ตอนที่ 1 (9)
เซี่ยเหยี่ยรีบร้อนตามเข้าไป ปิดประตูเสร็จก็เริ่มซักถาม “ผู้หญิงคนเมื่อกี้คือใคร ทำไมเมื่อคืนพี่ถึงไม่กลับบ้าน” น้ำเสียงฟังดูเกรี้ยวกราด ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขากำลังกลัวขนาดไหน
หานิซิวหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวเดิม หลุบตาต่ำเมินเซี่ยเหยี่ย
เขาพยายามข่มอารมณ์เก็บฟีโรโมน น้ำใจแค่นี้ยังพอมีอยู่บ้าง ใน่เวลาที่เขาควรจะเกลียดอีกฝ่าย หานิซิวก็ไม่อยากให้ฟีโรโมนของตนเผลอไปทำร้ายเขากับเด็กในท้องเข้า
“เธอคือิหย่า” หมุนปากกาเล่นสองรอบถึงเงยหน้าขึ้นสบตาเซี่ยเหยี่ย “ิหย่า คือคู่หมั้นของฉัน” จบแค่นี้แล้วกัน
แม้ว่าเขาจะอยากถามเซี่ยเหยี่ยว่าอัลฟ่าคนนั้นคือใครเหมือนที่อีกฝ่ายกำลังถามเขาอยู่ในตอนนี้ ถามว่าคนนั้นดีกว่าฉันเหรอ เขามอบความสุขให้นายได้มากกว่าฉันเหรอ
แต่จะถามให้ได้อะไรล่ะ บนหัวเขียวพืดเป็ทุ่งกว้าง[1]ขนาดนี้แล้ว หานิซิวก็อยากรักษาหน้าของตนไว้สักนิด ยอมเป็ฝ่ายถอยจากสนามอย่างไม่เสียศักดิ์ศรี
เขายังอยากกอบกู้ศักดิ์ศรีที่ไร้ประโยชน์ในตาสุดท้ายนี้ราวกับเด็กคนหนึ่ง
เซี่ยเหยี่ยไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่าได้ยินอะไร คู่หมั้นหรือ หานิซิวมีคู่หมั้นหรือ
เป็ไปไม่ได้
หานิซิวไม่ใช่คนที่จะหลอกลวงความรู้สึกกัน พวกเขาคบกันมากว่าสามปี หานิซิวรักตนมากแค่ไหนตนรู้ดี ขอแค่มีเวลาก็นึกอยากมาตัวติดเขาแจเป็ตังเม เป็ไปได้ยังไงที่จะมีพื้นที่เหลือไว้ให้คนอื่น
ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ต้องเป็เื่ใหญ่โตสาหัสมากสำหรับหานิซิว ความคิดเชิงคาดเดาที่สุดจะน้ำเน่าวาบขึ้นมาในหัวเซี่ยเหยี่ย ประมาณว่าถูกจับคลุมถุงชนั้แ่เด็กโดยไม่บอกต้าหาน หรือตระกูลหานเกิดวิกฤตจนต้องพึ่งการแต่งงานเพื่อผลทางธุรกิจ ถึงขั้นที่ว่าหานิซิวเป็โรคร้ายแรงกลัวเซี่ยเหยี่ยรับไม่ได้เลยต้องหลอกให้เขาตายใจ…
“พี่ พี่อย่ามาหลอกกันเลย เราคบกันมานานขนาดนี้ ตัวแทบติดกันตลอดเวลา พี่จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนสาว”
“ฉันกับิหย่าเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็ก ฐานะเหมาะสมกัน ก่อนหน้านี้เธอย้ายไปอยู่ต่างประเทศสามปี เพิ่งกลับมาเมื่อไม่กี่วันก่อน”
บางทีหานิซิวกับิหย่านั่นอาจจะเป็เพื่อนที่โตมาด้วยกันและฐานะเหมาะกันก็จริง หรือบางทีเธออาจจะไปอยู่ต่างประเทศมาสามปีเพิ่งกลับมาเมื่อไม่กี่วันก่อนก็จริง แต่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาล่ะ
หานิซิวรักิหย่าหรือ เซี่ยเหยี่ยไม่เชื่อเด็ดขาด ต่อให้บนตัวผู้หญิงคนนั้นจะมีกลิ่นของหานิซิวอยู่ เขายังปฏิเสธที่จะเชื่อสุดใจ
เขาปริเสียงพูดอย่างขุ่นเคือง “เกิดอะไรขึ้นกับพี่หรือเปล่า บ้านพี่…หรือพี่มีความลำบากใจอะไรงั้นเหรอ พี่บอกมาสิ เรามาช่วยกันหาทางแก้ อย่าทำแบบนี้เลย”
ขอร้องอย่า ขอร้องอย่าพูดว่า…
