ชิงหยางหนีมาได้ไกล แลเร่งเข้าหลบในถ้ำแห่งหนึ่งเขาใช้ก้อนหินใหญ่ปิดปากถ้ำไว้
" หวังว่าจะมีเวลาพอ " ชิงหยางพึมพำ เขาเร่งหาที่นั่งขัดสมาธิแลกลืนโอสถรวมปราณลงไปอย่างบ้าคลั่ง
" ต่อสู้ขัดเกลาร่างกายมาพักใหญ่ ในที่สุดก็ได้เวลาทะลวงขั้นพลัง " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางฝีนรั้งมิทะลวงขั้นพลังมาพักใหญ่ ก็เพื่อจะใช้การต่อสู้ที่เสี่ยงเป็เสี่ยงตายขัดเกลาร่างกายแลจิตใจ
เขาจะได้มิต้องผนึกขั้นพลังเพื่อกลับไปต่อสู้กับสัตว์อสูรอีก เพราะมันทำให้เขาเสียเวลาไปมากมาย
" เคล็ดวิชาชิง์หมุนวน " ชิงหยางพึมพำ
" วู๊มมม " เคล็ดวิชาชิง์พุ่งทะยานเข้าสอดผสานกับพลังฟ้าดินที่อัดแน่นอยู่ในร่างของเด็กหนุ่ม
แลไหลเวียนไปตามตามจุดชีพจร เพื่อทะลวงจุดชีพจรให้ใหญ่ขี้น เพื่อที่จะรองรับปราณพลังขั้นใหม่ที่จะมาถึง
ต้องบอกก่อนว่าผู้ที่ยังมิถูกทะลวงชีพจรนั้น การฝึกฝนวรยุทธจะเป็ไปอย่างเชื่องช้ากว่าผู้ที่ทะลวงจุดชีพจรแล้ว
เพราะลมปราณจะไหลทะลวงไปทั่วร่าง หากจุดชีพจรเล็กลมปราณก็ไหลหลั่งไปได้น้อยนั่นจึงทำให้การฝึกฝนเป็ไปอย่างล่าช้า
ยิ่งฝึกฝนนานก็ยิ่งเชื่องช้า จนถูกมองว่าเป็ขยะเศษสวะไร้ความสามารถ
แต่แท้จริงแล้ว เป็เพราะยังมิได้ทะลวงจุดชีพจรนี่เอง
" ตูมมมม " เกิดการะเิขึ้นที่ตันเถียน พลังปราณมากมายอัดกระแทกตันเถียนให้ยืดขยายออก
" นี่มันดีรึร้ายกัน " ชิงหยางพึมพำ เขาพบว่าตันเถียนของเขามีขนาดใหญ่พอๆกับเขตแดนผสานิญญา
" หากพูดถึงเื่ดีคงบอกได้เพียงว่า ข้ามีพละกำลังพอๆเขตแดนผสานิญญาระดับสาม " ชิงหยางพึมพำ
" เื่มิดี ข้าต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรมากมาย ในการทะลวงขั้นพลังถัดไป " ชิงหยางส่ายหน้าอย่างช้าๆ
" ฟู่ว " เด็กหนุ่มเป่าปากออกมาอย่างแรง เมื่อครุ่นคิดว่าต่อไปจะพบกับความลำบากในการฝึกฝน
" คงมิมีสิ่งใดลำบากกว่านี้อีกแล้ว " ชิงหยางส่ายหน้าช้าๆ พลางครุ่นคิด
" แต่ยังดีที่ข้าสามารถกลืนกินโลหติแลเนื้อของสัตว์อสูรได้ มิเช่นนั้นความลำบากมาเยือนเป็แน่ " ชิงหยางพึมพำ
หลังจากที่ครุ่นคิดฟุ้งซ่านอยู่พักใหญ่ ชิงหยางเร่งทำการปรับสมดุลร่างกาย
ผ่านไปราวหกชั่วยาม เด็กหนุ่นเปิดเปลือกตาขึ้น พลางส่งััพยัคฆ์ขาวออกไป
" ในรอบบริเวณหนึ่งลี้มีเพียงสัตว์อสูรระดับสองสูงสุด " ชิงหยางพึมพำ
" ไป " เด็กหนุ่มเร่งออกมาจากถ้ำ แลทะยานร่างไปยังสัตว์อสูรระดับสองสูงสุดเพื่อจะทดลองพลังของตน
