39-ไปดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย
“ว๊ายยย ท่านรองมาแผนกการตลาดค่ะทุกคน เดินมาแล้วๆ”
“เฮ้ย มายังไง ท่านรองถึงกับมาเองเลย?”
“ย่ะ เลิกสงสัย แล้วทำหน้าที่ของตัวเองไปค่ะทุกคน” จอยทำการจัดแจงระเบียบแผนก ก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะก้าวเข้ามาอย่างเฉียดฉิว พนักงานทั้งหลายตั้งใจทำงานอย่างขันแข็ง เป็นบรรยากาศจริงจังที่น้อยครั้งจะเกิดขึ้น
“ผมต้องการคุยกับคนดูแลแผนงานโครงการใหม่ที่เพิ่งเสนอกับบอร์ดบริหารเมื่อสัปดาห์ก่อน” รังสรรค์วางมาดเดินหน้าตึงมาถึงแผนกการตลาดก็พูดความต้องการสีหน้าเครียด ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องแผนการตลาดขึ้นแล้ว
“ฉันรับผิดชอบโปรเจคนี้อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่างานมีปัญหาส่วนไหนคะ” เสียงหวานตอบรองประธาน ร่างเล็กก้าวขึ้นเผชิญหน้ากับบุคคลที่ไม่อยากพบเจอ แต่ตราบใดที่ยังทำงานภายใต้ร่มไม้เกียรติไพศาล เธอย่อมต้องเจอเขาอยู่ดี อย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้
“โอเค คุณลลิตา ตามผมเข้าไปคุยในห้องประชุม”
รังสรรค์ไม่รีรอตามคนรับผิดชอบเข้าไปคุยกันในห้องประชุมของแผนกทันที ลลิตาจำต้องเดินนำคนในทีม ทั้งสงสัยว่าปัญหามันเกิดจากตรงไหนกัน
“เข้าไม่ได้ครับ”
“เรื่องนี้เป็นการพูดคุยของท่านรองกับหัวหน้าที่รับผิดชอบโปรเจกต์อย่างคุณลลิตาครับ” คนอื่นๆ ถูกบอดี้การ์ดกันไว้ไม่ให้เข้าห้องประชุม ลูกทีมลลิตาก็หน้าซีดเริ่มหวั่นกลัวขึ้นมาแล้ว
“เราว่า งานก็เรียบร้อยดีนะ พี่ลิ้นจี่เช็คหลายรอบมาก จะไม่เป็นไรใช่มั้ยพายุ”
“ไม่รู้สิ แต่ไม่ว่าจะยังไง เราก็ทำเต็มที่แล้ว อย่าคิดมาก”
พายุให้กำลังใจนัดที่ร่วมงานกัน ลักษณ์ยืนอยู่ไม่ไกล เขาสบตากับบอดี้การ์ดของพี่ชายทั้งสองคน เพียงกระตุกยิ้มไม่พูดอะไร ในใจคิดไปว่าชั้นเชิงของรังสรรค์นั้นอ่อนหัดเกินไปแล้ว ทึ่มทื่อไม่สมกับตำแหน่งรองประธานเอาเสียเลย เขาส่ายหน้าอย่างระอา หูก็กระดิกไม่หยุดเมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อนร่วมงานถึงพี่ชายตัวเอง
“แกว่ารอบนี้ลิ้นจี่มันจะรับมือได้มั้ยวะ”
“ต้องได้ดิวะ คนมันเคยทำงานใกล้ชิด เรื่องแค่นี้เอาตัวรอดได้อยู่ละ”
“พูดอะไรกันเว่อร์มาก เห็นท่านรองเป็นมะ เอ้ย เสือรึไง คงไม่กินหัวลูกน้องที่ทำงานไม่ถูกใจหรอก...มั้ง”
ในห้องประชุมเล็กของแผนกที่ครั้งหนึ่งเขามานั่งคุยงาน ตอนนั้นลลิตายังเป็นพนักงานใหม่ที่เพียงนั่งรับฟัง หัวใจเต้นโครมครามเพียงได้ใกล้ชิดคนที่เป็นเหมือนไอดอล เพียงแต่ตอนนี้ความรู้สึกมันต่างออกไปจากอดีต
“ท่านรองประธานมีเรื่องงานจะแจ้งให้ปรับปรุงแก้ไขส่วนไหนคะ”
คนหน้าหวานเริ่มนั่งไม่ติด ตั้งแต่เข้ามาเขาก็นั่งกอดอก จ้องหน้ากันเงียบๆ เรื่องงานอะไรรังสรรค์ไม่พูดถึง ใครจะรู้ว่าคนร่างสูงนั่งรวบรวมความกล้าที่จะพูดบางอย่าง ปล่อยอีกคนจดจ่อรอฟังปัญหาของงานต่อไป แล้วจู่ๆ ก็ได้ยินคำพูดของเจ้านายที่เฝ้ารอ
“ผมหย่ากับเป้แล้ว ตอนนี้ผมโสด”
คราวนี้คิ้วสวยย่นเข้าหากัน งุนงงที่หัวข้อสนทนาไม่ตรงกับที่ตั้งใจรับฟัง ไม่รอให้อีกฝ่ายจะพูดอะไร รองประธานหนุ่มก็พูดย้ำเสียงยียวนคล้ายตั้งใจหยอกล้อหญิงสาว ขัดกับแววตาจริงจัง
