ชั้นสามฝางเหยียนโหล๋ว ภายในห้องพักที่ใหญ่โตและงดงามประดับประดาด้วยผ้าม่านปักลายงดงาม ของใช้แต่ละชิ้นที่วางอยู่นันล้วนสวยงามและมีราคาหากเศรษฐีหรือขุนนางได้เห็นจะต้องตาลุกวาวกับมูลค่าที่ประเมินออกมาเป็ตัวเลขแน่นอน มองผ่านประตูเข้าไปมองเห็นหนุ่มฉกรรจ์สองคนกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นก้มหน้ามิกล้าขยับเขยื้อนหรือแม้จะหายใจออกมาอย่างแรง บนตั่งงดงามสลักลายประดับประดาด้วยอัญมณีสีสันสวยงามมีร่างสตรีใบหน้านางงดงามยิ่งเส้นผมดำขลับสยายประบ่า ปักปิ่นงดงาม ดวงตากลมโตเวลานี้วาววับแสงริมฝีปากสีแดงสดยิ้ม เรือนร่างที่ขาวผ่องที่เอนกายเอียงศรีษะบนฝ่ามือเรียวสวย มองเห็นแขนเรียวที่ผิวเนียนนุ่มตั้งขึ้นรองรับศรีษะและขาที่ลอดผ่านชุดคลุมที่สีแดงสดบางเบานอนมองมายังทั้งสองคน เบื้องหน้าแม้จะเป็ภาพที่งดงามหากแต่ชายหนุ่มสองคนมองดูใบหน้านั้นด้วยความหวาดกลัวในคราแรกหลังจากนั้นก็ก้มหน้าตลอดมิกล้าเงยหน้าแม้กระทั่งลมหายใจก็ดูจะเบาบางราวกับไม่กล้าหายใจออกมาให้อีกฝ่ายได้หงุดหงิดใจ
“ต้าจื่อเหลียง พวกเ้าตามหาสตรีนางนั้นไม่พบ เช่นนั้นควรทำอย่างไร หรือต้องให้ข้าออกไปติดตามด้วยตนเอง”
“มิได้ขอรับ เพียงแต่เข้ามารายงานให้นายหญิงทราบ พวกข้า พวกข้าส่งคนออกนอกเมืองแล้วขอรับ คาดว่านะจะมีเบาะแสและตามจับนางกลับมาได้”
“แล้วเ้ายังรออะไร ไม่รีบจัดการ”
“ขอรับๆ”
ฟู่ ต้าจื่อเหลียงระบายลมออกมาจากปากเมื่อพ้นจากชั้นสามลงมาได้ โชคดีที่วันนี้นายหญิงอารมณ์ดี ดูท่าพึ่งบำรุงร่างกายเป็แน่ เขาอยู่ที่ฝางเหยียนโหล๋วมาั้แ่อายุสิบเจ็ดจนยามนี้ยี่สิบสี่ผ่านมาเจ็ดปีตัวเขาและคนรอบข้างต่างมีความเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อย มีคนเข้ามาใหม่มีคนจากไปแต่นายหญิงยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่กำลังเผลอคิดเรื่อยเปื่อย คนด้านข้างก็เรียกเขาทำให้ตื่นจากภวังค์ความคิด
“พี่ใหญ่จื่อ พวกเราจะทำอย่างไรจึงจะจับตัวนางได้”
