ในโลกของการทำงาน เรามักจะเจอ"เพื่อนร่วมงาน
สายเนียน" ที่ชอบโยนงานมาให้ หรือขอให้เราช่วยในเื่ที่
จริง ๆ แล้วเป็หน้าที่ของเขาเองค่ะ หลายครั้งที่เรายอมช่วยเพราะคิดว่าเป็น้ำใจหรืออยากรักษาบรรยากาศที่ดีเอาไว้ แต่พอทำไปเรื่อย ๆ จาก "น้ำใจ"ก็กลายเป็ "หน้าที่" ที่เราต้อง
แบกรับเพิ่มขึ้นโดยไม่มีใครขอบคุณเสียอย่างนั้น
การเป็คนใจดีในที่ทำงานเป็เื่ที่ดีค่ะแต่ถ้าใจดีจน
ไม่มีขอบเขต เราจะกลายเป็เป้าหมายแรก ๆ ของคนที่ชอบ
เอาเปรียบ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเหนื่อยล้าที่กัดกินพลังชีวิตของเราในทุก ๆวัน
จิตวิทยาของ “การตั้งขอบเขต” (WorkplaceBoundaries) คนประเภทที่ชอบเอาเปรียบ มักจะมองหาคนที่“ปฏิเสธไม่เป็” และ “ขี้เกรงใจ” ค่ะ เมื่อไหร่ที่เรายอมหนึ่งครั้งเขาจะเรียนรู้ว่าเราคือทางสะดวกในการลดภาระของเขา การปฏิเสธจึงไม่ใช่การแล้งน้ำใจแต่มันคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เขารู้ว่า “พื้นที่ไหนคือหน้าที่ของเราและพื้นที่ไหนคือหน้าที่ของเขา”การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนจะทำให้คนรอบข้างเริ่มเกรงใจและเคารพเวลาของเรามากขึ้นค่ะ
วิธีปฏิเสธแบบมืออาชีพ (ที่ไม่ดูแรง) หัวใจสำคัญคือการปฏิเสธที่ตัว “งาน” ไม่ใช่ที่ตัว “คน” ค่ะเรายังเป็เพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันได้ แต่เราแค่ไม่รับงานนั้นมาทำเท่านั้นเองลองใช้ประโยคเหล่านี้ดูนะคะ
-กรณีเขาโยนงานมาดื้อๆ: “เรายินดีช่วยให้คำแนะนำนะแต่ตอนนี้เรามีงานด่วนที่ต้องส่งให้หัวหน้าภายในเย็นนี้
จริง ๆ ถ้าเรารับงานนี้มาเพิ่มกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีและจะทำให้งานเธอล่าช้าไปด้วยครั้งนี้เธออาจจะต้องลองจัดการเองก่อนนะ”
-กรณีขอให้ช่วยงานที่ส่งผลต่อเวลาส่วนตัว: “ขอบคุณที่ไว้ใจให้เราช่วยนะแต่่นี้เรากำลังจัดสรรตารางงานใหม่เพื่อให้งานหลักของเราเสร็จตามกำหนดเลยยังไม่สามารถรับงานเสริมอื่น ๆ ได้เลยจริง ๆ จ้ะ”
เทคนิคเสริม: การเสนอทางเลือกอื่น (AlternativeSolution) ถ้าคุณยังรู้สึกลำบากใจที่จะปฏิเสธแบบตัดรอนให้ลองเสนอ “แนวทาง” แทนการลงมือ “ทำเอง” ค่ะ เช่น “เรายังว่างไม่พอที่จะทำให้ได้แต่เราพอจะมีไฟล์ตัวอย่างของปีก่อนนะเดี๋ยวเราส่งให้เธอเอาไปเป็แนวทางจัดการต่อเองได้เลย จะได้ไวขึ้นด้วย”
วิธีนี้จะทำให้คุณดูเป็คนที่ยังมีน้ำใจและพยายามช่วยเหลืออยู่แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ได้เอาตัวเข้าไปแบกภาระนั้นไว้เองซึ่งเป็วิธีการรักษาความสัมพันธ์ที่ฉลาดที่สุดในที่ทำงานค่ะ
สรุปใจความสำคัญ: การเป็คนทำงานเก่งไม่ได้หมายความว่าต้องทำทุกอย่างที่ขวางหน้าแต่หมายถึงการรู้จักปกป้องเวลาของตัวเองเพื่อให้ผลิตผลงานที่ดีที่สุดออกมาค่ะเลิกกลัวว่าคนอื่นจะมองไม่ดีเพียงเพราะเราปฏิเสธ เพราะคนที่เห็นคุณค่าในตัวเราจริงๆ เขาจะเข้าใจและเคารพในความเป็มืออาชีพของเราเสมอค่ะ
ทริคที่ 3: วิธีปฏิเสธแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น! อยากได้เทคนิคจัดการคน Toxic เพิ่มเติม อีก 47 ทริคในเล่มเต็มช่วยคุณได้ค่ะ
