เสนาบดีที่รัก (Yaoi)

    ตอนที่ 29


    第 二十九 章


            เขารู้ดีว่าฟ่านเสวียนเองก็คงลำบากใจไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ กล่าวกันว่าความนิยมเกี่ยวกับชายตัดแขนเสื้อแม้จะมิใช่เรื่องแปลกแต่หากก็มิได้แพร่หลายมากนักมักนิยมในชนชั้นสูงและหอคณิกาชายเองก็ต้องใช้จ่ายไม่น้อยในการใช้บริการจึงทำให้อยู่ในวงแคบๆ แต่นั่นไม่เท่าไหร่เขาห่วงเรื่องจิตใจของคนรักมากกว่า ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็มิใช่ไม่มีสนมชาย เพียงแค่พระองค์มิใคร่โปรดปรานมากเท่าใดนักจึงไม่ค่อยมีใครนึกถึง เขาลูบไปตามโครงหน้าที่หลับไปพร้อมกับคราบน้ำตาค้างอยู่ตามขนตายาวงอนเป็นกระจุกดุจน้ำค้างบนยอดหญ้า ดูแล้วให้น่าทะนุถนอมยิ่งนัก ปู้เฉินเดินมาหยุดหน้าประตูสองรอบแล้ว เขารู้ดีและได้ยินชัดเต็มสองรูหูหากยามนั้นธนูง้างคันศรแล้วยากจะเลิกกลางคัน เขาถอนหายใจแผ่วเบาค่อยคลายอ้อมกอดก้มลงจูบซับน้ำตาออกให้ทั้งสองข้างแล้วลุกออกจากตั่งนอนจัดผ้าห่มให้คลุมร่างที่นอนคว่ำหน้าแผ่นหลังเปิดเปลือยให้แน่นหนา

            "เข้ามา"สิ้นเสียงอนุญาตปู้เฉินจึงเปิดประตูด้วยความระมัดระวังยิ่งเพราะเกรงคนที่หลับอยู่หลังม่านโปร่งสีขาวจะตื่นจากนิทรา

            "นายท่าน"

            "อืม ข้ารู้แล้วเขาออกอาการเช่นไร"จื่อหลงตอบรับเสียงเบา เดินไปยังหลังฉากกั้นปล่อยให้ปู้เฉินหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ด้วยความเคยชิน

            "ขุนพลฉั่วโกรธมากขอรับ"

            "แล้วเขาพูดเรื่องอื่นใดอีกหรือไม่"

            "ไม่ขอรับเพียงแค่บอกว่ากลับไปแล้วเขาจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ใดแค่ดูแลความปลอดภัยให้เสนาผู้เดียวยังทำมิได้ แถมยัง..ยัง"

            "ว่ามาเถอะ"

            "แถมยังค่อนข้างจะมิชอบเรื่องเกี่ยวกับตัดแขนเสื้อ"จื่อหลงยกยิ้มมุมปากดวงตาเข้มเย้ยหยันเพราะรู้เบื้องลึกของขุนพลฉั่วผู้นี้ดี

            "เขาเองไม่รู้หรือว่าบุตรชายเขาเองก็มีรสนิยมเช่นเดียวกับข้า"

            "กลับเข้าเมืองหลวงอย่างไรเสียเขาต้องรู้แน่นอนขอรับ"ปู้เฉินเสียงเข้มไม่ว่ารู้หรือไม่เขาจะทำให้รู้จงได้ จริงอยู่เขาอยากให้นายท่านที่เขาเลี้ยงดูมีฟูเหรินและทายาทเพื่อความสมบูรณ์แบบใครครอบ แต่ในเมื่อเจ้านายของเขาสมัครใจรักใคร่กับคุณชายฟ่านเขาก็ยอมรับแต่โดยดี ขอแค่ให้คุณชายของเขาที่เลี้ยงดูมาแต่น้อยมีความสุขก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ

            "ไปกันเถอะข้าจะไปจัดการเรื่องนี้ก่อนเสี่ยวเสวียนตื่น จริงสิลูกจิ่วเป็นอย่างไรบ้าง"เขาถามระหว่างเดินจากห้องนอนไปยังห้องโถงกว้าง

            "คุณชายน้อยอาการดีขึ้นมาแล้วขอรับ ตอนนี้อยู่กับหมัวมัว"ปู้เฉินสวมเสื้อคลุมสีเทาสลับดำพร้อมกับหยกห้อยข้างประจำตัวนับจากที่เติบใหญ่มา ท่านอาจารย์ของเขาก็มอบหยกประจำตัวเพื่อบ่งบอกถึงตำแหน่งประจำสำนักนอกจากคนในสำนักแล้วบุคคลภายนอกน้อยคนนักที่จะรู้ว่าหยกนี้สำคัญเพียงใด

            "เจ้าคิดว่าขุนพลนั่นจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร"

            "เขาจัดการอย่างไรก็ตามใจเขาเถอะขอรับ แต่เรื่องของนายท่านและคุณชายฟ่านยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"จื่อหลงหันมายิ้มให้ด้วยความจริงใจ

            "ขอบใจเจ้ามาก"

            "ถึงเวลาที่เราต้องชำระล้างเรื่องของสกุลเหวินให้ขาวสะอาดแล้วขอรับ ดังนั้นไม่ว่าต่อให้มีกิ่งไม้ลอยขวางทางน้ำข้าก็ไม่ยอมให้มันเป็นอุปสรรคเด็ดขาด"

            "อืม ไปกัน"จื่อหลงพยักหน้า

            ด้านหน้าของโรงเตี้ยมขุนพลฉั่วเดินวนไปมาอยู่กับม้าตัวเขื่องทั้งยังระบายโทสะกับพลทหารสามสี่คนที่ยืนก้มหน้านิ่ง จื่อหลงยิ้มเยาะแล้วรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยยามเดินเข้าไปหยุดด้านหลังขุนพลชราแต่ยังดูสง่าและแข็งแรง

            "ใต้เท้าขอรับ"ขุนพลฉั่วหันกลับมาทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียง มือข้างขวาแตะอยู่ตรงดาบที่ห้อยอยู่ข้างเอวใบหน้าทมึงทึง ดวงตาวาวด้วยโทสะ ใบหน้าคร้ามแดดจากสงครามดุดันยิ่ง จื่อหลงระบายยิ้มอ่อนใบหน้าใสซื่อ

            "มิทราบว่าท่านอยากเจอข้าน้อยด้วยเรื่องใดขอรับ"จื่อหลงแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้

            "เจ้า...เจ้า นี่อยากโดนตัดหัวหรืออย่างไร รู้ตัวหรือไม่ว่าทำสิ่งใดลงไป"ขุนพลฉั่วชี้นิ้วใส่หน้าจื่อหลงทันที

            "ข้าทำ? ข้าน้อยหรือขอรับ มิทราบว่าข้าได้ทำผิดเรื่องใด ข้าคงต้องขอคำชี้แนะ"จื่อหลงทำให้เหลอหลา

            "เจ้าบังอาจ..เฮ่ย..บังอาจข่มเหงน้ำใจข้าราชบริพานขั้นสองเชียวนะ เงาหัวของเจ้ายังจะมีเหลืออยู่อีกหรือ"เพียงแค่คำพูดนี้จื่อหลงถึงกับยืดอกขึ้นเต็มความสูง ดวงตาเคร่งขรึมลงทันควัน

            "ข่มเหงหรือขอรับ หาเป็นเช่นนั้นไม่ ข้ากับใต้เท้าฟ่านเสวียนต่างรักใคร่ชอบพอกัน เรื่องเช่นนี้จึงเป็นเรื่องสามัญธรรมดา อีกทั้งข้าและเขาต่างก็เป็นบุรุษทั้งคู่คงจะมิเสียหายกระมัง"

            "ไม่เสียหายหรือ เจ้ารู้หรือไม่เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของใคร เจ้ายังอาจหาญ..เอ่อ นั่นแหละ"ขุนพลฉั่วกระดากใจเกินจะกล่าวได้แต่ข้ามคำพูดนั้นไปเสีย

            "ประเดี๋ยวหากใต้เท้าฟ่านตื่นแล้วท่านสอบถามเขาได้ขอรับว่าเรื่องราวเป็นมาเช่นไร ตอนนี้ขอใต้เท้าได้โปรดระงับโทสะก่อนเถิดเกรงว่ามันจะไม่ดีต่อสุขภาพท่านเท่าใดนัก"ขุนพลฉั่วสะบัดชายผ้าคลุมสีแดงด้านหลังชุดเกราะสีเงินด้วยความโมโหกรุ่นอยู่ปลายจมูกหันกายเดินจากไปยังด้านในโรงเตี้ยม ทันทีที่ทรุดกายลงนั่งจื่อหลงก็รีบรินน้ำชาหอมกรุ่นส่งให้ถึงมือ

