในนั้นได้ตามลำพังแน่”ภาคินชี้แจงเหตุผลให้หญิงสาวฟัง
“เอาละๆ เื่เยอะจริงๆ เลยเดี๋ยวกลับโรงแรมแล้วฉันจะจดที่อยู่ไว้ให้คุณก็แล้วกัน”รวิสาพูดตัดรำคาญและหันหลังเดินกลับโรงแรมไปทันทีโดยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มสมใจของคนข้างหลัง
แล้วก็ถึงวันที่รวิสานัดหมายกับภาคินเพื่อจะไปฝึกงานที่บริษัทของภาคินเป็วันแรกรวิสาลงมาก่อนเวลาเพื่อฝากของบางอย่างให้กับไมค์ที่เคาท์เตอร์ด้านล่างและหาอะไรรองท้องแต่เมื่อลงมาถึงบริเวณที่พักรอแขกของคอนโด เธอก็พบว่าภาคินมารออยู่ก่อนแล้วเธอจึงหันไปจัดการธุระของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปหาภาคิน
“สวัสดีตอนเช้าครับคุณสา ลงมาเร็วจังเลยนะครับอยากเจอผมมากขนาดนี้ก็ไม่บอก” ภาคินทักทายแบบกวนๆ ทันทีที่ได้เจอหน้าหญิงสาว จนทำให้หญิงสาวต้องยิ้มแยกเขี้ยวส่งมาให้เป็การทักทายกลับ
“สำคัญตัวผิดไปเยอะนะคะคุณฉันแค่จะลงมาดื่มกาแฟสักแก้วก่อนเท่านั้นเอง อ้อแล้วนี่ก็ยังไม่ถึงเวลานัดดิฉันขอตัวไปทำธุระให้เสร็จก่อนนะคะ”พูดจบเธอก็หันหลังเดินออกไปที่ร้านกาแฟเ้าประจำของคอนโดทันที ภาคินยิ้มนิดๆแล้วจึงเดินตามไป
“คุณนี่ไม่มีอารมณ์ขันเลยนะครับผมแค่แซวคุณเล่นเท่านั้นเองทำไมต้องโมโหจริงจังไปได้ เอาอย่างงี้ก็แล้วกันผมจะเลี้ยงกาแฟคุณถือเป็การขอโทษที่กวนโมโหคุณั้แ่เช้า ตกลงไหมครับ”ภาคินเสนอแต่รวิสายังคงเงียบไม่ตอบอะไร ทำให้ภาคินต้องเดินมาดักข้างหน้าหญิงสาวกะทันหันจนรวิสาตั้งตัวไม่ทันเกือบจะชนเขาเข้าเต็มๆ
“นี่คุณทำอะไรของคุณนะมาเดินดักหน้าดักหลังฉันแบบนี้ทำไม”
“ก็ผมพยายามพูดกับคุณดีๆ แล้วคุณไม่พูดด้วยนิผมก็ต้องใช้วิธีนี้สิครับ เห็นไหมมันได้ผลดีจริงๆ ซะด้วย” ภาคินพูดพลางส่งยิ้มที่รวิสาคิดว่ามันกวนสุดๆ มาให้
“อย่าหงุดหงิดสิครับเอาเป็ว่าผมเลี้ยงมื้อเช้าคุณเองก็แล้วกันอยากทานอะไรสั่งเลยนะครับ”
“ก็ดี งั้นน้องคะ พี่ขอชุดอาหารเช้าแบบเดิมนะกับลาเต้ร้อนแก้วหนึ่ง” รวิสาตอบสั้นๆ แล้วก็สั่งอาหารทันทีจากนั้นก็เดินออกไปหาที่นั่งโดยไม่สนใจภาคินอีก
“น้องครับพี่เอาชุดอาหารเช้าเหมือนพี่คนนั้นชุดหนึ่งแต่กาแฟพี่ขอเป็อเมริกาโน่ร้อนแก้วหนึ่งนะครับ”ภาคินสั่งอาหารพร้อมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วจึงเดินตามหญิงสาวซึ่งเธอเลือกนั่งโต๊ะเล็กแบบนั่งเดี่ยวทันทีที่เห็นภาคินก็ทำท่าปลงไม่ตกกับหญิงสาวคนสวยตรงหน้าที่กลายเป็คนโมโหง่ายไปซะแล้วแต่พอตั้งตัวติดเขาก็เดินไปยกเก้าอี้ว่างบริเวณนั้นและวางลงใกล้กับตัวที่หญิงสาวนั่งอยู่และนั่งลงทันทีเรียกค้อนงามๆ อีกวงจากหญิงสาวจนได้
