ร่างสูงของ บิว ก้าวยาว ๆเข้ามาในอาคารสำนักงานซึ่งเป็สถานที่ตั้งของค่ายเพลงชื่อดัง @@@Entertainment
บิวเป็หนึ่งในสมาชิกของวงดนตรีชื่อดังอันประกอบไปด้วยตัวเขาและชายหนุ่มอีกสี่คน ซึ่งเป็เพื่อนร่วมวง อันประกอบไปด้วย หม่านอี้ มือเบส เท่มือคีย์บอร์ด ทีโอ มือกลอง เพ้นท์ มือกีตาร์ และบิว…ตัวเขา… เป็นักร้องนำ
ทั้งห้าคนรวมตัวกันจากอดีตสมาชิกของวงดนตรีภายในโรงเรียนซึ่งเรียนในโรงเรียนมัธยมฯ ปลายเดียวกัน ตั้งวงดนตรีร็อก โดยได้แรงบันดาลใจมาจากวงเฮฟวีเมทัลของอังกฤษใน่ยุค70’s-80’s
แนวเพลงก็ออกไปทางฮาร์ดร็อกอย่างไอดอลของพวกเขา
เมื่อก่อนวงของพวกเขานั้นยังไม่เป็ที่รู้จักในวงกว้างมากนักแต่ในยุคปัจจุบันซึ่งใคร ๆ ต่างก็เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างยูทูปจึงเป็โอกาสที่พวกเขาได้แสดงฝีมือจนมีแมวมองของค่ายเพลงชื่อดังมาทาบทาม
วันนี้พวกเขานัดรวมตัวกันเพื่อประชุมเื่อัลบั้มใหม่ซึ่งปล่อยซิงเกิลออกไปแล้ว
บิวขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสิบหก เมื่อประตูลิฟต์เปิดผางออกก็เจอหน้าของหม่านอี้ลอยมาแต่ไกล
“อ้าวไอ้บิว”
หม่านอี้ทักในมือของชายหนุ่มถือแก้วกาแฟซึ่งมีควันลอยหอมฉุย
บิวพยักหน้าให้
“แล้วคนอื่นล่ะ ?”
“คนอื่นก็มากันแล้ว ยกเว้นไอ้เพ้นท์” หม่านอี้บอก“รายนั้นน่ะสายประจำ”
บิวเดินมาตามทางเดินพร้อมกับหม่านอี้ เมื่อมาถึงห้อง ๆหนึ่งเขาก็เห็นเท่และทีโอกำลังเดินหมากกันอยู่
“รุกฆาต !”
ทีโอว่าแล้วจับตัวหมากของเท่กิน
“แกชนะอีกแล้วว่ะ”
เท่บ่นงึมงำ พลางเก็บตัวหมากลงจากกระดาน
“เฮ้พวกเรา ไอ้บิวมาแล้ว”
หม่านอี้บอกพลางเดินเข้ามาในห้อง
เพื่อนร่วมวงของเขา…หม่านอี้เป็ชายหนุ่มดูท่าทางใจดีเท่เป็ชายหนุ่มดูค่อนข้างเงียบขรึม ทีโอเป็ชายหนุ่มสวมแว่นตาผู้ร่าเริงส่วนเพ้นท์เป็ผู้ชายเ้าสำอางซึ่งเื่มาก
ส่วนตัวเขาก็ไม่มีอะไรให้จดจำเป็พิเศษนอกจากเสียงร้องที่เป็เอกลักษณ์...เสียงแหบ ๆ ที่ใครต่อใครต่างลงความเห็นว่า‘ทรงเสน่ห์’
บิวสนิทกับหม่านอี้มากที่สุดในวงเพราะเคยเรียนในชุมนุมเดียวกันมาก่อนส่วนเท่กับทีโอนั้นก็สนิทรองลงมาแต่เขาไม่สนิทกับเพ้นท์เลยทั้งที่เพ้นท์เป็หัวหน้าวงและเป็คนก่อตั้งวงแท้ ๆ
บิวไม่ค่อยชอบลักษณะนิสัยของเพ้นท์ซึ่งมักจะเ้าอารมณ์และเอาแต่ใจแถมยังแต่งตัวพิถีพิถันมากจนบางครั้งมันก็‘ดูดี’ เกินหน้าเกินตาชาวบ้าน
แน่นอนว่าสาว ๆ นั้นกรี๊ดเพ้นท์มากที่สุดเพราะหล่อที่สุดส่วนเขาและคนที่เหลือก็หน้าตารองลงมา
แต่ถึงจะพูดเช่นนี้แต่บิวก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการทำงานร่วมกับเพ้นท์หรอกนะถึงอย่างไรก็เป็วงเดียวกันมาั้แ่สมัยเรียนที่จริงแต่ละคนก็มาจากเพื่อนต่างห้องทั้งนั้นแต่พิเศษหน่อยตรงที่เพ้นท์มาจากห้องคิงของโรงเรียนนั่นเอง
ทุกคนสามารถแต่งเนื้อร้องทำนองเองได้แต่คนที่เก่งที่สุดก็คือเพ้นท์
แน่นอนว่าถ้าใครแต่งมาแล้วรายนั้นไม่ถูกใจก็ไม่ผ่านอยู่ดีทุกคนเลยลงความเห็นกันว่า ‘งั้นให้เพ้นท์เป็คนจัดการก็แล้วกัน’
ระหว่างรอคุณชายสายเสมอ
พวกเขาทั้งสี่จึงเปิดแท็บเล็ตของทีโอเพื่ออัปเดตข่าวคราวของวงทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก
“เฮ้”
จู่ ๆ หม่านอี้ก็ร้องขึ้นสมาชิกที่เหลือจึงมองไปที่เขาเป็ตาเดียว
“อะไรเหรอ ?”
