พรรษางัวเงียลืมตา ในห้องมีเพียงโคมไฟหัวเตียงอันหนึ่งถูกเปิดเอาไว้
“ตื่นแล้ว? ก็ลุกไปอาบน้ำเถอะจะได้ทานข้าว” ใบหน้าของคนพูดลอยอยู่ใกล้
“กี่โมงแล้วคะ?” เธอขยับลุกขึ้นนั่ง หันไปมองดูนาฬิกาตั้งโต๊ะที่วางอยู่บนหัวเตียงก็พบว่าถูกคว่ำหน้าลง หญิงสาวจึงได้ยื่นมือไปหงายขึ้นมาดู พอเห็นหน้าปัดนาฬิกาถึงกับผงะ “คุณ คุณทำไมไม่ปลุกฉัน?”
ธเนศยิ้มน้อยๆ “ผมเรียกคุณตั้งหลายครั้ง แต่คุณไม่ตื่นเองก็เลยปล่อยให้คุณนอน”
“ฉัน....” พรรษาทบทวนเื่ที่เกิดขึ้น
เมื่อเช้าหลังออกจากห้องน้ำ เธอก็นั่งรับประทานอาหารกับเขาจนอิ่ม จากนั้นก็เผลองีบหลับที่โซฟาตอนที่เขาเปิดรายการข่าว ตื่นมาตอนเที่ยงก็ถูกเขาอุ้มเข้าห้องนอน เื่บนเตียงผ่านไปอีกสองครั้ง เธอก็นอนหลับจนล่วงเลยมาถึงหนึ่งทุ่ม
ในเมื่อเป็ความผิดของตน หญิงสาวจึงหน้ามุ่ย ยื่นมือไปคว้านหาเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมใต้ผ้าห่ม
“ฉันอาบน้ำแล้วจะกลับเลยนะคะ”
“นี่กุญแจ รถจอดอยู่ข้างล่าง”
ธเนศให้วิษณุเลขานุการของเขานำรถคันหนึ่งจากบ้านพี่ชายฝาแฝดมาให้ เขาบอกทะเบียนรถและยื่นกุญแจ
“ต่อไปคุณใช้รถคันนี้เวลามาหาผม จะได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่และไม่ต้องแย่งรถกันใช้กับพี่ชายคุณด้วย”
เธอมองโลโก้บนกุญแจก็ชะงัก ราคารถที่เขาให้ยืมน่าจะราวหกล้าน “ขอบคุณค่ะ ฉันจะใช้อย่างระวังนะคะ”
เขาเลิกคิ้วจ้องเธอโดยไม่พูดไม่จา พรรษาทำหน้าฉงน
“มีอะไรอีกคะ?”
“ผมให้คุณอีกหนึ่งล้าน ให้ยืมรถขับอีก คุณไม่คิดจะขอบคุณผมเหมือนพวกสาวๆ คนอื่นหรือไง?” เขายกนิ้วขึ้นจิ้มที่แก้มเป็เชิงให้เธอเข้าไปจูบขอบคุณ
“อ้อ!” เธออุทานแล้วเธอเข้าไปใกล้ เขย่งเท้าพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปที่แก้ม
เขาหันขวับมาประกบปากกับเธอ พรรษาปล่อยให้เขาจูบอยู่พักหนึ่ง แต่พอชายหนุ่มแหย่ปลายลิ้นเข้าไปแตะลิ้นของเธอ หญิงสาวก็ยกมือขึ้นตบหน้าอกเหมือนจะบอกให้เขาหยุด
“หนึ่งคืนหนึ่งวันแล้ว พอได้แล้วค่ะ”
เขายิ้มร้าย “แต่คุณก็ได้ไปคุ้มไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันไม่พูดกับคุณแล้ว ขอตัวกลับก่อนค่ะ” เธอลากกระเป๋าเดินทางใบน้อยที่เขามาทิ้งไว้สามวันกลับไปด้วย
ธนียา มุ่งกิจวัฒนามองดูรถปอร์ตราคาแพงลิบสีเหลืองสดที่กำลังวิ่งเข้ามาจอดหน้าตึกปูนสองชั้นที่เป็สำนักงานหลักของฟาร์มแสนรัก
“พี่นนท์ มาดูนี่!”
ธนนท์ได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นของน้องสาวก็รีบลุกขึ้นมาจากโซฟาเดินไปประตูกระจก “มีอะไร?”