“นี่คุณจะมานั่งเบียดกันทำไมเนี่ย”รวิสาแหววใส่อย่างอารมณ์เสีย เพราะคนตัวโตอย่างภาคินมานั่งกินพื้นที่เธอไปหมด
“แล้วทำไมคุณไม่นั่งโต๊ะใหญ่กว่านี้ละครับ”
“ก็นี่มันที่ประจำฉันนี่ ฉันมานั่งตรงนี้ตลอดทำไมคุณไม่ไปนั่งที่อื่นละ”
“นี่คุณ คุณเป็เ้าถิ่นนะครับจะปล่อยให้แขกไปนั่งคนเดียวได้ไง ผมไม่อยากให้คุณดูไม่ดีในสายตาคนอื่นนะ ดูสิเขาคงคิดว่าเราเป็แฟนกันแล้วก็กำลังทะเลาะกันอยู่แน่ ๆ ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิคุณ”
“นี่คุณภาคิน คุณก็เลิกพูดจากวนโมโหฉันก่อนได้ไหมละคะเพราะั้แ่เจอหน้าฉันคุณยังไม่หยุดกวนโมโหฉันเลยนะเนี่ย รู้ตัวรึเปล่า”รวิสาหงุดหงิดเธอเองก็ไม่นึกเหมือนกันว่าภาคินจะเป็คนที่มีนิสัยชอบกวนโมโหคนอื่นขนาดนี้
“โอเคๆ ผมไม่กวนโมโหคุณแล้วละครับว่าแต่อาหารเช้าแบบเดิมของคุณนี่มันมีอะไรบ้างเหรอครับ” ภาคินถามแต่ยังไม่ทันได้ตอบ เด็กเสิร์ฟก็ยกอาหารมาพอดี
“นี่คะคุณสา ข้าวต้มหมูกับไข่ลวก พร้อมซอสกับพริกไทยทานให้อร่อยนะคะ แล้วเดี๋ยวหนูจะเอากาแฟมาเสิร์ฟให้หลังทานข้าวเสร็จ นี่ของคุณคะแหมน่ารักนะคะชอบทานเหมือนกันเลย” เด็กเสิร์ฟพูดจบก็เดินออกไปทันทีรวิสาทำหน้าปั้นยาก ส่วนภาคินนั้นถูกใจเต็มที่เลยยิ้มกว้างอย่างไม่เก็บอาการ
“ยิ้มอะไรคุณ รีบๆ ทานเข้าเถอะเดี๋ยวก็สายหรอกเป็ประธานบริษัทเข้างานสายเป็ตัวอย่างที่ไม่ดีกับลูกน้องนะ” รวิสาเหน็บเข้าให้แต่ภาคินกลับชวนหญิงสาวคุยต่ออย่างอารมณ์ดี
“คุณชอบทานข้าวต้มกับไข่ลวกแบบนี้เหรอครับ แปลกดีนะแทนที่จะใส่ไข่ลงไปในข้าวต้มเลย”
“ทำไมละ ฉันว่าดีออกถ้าอยากจะทานข้าวต้มใส่ไข่ก็แค่เทใส่ลงไปในชามข้าวต้ม แต่ถ้าอยากทานข้าวต้มเพรียวๆแต่อยากกินไข่ลวกด้วยก็ให้เขาแยกมาให้เลยไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“คุณนี่เป็คนที่คิดอะไรแปลกดีนะครับถ้าเป็นักออกแบบละก็ต้องมีไอเดียไม่ซ้ำใครแน่”
“เลิกวิจารณ์ฉันแล้วก็ทานเข้าไปเถอะค่ะเดี๋ยวได้สายจริงๆ แน่” รวิสารู้สึกรำคาญชายหนุ่มข้างกายเลยทำเสียงดุและเร่งให้เขาจัดการอาหารของตัวเองไปซะ จะได้หยุดรบกวนเธอซะที
