หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า

    บทที่ 135 งานที่ผิดพลาด             

    บทที่ 135 งานที่ผิดพลาด


                


    หลังการปลดปล่อยให้กลายเป็นอิสระ ชาวบ้านในหุบเขาก็แทบจะก้มลงกราบกรานท่านแม่ทัพใหญ่กันถ้วนหน้า พวกเขาไม่มีใครอยากจะเป็นทาสทั้งนั้น แต่ในสถานการณ์ที่ผ่านมา หากไม่ยอมก็มีแต่ต้องอดตายเท่านั้น พวกเขาไม่คิดเลยว่าท่านแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเซินมาในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่จะได้วิธีที่ทำให้พวกเขารอดตายไปตลอดหลังจากนี้เท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากบ่วงเคราะห์กรรมครั้งนี้ด้วย




    “ข้าน้อยต้องขออภัยท่านที่ได้ก่อเรื่องจริงๆ พวกข้า...ทั้งๆที่พวกข้าต้องการทำร้ายคุณชายหลี่ แต่ท่านก็ยังเมตตา ท่านแม่ทัพใหญ่...แท้จริงแล้วข่าวลือเรื่องที่ท่านเป็นปีศาจนั้นไม่จริงเลย พวกเราชาวบ้านจะจดจำเอาไว้ ทั้งคุณชายหลี่ที่มอบเส้นทางชีวิตใหม่แก่พวกเรา และท่านแม่ทัพ ข้าจักสั่งสอนเด็กๆในหมู่บ้านเพื่อขอบคุณท่านต่อไป”


                


    ผู้นำหมู่บ้านปฏิญาณตนด้วยความกตัญญู ในยุคสมัยนี้...การสร้างบุญคุณต่อกันนั้นจะทำให้ได้รับความเคารพมาก เหมือนกับที่ผู้นำหมู่บ้านเคยเอ่ยปากเพื่อชิงหมินก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะความตายของชาวบ้านทั้งหมดอยู่ในมือของเขา เขาก็จะยอมตายเพื่อปกป้องผู้มีพระคุณอย่างแน่นอน


                


    หลี่ชิงหมินเห็นการแสดงออกที่เต็มไปด้วยความนับถืออย่างสุดหัวใจก็แค่ที่โลกนี้เท่านั้น หากเป็นในยุคที่เขาจากมา ต่อให้ทำดีด้วยมากแค่ไหน สุดท้ายแล้วก็มีค่าน้อยกว่าสุนัขเท่านั้นยามเห็นผลประโยชน์


                


    เขารู้สึกอึดอัดเมื่อได้เห็นการกระทำเช่นนี้ ดังนั้นจึงปล่อยเรื่องให้หวงซีเฉิงจัดการต่อไป ตัวเขาได้ยินได้ฟังเรื่องที่น่าสนใจทั้งหมดแล้ว เรื่องราวเหล่านี้ไม่มีปรากฏในนิยายแต่อย่างใด ทว่าเหตุการณ์ลุกฮือของชนเผ่าขนาดเล็กทั่วอาณาจักรเซินนั้นเคยเกิดขึ้นจริงที่ถูกเขียนเอาไว้


                


    ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่องค์ชายสามต้องการก่อกบฏอย่างเต็มตัว และรู้ว่าแม่ทัพใหญ่เลือกฝั่งขององค์รัชทายาทแล้ว ดังนั้นเพื่อทำลายพวกเขาไปพร้อมๆกัน จึงได้กระตุ้นให้ชนเผ่าจำนวนมากออกมาทำสงคราม ตอนนั้นนางเอกก็มีบทบาทค่อนข้างมากเหมือนเดิม แทนที่จะทำลายพวกเขา...กลับสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้แทน


                


    ก็นั่นแหละ ตัวร้ายเกิดมาเพื่อการนี้ไม่ใช่หรือ? ถึงจะยากลำบากสักหน่อย สุดท้ายแล้วพวกตัวเอกก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี


                


    หลี่ชิงหมินรู้สถานการณ์ในนิยาย แต่เขาก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการปัญหาทั้งหมด ยิ่งจะให้เขาไปทำงานหนักแบบนางเอกยิ่งเป็นไปไม่ได้ เขาไม่ได้มีความสามารถในการเพาะปลูกเหมือนกับนางเอกเสียหน่อย จะให้เขาใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ไปทำสิ่งใดได้อีกกัน?


                


    หยุดสงครามงั้นหรือ? ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแม่ทัพใหญ่ไปเสียเถอะ ตัวเขาอาจจะพอส่งสัญญาณบางอย่างให้เจ้าตัวรู้ล่วงหน้าได้บ้างก็เท่านั้น


                


    แน่นอนว่าชิงหมินยังคงวางแผนเพื่อความสุขสบายของตนเองในอนาคต อย่างไรก็ตาม...สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เส้นเรื่องทั้งหมดต้องเปลี่ยนไป


                


    อย่างแรกคือแม่ทัพใหญ่ผู้ไม่เคยสงสัยเกี่ยวกับปัญหาของพวกชนเผ่าขนาดเล็ก และไม่รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังของพวกเขาก็ได้รู้ความจริงจากเผ่าม้าแคระแล้ว หากไม่ใช่เพราะชิงหมินยื่นมือเข้าไปจัดการผลคันจนทำให้ผู้นำเผ่าม้าแคระสนใจ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ย่อมไม่ใช่ผู้นำเผ่ามาที่นี่ด้วยตนเอง


                


    มันจะจบลงตรงที่เผ่าม้าแคระเสียสละทหารจำนวนหนึ่งเพื่อลอบจับตัวผู้รักษาของขบวนแม่ทัพใหญ่ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเทพพยากรณ์จะไม่ถูกพูดให้ได้ยิน รวมทั้ง...ความเมตตาของหวงซีเฉิงก็ไม่เหมือนกับต้นฉบับนัก


                


    ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนเช่นไรไม่มีใครไม่รู้ ฉายาปีศาจสงครามไม่ได้มาเพราะใบหน้าที่จริงจังของเขาเท่านั้น ทว่าความโหดเหี้ยมของเขาต่างหากที่ทำให้ผู้คนพากันขนานนามว่าเป็นปีศาจโดยพร้อมเพรียง


                


    ทั้งหมดนี้เป็นเพราะชิงหมินที่เปลี่ยนแปลงเขา เริ่มต้นจากชาโม่ลี่ฮวาที่ทำลายความทรมานอันน่าอึดอัดในใจของเขาได้ และมาจนถึงตัวตนของชิงหมินทั้งหมดที่ทำให้หวงซีเฉิงสามารถมองเห็นโลกอีกใบที่งดงาม จากที่คิดว่าการสังหารผู้คนแล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นวิญญาณเพื่อใช้งานได้สะดวกสบายกว่า เขากลับริเริ่มที่จะให้โอกาสผู้คนได้หายใจต่อไป...


                


    การที่ใครสักคนยังมีลมหายใจอยู่ มันสามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้จริงๆ 


                


    คนที่เป็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดยังไม่รับรู้ เขาเพียงนั่งอยู่บนหลังของสิงโตน้อยและเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังหมู่บ้านต่อไปก็เท่านั้น


                


    โชคดีที่การเดินทางไปยังหมู่บ้านต่อไปนั้นไม่วุ่นวายมากนัก ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็เฝ้ารอการมาถึงของผู้ช่วยชีวิตอยู่ก่อนแล้ว ทหารจำนวนหนึ่งล่วงหน้ามาเพื่อช่วยเหลือพวกเขา ทั้งยังสอนให้ใช้ผลคันเพื่อประทังชีวิตก่อนที่เสบียงจะมาถึง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้มีอาการหิวโหยเหมือนกับหมู่บ้านแรก


                


