เช้าวันต่อมา
เซี่ยเฉินตื่นขึ้นมาก็เก็บผ้าห่มให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปยังห้องครัวต้องกินให้อิ่มก่อนถึงจะเริ่มทำงานได้ เซี่ยเฉินจัดการจุดเตาให้ติดเมื่อวานได้กินเพียงบะหมี่กับเนื้อแห้งวันนี้อย่างไรก็ต้องได้กินข้าวเซี่ยเฉินที่คิดดังนั้นจึงเดินหาข้าวสารเสียทั่วห้องก่อนจะไปเจอกับถังข้าวสารอยู่ตรงมุมอับของห้องเป็ถังไม้ที่ถูกปิดไว้อย่างดีพอเปิดออกมาก็พบว่าเป็ข้าสารเม็ดสีขาวนวลสวยงามและดูแล้วไม่มีกลิ่นเหม็นหืนเหมือนข้าวสารที่เก็บไว้นานเลยจึงทำให้เซี่ยเฉินรู้สึกแปลกใจแม้จะสงสัยแต่ก็หาคำตอบจากใครไม่ได้เขาจึงนำหม้อมาแล้วตักข้าวขึ้นมาจากนั้นก็เดินไปยังถังน้ำเพื่อตักน้ำซาวข้าวที่ถังใส่น้ำมีน้ำอยู่เพียงครึ่งถังเซี่ยเฉินก็หยิบกระบวยออกมาตักใส่หม้อซาวข้าวจนสะอาดแล้วก็นำขึ้นตั้งไฟวันนี้ตั้งใจจะทำเป็โจ๊กกินคู่กับเนื้อแห้งที่เหลืออยู่ต้มโจ๊กจนได้ทีแล้วก็นำออกมานั่งกินที่เก้าอี้ตัวเตี้ยในห้องครัวเหมือนเดิมกินจนหมดก็แบกถังขึ้นเขาไปตักน้ำ
“อาเฉินกลับมาแล้วหรือ”เสียงทักในระหว่างทางที่ขึ้นเขาก็ทำให้เซี่ยเฉินยิ้มตอบรับว่าจะกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านป๋ายถาวรแล้วนั้นทำให้เหล่าชาวบ้านต่างตื่นใเพราะเซี่ยเฉินเป็บัณฑิตมีใบปริญญาเพียงคนเดียวของหมู่บ้านแห่งนี้
“ทำไมล่ะอาเฉิน”เป็ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ผู้หนึ่งเดินเข้ามาถามเซี่ยเฉินจำใบหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ได้กังจือเป็หนึ่งในเด็กในหมู่บ้านที่ได้มาร่ำเรียนกับพ่อบุญธรรมของเขาและจบมัธยมต้นด้วยพ่อแม่ไม่มีเงินในการส่งเสียจึงจำต้องออกมาทำไร่ทำนา
“กังจือ ชีวิตไม่แน่นอนฉันอยากกลับมาใช้ชีวิตแบบนี้เสียมากกว่า”เซี่ยเฉินพูดจบก็แบกถังน้ำขึ้นไปตักบนูเาจากความทรงจำน้ำในบ้านน่าจะเป็น้ำแร่จากบนูเานี่แหละและเขาก็คิดว่าน้ำแร่นั้นมีรสหวานอร่อยดีจึงตั้งใจตักลงมาไว้ใช้ทำอาหารส่วนน้ำที่จะใช้ทำความสะอาดบ้านก็จะตักจากบ่อภายในหมู่บ้าน
กังจือได้แต่มองตามร่างของเพื่อนสมัยเด็กของตนไปตามทางด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยายเซี่ยเฉินตักน้ำแร่เพียงไม่กี่รอบน้ำก็เต็มถังแล้วจึงนำถังไม้ไปตักน้ำที่บ่อของหมู่บ้านมาอีกหนึ่งถังเพื่อมาทำความสะอาดเครื่องไม้เครื่องมือภายในห้องแกะสลักของพ่อบุญธรรมห้องแกะสลักแห่งนี้เหมือนเป็สถานที่รวมความทรงจำเลยก็ว่าได้เซี่ยเฉินเช็ดโต๊ะก็ไปสะดุดเข้ากับไม้ที่ถูกแกะสลักเป็รูปบิดเบี้ยวน่าเกลียดอันหนึ่งเซี่ยเฉินจึงหยิบมันขึ้นมาก็พบว่ามีความทรงจำบางอย่างเข้ามา
‘พ่อ ดูสิ ผมแกะออกมาสวยไหม’เสียงเล็กเอ่ยถามพร้อมยิ้มจนโชว์ฟันที่เหลือเพียงสองคู่
‘เก่งมากเลยเฉินเฉิน แกะครั้งแรกก็เป็รูปร่างแล้ว’น้ำเสียงชื่นชมดังออกมาจากปากของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งวัยสามสิบปีเซี่ยซ่งเว่ยทำให้เซี่ยเฉินวัยห้าขวบตื่นเต้นจนไม้แกะสลักอันนี้กลายเป็ของล้ำค่าไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะพามันไปด้วย
‘พ่อ เสี่ยวซานบอกผมว่ามันไม่สวย’เสียงเล็กที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความเสียใจเอ่ยบอกเมื่อวันหนึ่งเขานำไม้แกะสลักนี้ไปเรียนด้วยกันกับตัวเองและเสี่ยวซานหรือฟานซานเด็กในหมู่บ้านเห็นจึงพูดว่ามันขี้เหร่และดูไม่ดี
‘เฉินเฉิน ลูกฟังพ่อนะสิ่งของจะสวยหรือไม่อยู่ที่ความตั้งใจของเรา ลูกมีความตั้งใจทำจนสำเร็จมันย่อมเป็สิ่งที่สวยที่สุด ลูกเข้าใจหรือไม่’เสียงชายหนุ่มอธิบายให้แก่ลูกชายของตนอย่างใจเย็นแต่เ้าตัวน้อยนั้นมีแต่ความไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้เป็พ่อสื่อ
‘ตอนนี้ลูกไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดก็ไม่เป็ไร แต่เมื่อลูกโตขึ้นลูกจะเข้าใจเอง’เซี่ยซ่งเว่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางอุ้มเด็กชายตัวน้อยเข้ามากอดแลเกลี่ยกล่อมนับแต่นั้นไม้แกะสลักชิ้นนี้ก็อยู่ที่พ่อของเขา
เซี่ยเฉินวางไม้แกะสลักลงที่เดิมก่อนจะเริ่มเรียงไม้ที่ถูกแกะจนสมบูรณ์ไว้บนชั้นให้เรียบร้อยเมื่อทำตรงโต๊ะเสร็จก็เริ่มเรียงไม้ที่ถูกสุมไว้อย่างไม่เป็ระเบียบมาไว้ตรงมุมห้องให้เรียบร้อยแต่พอย้ายไม้ออกมาทั้งหมดก็พบว่ามีบานประตูอยู่บนพื้นจึงทำให้เซี่ยเฉินสงสัยและด้วยนิสัยของแม่ทัพย่อมต้องมีความระแวดระวังเซี่ยเฉินจึงตัดสินใจเปิดประตูออก มีขั้นบันไดให้ลงไปได้เซี่ยเฉินจึงไม่รอช้ารีบเดินลงไปดูโดยทันที
ภายในชั้นใต้ดินที่อับชื้นแห่งนี้มีหีบจำนวนนับสิบหีบวางเรียงรายอยู่เซี่ยเฉินที่ยังไม่ละความอยากรู้จึงเปิดหีบที่ใกล้ตัวเองที่สุดออกมาภายในหีบอันแน่นไปด้วยทองคำ ทำให้เซี่ยเฉินที่ผ่านมาแล้วชีวิตหนึ่งอดตะลึงไม่ได้เปิดหีบที่สองเป็ผ้าแพรและตั๋วเงิน หีบที่สามเป็ตำราและภาพเขียน เซี่ยเฉินที่มองเพียงผ่านๆก็รู้ได้ว่าของเหล่านี้ล้วนเก็บมาั้แ่ต้นตระกูลแต่สิ่งที่เซี่ยเฉินไม่เข้าใจคือทำไม่เซี่ยซ่งเว่ยจึงไม่เอาไปใช้ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองตายและทิ้งเขาไว้กัน