เท่เป็คนแรกที่ถามขึ้น
“ดูนี่สิ” หม่านอี้เปิดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ให้ดู“คู่จิ้นว่ะ ฮ่า ๆ”
“ใครกับใครวะ ?”
ทีโอเ้าของแท็บเล็ตถาม
“ทีโอกับเท่”
“เฮ้ยย”
ผู้ถูกกล่าวถึงทำหน้าสยองพลางหัวเราะ
“ฉันกับเท่เนี่ยนะ ฮ่า ๆๆ”
“ฮ่า ๆๆ” หม่านอี้หัวเราะบ้าง “จะว่าไป่นี้เื่คู่จิ้นกำลังฮิตพอดีพวกผู้หญิงชอบจับคู่วายนี่เนอะ ก็ขำ ๆ กันไป
“แต่ฉันไม่ขำน่ะสิเว้ย ตลกแล้ว อย่าให้น้องแบมบูคนสวยมาเห็นก็แล้วกัน”
แบมบูคือนักร้องสาวซึ่งเป็ศิลปินเดี่ยวที่อยู่ค่ายเดียวกันซึ่งทีโอแอบชอบ
“ฮ่า ๆ ไม่หรอก ๆ”
เท่ซึ่งมีความเป็ผู้ใหญ่มากที่สุดพูดปลอบใจทีโอน้องเล็กของวง
ถึงแม้จะเรียนในระดับชั้นเดียวกันแต่ทีโอนั้นก็เกิดปีพ.ศ.หลังสุด จึงเป็น้องเล็กส่วนเท่ซึ่งเกิดปีพ.ศ.ก่อนสุดเป็พี่ใหญ่
อีกสามคนที่เหลือนั้นเกิดปีพ.ศ.เดียวกัน
“มีฉันกับบิวด้วยแฮะ” หม่านอี้ว่า “แต่ไม่มีใครจับจิ้นกับไอ้เพ้นท์”
เพื่อนร่วมวงหัวเราะครืนเมื่อพูดชื่อชายหนุ่มสุดหล่อคนนั้นแหงล่ะ ใครจะอยากจิ้นด้วย…
นั่งพูดคุยสัพเพเหระจนเหมือนการเผาเพื่อนกันเองจนกระทั่งหัวหน้าวงมา
ชายหนุ่มชื่อเพ้นท์เดินเข้ามาพร้อมกับสะพายกระเป๋าใส่กีตาร์คู่ใจ
เพ้นท์นั่งลงแล้วเอ่ยทักว่า“สวัสดี”
“อ้าวมาแล้ว”
หม่านอี้ว่าพลางปิดจอหน้าจอแท็บเล็ตของทีโอลง
เพื่อนที่เหลือก็เลิกสนใจกับหัวข้อสนทนาก่อนหน้าเช่นกัน
“เพลงนี้คิดว่าไง ?”
เพ้นท์หยิบสมุดซึ่งเขียนคำร้องและทำนองเสร็จออกมากางให้เพื่อนดู
“ก็ดีนะ”
เท่ว่า
“แต่ฉันว่ามันยังขัด ๆ อยู่ ทำไมเราไม่ปรับทำนองตรงนี้…”
บิวชี้ไปที่จุด ๆ หนึ่งพอพูดแบบนั้นสายตาของเพ้นท์ก็ตวัดมามอง
“แบบไหนก็ร้องได้ไม่ใช่เหรอ ?”