เพียงมินาน เด็กหนุ่มมาถึงยังสัตว์อสูรระดับสอง " หมูป่าขนหนาม " ชิงหยางพึมพำ
" ไอ้หมูบ้าตายซะ " ชิงหยางร้องออกมา พลางทะยานร่างเหวี่ยงหมัดออกไป
" พลั่ก " หมัดของเด็กหนุ่มชกเข้าที่หน้าผากของหมูป่าขนหนามอย่างแรง
" อู๊ด " มันร้องออกมาคำเดียวแลแน่นิ่งไป
ชิงหยางเร่งเก็บแก่นอสูรของหมูป่าขนหนาม แลเก็บร่างของมันเข้าในแหวนมิติเขาทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" แปลก " ชิงหยางพึมพำ เขาครุ่นคิดว่า เหตุใดระหว่างต่อสู้กับมนุษย์จึงมิสามารถสูเข้ามขั้นได้เหมือนกับสัตว์อสูร
สัตว์อสูรระดับหนึ่งนั้น เทียบเคียงได้กับเขตแดนหล่อกายาส่วนสัตว์อสูรระดับสองเทียบได้กับเขตแดนผสานิญญา
" ระดับของสัตว์อสูรจะเท่ากับเขตแดนมนุษย์แต่ละเขตแดน เหตุใดข้าจึงสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสองสูงสุดได้ " ชิงหยางพึมพำ
" ในเมื่อสัตว์อสูรระดับสองสูงสุดนั้น เทียบเท่ากับเขตแดนผสานิญญา " ชิงหยางพึมพำ
ครุ่นคิดอยู่นาน เด็กหนุ่มจึงเลิกคิด " ไว้กลับไปลองถามผู้าุโเหลาดู " ชิงหยางพึมพำ
" นั่น " ชิงหยางรั้งร่างของตนไว้ มองฝ่าความมืดมิดไปในป่าศิษย์สำนักสองคนที่ไล่ล่าสังหารตนกำลังเดินสำรวจในป่า
" ดี " ชิงหยางพึมพำ เขาตั้งปณิธาณเอาไว้ว่า หากผู้ใดดีกับเขา เขาจะดีตอบเป็ร้อยเท่า หากผู้ใดร้าย เขาจะร้ายตอบเป็พันเท่า
" เพราะโลกนี้ เป็ที่อยู่ของผู้ที่แข็งแกร่ง " ชิงหยางพึมพำ ั้แ่เด็กชิงหยางต้องคอยก้มหัวโขกศีรษะของตนอยู่หลายครานัก
เกียรติยศแลศักดิ์ศรีสูญสลายไปเนิ่นนาน เพราะความจน การที่ต้องอยู่คนเดียวไร้ที่พึ่งพึง จึงมิมีผู้ใดปกป้อง
หากเขามีพลังที่มากพอก็จะสามารถปกป้องตนเองได้ ทั้งยังสามารถปกป้องครอบครัวในอนาคตของตนได้
" ตาย " ชิงหยางร้องออกสุดเสียง พลางเหวี่ยงหมัดออกไปสุดแรง
" พลั่ก " ศิษย์สำนักผู้หนึ่งถูกชกเข้าที่หลังศีรษะล้มคว่ำลงในทันใด
ชิงหยางใช้เท้าถีบเข้าช่องท้องของศิษย์สำนักอีกคนจนเซถลา จากนั้นชิงหยางจึงเหวี่ยงหมัดตามติด
" พล็อก " หมัดของชิงหยางที่มีน้ำหนักมหาศาลชกเข้าที่กรามของศิษย์สำนักผู้นั้น
" อ่อค " มันกระอักโลหิตออกมาก่อนล้มคว่ำหน้าจมแอ่งโลหิตของตน
" หมัดเดียวถึงกับสาหัส " ชิงหยางพึมพำ แลเร่งทำการรูดทรัพย์ของศิษย์สำนักทั้งสอง
ชิงหยางลังเลที่จะสังหารศิษย์ของสำนักทั้งสอง " เอาเถิด เพื่อป้องกันปัญหาในวันหน้า เพราะคนตายพูดมิได้ " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มคร่อมร่างของศิษย์สำนักผู้หนึ่ง แลใช้สองมือจับที่คอของศิษย์ผู้นั้น
