บทที่ 7 ฉันไม่หย่า
"อาหารที่สั่งมาแล้วครับ " เสียงพนักงานบอกกล่าวว่าตอนนี้อาหารที่ซูเม่ยสั่งได้จัดเตรียมยกมาเสิร์ฟแล้ว อ้ายเยว่วางมือจากของเล่นเหลียวมองอาหารอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นปูนึ่งที่ซูเม่ยสั่งมาให้ เธอไม่ได้สนใจโต๊ะข้าง ๆ อีก หันกลับมาสนใจลูกชายตัวน้อยแทน
หลังจากที่ทั้งสองเพลิดเพลินกับการกินอาหารจนอิ่มหนำสำราญซูเม่ยจัดการจ่ายเงินและพาอ้ายเยว่กลับบ้าน ตอนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ผู้คนพากันเดินทางกลับจากการทำงาน วันนี้เธอพาอ้ายเยว่ออกมาเที่ยวเล่นทั้งวันจริง ๆ ทั้งสองเดินมาถึงหน้าบ้านก็ต้องแปลกใจที่เห็นรถยนต์ที่ไม่คุ้นเคยจอดนิ่งอยู่ที่โรงจอดรถ
"แม่ครับนั่นรถใครกัน"
"นั่นสิแม่เองก็ไม่รู้หรือว่าจะมีแขกมาที่บ้านกัน " ซูเม่ยคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยแต่ไม่ทันให้ได้ได้คาดเดาก็เห็นเ้าของรถกำลังยืนหน้าบูดบึ้งอยู่หน้าประตูเสียแล้ว ชายหนุ่มแต่งกายด้วยชุดทหารร่างกายบึกบึนหน้าอกกว้างสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมเข้มจมูกโด่งเป็สันดวงตาเฉียบแหลม ซูเม่ยเดาได้ทันทีเพราะใบหน้าเขาคล้ายอ้ายเยว่ไม่มีผิด นั่นคือจิ่นเฉาจื่อสามีของซูเม่ย
'ว๊าวว หน้าตาหล่อเหลาใช้ได้รูปร่างก็สูงโปร่งบึกบึนดีไม่แปลกเลยที่พวกผู้หญิงพวกนั้นพูดถึงกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ อย่างกับพระเอกละครเลย นี่หรือสามีฉัน!! ไม่ ไม่ เขากลับมาเพื่อหย่านี่น่า ใช่แล้วเื่หย่าคือเื่สำคัญที่สุดตอนนี้ ' ซูเม่ยคิดในใจก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของอ้ายเยว่
"อ้ายเยว่แม่รู้แล้วว่ารถยนต์เป็ของใคร นั่นคือรถยนต์ของคุณพ่อนะ นั่นไงเขายืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าบ้าน " เด็กชายดวงตาเบิกโพลงเป็ประกายรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าด้วยความดีใจ รีบวิ่งเข้าไปหาผู้เป็พ่อทันที
"คุณพ่อ คุณพ่อกลับมาั้แ่เมื่อไหร่ครับ อ้ายเยว่ดีใจที่สุดเลย ในที่สุดอ้ายเยว่ก็ได้พบกับพ่อจริง ๆ สักที" เด็กน้อยวิ่งกรู่เข้าไปสวมกอดพ่อ เขาเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เห็นหน้าลูกชาย อ้าแขนกว้างให้อ้ายเยว่เข้าสู่อ้อมกอดอุ้มอ้ายเยว่ขึ้นสูงพร้อมหอมแก้มเขาฟอดใหญ่
"นี่หรืออ้ายเยว่ลูกชายของท่านนายพลใหญ่ อื้ม...ใบหน้าเหมือนพ่อจริง ๆ ด้วย พ่อก็ดีใจที่ได้กลับมาหาลูกในครั้งนี้ ดูสิทำไมตัวถึงได้เล็กอย่างนี้หรือว่าแม่ดูแลไม่ดี วันนี้ลูกชายพ่อต้องกินข้าวเยอะ ๆ นะรู้มั้ย"
"ไม่ใช่นะครับคุณแม่ดูแลอ้ายเยว่ดีมากวันนี้พาอ้ายเยว่ออกไปเที่ยวแถมยังซื้อของเล่นซื้อปูแสนอร่อยให้กินด้วย ผมมีเื่จะเล่าให้คุณพ่อฟังมากมายเลยครับ"
"อย่างนั้นหรือ?งั้นเราต้องไปอาบน้ำเสียก่อนแล้วคืนนี้พ่อจะไปฟังเื่เล่าของอ้ายเยว่ทั้งคืนเลยแต่ว่าตอนนี้พ่อขอเวลาคุยกับคุณแม่ก่อนนะ "
"ได้ครับ อย่างนั้นผมจะไปอาบน้ำรอนะครับ" อ้ายเยว่ดีใจใหญ่ที่พ่อของเขาจะได้อยู่กับเขาทั้งคืนและตอนนี้คุณพ่อขอเวลาอยู่กับคุณแม่เขาหวังว่าทั้งสองจะพูดกันด้วยดี
จิ่นเฉาจื่อวางร่างเล็กลงอ้ายเยว่เดินเข้าบ้านไปอาบน้ำปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันรอยยิ้มของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็สายตาเ็าจ้องมองเธอั้แ่หัวจรดเท้าอย่างดูถูก ยิ่งเห็นเธอแต่งหน้าแต่งตาซื้อของพะรุงพะรังเขายิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่คุณแม่พูดมาเป็ความจริง
"ฮึ ฮึ เป็อย่างที่คุณแม่พูดไม่มีผิด แต่งตัวอย่างนี้ไปหาชายชู้มาหรือไง " ซูเม่ยได้ยินถึงกับใไม่คิดว่าคำพูดแรกของสามีจะทักทายเธออย่างนี้ อีกอย่างสิ่งที่เขาพูดออกมาไม่เป็ความจริงสักอย่าง นี่คงเป็เพราะแม่สามีโทรเลขบอกเขาเสมอมาสินะ ไม่ชอบเธอจนต้องโกหกลูกชายไม่ชอบเธออีกคนอย่างนั้นหรือ?
'คงเป็แม่สามีสร้างเื่โกหกลูกชายสินะ! ได้เลยในเมื่ออยากให้เป็อย่างนี้ฉันเองก็ไม่อยากจะทนนักหรอก' ซูเม่ยคิดในใจก่อนจะตอบกลับจิ่นเฉาจื่อ
"ฉันมีชายชู้ก็คงไม่แปลกหรอกในเมื่อมาอยู่ในบ้านหลังนี้แต่ไม่มีสามีคอยเคียงข้าง สามีไม่เคยสนใจใยดีไม่รู้ว่าภรรยาของตัวเองอยู่กินอย่างไรกลับมาครั้งนี้ก็ดีแล้วฉันเองก็มีเื่อยากจะพูดกับคุณให้มันจบลงวันนี้ เราหย่ากันเถอะฉันไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไป "
เฉาจื่อชะงักเล็กน้อยที่จู่ ๆ ได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่ เขาคิดมาโดยตลอดว่าจะพูดอย่างไรให้เธอยอมหย่าแต่ไม่คิดเลยว่าการกลับมาครั้งนี้เธอจะเป็คนขอเขาหย่าเอง
"เฮอะ! คิดจะไปอยู่กับชายชู้อย่างสุขสบายสินะ ไม่มีทางเธออย่าลืมสิว่าตอนนี้เธอเป็ใคร มานี่กับฉันเดี๋ยวนี้" เฉาจื่อคว้ามือของเธอให้เดินตามตนไปที่ห้องของเขา ทุกสายตาให้บ้านต่างพากันจับจ้องไม่เว้นแม้แต่ชิงเถา เธอเห็นสีหน้าของทั้งสองคิดว่าจะมีเื่ดี ๆ เกิดขึ้นแน่ ๆ เธอแสยะยิ้มพรางนึกในใจ
"ช่างเป็เวลาที่เหมาะเจาะจริง ๆ ที่เฉาจื่อกลับมาในวันนี้ได้เห็นว่านางซูเม่ยนั้นเป็อย่างไร โชคดีที่วันนี้ฉันใจอ่อนยอมให้เงินเธอไปใช้จ่ายไม่อย่างนั้นจะเป็ฉันเองที่ต้องหาคำตอบให้เฉาจื่อ วันนี้ช่างเป็วันที่ดีจริง ๆ "
