ตอนที่ 6 ใช้กำลังแก้ปัญหา
วันถัดมา โจวซ่านซ่านสะพายกระเป๋านั่งซ้อนท้ายจักรยานของโจวเทารุ่ยไปโรงเรียน
ถึงแม้ว่าเธอจะอายุมากกว่าโจวเทารุ่ยหนึ่งปีแต่ทั้งสองคนก็เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกัน เธออยู่ห้อง 1 ส่วนโจวเทารุ่ยอยู่ห้อง 2 คนที่ไม่รู้จักพวกเธอก็ยังคิดว่าพวกเธอเป็คู่รักกัน
เมืองหลันเป็เมืองชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของประเทศ ตั้งอยู่บนที่ราบทางเหนือของแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่ทางตะวันออกติดกับทะเลป๋อไห่ ทางเหนือติดกับูเาเยี่ยนซาน มีแม่น้ำหย่งติ้งไหลผ่านเมืองทั้งสี่ฤดูแตกต่างกันไป อากาศแห้งเล็กน้อย
จนถึงฤดูใบไม้ผลิ ลมพัดอ่อนๆ เย็นสบายสายลมของฤดูใบไม้ผลิพัดพากลิ่นดอกไม้อ่อนๆร้านเสริมสวยและร้านค้าในเมืองต่างพากันเปิดเพลง Green Apple Paradise ของวงเสือน้อย
โจวเทารุ่ยถีบจักรยานไปด้วยร้องเพลงไปด้วย
“อย่าเดินกลับมาตอนคืนวันหยุดรีบไปให้ถึงสวนสนุกแอปเปิล ยินดีต้อนรับเด็กทุกคน... นี่คือเวทีของเราแสดงเสน่ห์ของตัวเองออกมา ปล่อยให้เหงื่อไหลออกมาให้มากที่สุด...”
โจวซ่านซ่านนั่งอยู่ข้างหลัง สองมือจับเสื้อของโจวเทารุ่ยเอาไว้เธอมองทิวทัศน์ที่ห่างหายไปจากความทรงจำอย่างไม่รู้จักพอ ผ่านไปสิบปีถนนเส้นนี้ก็ถูกรื้อเปลี่ยนแปลงไปหมดกลายเป็ถนนสายการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลัน
“เฮ้ โจวซ่านซ่านพี่ชอบนักร้องคนไหนที่สุดในวงเสือน้อยหรือ พวกผู้หญิงชอบเสือหล่อที่สุดใช่ไหมหรือว่าชอบเสือเด็กดี” โจวเทารุ่ยถามอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก
โจวซ่านซ่านหัวเราะแล้วไม่พูดอะไร หลายปีมานี้ ละครเื่องค์หญิงกำมะลอ กำลังเป็ที่นิยมในประเทศ องค์ชายห้ากับเอ๋อไท่สองตัวละครนี้ไม่ใช่สองคนนี้เล่นหรอกหรือ
“แต่ฉันชอบเสือสายฟ้าทั้งหล่อทั้งเท่ คิดเหมือนกันไหม” จักรยานเลี้ยวไปตามโค้งถนนมันเป็ทางขึ้นเขา โจวเทารุ่ยขี่จักรยานไปพูดไปไม่หยุด
สองพี่น้องพูดคุยไปหัวเราะไปตลอดทาง รู้ตัวอีกทีก็มาถึงโรงเรียนแล้วโจวเทารุ่ยนำจักรยานไปจอดไว้ในโรงเก็บรถคว้ากระเป๋าของโจวซ่านซ่านไปสะพายเอาไว้เอง
“รีบเร็วเข้า่นี้ยัยแม่มดชอบมาจับคนมาสาย!”
โจวเทารุ่ยวิ่งไปก็ดึงแขนเสื้อโจวซ่านซ่านไปด้วย ยัยแม่มดก็คือหม่าจุนเกอครูสอนภาษาอังกฤษของพวกเขา และเป็ครูประจำชั้นของโจวซ่านซ่าน
ขณะที่ทั้งสองคนเดินผ่านสนามเด็กเล่น และกำลังจะขึ้นตึกเรียนทางด้านหลังก็มีเสียงไม่รื่นหูดังขึ้น
“โจวเทารุ่ยนายพาภรรยามาเรียนด้วยหรือ”
คนที่พูดคือโจวเจี้ยนเฟิงเด็กเกเรเลื่องชื่อของชั้นปีที่สองและยังเป็ลูกของน้องชายคนรองของโจวหรูไห่ โจวเจี้ยนเฟิงคนนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ลงรอยกับโจวเทารุ่ย
สีหน้าของโจวเทารุ่ยแปรเปลี่ยนไปทันที
เขาหยุดฝีเท้า หันไปมองโจวเจี้ยนเฟิงที่แสยะยิ้มอยู่แล้วกัดฟันพูด“นายลองพูดประโยคเมื่อกี้อีกทีสิ”
โจวซ่านซ่านดึงโจวเทารุ่ยเอาไว้แล้วพูดอย่างใจเย็นว่า“รุ่ยรุ่ย นายจะเอาอะไรกับคนประเภทนี้ เขาอยากพูดอะไรก็ปล่อยเขาไปเรารีบขึ้นห้องเรียนเถอะ เดี๋ยวคุณครูจะเช็กชื่อแล้ว!”
