มู่อี้เฉินที่สูญเสียการควบคุมตนเองนั้นอันตรายเป็อย่างมากแต่ในทางเดียวกันก็น่าหลงใหลอยู่ไม่น้อย เธอที่ไม่เคยมีประสบการณ์อย่างนี้มาก่อนก็ไม่สามารถต้านทานอารมณ์ของเขาได้เช่นกันร่างกายค่อยๆ ร้อนผ่าวขึ้นมา ใจเต้นรัวจนไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน
ทั้งๆ ที่เป็คนที่ไม่คุ้นเคยทั้งคู่ แต่เวลานี้กลับหายใจแลกกันไปมาใกล้กันยิ่งเสียกว่าใกล้ ทำเื่ที่สำหรับระหว่างคนรักเขาทำกัน
วินาทีนี้ความกลัวความกังวล และความเสียใจพรั่งพรูเข้าสู่สมองของเธอ
เริ่มแรกมู่อี้เฉินเพียงคิดจะสั่งสอนเธอเท่านั้น
แต่เรียวลิ้นหวานราวกับช็อกโกแลตของเธอเพียงแค่จูบลงไปก็เหมือนถูกสะกดเอาไว้ไม่สามารถแยกออกมาได้ สติค่อยๆ เลอะเลือนไม่อยู่กับเนื้อตัว จิตใจล่องลอยไปกลางอากาศมู่อี้เฉินเหมือนดั่งกับว่าถลำลึกเข้าไปในสถานการณ์ที่ล่อแหลมอันตราย ร่างกายเร่าร้อนไม่สามารถดับลงได้
แต่เธอนั้นกลับเหมือนโอเอซิสที่อยู่ในทะเลทรายเพียงแค่กกกอดเธอเอาไว้ ความร้อนที่เปรียบดั่งไฟเผาไหม้ก็อันตรธานหายไปร่างกายเต็มไปด้วยความวาบหวิววาบหวาม ยิ่งทำให้กอดเธอแน่นมากขึ้นในหัวสมองตอนนี้เหลือแต่เพียงความคิดเดียว คือเล้าโลมเธอต่อไปให้จนถึงที่สุด
เขาใช้มือเพียงข้างเดียวจับข้อมือคู่นั้นของเธอเอาไว้และใช้มืออีกข้างดึงทึ้งยางรัดผมของเธอให้หลุดออกมา
ผมยาวนุ่มลื่นดกดำกระจายราวกับหมึกดำที่กระจายตัวพลิ้วออกมาเหมือนกับดอกโบตั๋นที่กำลังบานสง่ายิ่งทำให้เธอที่แต่เดิมก็งดงามน่าหลงใหลอยู่แล้ว ยิ่งทวีความน่าหลงใหลให้กับเธอมากยิ่งขึ้นภาพตรงหน้าทำให้เขาหลงใหลไม่น้อย ใช้ปากเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นแทบจะดูดิญญาของเธอเข้าไปในปาก ทำให้เธอเป็ของเขาตลอดกาล
ดวงตาของเธอใสราวหยดน้ำ ขนตาที่ยาวกะพริบอย่างไม่หยุดขมับเต้นตุบๆ ใช้สายตามองเขาอย่างเกรี้ยวกราดร้อนรน
อารมณ์แบบนี้ทำให้เขารู้สึกอย่างบอกไม่ถูกในใจคันยิบยับ
เขาจูบต่ออย่างลึกซึ้ง ซึ่งบางทีอาจจะไม่ปล่อยเธอไปแน่ๆจ้าวตงหานจึงอ้าปากใช้ฟันเรียงสวยกัดลงไปอย่างจัง
เธอได้ชิมััถึงรสฝาดเืแต่เขาก็ยังจูบเธอต่อ ในแววตาไร้ซึ่งสติที่มี แสดงให้เห็นว่าเขาทิ้งความรู้สึกนึกคิดทุกอย่างออกไปหมดตั้งนานแล้ว
เสียงเพลงแว่วมาจากในกระเป๋าของเธอนั่นเป็เพลงภาษาอังกฤษคลาสสิกที่คุ้นหู
“โทรศัพท์ของฉัน”
เธอดิ้นรนพลางใช้น้ำเสียงที่พูดอย่างแหบแห้งกล่าว
มู่อี้เฉินขมวดคิ้วขึ้นมาก ใช้มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าของเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาและเขวี้ยงออกไปด้านหลังโดยไม่ได้มองแม้แต่นิดเดียว
พอโทรศัพท์ตกไปกระแทกกับตู้ไม้วางเหล้าก็กระเด็นออกไปตกที่พื้นอีกจนแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอื่นๆ แตกกระจาย
เขาพยายามจูบเธอต่อจนพอใจ จึงยอมปล่อยละออกจากริมฝีปากของเธอ
เมื่อได้รับอิสระเธอก็ะโร้องดังว่า “ปล่อยฉันไปนะไอ้สารเลว!”