เสียงนุ่มว่า
“ก็ใช่ แต่…”
บิวไม่ชอบร้องขึ้นคีย์ของเสียงสูงเท่าใดนักเพราะเขาเป็นักร้องเสียงแหบที่ไม่ถนัดร้องเสียงสูงมากๆ
“แต่อารมณ์ของเพลงมันควรเป็อย่างงั้น ถ้าร้องเบบเดิม ๆราบเรียบไปหมดก็เหมือนซิงเกิลที่แล้วสิ ไหนล่ะจุดเด่น”
มือกีตาร์พูดออกมาเป็ชุดบิวได้แต่อ้าปากแล้วหุบลงอย่างเถียงไม่ทัน
“เออ ๆ ไอ้บิวแกก็ร้อง ๆ ไปนั่นแหละ แกเก่งอยู่แล้วทำได้ชัวร์ ๆ”
หม่านอี้ให้กำลังใจ
“นั่นสินะไอ้บิว”
เท่พูดพลางตบบ่าบิวเบา ๆ
“อ้อแล้วก็เื่คู่จิ้นน่ะ” เพ้นท์ซึ่งเป็หัวหน้าวงเปรยขึ้น“ต้นสังกัดบอกว่าให้เซอร์วิสแฟน ๆ ไป ก็ทำ ๆ ไปตามปกติอย่าคิดมาก”
“เซอร์วิส ?” เท่ทวนคำ “ตลกหรือเปล่านี่วงร็อกนะไม่ใ่บอยแบนด์ถึงต้องมีคู่จ้งคู่จิ้น”
“แต่นี่มันยุคไหน นายคงเข้าใจเื่การตลาดสินะ”
เพ้นท์ว่า
“ตัวเองไม่โดนจับคู่ก็ไม่เดือดร้อนสิ” หม่านอี้แย้ง“บอกตามตรงนะฉันไม่ชอบเลย”
“ฉันด้วย”
“ฉันด้วย”
“...”
ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกัน เพ้นท์ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา
“ทำไงได้ ก็วงเรามันวงดนตรีชายล้วนนี่”
“วงอื่นก็ชายล้วนเหมือนกัน”
“เฮ้อ !”
สุดท้ายก็เป็น้องเล็กของวงอย่างทีโอที่ถอนหายใจหนักหน่วง
“เอาเป็ว่าทำผลงานออกมาให้ดี ทำตามที่ฉันบอก”
มือกีตาร์ย้ำ
“...คิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียวหรือไง” บิวซึ่งเงียบมานานพูดขึ้นบ้าง“ที่จริงเดี๋ยวนี้รู้สึกทำเพลงออกมากลิ่นอายร็อกแบบเดิม ๆ มันหายไปพยายามทำให้เป็ป็อปเหรอ จะตามตลาดมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า”
“เอาแล้ว…”
ได้ยินเสียงของหม่านอี้พูดแทรกขึ้นมาเบา ๆเพราะการพูดแบบนี้ของบิวก็เป็การชวนทะเลาะกับหัวหน้าวงผู้ซึ่งไม่มีใครอยากขัดใจ
ทางฝ่ายบิว ชายหนุ่มรู้ดีว่าบางครั้งนักร้องนำก็มีอิทธิพลภายในวงน้อยกว่านักดนตรีการพูดแบบนี้อาจส่งผลให้วันใดวันหนึ่งเขาต้องกระเด็นออกจากวงและตกงานไปก็เป็ได้
แต่คิดอีกทีพวกเขามันมืออาชีพ ไม่ใช่เด็ก ๆ เพราะฉะนั้น…
“ถ้าเก่งนักก็ไปทำให้ได้สิ แต่งคำร้องเอง ใส่ทำนองเองออกไปตั้งวงเองเลยเป็ไง”
ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและเอาแต่ใจเริ่มแผลงฤทธิ์ท่าทางการประชุมกันวันนี้คงลำบากที่จะหาข้อสรุป
“...”
สุดท้ายบิวก็ยอมเงียบเพราะเห็นแก่เพื่อนที่เหลือ
บิวกลับมาบ้านในตอนเย็น
พอลงจากรถยนต์ของตนเองมาได้เขาก็พรูลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนจนนางแหววซึ่งเป็มารดาถาม
“เป็อะไรไปบิวเอ๊ย ถอนหายใจอย่างกับคนแก่แน่ะลูก”
“...ไม่มีอะไรครับแม่”
ชายหนุ่มตอบ…โกหกไปอย่างนั้น
บิวขึ้นมาบนห้องส่วนตัวแล้วล้มตัวเผล่ลงบนเตียงมือหนาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็กข่าวคราวในโลกอินเทอร์เน็ต
ไปทางไหนก็เห็นแต่เื่คู่จิ้น ๆ น่ารำคาญดีแท้แต่โชคดีหน่อยที่เขาถูกจับจิ้นกับหม่านอี้ซึ่งสนิทกันอยู่แล้ว ก็เลยเฉย ๆแต่ไม่อยากนึกว่าถ้าหากเขาเกิดถูกจับจิ้นกับเพ้นท์ขึ้นมา...
อ๊ากก ไม่อยากคิด !
เท่าที่ ส้มซ่า น้องสาวตัวซ่าของเขาเคยเล่าให้ฟังการถูกจับจิ้นระหว่างคนที่ดูเหมือนไม่ถูกกันก็มี
‘แบบนี้แหละเร้าใจเวลาแต่งฟิค’
ส้มซ่าเคยพูดว่าอย่างนั้น
“เฮ้อ ๆ”
สุดท้ายก็ทอดถอนใจออกมาเป็รอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ก่อนที่ั์ตาสีดำสนิทจะปิดลงแล้วจมสู่ห้วงนิทรา