    อย่างไรก็ตาม ผลคันได้กลายเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับพวกเขาทันที และหมู่บ้านนี้ก็ได้สร้างปัญหาขึ้นเล็กๆน้อยๆ พวกเขาแย่งพื้นที่เพาะปลูกกันทันที จากที่ตอนแรกไม่มีคนต้องการใช้พื้นที่มากนัก พวกเขาสร้างรั้วป้องกันรอบๆหมู่บ้านเป็นรั้วขนาดเล็ก ไม่ได้ขยายพื้นที่เหมือนกับหมู่บ้านอื่นๆ 


                


    ด้วยเข้าใจว่าเมื่อน้ำป่ามาถึง อย่างไรก็ต้องหนีขึ้นบนที่สูงอยู่ดี ต่อให้สร้างบ้านขนาดใหญ่ กันบริเวณเอาไว้มากมายแค่ไหน สุดท้ายแล้วก็ต้องสูญเสียมัน หรืออาจจะต้องใช้เวลาซ่อมแซมมากอยู่ดี ทั้งเปลืองเวลาและพละกำลัง 


                


    อีกทั้งพื้นที่เพาะปลูกรอบๆก็ไม่สามารถเพาะปลูกสิ่งใดได้ พวกเขาปล่อยให้หญ้ามากมายขึ้นเต็มทั่วบริเวณไปหมด ครั้นพอถึงเวลาที่ต้องการพื้นที่สำหรับการปลูกพืชผลคัน กลายเป็นว่าพวกเขาก็ไม่สะดวกแล้ว


                


    ทหารชุดแรกพยายามประนีประนอมเพื่อไม่ให้ชาวบ้านเหล่านี้ต่อสู้กันเอง โดยพยายามให้พวกเขาใช้พื้นที่ร่วมกันก่อนเป็นอันดับแรก อย่างน้อยๆก็เพียงพอที่จะทำให้มีต้นผลคันขึ้นในพื้นที่ส่วนกลางก่อน แต่ชาวบ้านที่อดอยากมานานมีหรือจะยินยอม พวกเขาต้องการเก็บสะสมเสบียงให้มากในช่วงนี้ ทำให้มีหลายคนร่วมลงมือด้วย ทว่าอีกหลายคนเลือกที่จะฉวยโอกาสนี้ไปเก็บของในป่าจนเตียนเหี้ยน


                


    เมื่อคนที่ลงแรงทำงานเสร็จและพบว่าตนเองถูกเอาเปรียบ พวกเขาก็ไม่อยากทำงานในพื้นที่ส่วนกลางอีกต่อไป ใครจะต้องการเสียเวลาถากถางพื้นที่ในขณะที่คนอื่นกำลังอยู่ดีกินดีแต่ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันล่ะจริงไหม? ดังนั้นจึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น อำนาจของผู้นำหมู่บ้านไม่ได้เข้มแข็งเหมือนกับหมู่บ้านก่อนหน้านี้ ผลสุดท้ายก็เกิดการลงมือต่อกัน ถูกจับโดยทหารที่ล่วงหน้าไปก่อน และรอให้ท่านแม่ทัพมาจัดการตัดสินโทษ


                


    ทันทีที่หวงซีเฉิงมาถึงและทราบปัญหานี้ เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ คนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี กลับไม่มีความสามัคคีกันเลย


                


    เขาไม่ได้โทษแค่คนที่ลงมือต่อกันเท่านั้น แต่ยังโทษคนอื่นๆในหมู่บ้านที่ไม่ยอมช่วยจัดการปัญหาด้วย ดังนั้นจึงออกคำสั่งโบยทุกคนอย่างพร้อมเพรียง เว้นไว้แค่เด็กเล็กๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเท่านั้น คนชรา และหญิงสาวได้รับโทษโบย 5 ไม้ ในขณะที่บุรุษมีเรี่ยวแรงจะถูกโบย 10 ไม้ การลงโทษนี้ไม่ได้รุนแรงเลยสำหรับกองทัพ แต่เมื่อชาวบ้านทั่วไปถูกลงโทษ พวกเขาก็ร้องลั่นป่าราวกับว่ากำลังจะตาย


                


    การแสดงถึงอำนาจที่เหนือกว่าและมีสิทธิในการจัดการกับชีวิตของพวกเขาทุกคนทำให้ชาวบ้านทั้งหมดเปลี่ยนความคิดของตนเองทันที จากเดิมที่เอาตนเองรอด เวลานี้เมื่อหวงซีเฉิงบอกให้พวกเขาช่วยกันถางป่า ก็ไม่มีใครปฏิเสธหรือแอบไปอู้งานอีกแล้ว


                


    พร้อมกันนั้น หวงซีเฉิงก็สั่งให้ทหารที่เพิ่งมาถึงค่อยๆแจกจ่ายเสบียงให้พวกเขาไปด้วย แน่นอนว่าผลคันที่เก็บเกี่ยวมาระหว่างทางก็ถูกแจกจ่ายไปพร้อมๆกัน ไม่มีครอบครัวไหนที่ต้องกลัวอดอาหารอีกต่อไป สถานการณ์ที่หมู่บ้านนี้จึงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ


                


    หลี่ชิงหมินไม่ยุ่งกับการจัดการงานของคนอื่น เขาเพียงนั่งอยู่บนหลังของสิงโตน้อยและคอยเก็บเกี่ยวสมุนไพรรวมถึงพืชหายากไปด้วย สิ่งที่ชิงหมินสนใจมากที่สุดกลับเป็นเมล็ดพันธุ์ของพืชมีดอก ยิ่งถ้าดอกไม้ชนิดไหนที่มีกลิ่นหอมเขาก็ยิ่งรวบรวมมามากขึ้น ตอนนี้หากมองผิวเผิน คงจะคิดว่าเขาเป็นผู้ปลุกพลังดอกไม้เป็นแน่...


                


    การจัดการปัญหาที่นี่ล่าช้าไปกว่ากำหนด 1 วัน ล่วงเลยเข้าวันที่ 5 ของการทำภารกิจ พวกเขาจึงจะได้ออกเดินทางลงจากภูเขาเสียที


                


    หวงซีเฉิงให้คนส่งจดหมายแจ้งเรื่องการทำภารกิจของตนเองไปที่พระราชวังแล้ว เมื่องานสำเร็จตามกำหนดเป้าหมายและไม่ได้ล่าช้ามากนัก องค์จักรพรรดิก็ได้มอบรางวัลให้แก่พวกเขา


                


    ในบรรดาคนที่ไปทำภารกิจทั้งหมด มีเพียงขบวนของท่านแม่ทัพเท่านั้นที่ทำสำเร็จ ในขณะที่บางกลุ่มเพิ่งจะเดินทางไปถึงตำแหน่งที่หมายเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี


                


    ถึงอย่างนั้น....องค์จักรพรรดิก็ไม่ได้รับเพียงข่าวดีเท่านั้น เขายังได้รับข่าวร้ายที่ทำให้ต้องเรียกหมอหลวงมาตรวจดูอาการของตนเองอีกครั้ง




    “เกิดอันใดขึ้นเพคะเสด็จพี่” องค์จักรพรรดินีรีบเข้ามาในตำหนักบรรทมขององค์จักรพรรดิทันทีที่ได้ยินข่าวเรื่องการประชวร


                


    พระนางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รู้เพียงว่าองค์จักรพรรดิได้รับจดหมายแล้วก็ล้มพับลงไปจนหมอหลวงต้องรีบมาตรวจสอบอาการทันที พระนางรีบมาที่นี่และพบว่าองค์จักรพรรดินั้นนอนพักรักษาตัวแล้ว เขายังมีสติอยู่ แต่ใบหน้าที่มืดมนนั้นทำให้พระนางรู้สึกหวาดหวั่น...




