บทที่ 34 ส่วนเธอ… ก็อยู่บ้านทำหน้าหงอยไปเถอะ
เป็นผู้ชายที่เจอในวันนั้น!
เยี่ยเจียตาเบิกกว้าง เขาคือผู้ชายที่วิ่งมาปล้นเสื้อผ้าของเธอไปอย่างร้อนรนจนกระทั่งกางเกงยังไม่ทันได้ใส่ให้เรียบร้อย ที่แท้เขาก็คือ ‘เลี่ยวเฉินอี้’
เลี่ยวเฉินอี้ยิ้มมุมปาก “รีบลงมาเร็วเข้า ผมต้องการให้เยี่ยเจียมาช่วยเดี๋ยวนี้”
ทุกคนที่ได้ยินประโยคนี้ต่างก็งงงวย ก่อนจะซุบซิบนินทาเยี่ยเจียกันยกใหญ่ แม้แต่ต้านหนี่ก็มองเธอด้วยสายตาสงสัย หากไม่ใช่เพราะเห็นกับตาตัวเองว่าเยี่ยเจีย ไม่ได้สนใจเลี่ยวเฉินอี้เลยสักนิด เธอคงคิดไปแล้วว่าเยี่ยเจียกับเลี่ยวเฉินอี้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว!
นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!
ตอนนี้เยี่ยเจียขี่หลังเสือจนลงไม่ได้ แต่เธอเป็นผู้ช่วยพิเศษที่บริษัทส่งมาให้เลี่ยวเฉินอี้อยู่แล้ว จึงได้แต่ขอตัวจากเว่ยกวางอวี๋กับต้านหนี่ แล้วรีบวิ่งลงบันไดไป
เว่ยกวางอวี๋มองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธอแล้วก็หัวเราะเยาะเย้ย ก่อนจะหันไปสั่งต้านหนี่ “คุณสวียังมีธุระกับฉันอยู่ เธอรออยู่ตรงนี้ไปก่อนนะ”
“ค่ะ” สายตาของต้านหนี่จับจ้องไปยังเลี่ยวเฉินอี้ที่ชั้นล่าง เธอไม่มีเวลาสนใจเลขาเฉิน หรือสวีเสี้ยนหย่าหรอก
หลังจากนั้นไม่นาน
เยี่ยเจียก็มาถึงชั้นหนึ่ง
เลี่ยวเฉินอี้ยิ้มต้อนรับ เขากางแขนออก และเล่นหูเล่นตาอย่างแพรวพราว เยี่ยเจียกระตุกมุมปาก ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ในที่สุด เลี่ยวเฉินอี้ก็เดินเข้ามาหนึ่งก้าว แล้วกอดเธออย่างเป็นมิตร
“เยี่ยเจียคนนี้เก่งจริง ๆ เบื้องหน้ามีท่านประธานออกโรงปกป้องเธอ เบื้องหลังมีเลี่ยวเฉินอี้คอยกอด สวยแล้วยังรู้จักยั่วยวนผู้ชายอีก พวกเราที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์น่ะ สู้ไม่ได้หรอก”
“เธอก็คือสวีเสี้ยนหย่าคนที่สองนั่นแหละ!”
“อย่างน้อย สวีเสี้ยนหย่าก็ยังมีสกุลรุนชาติ แล้วเธอล่ะมีอะไร? หรือเอาตัวเข้าแลกอย่างเดียว?”
“ชู่ว! ห้ามพูดเรื่องหยาบคายแบบนี้ในบริษัทนะ”
“เธอทำเรื่องต่ำทรามเองแท้ ๆ”
เสียงไม่พอใจดังขึ้นมากกว่าหนึ่งหรือสองคน สวีเสี้ยนหย่าที่ยืนพิงผนังฟังคำนินทาแล้วยิ้มมุมปาก ผมหยักศกของเธอปล่อยสยายบนไหล่อย่างลวก ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความร้ายกาจ
เป็นแค่เยี่ยเจีย แต่คิดอยากจะแย่งตำแหน่งฉันงั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
ความรู้สึกที่ถูกเลี่ยวเฉินอี้กอดนั้นแปลกมาก เยี่ยเจียดิ้นขัดขืนเล็กน้อย แต่คนตรงหน้าใช้แรงมากขึ้น เธอจึงเตือนเบา ๆ “ในบริษัทมีการไลฟ์สดอยู่ คุณควรระวังตัวหน่อยนะคะ ฉันไม่อยากถูกแฟนคลับของคุณฆ่าทิ้งหรอกนะ”
“ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณอีก ขอบคุณสำหรับตอนนั้นนะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ คนเจ้าชู้” เยี่ยเจียพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ฝ่ายเลี่ยวเฉินอี้ก็หัวเราะร่าแล้วปล่อยเธอ เขากลับไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง และพบกับผู้จัดการฝ่ายโฆษณา “ผมพอใจผู้ช่วยที่พวกคุณจัดเตรียมให้มาก สัญญาก็ทำตามที่พวกคุณพูดไว้ก่อนหน้านี้ได้เลย แต่ข้อกำหนดของผมคือให้เธอติดตามไปตลอด”