“โหหคร๊าบบ แค่นี้ต้องดุกันด้วย”พูดจบภาคินก็ตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารเช้าตรงหน้าทันทีโดยทำเป็ไม่เห็นสายตาเขียวปั๊ดที่ส่งมาให้อย่างต่อเนื่องจากหญิงสาว‘มีเื่สนุกๆ ให้ทำแบบนี้ทุกวันก็ดีเหมือนกันแฮะ’ ภาคินคิดในใจพลางเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อยหลังจากนั้นทั้งสองก็ทานอาหารต่อจนเสร็จโดยไม่ได้คุยอะไรกันอีกตลอดมื้อเช้า
“คุณสาคุณคิดว่าตัวเองมีความถนัดหรือสนใจทางด้านไหนเป็พิเศษรึเปล่าครับ”ภาคินถามขึ้นขณะเดินทางไปยังที่ทำงาน
“ฉันสนใจเื่งานออกแบบค่ะ” รวิสาตอบตรงตามที่เธอคิดเพราะเธอชอบงานศิลปะจึงสนใจเื่การออกแบบเครื่องประดับเป็พิเศษอีกอย่างการทำงานในส่วนนี้จะทำให้เธอได้มีโอกาสใกล้ชิดกับภาคินมากยิ่งขึ้นเหมาะที่เธอจะสืบหาข้อมูลล้วงความลับเวลาเขาเผลอได้มากที่สุดเนื่องจากการออกแบบอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของภาคินโดยตรงเขาย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้เธอติดหนึบอยู่กับเขาถึงเธอจะไม่ค่อยพอใจกับความคิดนี้เท่าไหร่ก็เถอะในขณะเดียวกันนี่เป็สิ่งที่ภาคินคิดไว้ั้แ่แรก เพราะเคยได้ยินจากคุณขจรคุณพ่อของรวิสาท่านเล่าให้ฟังว่าเธอเคยไปเรียนด้านศิลปะถึงฝรั่งเศสแม้จะเป็คอร์สสั้นๆ แต่สถาบันที่เธอเข้าเรียนก็การันตีความสามารถได้เป็อย่างดีเพราะที่นั่นคัดคนจากผลงานที่ส่งมาให้พิจารณารวมทั้งยังมีการทดสอบก่อนรับเข้ามาเรียนในสถาบันอีกขั้นหนึ่งด้วยถ้าเห็นว่าใครมีพร์และความสามารถพอจึงจะรับเข้าสอนไม่ว่าจะเป็ระดับชั้นไหนหรือแม้แต่ในคอร์สแบบเรียนระยะสั้นของรวิสาก็ไม่ยกเว้น
“ถ้าอย่างงั้นผมจะให้คุณมาศึกษางานโดยตรงกับผมเลยนะครับผมให้คนจัดโต๊ะทำงานของคุณ ในห้องทำงานของผมแล้วพอไปถึงผมจะแนะนำให้คุณรู้จักกับพนักงานทุกคนก่อนหลังจากนั้นเราจะไปที่โรงงานเจียระไนและคัดวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ทำเครื่องประดับชิ้นแรกกัน”
“หมายความว่ายังไงคะเครื่องประดับชิ้นแรก”
“ผมจะให้คุณทดสอบความสามารถในการออกแบบดูยังไงละครับ”
“นี่คุณไว้ใจฉันขนาดจะให้ออกแบบงานชิ้นแรกจากเพชรราคาแพงของคุณเลยเหรอคะคุณนี่ลงทุนนะเนี่ย”
“ใครว่าผมลงทุนฝ่ายเดียวละครับ คุณก็ด้วยนะเพราะหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทจิวเวอรี่ก็เป็สิทธิ์ของคุณด้วย”
“ฉันเองก็ว่าจะถามคุณตั้งนานแล้วว่าทำไมคุณถึงให้ฉันมาฝึกงานที่บริษัทจิวเวอรี่ของคุณแทนที่จะให้ไปฝึกงานที่เหมืองแร่ ฉันเข้าใจว่าคุณพ่อมีหุ้นแค่ในส่วนของบริษัทเหมืองแร่เท่านั้น”รวิสาแปลกใจเพราะเธอไม่รู้มาก่อนจริงๆว่าพ่อของเธอมีหุ้นในส่วนของบริษัทจิวเวอรี่ของภาคินด้วย
“ไม่น่าแปลกหรอกครับที่คุณจะไม่รู้ผมมีแผนที่จะรวบกิจการเหมืองแร่กับบริษัทจิวเวอรี่เข้าด้วยกันตามคำแนะนำของคุณพ่อคุณหลังจากที่ท่านสำรวจพบแหล่งสายแร่ใหม่และผมเองที่เป็คนตัดสินใจยกหุ้นส่วนหนึ่งของกิจการจิวเวอรี่ให้กับคุณพ่อคุณทั้งที่ท่านพยายามปฏิเสธทุกทางแต่ผมเห็นว่าท่านควรจะได้สิทธิ์นั้นเพราะท่านค้นพบสายแร่ที่มีค่าและสร้างผลประโยชน์ให้กับบริษัทมากมายมหาศาลผมจึงขอให้ท่านยอมรับไว้ในที่สุดโดยเสนอให้ท่านยกหุ้นเหล่านี้ให้กับคุณซึ่งมีหัวทางด้านศิลปะและการออกแบบรวมทั้งการจัดการด้านบริหารหลังจากกลับมาจากอเมริกาเพราะผม้าคนช่วยเหลือที่ไว้ใจได้ ท่านจึงยอมตกลง”
“คนช่วยเหลือที่ไว้ใจได้คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ”
“ผมบอกตามตรงนะครับ ว่าผมไม่เชื่อว่าการเสียชีวิตของคุณลุงขจรและคุณป้าพราวพรรณคุณพ่อคุณแม่ของคุณจะเป็เื่ฆาตกรรมปล้นชิงทรัพย์ธรรมดาเพราะเื่นี้เกิดขึ้นหลังจากคุณลุงสำรวจพบสายแร่ที่มีค่าอย่างเพชรสีน้ำเงินได้ไม่นานและผมตกลงมอบหุ้นส่วนหนึ่งในเครือบริษัทจิวเวอรี่ให้แก่คุณลุง อาจมีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียไม่พอใจเลยทำให้เกิดเื่เลวร้ายขึ้นก็ได้”
“ที่คุณพูดแบบนี้แสดงว่ามีคนที่คุณสงสัยอยู่ในใจแล้วเหรอคะ”รวิสาทั้งตระหนกและแปลกใจกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับรู้นี้ไม่รู้ว่าที่นายภาคินพูดเื่นี้ขึ้นมาเพราะรู้ว่าจุดหมายแท้จริงที่เธอเข้ามาทำงานกับเขาคืออะไรเลยพูดสร้างเื่เพื่อเอาตัวรอดหรือว่าพูดในฐานะที่เธอเป็ลูกสาวของคนที่ต้องมารับเคราะห์เพราะเขาเป็ต้นเหตุกันแน่‘ผู้ชายคนนี้เดาใจยากจริงๆ เราคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น’
“ผมยังไม่แน่ใจหรอกครับเพราะทั้งผู้ถือหุ้นในส่วนของบริษัทจิวเวอรี่และบริษัทเหมืองแร่รวมกันแล้วก็มีอยู่หลายคนอาจจะมีคนระแคะระคายเื่ที่ผมจะควบรวมกิจการและมอบหุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทให้กับคุณลุงแล้วเกิดไม่พอใจขึ้นมาก็ได้”
“แล้วทำไมอยู่ดีๆ คุณถึงมาเล่าเื่นี้ให้ฉันฟังละคะ”
“ผม้าให้คุณระวังตัว เพราะคนที่ทำร้ายครอบครัวคุณและรู้ว่าคุณเป็ใครอาจจะมีแผนการอะไรร้ายๆ กับคุณด้วยก็ได้เพราะคุณเป็ทายาทผู้สืบทอดทุกอย่างต่อจากคุณขจร”
“รู้อย่างนี้แล้วนายยังจะให้ฉันเข้าทำงานที่เดียวกับนายอีกเนี่ยนะ”รวิสาแอบเคืองที่ภาคินรู้ทั้งรู้ว่าอาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับเธอเขาก็ยังดึงดันลากเธอเข้ามาเกี่ยวจนได้
