หลังจากที่อิกนัสและเจ้าเบลซ กลับถึงที่เต็นท์เขาก็ลงมือก่อกองไฟสำหรับเป็นมื้ออาหารเย็นของเขากับเจ้าเบลซ เขานำเนื้อวัวลายเสือออกมาสามกิโลกรัม จากนั้นนำมาแบ่งแล้วเสียบไม้สำหรับย่างส่วนของเขาและเจ้าเบลซใน
ในเนื้อสัตว์อสูรนั้นมีพลังชีวิตอันแน่นอยู่บ้างถึงจะไม่เท่ากับผลึกอสูรก็ตาม เมื่อกินเนื้อสัตว์อสูรลงไปก็สามารถเพิ่มระดับชีวิตขึ้นมาได้ หากสัตว์อสูรกินเข้าไปในปริมาณที่มากพอก็จะสามารถเลื่อนระดับได้เช่นเดียวกับมนุษย์
กลิ่นหอมโชยออกมาจากเนื้อวัวลายเสือย่าง ส่งผลให้ทั้งคนและสุนัขน้ำลายสอกันเลยที่เดียว ทั้งสองลงมือกินกันอย่างมูมมาม ทั้งที่ไม่ได้ปรุงรสในเนื้อย่างเลยแม้แต่น้อย เนื้อย่างนั้นกับนุ่มละมุนลิ้นย่างคลาดไม่ถึงกันเลย เมื่อเนื้อสัมผัสกับลิ้นก็ละลายลงในปากเป็นรสชาติที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจ อิกนัสรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของเขาพื้นฟูขึ้นมาบ้าง
หลังจากนั้นเขาก็ตรวจดูผลึกอสูรกับการ์ดที่เขาได้รับมา ซึ่งเขาก็ได้รับผลึกอสูรระดับเหล็กมา 11 ก้อนรวมกับผลึกอสูรระดับทองแดงเป็น 12 ก้อน ส่วนการ์ดที่เขาได้รับมานั้นมีทั้งหมด 11 ใบ เป็นการ์ดรูปวัวที่มีลายพาดกลอนตัวใหญ่ ตัวการ์ดเป็นสีขาวขอบดำ บนการ์ดมีดาวคริสตัลสีขาวอยู่สองดวง
“การ์ดอสูร : วัวลายเสือ”“ความหายาก : ปกติ”“ประเภทอสูร : วัว”“ระดับการต่อสู้ : เหล็ก 2 ดาว(เหล็ก 2ดาว)”“ทักษะ1 : กายเเกร่ง(ระดับพื้นฐาน)”“ทักษะ2 : พุ่งชน”“สถานะ : สามารถอัญเชิญได้”“หมายเหตุ : สิ่งนี้มันไร้ประโยชน์”
เมื่อเขาเห็นลายละเอียดของการ์ดเขาไม่ได้รู้สึกอะไร จึงนำการ์ดทั้งสิบใบผสมกันเพื่อให้ได้สิทธ์ในการสุ่มทักษะอสูรหนึ่งครั้ง ส่วนการ์ดอีกใบหนึ่งนั้นเขาสลายมันเพื่อให้กลายเป็นเศษการ์ดระดับปกติ
“ท่านต้องการผสมการ์ดอสูรสิบใบ เพื่อสุ่มทักษะอสูร ใช่หรือไม่”“ท่านได้สลายการ์ดอสูรหนึ่งใบ ได้รับเศษการ์ดระดับปกติ 5 ชิ้น” เสียงเเจ้งเตือนดังขึ้น
“ใช่” อิกนัสตอบกลับเสียงระบบ
จากนั้นการ์ดทั้งสิบใบก็สลายกลายเป็นการ์ดใบหนึ่ง การ์ดที่เขาได้มาก็คือการ์ดกายแกร่งอีกเช่นเคย เขาใช้งานการ์ดที่ได้มาทันที
การ์ดใบนั้นสลายกลายเป็นละอองแสงเข้าไปภายในตัวเขา เขาจึงเปิดการ์ดตัวตนของเขาดู