เซี่ยเฉินปิดหีบทั้งหมดก่อนจะขึ้นไป้าด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิดแต่ก็คิดได้ไม่นานเพรายังมีเื่ที่ต้องทำต่อนั้นก็คือไปดูที่ดินที่จะปลูกผักเซี่ยเฉินจัดการปิดประตูลงกลอนให้แ่าก่อนจะเดินออกจากบ้านไปยังที่ดินซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียงยี่สิบก้าวเท่านั้นเอง
ที่ดินสองหมู่จะพูดว่ามากก็มากจะพูดว่าน้อยก็คงจะน้อยกว่าชาวบ้านในละแวกหมู่บ้านเซี่ยเฉินที่เห็นหญ้าแดงขึ้นเต็มพื้นที่จนแดงฉานไปทั้งท้องทุ่งก็รู้ได้เลยว่านี่จะต้องเป็งานปรับพื้นดินที่หนักเป็แน่แต่พอเซี่ยเฉินได้จับดินก็พบว่าสภาพดินเหมาะที่จะปลูกผักอย่างน่าเหลือเชื่อเซี่ยเฉินวางแผนไว้คร่าวๆก่อนจะเดินไปยังศาลาของหมู่บ้านเพื่อหาซื้อเมล็ดพันธ์ผักและผลไม้
“ป้าจู มีเมล็ดพันธุ์แตงโมงกับแตงกวาไหมครับ”เขาะโถามหญิงวัยกลางคนที่นำสิ่งของมาวางแบกะดินขายทุกๆบ่ายที่ศาลาของหมู่บ้านจะจัดให้มีตลาดเพราะการเดินทางเข้าไปในตัวเมืองเพื่อซื้อของนั้นลำบากเป็อย่างมากเสนาธิการหมู่บ้านจึงจัดตั้งตลาดขึ้นมาสำหรับชาวบ้านที่อยากขายและซื้อสินค้า
“มีสิ เอ๊ะเสี่ยวเฉินใช่ไหม”เสียงป้าจูเอ่ยทัก
“ครับ”ตอบรับด้วยรอยยิ้ม เพราะโครงหน้าของเ้าของร่างน่าเอ็นดูจนทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะเหล่าป้าน้าอาที่เป็ผู้หญิงต่างก็เอ็นดูเขาทั้งนั้น
“จะเอาเท่าไรล่ะ”ป้าจูเอ่ยถามออกมา
“อย่างละหนึ่งจินก็แล้วกันครับ”เซี่ยเฉินไม่แน่ใจเื่จำนวนอยากที่จะเอามาลองปลูกดูก่อนจึงพูดแบบกลางๆป้าจูที่ใจดีก็ยังแถมเมล็ดพันธุ์ผักชนิดอื่นมาด้วยอย่าง ผักบุ้ง และ มะเขือเทศ
“ป้าจูแถมเยอะไปแล้วครับ”เซี่ยเฉินพูดด้วยความเกรงใจ
“ไม่เยอะหรอก”ป้าจูเอ่ยบอกในขณะที่กำลังหยิบเงินออกมาถอนเมล็ดผักของชาวบ้านจะมีราคาถูกกว่าเมล็ดผักตามพวกสถานีเกษตรมากนักอย่างเขาซื้อสองอย่างก็เสียงเพียงห้าสิบหยวนเท่านั้นถ้าซื้อเมล็ดพันธ์ที่สถานีเกษตรก็น่าจะหลายร้อยหยวนเลย
“ขอบคุณครับป้าจูถ้าผมปลูกสำเร็จจะเอามาให้ชิมนะครับ”เซี่ยเฉินพูดจบก็เดินไปยังแผงขายไก่ของเหล่าหลิ่ว
“เหล่าหลิ่วมีแม่ไก่ไหมครับ”เขาเอ่ยถามทันทีแผงของเหล่าหลิ่วจะขายเฉพาะไก่เป็แต่แผงของตาเฒ่าต่งจะขายเนื้อสัตว์ซึ่งถูกฆ่าแล้วและอยู่ไม่ไกลจากกันเท่าไรนัก
“มีสิ จะเอากี่ตัว”เหล่าหลิ่วเอ่ยตอบออกมา