" กร็อก " ชิงหยางบิดคอของศิษย์สำนักผู้นั้นจนหักสิ้นใจในทันใด แลเร่งเข้าจัดการอีกคน
" ต้องให้เหล่าสัตว์อสูรมาแทะร่างของศิษย์สำนักพวกนี้ เพื่อทำลายหลักฐาน " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางใช้กระบี่กรีดไปตามร่างไร้ิญญาของทั้งสอง แลเร่งทะยานรางจากไป
" มากันยี่สิบเอ็ด ตายไปแล้วสี่ " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเร่งทะยานร่างขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อมองสถานการณ์ให้ครบถ้วน
แท้จริงแล้วเด็กหนุ่มมิได้มีประสบการณ์มากมายเช่นนี้ แต่เพราะเด็กหนุ่มชอบที่จะฟังเวลาที่เหล่ายอดยุทธพูดคุยโอ้อวดกัน
เด็กหนุ่มเป็คนที่มีความทรงจำเป็เลิศ เพียงฟังหรือดูคราเดียวก็สามารถจดจำทุกอย่างได้แล้ว
เด็กหนุ่นจึงใช้สิ่งที่เหล่ายอดยุทธพูดคุยกันมาเป็ประสบการณ์ของตน แลใช้มันในการล่าสัตว์อสูรั้แ่เด็กๆ
ร่างของเด็กหนุ่มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่บนยอดเขา เด็กหนุ่มสอดสายตากวาดมองอย่างเชื่องช้า
" ตรงนี้แม้นจะอยู่ไกล แต่ก็ยังพอเห็นอะไรลางๆ " ชิงหยางพึมพำ
เขามองเห็นเงาดำห้าคน กำลังเดินเข้ามาในป่า เงาดำทั้งห้าแผดกลิ่นอายของเขตแดนผสานิญญาอย่างบ้าคลั่ง
" พวกโง่ ช่างโง่เง่าจริงๆ ถึงกับเปิดเผยตนเองเช่นนี้ " ชิงหยางได้แต่ส่ายหน้ากับการกระทำของคนทั้งห้า
" ไปดูใกล้ๆว่าเป็พวกใด " ชิงหยางพึมพำ พลางทะยานร่างลงจากต้นไม้ใหญ่ แลพุ่งยังเชิงเขาอย่างรวดเร็ว
เพียงมินาน ชิงหยางก็เข้าใกล้คนทั้งห้าในระยะราวหนึ่งลี้ เด็กหนุ่มปกปิดกลิ่นอายของตน แลนั่งมองคนทั้งหาบนต้นไม้ใหญ่
ทั้งกลิ่นอายของเขตแดนผสานิญญาที่แผดออก ทั้งเสียงเดินที่ดังลั่น แลเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ชิงหยางได้แต่ส่ายหน้ากับความโง่งมของคนเหล่านี้ " ทำไปเพื่อสิ่งใด " ชิงหยางพึมพำ
เมื่อเข้าระยะสายตา ชิงหยางถึงกับคิ้วขมวด " มิใช่สำนักทานตะวันนี่ " ชิงหยางพูดในใจ
" คนพวกนี้มาทำสิ่งใดที่นี่ " ชิงหยางพึมพำ พลางจ้องมองยังคนทั้งห้า
คนทั้งห้าสวมชุดสีเขียว ที่หน้าอกปักรูปกระบี่ไขว้ ทั้งยังเหน็บกระบี่ไว้ที่เอว
" รึจะเป็คนของสำนักกระบี่เทียนหยวน " ชิงหยางพูดในใจ
ในเขตห้าหัวเมืองชายแดนมีสำนักอยู่มากมาย แต่สำนักที่ขึ้นชื่อนัั้นมีเพียงหยิบมือ แลสำนักกระบี่เทียนหยวนก็เป็หนึ่งในนั้น
ชิงหยางมิอยากมีเื่หรือต้องตอบคำถาม จึงใช้ล่องทะยานออกจากที่ซุ่มอย่างรวดเร็ว