“รวิสา ผมขอถามคุณตามตรงนะคุณไม่เคยสงสัยเื่การตายของคนในครอบครัวคุณบ้างเลยเหรอตลอดเวลาคุณไม่เคยตามสืบเื่พวกนี้เลยใช่ไหม” ภาคินถามสีหน้าจริงจัง
“นี่นาย อย่าบอกนะว่านายรู้เื่ที่ฉันคอยสืบหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของพ่อแม่ฉัน”รวิสาเริ่มแน่ใจ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนโง่เลยบางทีเขาอาจจะรู้เื่ของเธอมาโดยตลอดก็ได้ซึ่งมันยิ่งทำให้เธอคิดว่าเขาเองนั่นแหละที่น่าสงสัยที่สุดเหมือนเขาคอยติดตามเื่ทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวเธอรวมถึงเื่ของเธอมาโดยตลอด
“ผมก็แค่คิด ถ้าผมเป็คุณ ผมก็จะทำแบบคุณเหมือนกัน”
“ผู้หญิงตัวคนเดียวแบบฉันจะไปสืบอะไรได้ถึงแม้ฉันเองจะสงสัยว่าเื่ที่เกิดขึ้นมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แต่ฉันก็ไม่มีหลักฐาน ไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่างที่จะสาวไปถึงต้นตอของสิ่งที่เกิดขึ้นได้”
“นี่ก็เป็โอกาสของคุณแล้วไงละ ผมจะช่วยคุณเองคุณต้องระวังตัวและคอยอยู่ข้างๆ ผมเอาไว้ เข้าใจไหมครับ”
“สรุปที่คุณชวนฉันมาทำงานด้วยนี่เพราะ้าใช้ฉันเป็เหยื่อล่อใช่ไหมเนี่ยคุณนี่มันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”
“ร้ายกาจอะไรคุณ คุณ้าสืบหาความจริงส่วนผมก็้าหางูเห่าที่ปล่อยเอาไว้โดยไม่รู้ว่ามันจะลอบกัดเราเมื่อไหร่ยิ่งเราหาตัวมันเจอเร็วเท่าไหร่คุณก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น”
“คุณเองก็จะได้กำจัดคนที่คิดไม่ซื่อกับบริษัทด้วยสินะแต่งานนี้ดูเหมือนว่าฉันจะเสี่ยงอยู่คนเดียวนะ” รวิสาพูดออกไปโดยไม่รู้เลยว่าไม่ใช่แค่ครอบครัวของเธอที่ต้องรับเคราะห์ภาคินเองก็ถูกลอบทำร้ายหลายครั้งหลายคราแล้วเหมือนกันแต่นับว่าโชคยังดีที่เขารอดมาได้ ตอนนี้คนที่อยู่รอบตัวเขาส่วนหนึ่งก็เป็บอร์ดี้การ์ดที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อป้องกันการลอบทำร้าย คนพวกนี้แฝงอยู่ในภาพลักษณ์ของพนักงานธรรมดาบุคคลทั่วไปหรือแม้แต่พนักงานขับรถ กระทั่งที่บ้านเขาเองก็เช่นกันเพราะเหตุนี้เขาจึงรอดพ้นจากการถูกลอบทำร้ายมาได้ทุกครั้งแต่รวิสานี่สิไม่ช้าก็เร็วคนที่อยู่เื้ัเื่ทุกอย่างคงสืบรู้เื่ของเธอและอาจจะทำอะไรไปโดยที่เขาไม่ทันได้ป้องกันก็ได้เขาเคยรับปากกับคุณขจรไว้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่าเขาจะคอยปกป้องรวิสาเองถึงเวลานี้เขาจะต้องทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุดหน้าที่อีกอย่างนึงคือต้องตามจับคนที่อยู่เื้ัเื่เลวร้ายทั้งหมดนี่ให้ได้ก่อนคุณขจรจะเสียชีวิตเหมือนท่าน้าจะบอกอะไรบางอย่างกับเขาดูเหมือนท่านจะรู้ว่าใครเป็คนบงการเื่ทั้งหมดแต่ยังไม่ทันที่ท่านจะได้พูดอะไรท่านก็สิ้นลมไปซะก่อน
“เื่นั้นคุณไม่ต้องห่วง แค่คุณยอมทำตามที่ผมบอกก็พอผมเตรียมวิธีป้องกันไว้ทุกอย่างแล้ว”
“นอกจากเื่ที่ฉันต้องมาฝึกงานที่นี่และต้องทำงานกับคุณแล้วยังจะมีเื่อะไรให้ต้องทำอีก”
“คุณต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านผม”ภาคินกล่าวเพียงประโยคสั้นๆ แต่ทำให้หญิงสาวข้างกายถึงกับนิ่งอึ้งไปเลยพอตั้งสติได้เธอจึงเอ่ยคำถามออกมา
“ทำไมฉันต้องเข้าไปอยู่ในบ้านนายด้วยละ”
“เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองเพราะฉะนั้นคุณต้องย้ายไปอยู่กับผมโดยเร็วที่สุด”
“ฉันไม่เห็นว่ามีความจำเป็อะไรเลยนี่ ในเมื่อฉันเองก็อยู่ของฉันแบบนี้มาได้ตั้งนานแล้ว”
“นั่นมันก่อนหน้าที่ผมจะเปิดตัวคุณในฐานะหุ้นส่วนผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมดต่อจากคุณลุงขจร”คำพูดทุกคำของภาคินทำให้รวิสาเถียงอะไรไม่ได้อีก
“ผมจัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วคุณต้องย้ายเข้ามาที่บ้านผมภายในอาทิตย์นี้”
“จะบ้าหรือคุณ ย้ายที่อยู่ไม่ใช่เื่เล็กๆนะนี่มันเร็วเกินไปแล้ว” รวิสาใดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะมีเื่ให้เธอแปลกใจเสมอ ‘หวังว่าคงจะไม่มีอะไรแปลกๆให้ประหลาดใจอีกนะ’
“คุณแค่จัดกระเป๋าใบเดียวก็เข้ามาอยู่ได้แล้วผมเตรียมทุกอย่างไว้ให้คุณหมดแล้ว”
“นี่เดี๋ยวก่อนสิ แล้วคุณว่ามันไม่แปลกเหรอที่อยู่ดีๆคุณก็ให้ฉันเข้าไปอยู่ในบ้านของคุณนะ”
“อ้อ นี่ก็เป็อีกเื่หนึ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณพอดีคุณจะถูกแนะนำกับทุกคนในฐานะคู่หมั้นและเลขาส่วนตัวของผมแค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”
“นี่นายจะบ้ารึเปล่าเนี่ยทำไมฉันต้องยอมเป็คู่หมั้นนายด้วยละ”
“คุณก็ลองคิดดูดีๆแล้วกันว่าสิ่งที่ผมขอให้คุณทำมันเป็เื่สมเหตุสมผลรึเปล่า”ภาคินบอกให้หญิงสาวได้ตรึกตรองดู จริงๆเขาวางแผนการทุกอย่างไว้ั้แ่ที่รู้แล้วว่ารวิสาคือใครเขาจะต้องปกป้องเธอและจับคนร้ายที่อยู่เื้ัเื่ทั้งหมดให้ได้