“ผมซื้อสองตัวครับ”เซี่ยเฉินตอบเหล่าหลิ่วจึงนำแม่ไก่ออกมาจากสุมสองมัดขาแล้วก็ยื่นให้เขาโดยทันทีหลังจากที่จัดการซื้อของเสร็จเรียบร้อยเซี่ยเฉินก็ได้กลับบ้านเพื่อนำเมล็ดพันธุ์มาแช่น้ำและนำไก่ปล่อยไว้ตรงลานบ้านจัดการหาชามมาใส่น้ำให้ไก่ทั้งสองตัวก่อนจะหาเครื่องไม้เครื่องมือไปตัดหญ้าที่แปลงผัก
ตัดไปได้ครึ่งหนึ่งดวงตะวันที่ทอแสงจ้าก็ลับขอบฟ้าไปเสียแล้วเซี่ยเฉินจึงเดินกลับบ้าน หมู่บ้านแห่งนี้เป็หมู่บ้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับชาวบ้านในยุคของเขาตกเย็นก็นั่งจับกลุ่มดื่มเหล้าเหล่าเด็กๆในหมู่บ้านก็มานั่งฟังผู้เฒ่าผู้แก่เล่านิทานแม้โลกภายนอกจะเจริญแต่ภายในหมู่บ้านกลับเงียบสงบอย่างแท้จริง
เซี่ยเฉินเดินหน้าตัดหญ้าต่อจนหมดภายในระยะเวลาเพียงวันเดียวโดยในระหว่างที่รอเมล็ดพันธุ์แช่น้ำให้ได้ที่ก็ตัดสินใจล้อมรั้วทำที่อยู่ให้แม่ไก่ทั้งสองตัว
“ต่อไปพวกเ้าก็อยู่ในนี้นะ”เซี่ยเฉินที่ทำการมัดจนเสร็จสมบูรณ์เอ่ยบอกแม่ไก่ทั้งสองและวันนี้เขาต้องขอบคุณแม่ไก่ที่ทำให้เขาได้มีไข่กินถึงสองฟอง
“อาเฉินอยู่หรือไม่”เสียงะโดังมาจากหน้าบ้านทำให้เซี่ยเฉินต้องเดินออกมาก็พบว่าเป็กังจือที่เรียกเขานั้นเอง
“มีเื่อะไรหรือเปล่า”เขาเอ่ยถามทันทีกังจือที่เห็นเขาเดินออกมาก็ส่งยิ้มแล้วพูดว่า
“ขึ้นเขากัน” แม้จะอยากปฏิเสธแต่เห็นสายตาที่เว้าวอนของอีกฝ่าจึงยอมตามอีกฝ่ายขึ้นไปบนเขาโดยจุดประสงค์ของกังจือคือจะขึ้นมาเก็บเห็ดเอาไปขายในเมืองเซี่ยเฉินจึงไม่พูดอะไรเดินเก็บผักป่าบ้าง เห็ดบ้าง
“น่าจะได้หลายแล้วลงเขากันเถอะ”เซี่ยเฉินพูดกับกังจือเมื่อตะกร้าสะพายทั้งของเขาและกังจือเต็มไปด้วยผักและเห็ดแล้วกังจือเห็นด้วยทันทีเพราะป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์จึงยังมีเสือ หมี หรือหมาป่าซึ่งเป็สัตว์ป่าที่อันตรายอยู่ตัวของเซี่ยเฉินนั้นไม่เท่าไรแต่หากกังจือได้รับาเ็ย่อมเป็เื่ไม่ดีแน่แต่ใครเล่าจะรู้ว่าวันนี้เป็วันซวยเพราะทันทีที่ย่างเท้าออกมาจากจุดเก็บเห็ดก็พบหมี
“ขึ้นต้นไม้”เซี่ยเฉินะโบอกกังจือทันทีและโชคดีที่กังจือเป็เด็กซนทำให้ชอบปีนต้นไม้เก็บไข่เก็บผลไม้จึงใช้เวลาปีนไม่นานส่วนเซี่ยเฉินะโขึ้นไปยังต้นไม้อีกฝั่ง เฝ้าดูหมีเป็เพราะหมีไม่เจอของกินจึงเดินจากไปทำให้เซี่ยเฉินและกังจือต่างถอนหายใจและปีนลงมาจากต้นไม้พวกเขาเดินกลับบ้านกังจือที่ใจเต้นจนแทบจะทะลุออกมาเสียให้ได้เพราะไม่เคยเห็นหมีที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน