ตอนที่ 15 สร้างความยำเกรง
ชุ่ยอวี้ได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ย ไม่รอให้ซูเชี่ยนเชี่ยนเอ่ยปากก็แย่งเอ่ยขึ้นก่อน “คุณหนูใหญ่คำพูดนี้หมายความว่ายังไง หรือคุณหนูคิดว่าข้า้ากลั่นแกล้งมู่เหมียน”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย มองชุ่ยอวี้ที่มีสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับหัวเราะหยันขึ้น
ในตอนที่กลุ่มคนนึกว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยจะพูดวาจายั่วโมโหคนอะไรอีก เห็นเพียงนางยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งฟาดตบไปที่หน้าชุ่ยอวี้อย่างแรง
“เ้านายไม่ได้เอ่ยวาจาบ่าวไพร่ไม่มีสิทธิ์เอ่ยปาก” พูดจบก็ตบแรงๆ อีกหนหนึ่ง ตบหน้าชุ่ยอวี้
“ไม่รู้จักนายไม่รู้จักบ่าวเลยสักนิด สมควรตี” พูดแล้วก็ตบชุ่ยอวี้อีกสองฝ่ามือ
ซูเชี่ยนเชี่ยนมองป๋ายเอ้าเสวี่ยทั้งโมโหทั้งตกตะลึง ทว่ากลับเห็นป๋ายเอ้าเสวี่ยเอ่ยเก้อเขินขึ้น “อ้อ ขออภัยซูอี๋เหนียง ชุ่ยอวี้นางนี้พูดจาให้คนโมโหนัก ข้าเห็นว่าซูอี๋เหนียงเองก็โมโหแล้ว เลยสั่งสอนอบรมบ่าวรับใช้ไม่รู้ความแทนซูอี๋เหนียงเสียหน่อย ซูอี๋เหนียงคงไม่กล่าวโทษเอ้าเสวี่ยกระมัง”
ซูเชี่ยนเชี่ยนทำได้เพียงถลึงตามองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างเจ็บแค้น เอ่ยขึ้น “คุณหนูใหญ่สั่งสอนได้ถูกต้อง ชุ่ยอวี้สมควรถูกตีแล้ว เพียงแต่ข้าหวังว่าคุณหนูใหญ่จะไม่มุทะลุเช่นนี้ทุกครั้ง ประเดี๋ยวจะสร้างเภทภัยใส่ตัว”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่สนความนัยในคำพูดที่ซูเชี่ยนเชี่ยนเอ่ย
นางมองดูชุ่ยอวี้ พลางเอ่ยขึ้น “ชุ่ยอวี้ เ้าบอกข้ามา เ้าจริงๆ แล้วใส่ร้ายมู่เหมียนหรือไม่ ถ้าหากเ้าพูดความจริง วันนี้ข้าก็จะจบเื่เพียงเท่านี้ แต่หากคิดมดเท็จหลอกลวง เช่นนั้นก็อย่าโทษข้าที่ใจอำมหิต”
ชุ่ยอวี้กุมหน้าปวดร้าวของตัวเอง ก้มหน้าทำให้คนไม่เห็นสีหน้าของนาง
เอ่ยขึ้นเสียงขรึม “เรียนคุณหนูใหญ่ ชุ่ยอวี้ไม่ได้ใส่ร้ายมู่เหมียน วันนี้ชุ่ยอวี้ยังไม่ได้เจอมู่เหมียน ไม่มีทางเอ่ยวาจาเ่าั้กับมู่เหมียนได้”
“หืม ชุ่ยอวี้ ข้าเหมือนไม่ได้ถามเ้าว่าพูดอะไรกับมู่เหมียนนะ เ้ารู้ได้ยังไง ว่าข้าจะถามอะไรเ้า แล้วคำกล่าวพวกนั้นคือคำกล่าวอันใดกัน” ตาป๋ายเอ้าเสวี่ยเปล่งประกายไหววูบ เอ่ยเสียงเรียบ
ซูเชี่ยนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินคำกล่าวของชุ่ยอวี้ ใทันใด สายตามองชุ่ยอวี้ แทบอยากจะจัดการนางเสียเดี๋ยวนี้
ชุ่ยอวี้ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดผิดแล้ว เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ “ชุ่ยอวี้ไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่พูดอะไร ถ้าหากคุณหนูใหญ่อยากให้ชุ่ยอวี้รับความผิดนี้ ชุ่ยอวี้คงได้แต่รับไว้ ชุ่ยอวี้เป็แค่สาวใช้นางหนึ่งเพียงเท่านั้น”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินคำกล่าวของชุ่ยอวี้ก็ไม่โกรธกลับขำเอ่ยขึ้น “ความหมายของชุ่ยอวี้คือข้าป้ายสีชุ่ยอวี้รึ วันนี้ข้าก็จะขอบอกพวกเ้า ข้าป๋ายเอ้าเสวี่ย ต่อให้สังหารผิดคนแต่ก็จะไม่มีทางป้ายสีคน ในเมื่อพวกเ้าไม่เสียดายชีวิตเช่นนี้ก็ลงนรกเถอะ”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยยื่นมือไปบีบกรามชุ่ยอวี้ มืออีกข้างหยิบโอสถพิษที่เตรียมเอาไว้นานแล้วใส่เข้าปากชุ่ยอวี้อย่างรวดเร็ว
“แค่ก แค่ก...ท่านให้ข้ากินอะไร” โอสถพอเข้าปากก็พลันละลาย ทำเอาชุ่ยอวี้ที่คิดจะคายออกก็ไม่ทันการแล้ว ทำได้เพียงเอ่ยถามป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างคับแค้น
“มันเป็โอสถพิษที่ข้าได้มาโดยบังเอิญ เรียกว่าโอสถกร่อนใจ ขอเพียงกินลงไปแล้วก็จะเห็นผลทันที อวัยวะภายในกับิัจะกร่อนยุ่ยอย่างรวดเร็ว หัวใจค่อยๆ ล้มเหลวจนตาย ความรู้สึกเ็ปนี้ แม้เ้าจะอยากตายก็ยังทำไม่ได้ เสพสุขให้เต็มที่แล้วกัน” ป๋ายเอ้าเสวี่ยเอ่ยอธิบายให้ชุ่ยอวี้ฟังช้าๆ
มองดูชุ่ยอวี้ที่ล้มกลิ้งลงไปบนพื้นอย่างเ็ปทรมานด้วยสายตาเ็า
คนทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ พอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ย ในใจอดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้
โอสถที่ร้ายกาจขนาดนี้ พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ท่าเ็ปของชุ่ยอวี้ก็ไม่มีทางปลอมได้
ชุ่ยอวี้ไม่สนใจสายตาคนรอบด้านนานแล้ว อวัยวะตามจุดต่างๆ ในร่างเ็ปทรมาน ทำให้นางไม่มีแรงในการเอ่ยวาจาและร้องเรียกแล้ว ถ้าหากตอนนี้จบชีวิตนาง นางก็จะรู้สึกขอบคุณคนผู้นั้น
“คุณ...หนู...ใหญ่ ข้า ข้า ข้า...พูดความจริง ขอคุณหนูใหญ่มอบ...ความตายให้ชุ่ยอวี้” ชุ่ยอวี้พูดติดๆ ขัดๆ กว่าจะเอ่ยประโยคที่สมบูรณ์ออกมา
กลุ่มคนพอได้ยินพลันตื่นตะลึง ั์ตาทั้งสองมองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างเกรงกลัว เห็นได้ชัดว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยวางแผนทุกอย่างมาั้แ่ต้น นี่ก็ทำให้พวกเขามองเห็นความจริง สนามรบที่ไร้ความควันสนามนี้ ป๋ายเอ้าเสวี่ยต่างหากที่เป็มารร้ายที่แท้จริง นี่ต่างหากถึงจะเป็ผู้กุมชัยที่แท้จริง
แม้ว่าซูเชี่ยนเชี่ยนจะกลัวฝีมือของป๋ายเอ้าเสวี่ย แต่พอได้ยินชุ่ยอวี้บอกว่าจะพูดความจริงก็อดเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนมิได้ “ป๋ายเอ้าเสวี่ย! ข้าเห็นเ้าเป็คุณหนูใหญ่จวนเสนาบดี แต่เ้ากลับทำตัวอุกอาจไม่ไว้หน้าใคร ลงมือกับสาวใช้ข้ายังพอทำเนา ตอนนี้กลับลงมือฆ่าสาวใช้ข้าอย่างอำมหิตเช่นนี้ มันจะมากเกินไปแล้ว”
ได้ยินซูเชี่ยนเชี่ยนบันดาลโทสะ ป๋ายเอ้าเสวี่ยรู้ว่านางคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว
นางหัวเราะเสียงเหี้ยมเอ่ย “หรือว่าซูอี๋เหนียงจะลืมแล้ว คำกล่าวเมื่อครู่ของข้า หากไม่เสียดายชีวิตก็ลงนรกไปเสีย ข้าป๋ายเอ้าเสวี่ยพูดคำไหนคำนั้น อีกอย่าง คำว่าอุกอาจนั่น เ้าไม่มีสิทธิ์มาพูด ซูอี๋เหนียงต่างหากถึงจะใช่ อย่าได้ลืมฐานะของตัวเอง”
“ได้เลย ข้าก็จะให้ท่านเสนาบดีได้เห็นเสียหน่อย นี่มันเื่อะไรกัน แม้ข้าจะเป็อนุต่ำต้อย ทว่าก็ไม่มีทางยอมให้คนรังแกขึ้นมาบนหัวเด็ดขาด คนข้างนอก ไปเรียกท่านเสนาบดีมา” ตอนนี้ที่ซูเชี่ยนเชี่ยนนึกถึงก็มีแต่ป๋ายชีเวยแล้ว
เพียงแต่หวังว่าป๋ายชีเวยมาแล้วจะสามารถยับยั้งป๋ายเอ้าเสวี่ยได้
ครั้นได้ยินคำสั่งของซูเชี่ยนเชี่ยน มีคนคิดจะไปรายงาน ทว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยกลับตวาดเสียงขึ้นก่อน “ข้าขอดูหน่อยซิว่าวันนี้ใครกล้าไป อยากมีจุดจบแบบเดียวกันกับชุ่ยอวี้ก็ไปเถอะ”
กลุ่มคนพอได้ฟังก็ยืนนิ่งอยู่กับอย่างว่านอนสอนง่าย ไม่กล้าขยับส่งเดช
เห็นิัที่โผล่อยู่ด้านนอกของชุ่ยอวี้ยุ่ยเละอย่างรวดเร็วจริงๆ สุดท้ายก็ไม่กล้ามีความคิดอื่นใดอีก