" หือ " ชายหนุ่มคนหนึ่งหยุดเดินพลางกวาดตามองยังทิศทางที่ต้องสงสัย
" ศิษย์พี่มีสิ่งใดรึ " ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าของศิษย์พี่แปรเปลี่ยน
" มิมีสิ่งใด เร่งไปกันเถิด " ศิษย์พี่เอ่ยออกมา แลเร่งทะยานฝ่าความมืดอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางทะยานร่างไปอย่างมิรู้ทิศทาง จนในที่สุดมาพบกับหุบเหวลึก
ชิงหยางกวาดตามองทั่ว มิพบทางไปต่อ " คงได้แต่กลับทางเดิม " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มเร่งผินกายกลับ แลทะยานร่างออกจากหุบเหวในทันใด
" อือ " ทั่วร่างพลันสั่นเทิ้ม เมื่อปรากฎว่ามีกระแสพลังลึกลับโลมเลียทั่วร่าง
" ไป " โดยที่มิหันมามอง ชิงหยางร้องออกมาแลเร่งทะยานร่างออกจากหุบเหวอย่างรวดเร็ว
นานนับชั่วยามที่ชิงหยางหนีออกจากหุบเหวลึกนั่น เขาได้หาถ้ำเพื่อหลบพักฟื้นพลัง
" มิรู้ว่าใต้หุบเหวนั่นมีสิ่งใด " ชิงหยางพึมพำ เขาครุ่นคิดถึงกระแสพลังที่โลมเลียทั่วร่าง
" ไว้รอให้ขั้นฝึกสูงกว่านี้ค่อยมาสำรวจ " ชิงหยางพึมพำ
" ั้แ่รูดทรัพย์ไอ้แก่นั่นยังมิสำรวจเลยว่ามีสิ่งใด " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มหยัดกายลุกยืนแลใช้หินก้อนใหญ่ปิดปากถ้ำ แลเร่งเทกระเป๋ามิติของชายชราออกมา
" เคร้ง " เสียงอาวุธหลายระดับตกกระแทกพื้น สองตาของชิงหยางมองยังอาวุธเ่าั้
อาวุธแต่ละชิ้นสลักชื่อของสำนักไว้ ชิงหยางครุ่นคิด " มิใช่ว่าไอ้แก่นี่ดักสังหารเหล่าศิษย์แต่ละสำนักแลทำการรูดทรัพย์รึ " ชิงหยางพึมพำ
เด็กหนุ่มเร่งสำรวจกองสมบัติต่อ พบว่านอกจากอาวุธของสำนักต่างๆแล้ว ยังมีเคล็ดวิชาของสำนักต่างๆอีกมาก แลทรัพย์สินของสำนักต่างๆอีก
" ไอ้แก่นี่เป็โจรเช่นนั้นรึ " ชิงหยางพึมพำ พลันสายตาเลื่อนไปพบเจอเข้ากับม้วนหนังแกะเก่าแก่
" หนังแกะเก่าแก่ " ชิงหยางร้องออกมา พลางยกยิ้มอย่างดีใจ
ในใจของชิงหยางตื่นเต้นเป็ยิ่งนัก เมื่อคิดว่าม้วนหนังแกะเก่าแก่นี่จะนำโชควาสนามาให้ตน
" เปิด " ชิงหยางแกะเชือกที่ผูกมัดม้วนหนังแกะเก่าแก่ออก ม้วนหนังแกะค่อยคลี่ออก
สองตาของชิงหยางมองทั่วแผ่นหนังแกะที่ว่างเปล่า พลางยกยิ้ม เด็กหนุ่มกัดนิ้วมือของตน แลหยดโลหิตลงยังแผ่นหนังแกะเก่าแก่
หลังจากที่โลหิตหยดลงไปมินาน " วิ้ง " พลันปรากฎแสงสีขาวนวลสว่างไสวทั่วเแผ่นหนังแกะเก่าแก่
" วิ้ง " อักษรโบราณหลายตัวปรากฎขึ้น สองตาของชิงหยางมองยังอักษรสีขาวนวล
" กระบี่เจ็ดดารา "