“ผู้ถือครอง : ซิลเวอร์ไนท์ อิกนัส (ลิโอเรน อิกนัส)”“ระดับพรสวรรค์ : เหล็ก”“ความเเข็งเเกร่งในการต่อสู้ : เหล็ก 2 ดาว”“ทักษะ1 : กายเเกร่ง(ระดับต่ำ)”“วงจรเวท1 : วงจรเวทมังกรอัคคี(ระดับต่ำ)”“วงจรเวท2 : วงจรเวทเงิน(ระดับต่ำ)”“จำนวนการ์ดที่ถือครอง : 7 ”“สิทธ์ในการอัญเชิญ : เปิดใช้งาน”“จำนวนครั้งในการอัญเชิญ : 1 ”“หมายเหตุ : ท่านยังอ่อนอยู่มาก กำลังอยู่ในขั้นพัฒนา”
หลังที่ดูรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นมา เขาก็สงสัยว่าใครเป็นคนเขียนหมายเหตุพวกนี้กัน มันจะว่าเขาไปถึงไหน แต่สงสัยไปก็คงไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา
“แซก แซก” เสียงดังขึ้นหลังจากที่เขาเก็บการ์ดตัวตนเข้าภายในตัวเขา จากนั้นก็มีคนแหวกพุ่มหญ้าสูงแล้วเดินตรงมาที่พวกเขา
“โย่ว..”ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม เดินออกมาแล้วร้องทัก
อิกนัสไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ จ้องอย่างพิจารณาว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องการอะไร เขาเห็นเป็นชายหนุ่มสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างผอมสูง บนใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร หน้าตาของชายคนนี้ดูดีพอสมควรแต่ไม่ถึงกับหล่อเหลามากนัก ชายคนนั้นสวมเสื้อสีดำขลิบที่ชายเสื้อด้วยด้ายสีน้ำเงิน ที่ด้านหลังสะพายหอกสีขาวเล่มหนึ่ง เดินตรงเข้ามา ส่วนเจ้าเบลซที่เป็นคนแปลกหน้าเดินเข้ามาก็คำรามเสียงต่ำขู่ออกไป
ชายหนุ่มคนนั้นเห็นอิกนัสไม่ได้พูดอะไร ก็ถือวิสาสะเดินตรงเข้ามานั่งหน้ากองไฟในด้านตรงข้ามกับเขา พร้อมกับโบกมือหยอยๆให้เจ้าเบลซที่ยืนขู่อยู่แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า“ใจเย็นเจ้าหมาน้อย ชั้นมาดีนะ”“ชั้น ลูฟัส กลอส ยินดีที่ได้รู้จัก นายเป็นผู้ควบคุมล่ะสิ”“และถ้านายไม่ว่าอะไร ชั้นของกินเนื้อวัวลายเสือด้วยคนสิ”
อิกนัสที่ได้ยินที่ชายหนุ่มคนนั้นแนะนำตัวเองออกมา เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรที่ชายแปลกหน้าคนนั้นจะมองว่าเขาเป็นผู้ควบคุมเพราะเห็นเจ้าเบลซ จากนั้นเขาก็ถามออกไปด้วยความสงสัย“คุณเป็นใคร? แล้วมีธุระอะไรกับผม? เราไม่ได้รูจักกันสักหน่อย”
“ก่อนที่จะถามอะไรใคร? มันเป็นมารยาทไม่ใช่หรอที่จะต้องแนะนำตัวเองก่อน”“แล้วอีกอย่างนายรู้จักชั้นแล้ว เพราะว่าชั้นแนะนำตัวไปแล้วแต่ชั้นยังไม่รู้จักนานเลย” ชายผมน้ำตาลตอบกลับมาทันควัน
อิกนัสที่ได้ยินดังนั้นก็สะอึกไปเหมือนกัน เพราะเขาที่เป็นชนชั้นสูงของเมืองซิลเวอร์ไนท์นั้น ก็ถูกสอนมารยาทมาเป็นอย่างดี ทำให้เขาต้องแนะนำตัวเองออกไปบ้างอย่างช่วยไม่ได้“ อิกนัส ซิลเวอร์ไนท์ ” อิกนัสแนะนำตัวห้วนๆออกไป