            "ดื่มก่อนเถอะขอรับชานี่ข้าน้อยสั่งมาจากกีจา (เกาหลี) เลยนะขอรับ ขึ้นชื่อว่ากลิ่นหอมเทียบเท่าดอกหอมหมื่นลี้เลยทีเดียว"

            "เจ้ามันรนหาที่ตาย ไม่รู้หรือไรว่าท่านอัครเสนาบดีหวงบุตรชายยิ่ง แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านเสนาฟ่านเขามีฐานะเป็นถึงน้องชายของพระสนมลู่กุ้ยเฟย หัวเจ้าไร้เงาแล้ว! "

            "หามิได้ หามิได้ เรื่องนี้ข้าน้อยล้วนทราบดีแต่ทว่าขอท่านโปรดเห็นใจ อันว่าความรักของข้านั้นต่อให้ข้ามทะเลเหยียบเมฆไปก็กักขังเอาข้าไว้ไม่อยู่ขอรับ"

            "โง่งมยิ่งแล้ว"เขากระแทกถ้วยชาลงกับโต๊ะแรงจนถ้วยแตกออกเป็นสองส่วน จื่อหลงพยักหน้าให้เสี่ยวเอ้อนำถ้วยชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ด้วยท่าทีเอาอกเอาใจ

            "ข้าเองก็เป็นห่วงเรื่องนี้เช่นกันมิใช่ข้าน้อยไม่คิดแต่อยากขอความเมตตาจากท่านขุนพลให้เห็นแก่เราสองคนเถิดท่านจะใจจืดถึงกับนำไม้มาแหย่แยกนกยวนยางออกจากกันเชียวหรือ ถูกผิดเช่นไรก็ยังถือว่าเราทั้งคู่ต่างมีใจให้กันนะขอรับ"

            "เฮ้อ! "นับว่าขุนพลฉั่วคลายอาการเดือดปุดๆ ในใจลงบ้างแล้ว จื่อหลงได้ทีจึงรีบตีเหล็กเมื่อมันยังแดงไฟยังร้อน

            "ได้โปรดเถิดขอรับ โปรดเห็นใจเราสองคนด้วย ข้าน้อยคงต้องรบกวนท่านใต้เท้ามีเมตตาแล้ว"จื่อหลงลุกขึ้นยืนประสานมือค้อมตัวลงจนลำตัวขนานกับพื้น

            "เฮ่ย! เจ้าคิดว่าเรื่องนี้มันง่ายหรือยังไง"จื่อหลงไม่ตอบคำ ได้แต่ดื้อดึงค้อมกายนิ่งอยู่เช่นนั้น

            "เอาเถอะๆ ข้าจะลองดู ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าเป็นเช่นนี้ เมฆขาวหมาเทาจริงๆ (สำนวนหมายถึงโลกไม่แน่นอนยากจะหยั่งถึง)

            "ขอเพียงใต้เท้าเอ่ยปาก ท่านอัครเสนาบดีลู่คงบรรเทาโทสะในใจได้บ้างขอรับ"

            "เจ้าแน่ใจหรือว่ามิได้ข่มเหงจิตใจใต้เท้าลู่"หนวดสีดอกเลากระดิกยามเอ่ยถึงเรื่องนี้เขม้นมองกลุ่มผมดำคลับเกล้าขึ้นเป็นทรงสวมกวานหยกเนื้อดีที่ค้อมกายอยู่

            "ข้าน้อยมิอาจหักหาญข่มเหงน้ำใจคนรักได้ลงหรอกขอรับ เราทั้งคู่ต่างก็ทำไปเอ่อ...ทำไปตามอารมณ์ยามสายลมจันทราหมาย"จื่อหลงจงใจเว้นช่องเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            "พอแล้วๆ ข้าไม่อยากฟังเรื่องจันทราของพวกเจ้า เอาเถอะครั้งนี้ถือว่าข้าตอบแทนที่เจ้าเคยช่วยอำนวยให้ข้าสะดวกสบายเมื่ออยู่ที่นี่ ข้าจะตอบแทนเจ้าก็แล้วกัน แต่บอกเสียล่วงหน้าได้ผลเช่นไรนั้นข้าไม่รับปากแล้วแต่โชคชะตาของเจ้าก็แล้วกัน"ขุนพลฉั่วโบกมือไปมาตรงหน้าตัดรำคาญ จื่อหลงยิ้มปากไม่ส่งถึงตา