รวิสาคิดตรึกตรองดูตามที่ชายหนุ่มบอกทุกอย่างก็เห็นเหตุผลที่เหมาะสมตามที่ภาคินว่า แต่เธอก็อดแย้งในใจไม่ได้ถ้าเกิดเื่ที่ภาคินพูด เป็การสร้างเื่โยนความผิดให้พ้นตัวแล้วเปิดโอกาสให้เขาทำร้ายเธอได้ง่ายขึ้นละแต่เธอก็ไม่เห็นทางไหนที่จะดีไปกว่านี้แล้วอีกอย่างมันก็เป็การเปิดโอกาสให้เธอได้สืบหาข้อมูลจากภาคินได้ง่ายและเข้าถึงมากขึ้นกว่าเดิมด้วย‘เอาวะไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือได้ยังไงกันละ’คิดได้แบบนั้นรวิสาก็ทำท่าปลงตก ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมไปตามระเบียบแต่ก็อดถามออกไปไม่ได้
“แล้วฉันต้องอยู่บ้านนายไปอีกนานเท่าไหร่กัน”
“คำตอบง่ายมากครับก็จนกว่าเราจะจับตัวคนร้ายตัวจริงได้”
“นี่นายคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอถ้าเป็แบบนั้นจริงพวกตำรวจคงจะสืบรู้ความจริงและหาตัวคนร้ายได้นานแล้วละไม่ต้องให้เื่กลับกลายมาเป็แบบนี้หรอก”
“เอาเถอะครับเอาเป็ว่าเราจะกลับมาพูดเื่นี้กันอีกครั้ง ถ้าไม่มีอะไรคืบหน้าหรือจนกว่าคุณและผมจะคิดหาวิธีที่ดีกว่านี้ได้ ตกลงไหมครับ”
“ก็ได้ ดูเหมือนว่าฉันไม่มีทางเลือกอะไรเลยนี่”รวิสาตอบรับพร้อมกับทำหน้าเซ็งกับชะตาชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปกะทันหันเธอต้องย้ายเข้าไปอยู่บ้านผู้ชายที่แทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้จักตัวตนจริงๆ ของเขาเลยแถมยังต้องเป็คู่หมั้นกำมะลอของเขาอีก
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับผมรับรองว่าคุณจะได้รับการดูแลเป็อย่างดีจากผมและคนของผม ตกลงไหมครับ”
“เชอะคุณก็พูดได้สิ ถ้าฉันเป็อะไรขึ้นมาจริงๆมันก็ไม่ใช่เื่ของคุณอยู่แล้วละ”
“อย่าพูดแบบนี้นะครับคุณสาผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้ดีที่สุดถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม คุณลุงขจรท่านมีบุญคุณกับผมมากกับคุณป้าพราวพรรณผมก็นับถือท่านเหมือนญาติผู้ใหญ่ของผมคนหนึ่งผมไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับคุณแน่นอน”ภาคินที่ท่าทางเคร่งขรึมหันมาพูดกับรวิสาอย่างหนักแน่นมั่นคงทำให้รวิสารู้สึกอุ่นใจและวางใจในตัวชายหนุ่มขึ้นมานิดหนึ่ง ‘นิดหนึ่งจริงๆ นะ’
“เอาเถอะค่ะ ฉันจะลองเชื่อคุณดูสักครั้ง ไหนๆเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่” รวิสาพูดเพื่อให้ภาคินวางใจแต่ในใจเธอก็มีแผนที่วางเอาไว้แล้วเช่นกัน