เขาผายมือที่ใส่เครื่องประดับแบรนด์เนมไปที่เยี่ยเจีย
ผู้จัดการฝ่ายโฆษณามองเยี่ยเจียแวบหนึ่ง ก่อนจะเปิดอ่านเอกสารในมือ จากนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้น “ไม่มีปัญหาค่ะ เธอเป็นผู้ช่วยพิเศษที่เราจัดให้คุณอยู่แล้ว”
“ดีมาก งั้นก็เอาตามนี้แหละ ผู้ช่วยพิเศษของผม รบกวนคุณแนะนำวัฒนธรรมองค์กรให้ผมหน่อย พอดีวันนี้ผมมีเวลามาก”
“เฉินอี้ คุณจะปล่อยให้หนัวต้ากรุ๊ปได้ประโยชน์แบบนี้เลยเหรอ ถ้าพวกเขาคิดว่าคุณเป็นคนง่าย ๆ แล้วกดค่าตัวลงอีกจะทำยังไง?” ผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นเขาตกลงไปอย่างง่ายดายแบบนั้น ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที “ก่อนหน้านี้คุณไม่ใช่คนใจร้อนแบบนี้นะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเลี่ยวเฉินอี้จางลงไปเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ
เขาเอียงตัวไปกระซิบข้างหูผู้จัดการส่วนตัว โดยใช้เสียงที่มีแค่เขาสองคนที่ได้ยินในการอธิบาย “คืนนั้นผมถูกใส่ร้าย เกือบโดนปาปารัสซีจับได้ เธอคนนี้แหละที่ช่วยไว้ แล้วคุณไม่รู้สึกเหรอว่า เธอหน้าเหมือนเสี่ยวจือมากเลย บางทีเธออาจจะเป็นนางฟ้าอีกคนที่สวรรค์ส่งมาให้ผมก็ได้”
ผู้จัดการส่วนตัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
เลี่ยวเฉินอี้กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสอีกครั้งก่อนจะหันไปพูดว่า “เยี่ยเจีย ผู้ช่วยตัวน้อย ผมขอไปทำความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรจะได้ไหม”
เยี่ยเจียจึงพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “งั้นก็ตามฉันมาค่ะ”
เขามาอย่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย เพียงแค่ขอเยี่ยเจียคนเดียว เยี่ยเจียคนนี้เป็นใครกันแน่
ในบรรดาทุกคน มีเพียงผู้จัดการของเลี่ยวเฉินอี้เท่านั้นที่เข้าใจว่าเลี่ยวเฉินอี้ไม่ได้ทำตามอารมณ์ชั่ววูบ คนที่เลี่ยวเฉินอี้รักที่สุดในโลกนี้คือเสี่ยวจื่อ น้องสาวของเขาที่ถูกปาปารัสซีไล่ตามจนประสบอุบัติเหตุรถชน
เขาเคยพูดไว้ว่า ในบ้านของเขาจะมีห้องของเสี่ยวจื่ออยู่เสมอ
หากภรรยาในอนาคตไม่ยอมรับ เขาก็จะไม่แต่งงานไปตลอดชีวิต
เมื่อเขาพบกับเยี่ยเจียที่เขาคิดว่าเป็น 'ตัวแทนของเสี่ยวจื่อ' ในใจของเขาจึงเต็มไปด้วยความปีติยินดี
แต่บางที การกระทำเหล่านี้ของเขาอาจนำปัญหามาสู่ผู้ช่วยตัวน้อยคนนี้ก็เป็นได้ ผู้จัดการจึงถอนหายใจ
เยี่ยเจียพาเลี่ยวเฉินอี้เดินชมบริษัท ให้เขาได้รับรู้ถึงความโด่งดังของตนเองที่กำลังพุ่งสูงอยู่ในขณะนี้
“ผมรู้ว่าผมดังมาก คุณไม่ต้องเตือนผมก็ได้” เลี่ยวเฉินอี้ยิ้มจนเห็นเขี้ยวโผล่พ้นออกมา ท่าทางไม่จริงจังของเขาทำให้คนมันเขี้ยวจริง ๆ
“ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าคุณเป็นคนแบบนี้ ฉันจะไม่ช่วยคุณเด็ดขาด”
“สายไปแล้ว คุณช่วยผมไปแล้ว และผมรู้จักตอบแทนบุญคุณคนด้วย หรือไม่… คุณจะมาเป็นของผมไหมล่ะ ผมเป็นซูเปอร์สตาร์นะ คบกับผมไม่ขาดทุนหรอก”