“ส่งคนเพิ่มออกไป บางทีนางอาจจะหลบซ่อนอยู่ในเมือง แต่สำหรับนอกเมืองเ้าก็ส่งคนออกสอบถามข่าวจากชาวบ้านและจุดพักม้า ยังไงเกิดนางหลบหนีออกจากเมืองได้ก็ต้องมีคนเห็น”
การติดตามในเมืองจนแน่ใจแล้วการค้นหาก็พุ่งเป้าไปที่การหลบหนีออกนอกเมืองจึงทุ่มกำลังคนที่ใช้ค้นหาแยกย้ายไปตามทิศทางที่ได้ข่าว ทั้งยังได้มีคำสั่งเพิ่มเติมสามารถจ้างคนนอกที่เชี่ยวชาญการแกะรอยมาช่วยอีกด้วย กลุ่มคนก็มุ่งหน้าไปในทิศทางที่เฉินิเยว่พาสตรีนางนั้นไปด้วยทันทีแม้จะห่างกันสามสี่วันก็ตาม
ในที่สุดเฉินิเยว่ก็ตามทันขบวนม้าที่เนินเข้าห่างจากเมืองกานลู่ยี่สิบลี้ สองข้างทางเริ่มไม่มีสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้ามีก้อนหินมองเห็นได้ระเกะระกะ ยิ่งมองไปเบื้องหน้าห่างไกลออกไปหนทางยิ่งลาดสูงตามเนินเขาขึ้นไปไกลสุดตามีเพียงลานสีขาว ก่อนออกเดินทางมานางรู้เพียงว่าเมืองนี้ห่างไกลและแร้นแค้นแต่มิได้สนใจหาข้อมูลของพื้นที่แห่งนี้ทำเพียงจัดเตรียมกักตุนเสบียงอาหารทยอยส่งผ่านร้านค้าสาขาที่เปิดก่อนล่วงหน้าเมื่อหลายเดือน เมื่อได้ยืนมองด้วยตาตัวเองรู้สึกว่าตนพลาดในการเตรียมตัวครั้งนี้เป็อย่างมาก เมืองที่อยู่สูงจนมีหิมะขาวโพลนในสิบสองเดือนมีหิมะยาวนานถึงหกเดือน ใบหน้าของนางจึงมองดูมิน่ามองอย่างยิ่ง (นี่นางต้องมาใช้ชีวิตในดินแดนสีขาวแห่งนี้หรือ)
“คุณหนู คุณหนูท่านเข้ามาด้านในรถม้าดีกว่าเ้าค่ะด้านนอกลมเย็นนัก ชุดของท่านมิอาจกันลมได้เชิญเ้าค่ะ” เป็เสียงของหลิวหลี่ที่ยื่นศรีษะออกมานอกผ้าม่านเอ่ยเสียงดังอย่างดีใจเมื่อเห็นนางขี่ม้าเข้ามาหยุดอยู่ด้านข้างรถม้าที่จอดแอบอยู่มุมหนึ่งชิดชายป่า
หลิวหลี่มองไปที่ด้านหลังคุณหนูมีสตรีแปลกหน้าอีกหนึ่งคนใบหน้าขาวซีดดูอ่อนเพลียนิ่งมองดูเป็สาวงามผู้อ่อนแอยิ่งขึ้นแม้สภาพการแต่งกายยามนี้จะฉีกขาดและยับเยิน
“นาง”
“เข้าไปคุยด้านใน”
เย๋หว่านถูกนำไปดูแลทำความสะอาดป้อนอาหารและน้ำรวมถึงผ้าคลุม(กันลม)