‘โฮะๆๆ’ โจวเจี้ยนเฟิงส่งเสียงแปลกๆ แล้วหันกลับไปพูดกับลูกน้องสองสามคน “นายดูฉันสิฉันนี่ไม่มีบุญเอาเสียเลยพ่อฉันไม่ได้เก็บพี่สาวมาเลี้ยง ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่ต้องลำบากหาใครมาเป็เมียแล้ว”
ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างสงสัยว่า “ลูกพี่ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ลูกพี่ว่า... พวกเขาจะนอนด้วยกันหรือยังเห็นทีลูกออกมาคงน่ารักไม่หยอก ผมคิดว่า...”
ลูกน้องคนนี้เอ่ยยังไม่ทันจบ ก็เห็นโจวเทารุ่ยที่โกรธราวกับสิงโตพุ่งเข้าซัดหมัดเข้าหน้าเด็กหยาบคายเต็มๆและต่อด้วยต่อยซ้ายทีขวาทีอีกหลายหมัด
โจวเจี้ยนเฟิงเห็นลูกน้องโดนชก แต่เขาก็ไม่คิดจะหยุดเพียงแค่นี้เขาออกคำสั่งกับลูกน้องที่อยู่ด้านหลังให้รุดไปข้างหน้า พากันรุมล้อมโจวเทารุ่ยเอาไว้
โจวซ่านซ่านเห็นเหตุการณ์นั้น ใจก็กระวนกระวายและโกรธที่น้องชายของตัวเองโดนรุมเธอจะมีใจไปบอกคุณครูได้ยังไง เธอรีบวิ่งตรงไปที่สนามเด็กเล่นและหยิบอิฐขึ้นมาก้อนหนึ่ง
แม้ว่าโจวเทารุ่ยจะเป็นักกีฬา แต่ห้ารุมหนึ่งก็เป็เื่ยากอยู่ดีเขาซัดหมัดไปที่คนตรงข้าม ยังไม่ทันได้พักหายใจ โจวเจี้ยนเฟิงก็พุ่งเข้ามาถึงตัวแล้วและในมือเขายังมีมีดเล่มยาว 20 เิเอีกด้วย
“โจวเทารุ่ยแกมัน X กันทั้งบ้าน กล้ามาหือกับฉัน วันนี้ฉันจะทำให้แกไม่ตายดี!”โจวเจี้ยนเฟิงกวัดแกว่งมีดในมือ สีหน้าเปลี่ยนเป็เคียดแค้นดุร้าย
ขณะนั้นเอง โจวซ่านซ่านถือก้อนอิฐวิ่งมาพอดี เมื่อเธอเห็นว่าในมือของโจวเจี้ยนเฟิงมีมีดอยู่เธอก็ไม่สนอะไรแล้ว เหวี่ยงก้อนอิฐใส่หัวโจวเจี้ยนเฟิงเต็มแรง
โจวเทารุ่ยใช้จังหวะนี้โจมตีเข้าไปแย่งมีดในมือของโจวเจี้ยนเฟิงมา และใช้เท้าเตะโจวเจี้ยนเฟิงกระเด็นออกไป
คุณครูได้ยินข่าวก็รีบเข้ามาในเหตุการณ์ทั้งยังเห็นนักเรียนมุงกันอย่างสนุกสนานครึกครื้น ยืนกันเป็กลุ่มอยู่ข้างสนามเด็กเล่น
โจวซ่านซ่านยังคงถือก้อนอิฐก้อนนั้นอยู่ในมือสีหน้าของเธอซีดเล็กน้อย แต่ยังคงยืนนิ่งมองดูโจวเจี้ยนเฟิงที่ถูกก้อนอิฐของเธอฟาดไป
“เกิดอะไรขึ้นหยุดเดี๋ยวนี้นะ กล้ามีเื่กันในโรงเรียน เป็บ้ากันหมดแล้วหรือไง” คุณครูใหญ่ตัวอ้วนท้วมแทรกตัวออกมาจากฝูงชนพร้อมกับชี้นิ้วและคำรามใส่นักเรียนบริเวณนั้น
