เสียงโซ่เหล็กดังสะท้อนอยู่ในความมืด
แกร๊ก...
แกร๊ก...
แกร๊ก...
แม้เสียงนั้นจะเบาราวกับดังมาจากสถานที่อันห่างไกล
แต่สำหรับผู้ที่อยู่ภายในโพรงใตู้เา
มันกลับชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู
ภายในหอเฝ้าราตรีชั่วคราว
หลินเซวียนสะดุ้งลืมตาขึ้นอีกครั้ง
เหงื่อเย็นปกคลุมทั่วร่าง
ภาพในความฝันเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในหัวของเขา
บุรุษผู้ถือโคม
ประตูสีดำ
โซ่ตรวนมหึมา
รวมถึงเงาร่างลางเลือนที่ถูกพันธนาการเอาไว้
สิ่งนั้นคืออะไรกันแน่...
และเหตุใดมันจึงทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวถึงเพียงนี้
หลินเซวียนสูดหายใจลึก
พยายามสงบจิตใจ
แต่ทันใดนั้นเอง
เปลวไฟสีทองดำภายในตะเกียงิญญาเก้าชั้นฟ้ากลับสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง
เพียงชั่วพริบตา
เขาได้ยินเสียงแ่เบาดังขึ้น
"...รีบ..."
"...เวลา..."
"...ไม่มากแล้ว..."
หลินเซวียนลุกขึ้นยืนทันที
แต่เมื่อเขาตั้งใจฟัง
เสียงนั้นก็หายไป
ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
...
รุ่งเช้า
ทั่วทั้งหมู่บ้านชิงเหอเข้าสู่สภาวะเฝ้าระวังสูงสุด
คนของหอเฝ้าราตรีเดินตรวจตราตลอดเวลา
ค่ายกลผนึกหลายสิบชั้นถูกติดตั้งเพิ่มเติม
แม้แต่ชาวบ้านธรรมดายังััได้ถึงความผิดปกติ
ทุกคนรู้สึกได้ว่า
กำลังมีบางอย่างเกิดขึ้นใตู้เา
และมันไม่ใช่เื่ดีอย่างแน่นอน
ภายในห้องประชุม
ซูอู๋เซวียนกำลังมองรายงานล่าสุด
สีหน้าของเขาเ็า
แต่ในดวงตากลับมีความกังวลซ่อนอยู่
มู่ชิงเหยาวางม้วนคัมภีร์ลงบนโต๊ะ
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"รอยแตกบนผนึกขยายตัวอีกสามส่วน"
หานเทียนจวินขมวดคิ้ว
"มากขนาดนั้นในคืนเดียว?"
มู่ชิงเหยาพยักหน้า
"และนี่ไม่ใช่ทั้งหมด"
"อักขระโบราณบนประตูยังเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง"
ภายในห้องเงียบลงทันที
เฉินเยี่ยนชิวถาม
"ข้อความว่าอย่างไร"
มู่ชิงเหยาสูดหายใจลึก
ก่อนตอบช้า ๆ
"ผู้เฝ้ามองใกล้ตื่นแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนหน้าเปลี่ยนสี
แม้แต่ซูอู๋เซวียนยังหรี่ตาลง
...
ใน่สาย
ซูอู๋เซวียนตัดสินใจลงไปยังโพรงอีกครั้ง
ครั้งนี้
ไม่มีผู้ใดคัดค้าน
เพราะทุกคนรู้ดีว่า
พวกเขาจำเป็ต้องรู้ว่ากำลังเผชิญกับอะไร
คณะสำรวจประกอบด้วย
ซูอู๋เซวียน
เฉินเยี่ยนชิว
หานเทียนจวิน
มู่ชิงเหยา
หลี่มู่หราน
และหลินเซวียน
รวมถึงกลุ่มคนชุดดำอีกสามคน
เส้นทางใตู้เายังคงมืดมิด
แต่บรรยากาศกลับแตกต่างจากเดิม
อากาศเย็นลงมาก
กำแพงหินเริ่มมีคราบสีดำปรากฏขึ้น
ราวกับพลังบางอย่างกำลังซึมออกมาจากเบื้องลึก
เมื่อเดินมาถึงประตูหินโบราณ
ทุกคนก็หยุดลงพร้อมกัน
เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง
รอยแตกบนประตู
ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน
และภายในรอยแตกนั้น
มีหมอกสีดำบางเบาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
หานเทียนจวินกำหอกแน่น
"นี่มัน..."
