บทที่ 4
หยกพกประจำกาย
เงาร่างสูงโปร่งพ้นจากประตูใหญ่ ดวงตาปราดมองยังสตรีร่างบางรอรถม้าอยู่ริมกำแพง
“ได้ยินว่าเ้ารู้เส้นทางไปยังเมืองว่านหรือ”
ซิ่งหลิงคาดไม่ถึงว่าคุณชายเช่นเขาจะออกมาเจรจากับนางด้วยตนเองใบหน้าจึงมีความแปลกใจ
“เ้าค่ะ ข้าเป็อี้จีจากหอเหม่ยเจวียนในเมืองว่าน”
“เท่าไหร่”
ซิ่งหลิงยิ้มกริ่ม คุณชายคนนี้หัวไวกว่าที่คิดไว้มาก ดวงตาคู่งามทอประกาย ก้มหน้าลงตอบด้วยรอยยิ้มเบาบาง “แล้วแต่คุณชายเห็นสมควรเ้าค่ะ”
จิ้งเส้าหวงกระตุกยิ้มมุมปากส่งเสียงขบขันในลำคอ ตัวนางรู้จักรุกรู้จักถอยทั้งยังดูเยือกเย็นไม่ตระหนกลนลานดังรู้ว่าจะต้องมีคนออกมาเจรจา จิ้งเส้าหวงไม่ทันได้พูดอะไรเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณชายร่มขอรับ!”
เซี่ยจี้รีบชูร่มกระดาษเคลือบน้ำมันขึ้นป้องกันเม็ดฝนที่ตกกระทบผู้เป็นายอย่างเร่งร้อน เห็นเส้นผมและเสื้อผ้า่ไหล่ที่เปียกชื้นจากหยาดฝนจึงยื่นมือคิดปัดหยดน้ำออกให้ผู้เป็นาย ทว่ามือของเขาพลันต้องเปลี่ยนทิศทางล้วงหยิบเอาถุงเงินออกจากอกเสื้อ ทำตามคำสั่งผู้เป็นายแม้ว่าจะงุนงงก็ตามที
“นำถุงเงินเ้าออกมา”
“ขอรับ!”
จิ้งเส้าหวงประเมินมองถุงเงินในมือเซี่ยจี้แวบหนึ่งแล้วปรายตามองนาง “รับไปเสีย”
“ขอบพระคุณคุณชายมากเ้าค่ะ” ซิ่งหลิงยอบกายยิ้มกว้าง ส่งถุงเงินให้ผู่เอ๋อร์เป็คนเก็บไว้
“รออยู่นี่ก่อน คนของข้ากำลังนำรถม้ามา”
“เ้าค่ะ”
ซิ่งหลิงตอบรับอย่างว่าง่าย ทั้งตลอดการรอรถม้าตัวนางก็ไม่ได้เข้ามาออดอ้อนออเซาะหรือหาเื่สนทนา ท่าทีนิ่งเฉยสงบเสงี่ยมของนางทำให้จิ้งเส้าหวงแปลกใจเหลือบมองนางด้วยหางตาอยู่บ่อยครั้ง เช่นเดียวกับสีหน้าเจ็บช้ำปวดใจที่แฝงด้วยความกังขาของเซี่ยจี้
หากคุณชายอยากมอบของกำนัลให้หญิงงามเหตุใดถึงไม่ใช้เงินของตนเองออกหน้ากันเล่า!
เพียงครู่รถม้าคันเล็กเคลื่อนมาตามถนนแล้วหยุดลงหน้าประตูใหญ่ของเรือนพักจิ้งกง
“รถม้าของข้าคับแคบทิ้งสาวใช้ของเ้าไว้ที่นี่เสีย”
ซิ่งหลิงที่เรียบร้อยมาตลอดใบหน้าปรากฏความไม่ยินยอมขึ้นมา ในขณะที่กำลังจะโต้แย้ง ผู่เอ๋อร์ก็สมกับเป็สาวใช้คนเก่งประจำกายแม่นางซิ่งหลิงผู้มีนิสัยมุทะลุดังไฟรีบพูดขึ้นทันที
“แม่นางรีบไปกับคุณชายจิ้งเถิดเ้าค่ะ ไว้รออาเตาเรียกรถม้าอีกคันมา ข้ากับอาเตาจะรีบตามไป ไม่ต้องกังวลนะเ้าคะ”
ซิ่งหลิงได้ยินก็เม้มปาก พยักหน้ารับ เข้าใจเจตนาของผู่เอ๋อร์ที่กำลังเรียกสติ
ต่อให้นางงัดมารยาและแผนการใดๆ ออกมาใช้จนสามารถนำผู่เอ๋อร์ติดตามมาด้วยกันได้ แต่ตัวนางยังมีอาเตาอยู่อีกคน ทั้งตรองดูแล้วคุณชายจิ้งผู้นี้คงมีบ่าวติดตามอีกมาก พื้นที่ในรถม้ามีไม่เพียงพอสำหรับบ่าวสองคนของนาง ดูแล้วให้ผู่เอ๋อร์กับอาเตาตามหลังมาก็จะเป็การดีที่สุดจริงๆ “เช่นนั้นก่อนออกเดินทางเ้าไปยังสำนักส่งข่าวส่งสารบอกท่านแม่ว่าข้ารับงานนอก คฤหาสน์ตระกูลปู้”
“เ้าค่ะ”
ซิ่งหลิงสั่งการเรียบร้อยก็รวบกระโปรงขึ้นรถม้า มุดเข้าไปด้านในก็พบกับคุณชายจิ้งนั่งเอกเขนกอยู่บนเบาะที่ดูนุ่มนิ่มนั่งสบาย ก้มหน้าอ่านม้วนสารในมือ
คำพูดที่จิ้งเส้าหวงบอกว่ารถม้านี้คับแคบก็ไม่เกินความจริง เพียงซิ่งหลิงหย่อนก้นนั่งด้านในก็แน่นขนัดแล้ว แม้จะไม่ขึ้นขั้นเบียดเสียดแออัด แต่ขายาวๆ ที่ยืดเหยียดของจิ้งเส้าหวงก็แทบแตะขานางอยู่รอมร่อ
“เส้นทางที่เ้าพูดถึงเป็มาอย่างไร” เมื่อรถม้าเคลื่อนตัว จิ้งเส้าหวงถึงถามนางโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“เมืองว่านมีทางน้ำไหลผ่านจากแดนเหนือ เวลานี้ฝนตกหนักจนบังเกิดน้ำท่วมตัดขาดเส้นทางตามปกติ แต่ว่าบนูเาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างออกไปสามลี้มีูเาอยู่ลูกหนึ่ง เขาลูกนั้นถูกสายน้ำเซาะจนเกิดโพรงด้านใต้ สามารถเดินทางผ่านโพรงใตู้เาได้เ้าค่ะ”
“ปลอดภัยมากเพียงใด”
“ข้าใช้เส้นทางนั้นเดินทางอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ตอนนี้น้ำหลาก น้ำก็อาจจะเอ่อขึ้นมากสักหน่อย ไม่อาจให้คำมั่นได้ว่าปลอดภัยไร้กังวลเ้าค่ะ”
คำพูดล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย ต่อไปหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาตัวนางก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ถือว่าได้เตือนเขาแล้ว...
“รู้เส้นทางได้อย่างไร”
“ตัวข้าเป็อี้จี พบเจอผู้คนมากมายได้ยินเื่ราวหลากหลายจึงพอรู้บ้างเ้าค่ะ”
คำตอบนี้ทำให้ดวงตาคมที่มองม้วนสารอยู่ตลอดเหลือบขึ้น ประเมินสตรีที่นั่งอยู่ริมประตูรถม้านิ่งๆ ท่าทางว่าง่ายเรียบร้อยผิดจากความเร่าร้อนยามราตรีและผิดจากความร้อนแรงที่เซี่ยจี้เอ่ยเล่า ท้ายแล้วจิ้งเส้าหวงก็ส่งเสียงตอบรับในลำคอ หลุบตาอ่านสารในมือต่อไป
“อืม”
ซิ่งหลิงรู้ว่าเขาไม่อยากพูดคุยซึ่งนางก็ไม่อยากดึงดันเค้นสมองหาเื่สัพเพเหระมาคุยเล่นให้เขาสำราญใจ ดูจากการที่เขายึดเอาถุงเงินของบ่าวข้างกายตกรางวัลก็พอจะรู้แล้วว่าเขามิใช่คนมือเติบ
ถึงแม้ว่าบ่าวคนนั้นจะปล่อยไก่ตัวใหญ่ออกมาจนทำให้นางสามารถขูดรีดได้ก็ตามที...
เซี่ยจี้ที่นั่งอยู่ด้านนอกจนตอนนี้ก็ยังมีความอึดอัดคับข้องอยู่เต็มอก คนเช่นเขาไหนเลยจะสามารถอดกลั้นเก็บความรู้สึกนี้ไว้ได้นาน ท้ายแล้วก็ทนไม่ไหวกระตุกชายเสื้อชุนจี้ที่กำลังบังคับม้า กระซิบถามด้วยความอึดอัดใจ
“ชุนจี้เวลานี้ตระกูลจิ้งกำลังตกอยู่ในสภาวะคับขันหรือไม่”
“เหตุใดถึงถามเช่นนั้น”
“คุณชายนำถุงเงินของข้ามอบให้แม่นางผู้นั้นเป็ของรางวัล”
ชุนจี้หัวเราะเบาๆ มองสีหน้าของเซี่ยจี้ที่กำลังดำคล้ำก็ ถอนใจด้วยความระอา ดึงสายตากลับมองเส้นทางเบื้องหน้าแล้วอธิบาย “เ้าทำให้คุณชายเสียเปรียบ ออกหน้าจ่ายเงินก็ถูกต้องแล้ว”
“หา” เซี่ยจี้ใบหน้าแตกตื่นเลิ่กลั่ก พยายามคิดว่าเขาทำคุณชายเสียเปรียบในเื่อะไรไป
“เ้าผิดั้แ่พูดออกมาประโยคแรกแล้ว” ชุนจี้โคลงศีรษะ จะว่าไปแม่นางคนนั้นก็ไหวพริบไม่เลว ทั้งๆ ที่เซี่ยจี้เผยช่องโหว่ออกมาเพียงเล็กน้อยซ้ำยังเป็เพียงแค่พริบตาเดียวแต่นางสามารถคว้าจับช่องโหว่เอาไว้ได้ในคราเดียวแล้วตักตวงหาผลประโยชน์เข้าตัวได้อย่างหลักแหลม
ปกติแล้วในสนามการค้าหากผู้ใดมีความ้ามักจะเสียเปรียบ ถูกขูดรีดและเอาเปรียบเป็ธรรมดา แต่เซี่ยจี้กลับพูดถึงความ้าของตนแล้วค่อยยื่นข้อเสนอ
นี่จึงทำให้ตัวนางเป็ฝ่ายได้เปรียบเรียกค่านำทาง...