    “เป็นบุตรชายตัวดีของเจ้าอีกครั้งที่เจอปัญหา”




    “เพคะ?” หญิงสูงศักดิ์ชะงักฝีเท้าของตนเอง รู้สึกได้ว่าปัญหาที่องค์จักรพรรดิผู้เป็นพระสวามีต้องการเอ่ยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ




    “จดหมายแจ้งมาจากรัชทายาท เขากำลังเจอกับปัญหาทำให้ไม่สามารถออกมาจากหุบเขาได้ เส้นทางเข้าหุบเขานั้นมีเพียงเส้นทางเดียวโดยต้องผ่านสะพานเข้าไป แต่เพราะขบวนของพวกเขาเคลื่อนผ่าน ทำให้สะพานนั้นพังลงมา ตอนนี้สะพานที่เป็นเหมือนดินกั้นน้ำถูกทำลาย ตัดขาดการเชื่อมต่อทั้งสองฝั่งจนทำให้รัชทายาทไม่อาจออกมาข้างนอกได้ ทว่า...ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องนั้น”


                


    องค์จักรพรรดิกัดฟันกรอด เขามองจักรพรรดินีที่ตอนนี้คงจะตกใจกับข่าวร้ายของบุตรชาย เพียงแต่...ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นย่อมไม่ใช่การที่รัชทายาทเจอกับปัญหา ในความคิดของเขา...เขารู้ดีว่าสิ่งที่จะตามมาหลังจากนี้ต่างหากที่จะเป็นปัญหาที่แท้จริง




    “ปัญหาใหญ่ที่สุด....” องค์จักรพรรดินีไม่ใช่สตรีที่โง่เขลา ไม่อย่างนั้นนางย่อมไม่มีทางอยู่คู่บัลลังกับเขามาได้นานขนาดนี้ ฝ่ามือเรียวของนางจิกเข้าที่กลางมือจนขึ้นรอยแดง พยายามกดข่มความโกรธและความกลัวของตนเองเอาไว้




    “เสด็จพี่เพคะ ข้าคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่นอน สันดินกั้นน้ำนั้นจะพังมาง่ายดายเพียงเพราะขบวนของรัชทายาทได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็ใช้เดินทางกันไปมาตลอด จะบอกว่ารัชทายาทเป็นคนที่โชคร้ายเช่นนั้นหรือเพคะ ข้าไม่คิดอย่างนั้นแน่!” 


                


    พระนางส่ายหน้า เดิมที่อยากจะพูดว่าเรื่องนี้ควรเป็นฝีมือขององค์ชายสามหรือไม่ก็ผู้อื่นด้วยซ้ำ ติดที่ว่าพระนางไม่ได้มีหลักฐานเพื่อยืนยันคำพูดของตนเองก็เท่านั้น




    “ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับหรือไม่ แต่ปัญหานี้...รัชทายาทยังไงก็ต้องรับผิดชอบ ตอนนี้ที่เจ้าต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือก็คือ...ปัญหาของสันน้ำที่ถูกทำลายลง น้ำที่กักเก็บไว้บนเขาไหลบ่าท่วมลงพื้นที่ต่ำ หมู่บ้านที่รัชทายาทเข้าไปเองก็โดนด้วย สำหรับรัชทายาท...ทหารของเขาคงจะปกป้องเขาได้ แต่ชาวบ้านในหุบเขาเหล่านั้นที่รอความช่วยเหลืออยู่ ข้าเกรงว่าพวกเขาอาจจะไม่โชคดีเช่นนั้น”




    “พรุ่งนี้ข้าต้องรับมือกับฎีกาที่น่าจะร้องเรียนให้ลงโทษรัชทายาททันทีที่มาถึง และอาจจะต้องส่งคนไปช่วยเหลือสถานการณ์นั้น หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพใหญ่เพิ่งเสร็จภารกิจและอยู่ห่างจากรัชทายาทมาก ข้าคงจะรีบออกคำสั่งให้เขาเร่งเท้าตามไปช่วยเหลือแล้ว น่าเสียดาย...” องค์จักรพรรดิถอนหายใจออกมา 


                


    หากเขาออกคำสั่งกะทันหันไปให้ขบวนของแม่ทัพใหญ่ที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมไปที่นั่น เกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันเสียมากกว่า ดังนั้นมีแต่ต้องมองหาคนอื่นเพื่อให้เข้าไปช่วยแล้ว