“รถแพงขนาดนั้น พีชไปเอามาจากไหน?”
ธนนท์มองเห็นรถที่จอดอยู่หน้าตึกก็ร้องเหอะ “ตอนนี้หนี้ท่วมหัว ไม่ใช่ไปหาเช่ามาใช้เพราะหวังเอาไปหลอกกู้เงินเหรอ?”
“จริงด้วย เหมือนที่คุณพ่อโดน” ธนียายกยิ้มมุมปาก
เธอจำได้ว่าครั้งแรกที่คุณธาดาผู้เป็บิดาพาเธอไปงานเลี้ยงในคฤหาสน์ใหญ่ที่กรุงเทพฯ คุณพ่อเธอพูดด้วยความภูมิใจว่าเพื่อนคนนี้เป็นักธุรกิจลงทุนในบริษัทผลิตน้ำมันเครื่องจากประเทศเพื่อนบ้าน บริษัทนี้ยังมีหุ้นอยู่ในทีมรถแข่งใหญ่อีกด้วย ไม่ถึงหนึ่งเดือน คุณธาดาก็นำเอาเงินเก็บทั้งหมดไปซื้อหุ้นในบริษัทของเพื่อนมหาเศรษฐีคนนี้และยังชักชวนญาติพี่น้องและคนรู้จักไปลงทุนด้วย ครั้งนั้น วัลลภ ศราวุฒิกุล แฟนหนุ่มของเธอก็นำเงินเก็บที่มีไปลงทุนเพราะเชื่อในคำพูดและการชักชวนของคุณธาดา
ภายหลังมีการเปิดโปงว่าบริษัทที่ธาดานำเงินไปลงทุนเป็บริษัทแชร์ลูกโซ่ที่ผิดกฎหมายและไม่ได้มีธุรกิจอย่างที่อวดโอ้ ทุกอย่างล้วนเป็การจัดฉากเพื่อหลอกเหยื่อ มหาเศรษฐีเ้าของบริษัทคนนั้นหายเข้าไปในกลีบเมฆ โดยมีผู้เสียหายรวมตัวแจ้งความนับพันคน กลายเป็คดีฉ้อโกงประชาชนอันลือลั่น
“ถ้าเกิดพีชกู้เงินได้ ความหวังของเราที่จะได้ส่วนแบ่งจากการขายที่ก็หมดน่ะสิ” ธนนท์ส่ายศีรษะ “ทุกวันนี้เงินเดือนพี่ต้องใช้เลี้ยงคนทั้งบ้านเลยนะ”
“พี่นนท์ก็ดื่มให้น้อยๆ ลงหน่อยสิคะ ร้านในเมืองน่ะ ไม่ต้องไปทุกวันก็ได้”
“เงินเดือนพี่ก็ควรให้พี่ได้ใช้ตามใจหน่อยสิ” ธนนท์เป็นักดื่ม เขามีเพื่อนฝูงและคนรู้จักมากมายในเมือง แต่พอเกิดคดีความของบิดา เพื่อนทั้งหลายก็ค่อยๆ หายหน้าไป เขาจึงหลบไปนั่งดื่มอยู่ในร้านเหล้าเล็กๆ แถวชานเมือง แต่ก็ไปบ่อยจนชักหน้าไม่ถึงหลัง
“เงินเดือนแนนด้วย” ธนียาทำหน้าหงิก “ถ้าคุณพ่อไม่สร้างเื่ พวกเราก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้ และก็พี่นนท์ไม่มายืมเงินแนนได้ก็ดี”
“พูดดีนะ แกก็ซื้อเสื้อผ้าให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ พี่เห็นสั่งมาแทบจะทุกสามวัน คนส่งพัสดุมาบ่อยยังกับคนงานในฟาร์มแล้ว”
“พี่นนท์ พูดเื่เงิน ตอนนี้บัตรเครดิตแนนเต็มแล้วนะ ต้องหาเงินไปตัดออก ทำไงดี?”
“ไปขอแฟนแกสิ เ้าลภมีเงินเยอะไม่ใช่เหรอ?”