หลังจากผลัดเปลี่ยนชุดเรียบร้อย สายตาของซีซีสาวงามที่บังเอิญได้รับการช่วยเหลือจากเฉินหมิวเยว่ยามนี้มีแต่ความตื่นตะลึงนางยกมือขึ้นทั้งสองข้างปิดปากตาค้าง นางในี่หรือเด็กหนุ่มที่ช่วยเหลือนางให้มีชีวิตรอดมาจากฝางเหยียนโหล๋วจนมาถึงที่นี่ได้
“ข้าเป็สตรีเช่นเดียวกันกับเ้า มิต้องแปลกใจ”
“คุณหนู ท่านหายไปนานมากนะเ้าคะ”
“พวกเราเป็ห่วงมากนะเ้าคะ ดูสิท่านซูบลงไปอีกแล้ว”
นางรับน้ำชาผสมน้ำผึ้งมาดื่มเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายทำมือให้ส่งน้ำชาให้นางเช่นกัน มือขวาและมือซ้ายของนางถูกสาวใช้สองคนจับพลิกไปพลิกมาสำรวจด้วยสายตาบอกว่าปวดใจ จึงยิ้มบางๆไปให้พวกนาง แทนที่จะยิ้มตอบกลับทำท่าโกรธเคืองปนแง่งอนกลับคืนมาให้นาง เฮ้อ นี่สิจึงเรียกว่ากลับมาหาครอบครัว
“ข้ารีบเร่งกลับมาจนทันมิใช่หรือ”
“ส่งใครไปบอกท่านพ่อด้วย”/“เ้าค่ะ”
ยังดีที่สาวใช้ของนางรอบคอบจัดเตรียมชุดเหมาะสมกับสภาพอากาศหนาวเย็นเมื่อสวมใส่แล้วอบอุ่นยิ่ง ยาวปิดคลุมยามนี้มีเพียงใบหน้าของนางเท่านั้นที่โผล่ออกมารับอากาศที่เย็นมากขึ้น
“ เ้าหนีออกจากฝางเหยียนโหล๋วเพราะอะไร”
นางมองหน้าตอบกลับมาท่าทางคล้ายหวาดระแวง ไม่สบายใจ เกรงกลัว และดูเป็เื่ร้ายแรงแววตาคลอไปด้วยน้ำตาผสมปนเปไปหมด
“เ้าไม่ต้องกังวลใจ พวกนางไว้ใจได้เ้ามีสิ่งใดในใจพูดมาได้”
“พวกเราหญิงชายที่อยู่ในฝางเหยียนโหล๋วเป็เพียงสิ่งบำรุงหล่อเลี้ยงความงดงามอ่อนเยาว์ของนายหญิง เ้าค่ะ”
“…..”
ไม่ไม่เสียงใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจของทุกคน ใช้คนเป็เป็ ใช้คนที่มีชีวิต ช่างเป็เื่ที่ฟังแล้วโหดร้าย และสลดหดหู่ชวนอาเจียนออกมายิ่งนัก สามสาวใช้ใบหน้าเปลี่ยนไปทันทีมองดูสาวงามเบื้องหน้าช่างมีชีวิตน่าสงสารยิ่งนัก
“พวกเราถูกคัดเลือกมาตามลักษณะที่ตรงตาม… บางคนเป็ลูกของครอบครัวมีเงิน บางคนเป็มาจากครอบครัวยากจน คนจร หลากหลายจะถูกซื้อ ถูกบังคับ ถูกลักพาตัวมา อาหารการกินและการฝึกฝนล้วนเข้มงวด คนที่ทำไม่ได้ล้วนไม่มีชีวิตอยู่แล้ว มีคนคอยกำกับดูแลพวกข้าตลอดเวลา เมื่อถึง่เวลาหนึ่งก็จะหายไป ทุกคนก็จะลืมคนผู้นั้นไป”
“แล้วเ้า..”