“อาจจะไม่สด ไม่ใช่เพราะอดีตภรรยาของผมนะ แต่มันเพราะคุณ แค่คุณคนเดียว”
คราวนี้ลลิตานิ่งอึ้ง ตัวแข็งค้างไปแล้ว รังสรรค์ต้องการอะไรกันแน่ ถึงตั้งใจมาเพื่อพูดแบบนี้กับเธอ
จนถึงตอนนี้ที่ลลิตาได้มานั่งอยู่ในร้านอาหารกึ่งบาร์บนรูฟท็อปของอาคารสูงแห่งหนึ่ง บรรยากาศสวยงามมองเห็นวิวเมืองและแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน รังสรรค์เป็นนักธุรกิจแถวหน้า การเลือกสรรสถานที่ย้อมใจที่หรูหราไม่ใช่เรื่องยาก
“คุณตามสบายนะ อยากกินอะไรสั่งได้เลย ผมหิ้วคุณมา ก็ต้องเป็นเจ้ามืออยู่แล้ว”
“ขอบคุณค่ะ ที่นี่ไม่ค่อยมีคนเหรอคะ”
“วันทำงานด้วยมั้ง คนเลยมีประปราย” รังสรรค์ตอบแบบขอไปที ลลิตาคาดเดาว่าชายหนุ่มคงต้องการบรรยากาศสงบ เป็นส่วนตัว มีเพลงคลอเบาๆ และลมธรรมชาติพัดผ่าน
“เป็นอะไร คุณไม่เลือกอาหารล่ะ”
“ลิ้นจี่มาเป็นเพื่อนคุณ เชิญคุณดีกว่าค่ะ เพิ่งทานไปช่วงบ่าย ตอนนี้ยังไม่หิวค่ะ”
“คุณเลือกเถอะ เห็นผมไม่มีเงินจ่ายรึไง” หญิงสาวเห็นเมนูแพงหูฉี่ก็แทบจะวางลงทันที ชายหนุ่มเข้าใจการกระทำเธอจึงพูดยั่วยุให้คนตรงหน้าหยิบเมนูขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ ฝ่ายหญิงสาวเข้าใจว่าที่เขาบอกโสดคงเพราะอกหักมาสดๆ ร้อนๆ จึงต้องการคนมาดื่มเป็นเพื่อนอย่างที่เอ่ยอ้าง ก่อนที่เขาจะลากตัวเธอออกมาจากบริษัทด้วยกันหลังเลิกงานทันที อย่างไม่เปิดช่องให้เธอปฏิเสธได้ แล้วเขาก็ขับรถพาเธอมาที่นี่ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงท่ามกลางรถติดของชั่วโมงเร่งด่วนในเมืองหลวง
“ตอนแรกก็คนไม่เยอะนะคะ แต่ตอนนี้มีนั่งกันหลายโต๊ะเลย สงสัยเราคงมาเร็วไปหน่อย หรือน่าจะผิดพลาดที่การเลือกร้าน”
“เอ่อ คงจะอย่างนั้น”
รังสรรค์พึมพำเสียงเบา เสมองไปยังวิวเมืองยามค่ำคืน ไม่กล้าสบตาคนช่างสงสัยตรงหน้า เมื่ออยู่กันสองต่อสองทั้งที่บรรยากาศส่งให้สารภาพคำรัก ยิ่งนั่งนานไปผู้คนรอบข้างยิ่งมาเป็นคู่รัก นั่นทำให้ชายหญิงทั้งสองกระอักกระอ่วนแปลกๆ รังสรรค์ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน หึ! เจ้าลักษณ์! หมอนั่นเล่นงานเขาเข้าแล้ว ร้านดีๆ บ้าบออะไร ตอนนี้ลลิตาทำหน้าเลิ่กลั่ก วางมือวางไม้ไม่ถูกแล้ว
“ลิ้นจี่ขอตัวเขาห้องน้ำนะคะคุณรังสรรค์”
“อืม คุณไปเถอะ”
ชายหนุ่มก้มหน้าทำทีสนใจอาหารมากกว่าคนที่ลุกออกไป รู้สึกหายใจโล่งขึ้น หลังจากอาหารมาเสิร์ฟนั้นก็ถูกทานจนพร่องลง มีไวน์รสเลิศเสริมให้อาหารรสชาติเยี่ยม พอลดทอนความอึดอัดของพวกเขาลงได้ เมื่ออยู่ตามลำพังหนุ่มสาวก็สงบสติอารมณ์ได้มากขึ้น แปลกที่ท่าทางของรังสรรค์ไม่เหมือนคนทุกข์ระทมจากความรักที่ไม่สมหวัง ชายหนุ่มก็สังเกตว่าลลิตาไม่ได้เศร้าหมองที่ถูกแฟนหนุ่มไม่กี่วันของเธอบอกเลิกไป ต่างฝ่ายต่างเก็บรายละเอียดของกัน เกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้นอย่างเงียบๆ แล้วทั้งคู่ก็จมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง
__________
เลิกแล้ว ก็ออกเดทต่อได้แหละเนอะ ไม่ได้แอบซ่อนปิดบังอะไรเลย อิพ่อชักจะขี้เหงาแปลกๆ นะคะ ลูกสาวก็คงห่วงเค้าแหละ กลัวเจ้านายมาดิ่งตึก ต้องคอยสอดส่องไว้ อิอิ