“ไม่ได้มีความลำบากใจอะไร” หานิซิวทำหน้าเฉยชา “ฉันก็แค่ ไม่รักแล้ว”
…ขอร้องอย่าพูดว่าหมดรักกันเลย
เซี่ยเหยี่ยหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าผี ร่างกายเหมือนถูกสูบแรงไปทั้งหมด คนที่ทะนุถนอมเขาเยี่ยงไข่ในหิน จู่ๆ จะหมดรักได้อย่างไร
เขารู้สึกปวดแปลบๆ ที่ท้องจนเผลอยกมือลูบโดยไม่รู้ตัว ข้างในนี้ยังมีสายเืส่วนหนึ่งของต้าหานอยู่ เืเนื้อเชื้อไขของคุณอยู่ในนี้นะ คุณจะทิ้งเหมือนกันเหรอ
เกือบจะพลั้งปากพูดไปตรงๆ แต่เห็นท่าทางเ็าราวกับคนแปลกหน้าของหานิซิว กลิ่นฟีโรโมนก็ถูกเก็บไม่ให้เล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ไม่มีความสนใจใดๆ ต่อตัวเขาอีก จะพูดเื่นี้ไปเพื่ออะไร มันไร้ความหมายแล้ว
การผูกมัดอีกฝ่ายด้วยลูกเป็วิธีที่ต่ำช้าที่สุด เซี่ยเหยี่ยกวาดตามองรอบข้าง เห็นของเล่นเล็กๆ น้อยๆ จากเดิมที่เคยอยู่บนโต๊ะทำงานหายเกลี้ยง ไม่ว่าจะเป็รูปคู่ ภาพถ่ายบนกำแพง หุ่นไอรอนแมนจิ๋ว ของเล่นบัมเบิ้ลบีลิมิเต็ดเวอร์ชั่นที่ตนต้องอดนอนต่อสู้แย่งชิงกับคนอื่นจากในเน็ต แอนท์แมนจิ๋วที่เขาแอบติดไว้มุมโต๊ะ หรือแก้วคู่ที่เขาปั้นเองกับมือก็หายไป เหลือเพียงแก้วเคลือบใบใหม่ แก้วที่เมฆากรุ๊ปแจกพนักงานฟรีในวันครบรอบการก่อตั้ง แถมเป็แก้วที่น่าเกลียดสิ้นดีอีกต่างหาก
ถูกตัดขาดไม่เหลือแล้วจริงๆ
เขาไม่ใช่คนชอบตื๊อ เขาเคยให้โอกาสอีกฝ่ายอธิบาย หมดรักก็คือหมดรัก ควรแยกทางกันก็ต้องแยกทางกันไป ตนก็ต้องรีบกลับไปเก็บของย้ายออกจากคอนโดหานิซิวเช่นกัน
“คืนกำไลนั่นให้ผมด้วย” เซี่ยเหยี่ยเอ่ยขอ พลางชี้ไปยังกำไลแทนใจบนข้อมือหานิซิว นั่นเป็กำไลลูกปัดทำจากต้นสนที่เซี่ยเหยี่ยเห็นมันจากร้านขายลูกปัดไม้ตามแผงข้างทางระหว่างที่ทั้งคู่ออกเดต่แรกๆ พอถามก็เห็นว่ามีลูกปัดจากต้นสนพอดี เขาจึงเลือกเส้นหนึ่งให้หานิซิว และค่ำคืนนั้นเองที่หานิซิวกัดหลังคอเซี่ยเหยี่ยเป็ครั้งแรก จนได้สานต่อความสัมพันธ์เป็คู่รักอย่างเป็ทางการ
ลูกปัดนั่นไม่มีราคา แต่หานิซิวสวมใส่นานหลายปีไม่เคยห่างกาย
หานิซิวทำหน้าลำบากใจกับคำขอของเซี่ยเหยี่ย ลังเลเพียงอึดใจก็ถอดกำไลโยนให้เซี่ยเหยี่ย เซี่ยเหยี่ยรับมันไว้ กล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
เขากำกำไลลูกปัดไว้แน่นพลางเดินจ้ำอ้าวออกจากตึกเมฆากรุ๊ปให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เมื่อเดินพ้นตึกก็เลี้ยวไปยืนพิงกำแพงหอบอยู่ซอยหลังตึก เขายกกำไลมาจ่อจมูกสูดดมเต็มปอดราวกับคนติดยา ลูกปัดต้นสนพวงนี้เก็บกลิ่นฟีโรโมนของคนคนนั้นไว้เต็มเปี่ยม กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมา เขารู้ว่าตนทำแบบนี้ดูไม่เข้าท่าเสียเลย แต่ช่วยไม่ได้ ร่างกายของเขา้าการปลอบประโลม ลูกของเขา้าการปลอบประโลม
รอจนร่างกายค่อยๆ ผ่อนคลายลงก็เก็บกำไลไว้อย่างดี ถึงกลับไปเก็บข้าวของตัวเองที่อยู่ในคอนโดของหานิซิว
การจากลาในครั้งนี้ ยาวนานถึงสามปี
เชิงอรรถ
^ เป็นวลีเปรียบเปรยว่าถูกสวมเขา