“ซิลเวอร์ไนท์สินะ คนตระกูลของเมืองซิลเวอร์ไนท์มาทำอะไรที่เมืองไวท์ชาโดว์ล่ะ?” ชายหนุ่มแปลกหน้าถามกลับ
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามของผม ดังนั้นผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตอบคำถามของคุณ” อิกนัสที่กำลังหัวเสียกลับชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้ก็พูดย้อนกลับไปบ้าง
“อืม อืม ชั้นตามกลิ่นเนื้อย่างของนายมายังไงล่ะ ขอชั้นกินด้วยคนละกัน” คนแปลกหน้าตอบกลับ พร้อมกับหยิบชิ้นเนื้อขึ้นมากินอย่างหน้าตาเฉย
อิกนัสที่เห็นภาพนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวในความถือวิสาสะของชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งตัวเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรคนแบบนี้นักแต่ด้วยความที่เขาซึ่งทั้งในโลกนี้และโลกก่อนหน้าไม่เคยชินกับคนแปลกหน้า จึงตั้งกำแพงเอาไว้ในใจอยู่ชั้นหนึ่ง
“แล้วคุณของออกมาทำอะไรนอกเมืองในเวลานี้กันล่ะ คนทั่วไปเขาไม่ออกมาตอนกลางกันหรอกนะ” อิกนัสถามขึ้นมาในขณะที่มองชายคนนั้นสวาปามเนื้อย่างอย่างเอร็ดอร่อย
“แอ้วอายอ่ะ ออกอาอำอะไอ อั้นอึ่งอาอึงเอืองอี้” “อึกอึก อ่วยอ้วยอิดออ” ชายแปลกหน้าตอบทั้งที่มีเนื้ออยู่เต็มปาก แล้วร้องขอความช่วยเหลือออกมา
“ปึก ปึก” อิกนัสเดินมาตบไปที่หลังของชายคนนั้น เสร็จแล้วก็ยื่นกระติกน้ำให้
“โอ้ขอบใจนายมาก นายนี่เป็นคนดีจริงๆ” ชายผมน้ำตาลตอบกลับมา“ชั้นพึ่งมาถึงเมืองนี้ และก็ไม่มีค่าที่พักก็เลยจะมานอนในป่า แล้วนายล่ะ” ชายคนนั้นพูดต่อ
“ผมก็พึ่งมาถึงเมืองนี้เหมือนกัน แล้วก็ไม่มีค่าที่พักเหมือนคุณนั่นแหละ ผมเลยออกมาจากเมืองแล้วมาล่าสัตว์อสูร” อิกนัสตอบ
“ฮา ฮา ฮา มีคนที่เหมือนชั้นอยู่ด้วยหรอเนี่ย แต่นายเป็นคนตระกูลขุนนางไม่ใช้หรอ ทำไมถึงไม่มีเงินติดตัวมาเลยหล่ะ” ชายแปลกหน้าหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับถามเรื่องที่เขาสงสัย
“ขำอะไรกัน คุณเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรอ แล้วผมก็ใช้เงินทั้งหมดไปกับค่าเดินทางและอุปกรณ์ต่างๆไปหมดแล้ว” อิกนัสที่โดนหัวเราะใส่ก็พูดตอกกลับมา
ได้ยินดังนั้นลูฟัสก็หยุดหัวเราะแล้วยิ้มกว้างออกมาทันที แล้วคิดว่าตัวเขาที่ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนี่สิ มีแค่หอกเล่มเดียวยังมีหน้ามาว่าคนอืนเขาอีก