    “เช่นนั้นเป็นคนของเสนาบดีจูได้หรือไม่เพคะ ข้าจะให้หลานชายของข้าไปช่วยเหลือรัชทายาท”




    “ข้าเกรงว่าอาจจะถูกคัดค้านเอาได้ ตอนนี้องค์ชายสามไม่มีภารกิจ เดิมทีข้าไม่มอบภารกิจให้เขาด้วยการอ้างว่าเขาต้องอยู่ต้อนรับดูแลกลุ่มการค้าสกุลทงได้ แต่เวลานี้กลุ่มการค้าสกุลทงออกเดินทางไปแล้ว คงไม่สามารถหยุดเขาให้สร้างผลงานได้อีก”


                


    แม้ว่าใจจริง องค์จักรพรรดิต้องการมอบตำแหน่งว่าที่องค์จักรพรรดิคนต่อไปให้กับบุตรชายคนโตและมีสายเลือดที่ถูกต้อง ทว่า...องค์ชายสามก็เป็นบุตรชายของตนเช่นกัน ทั้งยังมีความสามารถไม่น้อย


                


    หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายจิตใจคับแคบและเกรงว่าจะเปลี่ยนบัลลังสีทองให้กลายเป็นบัลลังเลือด เขาเองก็อยากจะยกตำแหน่งองค์จักรพรรดิให้อีกฝ่ายเช่นกัน


                


    อย่างไร เทียบกันแล้ว..ความฉลาดของรัชทายาทไม่สามารถเทียบได้กับอีกฝ่าย มีเพียงคุณธรรมและความดีเท่านั้นที่ยังทำให้เห็นคุณค่าที่เหนือกว่าอยู่ได้




    “พระองค์จะให้องค์ชายสามไปได้อย่างไรเพคะ หากให้องค์ชายสามไปแล้วสามารถจัดการปัญหานี้ได้ ไม่เท่ากับยิ่งตอกย้ำว่ารัชทายาทอ่อนแอกว่าองค์ชายสามหรือเพคะ” องค์จักรพรรดินีไม่มีทางเห็นด้วย แต่พระนางก็รู้ว่าในฐานะองค์จักรพรรดิแล้ว พระองค์ตัดสินพระทัยอย่างไรต้องมีเหตุผล จะมาเอาแต่ใจแล้วทำตามที่ตนเองบอกก็ไม่ได้




    “ข้าบอกเรื่องนี้แก่เจ้าก่อนเป็นคนแรก เจ้าจงหาวิธีเสียเถอะ ข้าจะต้องฟังคำของขุนนางในการว่าราชการด้วย ไม่อาจจะใช้ความเป็นบิดาตัดสินใจอย่างไม่สมเหตุสมผลได้”


                


    องค์จักรพรรดิโบกมือ ตอนนี้เขารู้สึกปวดหัวพอแรงแล้ว หลังจากนี้สมควรเป็นจักรพรรดินีบ้างที่ต้องช่วยบุตรชายของตนเอง เขาเชื่อว่าในฐานะบิดา...เขาทำทุกอย่างมากพอแล้ว หากลำเอียงมากกว่านี้ จะถูกคนครหาเอาเสียหายได้




    “เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว” องค์จักรพรรดินีตอบกลับด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พระนางรีบก้าวเท้าออกไปและไม่สนใจที่จะไตร่ถามอาการของคู่ครองแม้เพียงคำเดียว


                


    ชายที่มากอำนาจผู้กำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เท่านั้น มองดูด้านหลังของสตรีที่เคยรักใคร่กลมเกลียวกัน ความห่างเหินของพวกเขาก็เริ่มมากขึ้นไปตามกาลเวลาด้วย...บางที อาจจะมีเพียงเขาเท่านั้นก็ได้ที่ยังอยากให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม เหมือนก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ขึ้นครองบัลลังมังกร....




    ……………………………………..

    คล้ายกับเรื่องหลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841