            "ขอบคุณใต้เท้า ขอบคุณใต้เท้า"เขารีบเงยหน้าขึ้นแล้วเดินไปรินน้ำชาส่งให้อีกครั้ง สีหน้าของขุนพลฉั่วเองก็กล้ำกลืนเต็มทน พลางคิดในใจว่านี่มิใช่ว่ายกหินทุ่มใส่เท้าตัวเองหรอกหรือแค่คิดก็สะท้านเยือกไปถึงไขสันหลังแล้วแต่จะทำเช่นไรได้ ในเมื่อรับปากไปแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น หลังคาบ้านรั่วในคืนฝนตกจะทำอย่างไรได้อีก คิดเช่นนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกๆ อยู่เช่นนั้น ต่างจากจื่อหลงที่มีสีหน้าสบายใจราวกับยืนอยู่ในดงดอกเหมยหอมกรุ่น

            "จริงสิขอรับ ใต้เท้าตั้งใจจะกลับเมืองหลวงเมื่อใดขอรับ"

            "พรุ่งนี้"ขุนพลฉั่วตอบกลับเสียงฝืด

            "อ้อ...อ้อ เช่นนั้นข้าน้อยคงต้องขอลาท่านไปเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะเดินทางไปส่งพวกท่านในวันพรุ่งนี้เช่นกัน"

            "เดี๋ยว! เจ้าพูดเช่นนี้หมายความเช่นไร มิใช่พร้อมจะเดินทางไปกับข้าหรอกหรือ"คราวนี้หนวดขาวถึงกับกระดิกอีกครั้ง

            "หามิได้ ข้าน้อยยังติดค้างภารกิจอีกราวๆ ครึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนจึงจะเดินทางไปยังเมืองหลวงได้ขอรับ"คราวนี้ใบหน้าเหี่ยวย่นถึงกับถมึงทึงดวงตาราวกับไฟบรรลัยกัลป์

            "ไม่ได้! ยังไงเจ้าก็ต้องเดินทางไปพร้อมข้า หรือเจ้าคิดจะตีจาก"

            "ข้าน้อยหาคิดเช่นนั้นไม่ขอใต้เท้าระงับโทสะ ท่านเองก็เห็นกิจการข้ามากมายล้วนมิได้สะสาง ข้ากับใต้เท้าลู่พึ่งมาประสบพบเจอกันดั่งสายฟ้าสวรรค์ชักนำอัคคีพสุธาดังนั้น..ดังนั้น"เขาแสร้งอึกอักอยู่ในลำคอ ขุนพลฉั่วนึกถึงเสียงที่ได้ยินมาเมื่อชั่วยามก็อยากกระอักลิ่มเลือดออกมาเสียนัก

            "ยังไงก็ไม่ได้ เจ้าต้องเดินทางไปพร้อมข้า เป็นก็เป็นด้วยกันยามตายเจ้าจะให้ข้าตายไปพบยายเมิ่งเพียงลำพังงั้นหรือ เจ้าเด็กเลว"เสียงขุนพลฉั่วดังราวฟ้าผ่า จื่อหลงนึกกระหยิ่มในใจ คนที่จะผลักดันเรื่องของเขาและฟ่านเสวียนให้เป็นผลสำเร็จก็คงเป็นขุนพลฉั่วคนนี้เท่านั้นเพราะหาทำไม่สำเร็จพระสนมลู่กุ้ยเฟยและอัครเสนาบดีลู่คงไม่ยินยอมเช่นกัน นั่นคงเป็นเรื่องยากแล้ว

            "ใต้เท้าได้โปรดเห็นใจข้าน้อยเถอะขอรับ"จื่อหลงโอดเสียงคล้ายคนใกล้ตาย จริงแล้วเขาได้เตรียมทุกอย่างพร้อมสรรพอยู่แล้ว เพียงแต่หากเขาเดินทางไปพร้อมกับเสี่ยวเสวียนขุนพลฉั่วคงไม่ต้องแบกหน้าเพื่อหาทางให้ตัวเองรอด ดังนั้นเขาจึงหาทางเลี่ยงแต่ติดตามขบวนไปโดยมิให้อีกฝ่ายรู้ ภรรยาของเขาทั้งคนมีหรือจะปล่อยให้เดินทางเพียงลำพังได้

    คล้ายกับเรื่องเสนาบดีที่รัก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604