ซูอู๋เซวียนยกมือขึ้น
ก่อนปล่อยกระจกใสทรงกลมลอยออกมา
นี่คือสมบัติวิเศษประจำสายเต๋ากระจก์
กระจก์สะท้อนเงาของประตู
ครู่ต่อมา
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นภายในกระจก
ทุกคนเบิกตากว้าง
เพราะพวกเขาเห็น
โซ่ตรวนมหึมาหลายสิบเส้น
กำลังพาดผ่านความมืด
และมีหลายเส้นที่เริ่มแตกร้าว
แม้เพียงเล็กน้อย
แต่ก็เพียงพอจะทำให้หัวใจของทุกคนเย็นวาบ
ซูอู๋เซวียนกล่าวออกมาเบา ๆ
"แย่แล้ว..."
เฉินเยี่ยนชิวหันมองทันที
"ท่านเห็นอะไร"
รองเ้าหอสบตากับทุกคน
ก่อนตอบช้า ๆ
"ผนึกชั้นนอกกำลังเสื่อมสภาพ"
"และสิ่งที่อยู่ด้านใน..."
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
"...กำลังพยายามออกมา"
บรรยากาศพลันหนักอึ้ง
...
ขณะเดียวกัน
หลินเซวียนกลับไม่ได้มองประตู
ดวงตาแห่งกรรมของเขากำลังจับจ้องไปยังบางสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
ลึกลงไปใต้ประตู
ใต้โซ่ตรวน
ใต้ชั้นผนึกทั้งหมด
เขาเห็นเส้นกรรมขนาดมหึมา
ใหญ่กว่าูเาทั้งลูก
ใหญ่กว่าผนึกทั้งหมด
และมันกำลังเชื่อมต่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
สถานที่ที่ลึกยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้น
หัวใจของหลินเซวียนสั่นสะท้าน
เพราะเขารู้สึกได้ว่า
สิ่งที่ทุกคนกำลังเฝ้าระวัง
อาจไม่ใช่ต้นตอที่แท้จริง
ผนึก...
อาจเป็เพียงประตู
และสิ่งที่อยู่หลังประตู
อาจเป็เพียงชั้นแรกเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเขาอีกครั้ง
คราวนี้ชัดเจนกว่าทุกครั้ง
"ผู้ถือโคม..."
"เ้ามองเห็นแล้วใช่หรือไม่..."
หลินเซวียนตัวแข็งทื่อ
เสียงนั้นยังคงกล่าวต่อ
"สิ่งที่พวกเขากลัว..."
"...เป็เพียงเงา"
"...ของสิ่งที่อยู่ลึกกว่านั้น"
ตูม!
จู่ ๆ ดวงตาแห่งกรรมก็สั่นะเือย่างรุนแรง
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้น
ทะเลเื
ท้องฟ้าแตกสลาย
เมืองโบราณนับไม่ถ้วนพังทลาย
และเหนือทุกสิ่ง
มีเงาดำมหึมาปกคลุมฟ้าดิน
เพียงมองเห็นแค่เสี้ยววินาที
เืก็ไหลออกจากดวงตาของหลินเซวียนทันที
"อั่ก!"
ร่างของเขาทรุดลง
เฉินเยี่ยนชิวรีบเข้ามาประคอง
"หลินเซวียน!"
ทุกคนหันมามองด้วยความใ
แต่หลินเซวียนกลับไม่ตอบ
เพราะภายในหัวของเขา
ยังคงก้องด้วยประโยคสุดท้ายที่ได้ยิน
ประโยคนั้นทำให้แม้แต่จิตใจของเขายังสั่นะเื
เพราะเสียงนั้นกล่าวว่า
"...เมื่อเก้าตะเกียงส่องสว่างครบถ้วน..."
"...วันสิ้นสุดจะกลับมาอีกครั้ง..."
และในความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด
ลึกลงไปใต้ผนึก
ดวงตาคู่นั้น
ได้ลืมขึ้นมากกว่าเดิมอีกเล็กน้อย
ประโยคปิดบท
"ทุกคนกำลังเฝ้ามองประตู..."
"แต่ไม่มีใครรู้ว่า..."
"สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ได้อยู่หลังประตูนั้นเลย"