เยี่ยเจียจ้องเขาอย่างจริงจัง แก้มสองข้างป่องออกมาด้วยความโกรธ เลี่ยวเฉินอี้ยกมือขึ้นแสดงท่าทางว่ายอมแพ้ พร้อมกับมองเธอด้วยแววตาชอบใจ “ผมแค่รู้สึกว่าคุณเหมือนน้องสาวที่เสียชีวิตไปแล้วของผมมาก อาจเป็นบุพเพสันนิวาสก็ได้ ผมรู้สึกว่าเราสองคนมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมถึงกันอย่างบอกไม่ถูก”
“คุณเลี่ยว นักแสดงนำชายที่กำลังจะได้รับรางวัล คุณช่วยเล่นคำให้น้อยลงหน่อยได้ไหม ไม่มีใครสนหรอกว่าคุณเป็นนักแสดงคนเก่ง หรือนักแสดงหน้าตาดี”
“จริงเหรอ ยาขมเป็นยาดี คำพูดตรงไปตรงมาถึงจะไม่ค่อยน่าพอใจ แต่ผมจะจำไว้”
เยี่ยเจียหมดคำจะพูด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนแบบนี้ถึงได้มีแฟนคลับมากมายนัก ทั้งหลงตัวเองและหยิ่งยโส แถมยังชอบหาความสุขจากการโต้เถียงกับคนอื่น ตั้งแต่เด็กจนโต เธอไม่เคยเจอมาก่อนเลย
เพราะเลี่ยวเฉินอี้พูดคุยเฮฮากับเยี่ยเจีย จึงทำให้เพื่อนร่วมงานหญิงหลายคนมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ ฝ่ายเยี่ยเจียก็รู้สึกหมดหนทาง เธอไม่ได้สนิทสนมกับเลี่ยวเฉินอี้คนนี้จริง ๆ แต่เขาเป็นแบบนี้โดยธรรมชาติต่างหาก
หญิงสาวหาข้ออ้างไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา
ถ้าไม่ได้ระบายความอึดอัด เธอกลัวว่าจะถูกเขาบีบให้เป็นบ้าเอาได้
“พอรู้ว่าตำแหน่งสะใภ้ตระกูลฟู่ไม่มั่นคงแล้ว เลยคิดจะหาที่เกาะใหม่เหรอไง” หญิงสาวที่กำลังแต่งหน้าปรากฏตัวข้าง ๆ เยี่ยเจีย
เยี่ยเจีบเช็ดหยดน้ำบนใบหน้า ก่อนจะเหลือบมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุณสวีเป็นชู้ไม่สำเร็จ เลยโมโหจนคิดจะเป็นนักข่าวเพื่อเริ่มต้นสายอาชีพใหม่เหรอไง”
ปึง!
สวีเสี้ยนหย่าปิดตลับแป้งในมืออย่างแรง แล้วจ้องเยี่ยเจียด้วยความโกรธ ก่อนจะหัวเราะเยาะ “เรื่องที่ฟู่อวิ่นซางกับเธอจะต้องหย่ากัน มันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อย่ากังวลไปเลย เธอจะได้ร้องไห้แน่ ๆ เยี่ยเจีย วันเสาร์นี้ฉันจะไปเดตกับพี่อวิ่นซาง ส่วนเธอ… ก็อยู่บ้านทำหน้าหงอยไปเถอะ”
สวีเสี้ยนหย่าหัวเราะเสียงดังอย่างโอ้อวด แล้วเดินจากไปอย่างภาคภูมิใจ แต่ก่อนจะไป เธอยังโบกข้อมือให้เยี่ยเจียได้เห็นบางอย่าง “พี่อวิ่นซางให้มาน่ะ ดูเหมือนเขาจะไม่เคยให้ของขวัญเธอเลยใช่ไหม”
เสียงหัวเราะดังกระหน่ำมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่เขาให้เธอนั้นล้ำค่ากว่าสิ่งอื่นใด นั่นคือทะเบียนสมรส เป็นสิ่งที่คนอื่นไม่มี!
เยี่ยเจียกัดริมฝีปาก บังคับตัวเองไม่ให้ใส่ใจกับคำพูดของสวีเสี้ยนหย่า เธอค่อย ๆ หันหลังกลับ แล้วมองเงาของตัวเองในกระจก ใบหน้าที่เปียกชื้นดูอิดโรยและเสื่อมโทรม นิ้วของเธอค่อย ๆ เลื่อนไปที่ท้องน้อย
ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเองที่ไม่เอาไหน ถ้ามีลูกสักคนคงดี เธอจะได้ไม่ต้องสนใจคำพูดของสวีเสี้ยนหย่าเลย
ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ แดงขึ้น เธอหลับตาเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้
เมื่อลืมตาอีกครั้ง คนในกระจกก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว คนที่เธอควรใส่ใจไม่ใช่สวีเสี้ยนหย่า แต่เป็นฟู่อวิ่นซางต่างหาก
เธอแค่อยู่เคียงข้างเขาให้ดี ต้องอดทนจนกว่าเขาจะรู้ตัวว่าเธอดีแค่ไหน