มู่อี้เฉินยืดตัวขึ้นคิดไม่ถึงว่าเขาจะปล่อยเธอไปจริงๆ
จ้าวตงหานกำลังจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่กลับเห็นเขากำลังถอดเสื้อผ้าออกทิ้งไปข้างตัวอย่างไม่ช้าไม่เร็วหลังจากดึงเนกไทออก เขาก็ยื่นมือไปจัดการกับเข็มขัดหนังของเขาที่เอว
เธอลุกออกจากโซฟาและวิ่งด้วยกำลังที่เร็วที่สุดไปยังประตูเพิ่งจะวิ่งได้เพียงสองก้าวก็ถูกดึงกลับมาไว้ที่บนโซฟาตัวเดิม
“คิดหนี?”
ชายหนุ่มพ่นคำพูดเ็าออกมาสองคำทำให้ฝ่ายตรงข้ามไร้คำพูดใดๆ เพียงสองก้าวก็เดินมาถึง ถาโถมเข้าไปกดทับร่างกายอันเพรียวบางของเธอราวกับูเาใหญ่ั์ที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้
เสื้อโค้ตของเธอถูกดึงออกอย่างหยาบโลนและเหวี่ยงทิ้งไปด้านข้าง
เขาเอามือยื่นไปดึงปกเสื้อเชิ้ตลายสกอต เริ่มปลดกระดุมออกแต่ว่าปลดได้เพียงแค่สองเม็ดก็หมดความอดทน ที่เหลือจึงถูกเขาฉีกออกจนหมด
นิ้วมือเย็นลูบไล้ไปทั่วลำคอขาวสะอาดภายใต้ฤทธิ์ยาทำให้เขาขาดการควบคุมตนเองอย่างยิ่งทั่วทุกจุดเป็รอยปื้นแดงเต็มไปหมด เธอใช้ทั้งมือทั้งเท้าผลักไสเขาออกไปแต่ก็ไม่เป็ผลกระทั่งเหงื่อออกเต็มหน้าผากก็ยังไม่สามารถหนีออกจากเงื้อมมือปีศาจได้
ในใจเธอทั้งโกรธทั้งร้อนรนต่อสู้กับมู่อี้เฉินจนสุดชีวิตแต่แล้วด้วยพละกำลังที่ไม่ไหว จนสุดท้ายก็ได้แต่ยอมให้เขาทำตามใจ
น้ำตาแสนเศร้าระทมใจของเธอหลั่งไหลออกมาฟันขาวกัดแน่นที่ริมฝีปากพยายามไม่ให้มีเสียงออกมาเหงื่อที่ออกมาทำให้เส้นผมเปียกชื้นถูกแปะไปที่แก้มนวลของเธอทั้งสองข้าง
ภาพที่ดูน่าสงสาร ไม่เพียงแต่เขาไม่เห็นใจแต่กลับทำให้มีอารมณ์มากขึ้นยิ่งปลุกเร้าอารมณ์อยากจะให้เขารังแกเธอต่อ
“เจ็บ!”
จุดบอบบางที่สุดของร่างกายเธอทันใดนั้นถูกบางสิ่งแทรกเข้ามาในพริบตาไม่มีแม้แต่การปกป้องใด ๆทั้งสิ้น ความเ็ปแผ่ไปทั่วสรรพางค์ร่างกาย เสียงกรีดร้องออกจากริมฝีปากเล็บมือจิกลึกเข้าิัที่แขนของเขาอย่างจัง
เสียงที่กรีดร้องอย่างเ็ปทำให้มู่อี้เฉินที่ขาดสติเพราะฤทธิ์ยากลับดึงสติขึ้นมาร่างกายหยุดการกระทำโดยฉับพลัน
อย่างไรก็ตามแต่สัญชาตญาณดิบเถื่อนอยู่เหนือการยับยั้งชั่งใจตอนนี้จึงเพียงมีสติในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้นก็ถูกครอบงำถลำลึกลงไปอีกครั้งเวลานี้เขามีเพียงความคิดเดียวอยู่ในสมองเท่านั้น เขา้าเธอ
ในเมื่อมาจนถึงขนาดนี้แล้วไม่ว่าฟ้าถล่มดินทลายเขาไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่
มือหนาจับใบหน้าเธอทั้งสองข้าง ก้มศีรษะลงไปจุมพิตที่หน้าผากหว่างคิ้วเธอเบาๆไม่มีทางที่จะปล่อยเธออีก...
คืนนั้นทั้งคืนจ้าวตงหานถูกเขารังแกจนหมดแรงทั้งคืนแม้กระทั่งจะขยับมือก็ไม่มีกำลังที่จะขยับเลยสักนิด
กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เธอคิดว่าน่าจะจบแล้วและพักผ่อนได้แต่ใครจะไปรู้ว่าในระหว่างที่เธอกำลังสะลึมสะลืออยู่เขาได้จับเธอดึงกลับไปเป็ยาถอนพิษให้กับเขาอีกครั้ง
เด็กหญิงเอาแต่ใจที่มักจะถูกเรียกว่า “เ้าปีศาจน้อยทรมานคน”เธอก็คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่กลายร่างเป็ปีศาจน้อยก็ทรมานคนได้เช่นกัน
ต่อมาเธอได้แต่ใช้มือจับพยุงเอาไว้กับโซฟา กายสาวหดกลับเข้ามาเหมือนลูกบอลพลางร้องไห้ขอร้องเขาว่า
“พอได้หรือยัง? นี่มันกี่ครั้งแล้ว!”
มีแต่เพียงเสียงหึเ็าตอบเธอมาและเธอก็โดนลากดึงกลับไปอีกครั้ง
จ้าวตงหานเพิ่งจะรับรู้เข้าใจประโยคที่ว่ายาที่วางด้วยตนเองกลับเป็ตนเองแม้กระทั่งน้ำตาต้องเป็ยาถอนพิษให้แก่เขา
ในใจเธอพลางร้องด่าตลอดเวลาไอ้ชั่วช้า! มันไม่ใช่คน! ไอ้สัตว์เดรัจฉาน!
มันช่างน่ากลัวเสียจริง ๆ! เธอใส่ยาให้มู่อี้เฉินไปสองขนานยานอนหลับกลับไม่ค่อยเป็ผล แต่ยาอีกชนิดกลับให้ผลตรงกันข้าม
จ้าวตงหานคิดเสียใจเธอไม่น่าไปหาเื่เขาเลย
ซวยจริง ๆ! ถ้ารู้แต่แรกว่าเวรกรรมจะตกเป็ของตนเอง ตีให้ตายเธอก็ไม่เลือกใช้วิธีวางยาเขาโง่ๆแบบนี้หรอก!
เขาใช้วิธีเปลี่ยนมากมายหลายท่ากับเธอ เริ่มต้นที่บนโซฟาทั้งถูกลากลงไปที่พื้น สุดท้ายก็ถูกลากกลับขึ้นมาบนโซฟาอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่มู่อี้เฉินที่ดูจะอิ่มหนำสำราญแล้วนั้นก็กอดเธอหลับใหลไปส่วนจ้าวตงหานที่ถูกดูดพลังจนหมดแรง แหงนหน้ามองเพดานพลางร้องไห้ คิดในใจว่าชาติที่แล้วเธอไปทำกรรมอันใดมาหนอถึงต้องเป็ขนาดนี้?
เช็ดน้ำตาในใจในที่สุดร่างกายที่อ่อนล้าก็ทำให้ตาทั้งสองข้างปิดสนิทและเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ในอ้อมกอดของเขาไป
เมื่อจ้าวตงหานลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าท้องฟ้าสว่างแล้วใช้สายตามองไปรอบๆ ก็ปรากฏว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องของตนเองผ่านไปไม่กี่นาทีก็ทำให้เธอตื่นขึ้นอย่างเต็มตา
เงยหน้าขึ้นมอง เธอก็พบว่าชายหนุ่มที่อยู่ด้วยทั้งคืนนั้นจากไปแล้วในห้องมีแต่เธอเพียงคนเดียว ในอากาศยังมีกลิ่นอายของเมื่อคืนนี้หลงเหลืออยู่
เธอดันกายขึ้นนั่งเพียงแค่ลุกขึ้นมาร่างกายก็เ็ปเสียจนราวจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
พลันมีเสื้อสูทสีขาวตัวหนึ่งร่วงหล่นจากกายเธอเหมือนกับเสื้อที่มู่อี้เฉินใส่เมื่อคืนตัวนั้น
บ้าไปแล้ว! ใครจะอยากได้เสื้อของเขากัน!
เธอรีบเอาเสื้อโยนทิ้งไปข้างๆ และรีบหยิบเสื้อคลุมของเธอที่กระดุมหลุดหายไปสองเม็ดตัวนั้นมาคลุมกายเมื่อก้มลงไปมองร่างของเธอก็พบว่าแต่เดิมร่างกายขาวสะอาดไร้ริ้วรอยใดๆ ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยจูบฟกช้ำเต็มไปหมด
จ้าวตงหานนั่งตะลึงอยู่บนโซฟาชั่วครู่น้ำตาเม็ดโตก็ไหลออกมา
ล่วงเลยเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงมานานด้านนอกหน้าต่างเต็มไปด้วยใบไม้ลอยพลิ้วผู้คนมากมายเดินขวักไขว่อยู่บนถนนต่างหนาวจนต้องยกคอเสื้อขึ้นมาปิดใบหน้าแต่ในใจของจ้าวตงหานกลับหนาวเหน็บเข้ากระดูกยิ่งกว่าลมหนาวในฤดูใบไม้ร่วงข้างนอกเสียอีก
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwrite ด้วยน้า