โจวเทารุ่ยยกมือเช็ดเืที่จมูกเก็บกระเป๋าบนพื้นขึ้นมาแล้วเดินไปหาโจวซ่านซ่าน หยิบก้อนอิฐเปื้อนเืในมือของโจวซ่านซ่านมาถือไว้เอง
“โจวเจี้ยนเฟิงนี่มันอะไรกัน อาทิตย์ก่อนยังมีเื่ไม่พอหรือไง ผ่านไปไม่กี่วันก็มีเื่อีกแล้ว”คุณครูใหญ่ไม่เห็นาแบริเวณหลังศีรษะของโจวเจี้ยนเฟิง เขาเอาแต่บ่นด้วยความโมโห
โจวเจี้ยนเฟิงกุมาแบริเวณหลังศีรษะแล้วยืนขึ้นพอขยับตัว เืก็ไหลลงมาซึมเสื้อของเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งยังหยดลงบนพื้นด้วย
สีหน้าของคุณครูใหญ่เปลี่ยนไปทันที
“ครูใหญ่ ครั้งนี้ผมไม่ได้เป็ฝ่ายหาเื่ผมถูกโจวซ่านซ่านกับโจวเทารุ่ยรุมทำร้าย...” ร่างกายของโจวเจี้ยนเฟิงสั่นเทิ้ม เขาพาร่างตนไปพิงกับอุปกรณ์กีฬาก่อนจะพูดเสียงสั่น
ในที่สุดคุณครูใหญ่ก็เห็นาแบนหลังศีรษะของโจวเจี้ยนเฟิงเขาหันไปมองโจวซ่านซ่านเต็มสองตา แล้วมองไปเห็นก้อนอิฐที่เต็มไปด้วยเืก้อนนั้น
“ยืนอึ้งกันอยู่ทำไมรีบพาคนเจ็บไปโรงพยาบาลสิ!”
ไม่นานคุณครูใหญ่ก็หันกลับมาและะโเสียงดังสั่งให้ครูสองสามคนช่วยกันพยุงโจวเจี้ยนเฟิงแล้วพาไปส่งโรงพยาบาลใกล้โรงเรียน
หม่าจุนเกอคุณครูประจำชั้นที่ผู้มาช้าไปก้าวหนึ่งเห็นแล้วก็ตะลึงหางตาเหลือบไปเห็นโจวซ่านซ่าน ก่อนจะพูดขึ้น “โจวซ่านซ่าน คราวนี้เธอโด่งดังในโรงเรียนของเราแล้ว!”
โจวหรูไห่กับเหยียนฮุ่ยถูกเรียกมาพบที่โรงเรียน
ตอนเห็นเสื้อผ้าของโจวซ่านซ่านเปื้อนเืสีหน้าของเหยียนฮุ่ยก็เปลี่ยนไป โผเข้าไปจับมือโจวซ่านซ่านเอาไว้แล้วพูดอย่างตื่นตระหนก“ซ่านซ่าน เจ็บตรงไหนลูก ขอแม่ดูหน่อยสิ เจ็บไหม ทำไมเืออกเยอะขนาดนี้”
โจวเทารุ่ยที่อยู่ข้างๆ เห็นก็พูดขึ้นมาบ้าง “แม่ แม่ช่วยดูลูกชายตัวเองบ้างได้ไหม แม่ไม่เห็นหรือว่าที่หน้าผมก็มีเืออก”
เหยียนฮุ่ยทำเป็ไม่ได้ยิน ยังคงห่วงโจวซ่านซ่าน พูดอย่างกังวลใจขึ้น“ลูกรัก ลูกเจ็บตรงไหน พวกเรายังมัวทำอะไรอยู่ที่โรงเรียนอีก รีบไปโรงพยาบาลเถอะ!”
โจวซ่านซ่านพูดเสียงเบา “แม่ หนูไม่ได้าเ็อะไร หนูสบายดี!”
เหยียนฮุ่ยไม่เชื่อ “ซ่านซ่าน อย่ามาโกหกแม่นะ ถ้าลูกไม่าเ็แล้วทำไมเืเปรอะเต็มตัวขนาดนี้”
ในที่สุดโจวเทารุ่ยที่ถูกเมินก็ทนไม่ไหวเดินไปอยู่ข้างตัวเหยียนฮุ่ย ยื่นหน้าเข้าไปหาเอง “อะ แม่ แม่มาดูผมมั่งได้หรือยัง”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a