“ข้าเป็สาวใช้ส่วนตัวคนเดียวของนายหญิง ได้รับความไว้วางใจทำให้มีโอกาสได้เห็นเ้าค่ะ”
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้ข้าจะคุยกับเ้าอีกครั้ง พักผ่อนกันก่อน”
“ได้โปรดรับข้าไว้ด้วยเ้าค่ะ ข้ายินดีทำงานทุกอย่าง”
“เอาไว้ค่อยคุยในภายหลังเถอะ สองวันนี้พักผ่อนให้สบายขึ้นก่อน ข้าก็้าพักเช่นกัน”
มิใช่นางไม่สงสารจากคำกล่าวที่ได้ฟังแต่นางเองก็ต้องคิดให้ถ้วนถี่เช่นกัน หากเพียงฟังเื่ราวที่น่าสงสารแล้วก็รับคนมาไว้รับใช้ใกล้ตัวเช่นนั้นชีวิตนางคงมิอาจรักษาไว้ได้โดยง่าย ยามนี้นางมิใช้ตัวคนเดียวจำเป็ต้องพิจารณาให้รอบด้าน หากจะรับไว้จะให้นางทำสิ่งใด นางที่ถูกเลี้ยงดูฝึกฝนในหอศิลป์จะมาทำงานในจวนทั้งรูปลักษณ์ที่งดงามจะสร้างเื่โดยมิได้ตั้งใจจนกลายเป็เื่ปวดหัวให้นางหรือไม่ สาวใช้สามคนก็มิได้ขี้เหร่จะเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งรอบกายนางก็จะมีแต่ดอกไม้งดงาม หรือนางจะเปลี่ยนชื่อพวกนางเป็ดอกไม้ทั้งหมดดี (ฮึฮึ)
สาวใช้และหญิงสาวซีซีต่างพักผ่อนกันคิดว่านางที่หลับตามก็พักผ่อนเช่นกัน นางเองเพียงหลับตาหากแต่สมองยังคงตึกตรองแม้สิ่งที่ได้ฟังจากซีซีกับสิ่งที่นางได้เห็นมานับว่ามีความสอดคล้องกันเป็อย่างมากก็ตาม ย้อนนึกถึงภาพที่นางเจอเมื่อแอบเข้าไปในฝางเหยียนโหล๋ว นางพบห้องกักขังเด็กชายหญิงและบุรุษสตรีจำนวนมากมายหลายห้องทุกคนที่อยู่ภายในนั้นล้วนมีสภาพเลื่อนลอยไม่มีชีวิตชีวา เพียงนั่งหรือนอนอยู่นิ่งๆไม่มีที่ท่าเดือดร้อนกับการถูกกักขังแม้แต่น้อย รวมทั้งห่างออกไปในเขตด้านหลังมีอาคารสร้างแอบอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้นางเองรู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก สิ่งมีชีวิตด้านในแต่ละห้องบอกได้ว่าคืุ์ชายหญิงลักษณะร่างกายที่ผิดปกติ คล้ายถูกสูบเืเนื้อไปจนสิ้นรอเวลาหมดลมหายใจ มิใช่ว่านางมิอยากหาวิธีช่วยเหลือคนเ่าั้ หากแต่เวลานี้มิใช่เวลาที่เหมาะสม นางไม่มีความสามารถเพียงพอจึงต้องถอยออกจากเขตของฝางเหยียนโหล๋ว ระหว่างทางได้พบซีซีที่กำลังหลบหนีออกมาและกำลังถูกตามตัวเมื่อสบตากันและอีกฝ่ายเอ่ยปากขอให้ช่วยเหลือด้วยนำ้เสียงแ่เบาคล้ายคนจะอับจนสิ้นหนต่าง ทำให้นางที่กำลังหดหู่ใจจากภาพด้านในเกิดความรู้สึกสงสารอยากช่วยนางขึ้นมา
รุ่งเช้าก่อนที่ขบวนจะเริ่มออกเดินทาง ท่านพ่อได้ขี่ม้าย้อนกลับมาทักทายสอบถามพอได้เื่ราวพอสมควรและเห็นว่านางปลอดภัยดีจึงย้อนกลับไปที่ส่วนหน้าของกองทัพแล้วเริ่มเคลื่อนขบวนขึ้นเนินเขา นางสังเกตุเห็นเหล่าทหารมีเพียงเสื้อคลุมเพิ่มมาคนละหนึ่งตัวเท่านั้นดูจากความหนาก็น่าจะยังไม่พอเพียงที่ใช้ต่อสู้กับความหนาวเย็น (นี่เป็อีกหนึ่งปัญหาที่นางจดจำไว้ จะต้องแก้ไขให้ได้ในกาลข้างหน้า)
ปัญหาปากท้องของทหารนางจะรับไว้เอง ท่านพ่อมิต้องกังวลบุตรสาวผู้นี้จะต้องทำให้ทหารกล้าที่อยู่ชายแดนในปกครองของท่านอิ่มท้องและอบอุ่นผ่านวันคืนไปได้อย่างมีความสุข นี่เป็ความตั้งใจเป็เป้าหมายของนาง