“ขอแล้ว แต่ได้ทีละไม่กี่พันอ่ะ ั้แ่คุณพ่อพาคุณลภไปเจ๊งธุรกิจบ้านั่น เขาก็ไม่ยอมมาเหยียบบ้านเราอีก ที่ยังคบกับแนนอยู่ก็บุญแล้วนะ”
วัลลภ ศราวุฒิกุลก็ร่วมแจ้งความในฐานะผู้เสียหายเพื่อเอาผิดกับเ้าของบริษัทแชร์ลูกโซ่ เขาเคืองคุณธาดาจนไม่มาเหยียบที่ฟาร์มแสนรักอีก
ธนนท์หัวเราะ “เป็พี่นะ เลิกคบแกไปแล้ว มีอย่างที่ไหน? ว่าที่พ่อตาพาเจ๊งตั้งหลายล้าน บัตรของพี่ก็ใกล้จะเต็มแล้วเหมือนกัน เราสองคนไปค้นดูเถอะเผื่อคุณย่ามีของซ่อนเอาไว้พอได้ขาย”
ธนียาหันไปมองพี่ชาย ทั้งสองสบตากันแล้วรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องนอนของคุณย่าผู้ล่วงลับถูกบิดาใส่กุญแจเอาไว้แ่า
“คุณพ่อไม่ยอมให้เราเข้าห้อง พี่ว่าต้องมีความลับซ่อนอยู่แน่”
สองพี่น้องช่วยกันค้นหากุญแจจนพบแล้วไขเข้าไปในห้องใหญ่ฟากซ้ายของตึก เตียงไม้โบราณขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ในตู้ไม้แกะสลักที่เคยมีแจกกันและกล่องโบราณตอนนี้ว่างเปล่า
“ถึงว่า...ทำไมคุณพ่อมีเงินใช้จ่ายส่วนตัว? เป็งี้นี่เอง”
“ของในตู้นี้แพงมากไม่ใช่เหรอ?” ธนนท์ที่ไม่เคยสนใจวัตถุโบราณหันไปถามน้องสาว
“ใช่ คุณย่าเคยบอกว่าของในตู้ตอนนี้ราคาแพงมาก หายเกลี้ยงเลย”
คุณธาดาอ้างกับทุกคนว่าเขาเป็ลูกชายคนโตที่ผูกพันกับมารดามาก ไม่อยากเห็นสิ่งที่เกี่ยวกับท่านอีกจึงขอปิดห้องนี้เอาไว้ จากนั้นก็ไม่มีใครได้ย่างเท้าเข้ามาห้องใหญ่ฝั่งนี้อีก
“พี่นนท์ ยังมีอีกสองตู้นะ” ธนียาชี้ไป
“อย่าให้คุณพ่อรู้ตัว พวกเราเอาคนละชิ้นก็แล้วกัน”
สองพี่น้องรวมหัวกันหาวิธีเปิดตู้จนสำเร็จ หยิบเอาของเก่าที่คุณย่าของตนสะสมเอาไว้ออกจากตู้แล้วปิดห้องไว้เช่นเดิม
บ้านหลังใหญ่ในฟาร์มถูกครอบครัวของธาดาไว้หลังจากการเสียชีวิตของคุณย่าเพลิน ธาดาตั้งแง่ไม่ให้ครอบครัวน้องชายคนรองและหลานสาวคนเล็กเข้ามาเหยียบในบ้านใหญ่ได้อีก
“พี่นนท์ ถ้าเราเปิดตู้ได้แบบนี้ เราก็เคลียร์หนี้ค้างบัตรเครดิตได้แล้วล่ะ”
“เออ ก็ดี นี่มันทวงมาหลายครั้งแล้ว พี่กลัวมันจะฟ้องซะก่อน”
“เราจะเอาของพวกนี้ไปขายที่ไหนดี?”
“แหล่งขายหาไม่ยาก เราดูในอินเตอร์เน็ตกันก่อนเถอะ ค่อยดูว่าที่ไหนให้ราคาดี?” ธนนท์เปิดโทรศัพท์มือถือแล้วค้นหาแหล่งปล่อยของ “เจอแล้ว พรุ่งนี้แกลางานให้พี่ด้วย บอกว่าพี่ไม่สบายนะ”
“พี่นนท์ สองสัปดาห์ก่อนพี่ก็ลาป่วยไปแล้วนะสองวัน ถ้าวันลาพี่หมด ต่อไปเงินเดือนพี่ถูกหักไม่เหลือแน่ เผ่ามันยิ่งเขี้ยวๆ กับเราอยู่ด้วย”
*******************