"นี่ปล่อยฉันนะ! จะพาฉันไปไหน นี่ไม่ได้ยินหรือไง" ซูเม่ยพยายามดิ้นรนให้แขนเล็กของเธอออกจากมือของเขาที่จับเธอลากอยู่ตอนนี้แต่ทว่าแรงของเขานั้นมีมากเหลือเกินไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอก็ไม่สามารถสะบัดออกได้เลย
"เดินตามมาดี ๆ หรือจะให้ฉันใช้แรงอุ้มเธอขึ้นไป " ซูเม่ยชักสีหน้าไม่พอใจ
"ก็ได้ฉันจะเดินตามไปดี ๆ คุณปล่อยมือฉันก่อนสิ ตอนนี้แขนฉันแดงหมดแล้ว" เขายอมปล่อยเธอแต่โดยดีหากเธอคิดหนีไม่มีทางที่เขาจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ
ไม่นานทั้งสองได้เดินขึ้นมาถึงห้องนอนของเฉาจื่อ เมื่อเขาเข้ามาก็ต้องแปลกใจในห้องเหมือนเดิมทุกอย่าง ของใช้ยังอยู่ที่เดิมทุกชิ้นแล้วของใช้ของเธอไปอยู่ที่ไหนกัน
"นี่มันอะไร! ทำไมห้องถึงว่างเปล่าแบบนี้หรือว่าเธอเริ่มเก็บข้าวของเพื่อเตรียมจะหย่าแล้ว เฮอะ! รีบร้อนกลัวไม่ได้ไปอยู่กับชายที่รักหรือไง " ซูเม่ยคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย หรือว่าเขาไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอไม่เคยมาอยู่ในห้องนี้เลย
"ความคิดคุณคงคิดได้แค่ฉันมีชายชู้สินะ! ฉันไม่คิดเลยว่าท่านนายพลผู้ยิ่งใหญ่ควบคุมทหารหลายร้อยนายจะไม่มีสมองขนาดนี้!!! ฉันจะบอกให้หายโง่เอามั้ย ฉันไม่เคยมาอยู่ในห้องนี้ด้วยซ้ำที่ผ่านมาแม่ของคุณปฏิบัติกับฉันอย่างคนรับใช้ เงินสักหยวนไม่เคยจะหยิบยื่นให้ ห้องที่ฉันนอนคือห้องด้านล่างนั่นต่างหาก "
"ฮึ ฮึ คิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดเธอหรือไง ดูสิเสื้อผ้าหน้าผม ร่างกายของเธอไม่เห็นจะทุกข์ยากตรงไหน อยากหย่ากับฉันมากเสียจนใส่ร้ายคุณแม่อย่างนั้นหรือ ฮึ! ร้ายกาจจริง" ซูเม่ยได้ยินคำพูดของเขายิ่งโมโหมากกว่าเดิมเขาไม่เพียงไม่รักเธอแต่ดูถูกเธอทุกอย่าง ไหนเื่ที่เธอได้ยินมาว่าเขาจะหย่าทำไมตอนนี้เขาถึงเป็อย่างนี้ไปได้
"ก็ได้ฉันมันเป็คนร้ายกาจ อย่างนั้นคุณไม่อยากให้ตระกูลของคุณเสียชื่อเสียงก็หย่าให้ฉันสิ ฉันได้ยินมาว่าที่คุณกลับมาครั้งนี้เพราะจะมาหย่าไม่ใช่หรือไง จะยื้อเวลาไปถึงเมื่อไหร่ต่อให้ฉันพูดความจริงยังไงคุณก็ไม่เชื่ออยู่ดี เราทั้งสองต่างไม่ได้รักกันมาั้แ่แรกฉันทนอยู่ที่นี่มาห้าปี ต่อจากนี้ฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคุณอีก หย่าให้ฉันซ่ะ" เธอเหนื่อยมาทั้งวันไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเขาอีกไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็เชื่อคนเป็แม่อยู่ดี เธอเลยพูดเข้าประเด็นจะดีกว่า
"ไม่! ฉันไม่หย่า "